จากความฝันอันหวานชื่นในตอนต้น ออเดรย์ค่อยๆ ถูกความเป็จริงตบหน้าจนตื่นขึ้น ดยุกเซดริกไม่ได้รักเธอเลย แม้แต่เยื่อใยเพียงน้อยนิดก็อาจจะไม่มี นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาสังหารภรรยาตัวเองได้อย่างไม่ลังเลใช่ไหม
่ปีสุดท้ายของชีวิต องค์หญิงออเดรย์ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตที่หนักหน่วง สภาพจิตใจของเธอแตกสลายจนเกือบจะเข้าขั้นวิกลจริต ความทรงจำของเธอใน่นั้นจึงพร่าเลือนกระจัดกระจาย แต่สิ่งเดียวที่เธอมั่นใจคือ ดยุกเซดริกคือตัวการสำคัญที่บีบคั้นให้เธอเสียสติ
ั้แ่เริ่มแต่งงาน เธอเฝ้าอ้อนวอนขอความรักจากเขาอย่างน่าเวทนา แต่เขากลับตอบแทนด้วยความเฉยเมย ยิ่งเธอแสดงความ้ามากขึ้น เขาก็ยิ่งทำตัวเ็าและผลักไสเธอออกไปให้ไกลหูไกลตา จนศักดิ์ศรีสุดท้ายขององค์หญิงผู้สูงศักดิ์ป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี
ทว่ายังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอมั่นใจว่าเขาคือฆาตกร
ใน่ท้ายของชีวิตแต่งงาน อาณาจักรอิสเตรียบ้านเกิดของเธอกำลังเสื่อมถอยเนื่องจากผลผลิตแร่ธาตุที่ใช้ในการส่งออกลดฮวบ ในขณะที่อาณาจักรซาบันของดยุกกำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุด และมีท่าทีทะเยอทะยานที่จะแผ่ขยายอำนาจ
เธอรู้ซึ้งถึงความปรารถนาในการของชายