บทที่ 23 ถูกเชิญไปดื่มชา
หลังได้ยินแผนการของอวิ๋นพิ่นถิง สามแม่ลูกก็ยิ้มขึ้นมา และต่างรอการมาถึงของวันพรุ่งนี้
อวิ๋นอินอินถือชามข้าวต้ม อาหารเช้าในวันนี้ด้วยความพอใจเป็อย่างยิ่ง
“เสด็จแม่เพคะ ข้าปล่อยท่านไว้ในตำหนักเย็นเพียงผู้เดียวทุกวัน ทรงรู้สึกเหงาหรือไม่เพคะ?”
พระมเหสีจิ่งวางชามลง ยิ้มบาง ๆ “ไม่หรอก เ้าไม่อยู่ แม่จะได้ไหว้พระสวดอธิษฐานอย่างไรเล่า อีกอย่าง เ้าอยู่ที่ตำหนักเซ่อเจิ้งหวางอย่างไรก็ปลอดภัยกว่าที่นี่ ขอเพียงเ้าปลอดภัย แม่อยู่คนเดียวจะเป็ไรไป”
“เสด็จแม่เพคะ… ข้าจะต้องคิดหาวิธีพาท่านออกไปจากตำหนักเย็นโดยเร็วอย่างแน่นอน”
“ออกจากตำหนักเย็นแล้วอย่างไรเล่า?” พระมเหสีจิ่งถอนหายใจ มองแสงอาทิตย์ด้านนอกอย่างไร้จุดหมาย เทียบกับหลายปีที่เป็พระมเหสี นางกลับชอบสามปีที่อยู่ในตำหนักเย็นแห่งนี้
นางหันศีรษะกลับมาสบตาอวิ๋นอินอิน ยิ้มอย่างอ่อนโยน คีบผักสีเขียวให้ลูกสาว
“รีบกินเถิด”
“เพคะ”
อวิ๋นอินอินไม่เคยััถึงความรู้สึกแบบนี้จากใครมาก่อน นางโดดเดี่ยว สูญเสียจุดหมาย อยากปลอบโยนแต่ก็ไม่รู้จะเอ่ยปากอย่างไร สุดท้ายจึงได้แต่ถือชามทานข้าวอย่างสงบ
หลังทานข้าวเสร็จ อวิ๋นอินอินไม่ได้รีบไปตำหนักเซ่อเจิ้งหวางเช่นในยามปกติ แต่กลับอาบแสงแดดเป็เพื่อนพระมเหสีจิ่งอยู่ในลานครู่หนึ่ง จากนั้นก็ช่วยนางซักผ้าและตากจนเรียบร้อย รอจนพระมเหสีจิ่งไปไหว้ขอพรแล้ว จึงได้ไปที่ตำหนักเซ่อเจิ้งหวาง
“ตอนนี้ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว ถึงยังไงก็ถวายพระพรเสด็จอาไม่ทันแล้ว ไม่สู้ไปเดินเล่นในราชอุทยานสักพักดีกว่า”
ระหว่างทาง นางเด็ดใบไม้เล็ก ๆ ใบหนึ่งมาถือในมือ แกว่งไกวอย่างเพลิดเพลิน คิดไม่ถึงว่าเมื่อเดินมาถึงเส้นทางสายนี้ ตนจะถูกนางกำนัลสองคนมาขวางไว้
“องค์หญิงเก้าเพคะ องค์หญิงของข้าทูลเชิญพระองค์ไปดื่มชาในราชอุทยานเพคะ”
“องค์หญิงของเ้า? ผู้ใดกันเล่า?”
“องค์หญิงเจ็ดเพคะ”
องค์หญิงเจ็ด? อวิ๋นสีิ่? อวิ๋นอินอินคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางคนนี้เวลาปกตินอกจากตามก้นอวิ๋นพิ่นถิงก็รังแกเ้าของร่างเดิมเป็ครั้งคราว โดยพื้นฐานก็ไม่มีปฏิสัมพันธ์อะไรกับเ้าของร่างเดิมนี้ ตอนนี้ทำไมถึงมาชวนไปดื่มชา?
เกรงว่าชานี้ก็คงไม่ใช่ชาดีกระมัง
“วันนี้ข้าไม่อยากดื่มชา” อวิ๋นอินอินยิ้มอย่างไม่แยแส เดินผ่านนางทั้งสองมุ่งต่อไปข้างหน้า
นางกำนัลทั้งสองสบตากันครั้งหนึ่ง พูดไปทางอวิ๋นอินอินว่า “องค์หญิงของพวกเราทรงตรัสว่า หากองค์หญิงเก้าไม่เสด็จไป พระองค์ก็จะส่งชาไปเชิญพระมเหสีดื่มที่ตำหนักเย็นเพคะ”
“ข่มขู่ข้า?”
สีหน้าของอวิ๋นอินอินเปลี่ยนเป็เ็าในฉับพลัน นางกำนัลทั้งสองถึงกับก้มหน้างุด “มิกล้าเพคะ ขอให้องค์หญิงเก้าทรงปราณีด้วยเพคะ”
“นำทางไป”
อวิ๋นสีิ่ผู้นี้ปกติมักฟังคำพูดของอวิ๋นพิ่นถิง วันนี้ก็อาจเป็เจตนาของนางเอง ในเมื่อไม่ว่าอย่างไรก็หลบไม่พ้น ไม่สู้ไปลองดูว่าพวกนางเตรียมการแสดงปาหี่อะไรไว้อีกยังดีเสียกว่า
ภายใต้การนำทางของนางกำนัลทั้งสอง อวิ๋นอินอินก็ถูกพามาที่ด้านในของศาลารับลมกลางราชอุทยาน บนโต๊ะหินในศาลามีผลไม้ และขนมน้ำชาวางอยู่ ผู้ที่รอนางอยู่นั้น นอกจากองค์หญิงเจ็ดอวิ๋นสีิ่ ยังมีองค์หญิงแปดอวิ๋นเหยาเหยา
คนหนึ่งอายุสิบเจ็ดปี อีกคนสิบหกปี อวิ๋นสีิ่เป็คนผอมสูง หน้าตาไม่ถือว่าโดดเด่น แต่พอฝืนได้ว่าเป็คนสวยสายผอม เพียงแต่รูปหน้านั่นมักจะทำให้รู้สึกว่านางเป็คนใจแคบ
ส่วนรูปลักษณ์ของอวิ๋นเหยาเหยาถือได้ว่าน่ารักอยู่สักหน่อย แต่ดวงตาคู่นั้นกลับชอบมองซ้ายมองขวาไปทั่ว ท่าทางเหมือนคนที่ชอบเอาเปรียบ
มารดาขององค์หญิงทั้งสองนี้มีตำแหน่งแค่ระดับผิน อยู่ในวังก็ไม่มีฐานะอันใด ทว่าเพียงเพราะพวกนางสองคนเป็ผู้ติดตามของอวิ๋นพิ่นถิงและอวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวสองพี่น้อง รู้จักเอาใจสนมเหมยให้เบิกบาน ดังนั้นการกินอยู่หรือเครื่องสวมใส่จึงได้รับความเอาใจใส่อย่างดี
“เรียกหาข้ามีเื่อันใดหรือ?”
อวิ๋นอินอินนั่งลงบนเก้าอี้ทันทีที่มาถึง และถามขึ้นก่อน
“ในตำหนักล้วนกำลังลือกันไปทั่วว่าสุขภาพของน้องเก้าดีขึ้นแล้ว นิสัยก็เปลี่ยนไปอย่างมาก เดิมข้ายังสงสัย ยามนี้ดูไปคงจะจริงเสียแล้ว” อวิ๋นสีิ่กล่าวพลางเทน้ำชายื่นมาเบื้องหน้าอวิ๋นอินอิน “ยามเห็นเ้าเป็เช่นนี้ พี่เจ็ดก็ยินดีกับเ้าด้วย มา… ดื่มน้ำชากันเถิด”
“ยินดี?” อวิ๋นอินอินเลิกคิ้ว การแสดงนี้ยังไม่ชัดเจนพอสินะ
นางยื่นมือไปรับชา แต่เพียงวางไว้เบื้องหน้า ไม่ยกขึ้นดื่ม
อวิ๋นเหยาเหยาเห็นเช่นนั้นจึงยกถ้วยชาของตนขึ้นมา กล่าวกับอวิ๋นอินอินว่า “น้องเก้า เ้าดื่มชาเถิด นี่เป็ชาหยกขาวที่เพิ่งเก็บเกี่ยว มีกลิ่นอ่อน ๆ หอมอย่างมาก”
เดิมอวิ๋นอินอินไม่ดื่มชานี้เพราะไม่หิวน้ำ แต่ตอนนี้เห็นสองคนนี้มีท่าทีรอไม่ไหวที่จะให้นางดื่ม ต่อให้โง่แค่ไหนก็เดาได้ว่าในชานี้จะต้องมีบางอย่างเป็แน่
“ขอบคุณความปรารถนาดีของพี่เจ็ดและพี่แปด แต่ข้าไม่ชอบดื่มชาจริง ๆ อีกทั้งข้ายังมีธุระ ขอตัวก่อน”
อวิ๋นอินอินพูดจบก็จะลุกขึ้น แต่คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นเหยาเหยาจะยื่นมือมาดึงตนไว้ และใช้เข็มที่ซ่อนอยู่ในซอกนิ้วแทงตน จนได้รับความเ็ปเฉียบพลัน อวิ๋นอินอินจึงสะบัดมือผลักอวิ๋นเหยาเหยาออกไปโดยสัญชาตญาณ
มันเป็เพียงการล้มเบา ๆ เท่านั้น แต่คิดไม่ถึงว่า อวิ๋นเหยาเหยาจะจงใจซวนเซร่างกาย ชนก้อนหินข้างกายนาง
“อ๊า! มือของข้า มือของข้าเ็ปเหลือเกิน…” อวิ๋นเหยาเหยายกมือที่ถูกบาดขึ้น มองโลหิตสด ๆ หลั่งไหลที่อยู่เต็มมือ และกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก
ทางอวิ๋นอินอินที่ยังอยู่ในความงุนงง อวิ๋นสีิ่ก็พุ่งออกมา คว้าแขนของอวิ๋นอินอินไว้ จากนั้นก็ะโไปรอบทิศทางว่า
“ใครก็ได้มาเร็วเข้า องค์หญิงเก้าจะทำร้ายองค์หญิงแปด รีบมาเร็วเข้า…”
“ท่านป่วยหรือ? ดวงตาข้างใดของเ้าเห็นว่าข้าจะทำร้ายนางกัน?” อวิ๋นอินอินถลึงตาใส่อวิ๋นสีิ่ และแก้ต่างให้ตนเองว่า “นางโน้มไปหาก้อนหินทางด้านนั้นเองชัด ๆ”
ทว่าอวิ๋นสีิ่กลับไม่สนใจแม้แต่น้อย ยังคงเกร็งคอะโเสียงดัง อวิ๋นเหยาเหยาที่อยู่บนพื้นเอาแต่กุมมือหลั่งน้ำตา ไม่ลุกขึ้นมา และไม่เรียกนางกำนัลมาทำแผล ไม่ถึงครู่ อวิ๋นพิ่นถิงและอวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวก็นำนางกำนัลกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้ามาทางนี้
ในยามนี้ อวิ๋นอินอินเข้าใจหมดแล้ว ในใจนางเย้ยหยัน เพื่อที่จะจัดการกับตน อวิ๋นพิ่นถิงได้สร้างความลำบากให้นางแล้วจริง ๆ คงยากนักที่สตรีนางนี้จะฉลาดขึ้นมาสักรอบ
“เกิดอันใดขึ้น? ข้าอยู่เสียไกลก็ยังได้ยินพวกเ้าทะเลาะกัน” ในยามที่ยังไม่ทันเข้าใกล้ อวิ๋นพิ่นถิงก็พูดขึ้นมาอย่างหมดความอดทน
เมื่อเห็นอวิ๋นพิ่นถิง อวิ๋นสีิ่ก็รีบดึงอวิ๋นอินอินเข้าไปหานางทันที
“พี่หญิงใหญ่ ท่านมาพอดี น้องเก้าจะทำร้ายน้องแปด นางจิตใจโเี้ ผลักศีรษะของน้องแปดไปชนแท่นหินอย่างโหดร้าย หากมิใช่เพราะน้องแปดดวงแข็ง ครั้งนี้คงมิใช่เพียงาเ็แค่มือข้างเดียวแล้วเพคะ”
“ไอ้หยา เืนี่ไหลเต็มมือไปหมด” อวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวเดินเข้ามาดู หลังจากส่งเสียงประหลาดใจ นางก็หันกายไปทางอวิ๋นอินอิน “น้องเก้า เ้าอธิบายมาเสีย ว่านี่มันเื่อะไรกัน”
อวิ๋นอินอินมองดูคนทั้งหลายที่กำลังเสแสร้ง และหัวเราะอย่างเ็า กล่าวเพียงคำเดียวว่า “ข้าไม่มีสิ่งใดต้องอธิบาย”
“เช่นนั้น น้องเจ็ดเ้าพูดมา ว่าเื่เป็อย่างไรกันแน่”
สิ้นเสียง อวิ๋นสีิ่ก็ท่องบทที่พวกนางเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ออกมา
“วันนี้ข้ากับน้องแปดได้ยินว่าน้องเก้าหายจากอาการป่วยแล้ว จึงคิดจะเชิญนางมาดื่มชา แต่คิดไม่ถึงว่า น้องเก้าที่นิสัยแปลกประหลาด จู่ ๆ ก็ลุกขึ้นคว้าตัวน้องแปด จากนั้นก็ผลักนางไปที่แท่นหินอย่างแรง หากมิใช่เพราะข้าดึงไว้ทัน เกรงว่ายามนี้คงไม่ใช่เพียงาแคงที่ศีรษะของน้องแปดแล้ว”
“น้องเก้า เ้าอำมหิตเกินไปแล้ว ระหว่างพี่น้อง ต่อให้มีการทะเลาะกันด้วยวาจา เ้าก็ไม่ควรลงมือโเี้เช่นนี้” อวิ๋นเหนี่ยวเหนี่ยวมีท่าทีราวกับผิดหวังอย่างมาก “ใครเข้ามาจับองค์หญิงเก้าคุกเข่าลงเสีย!”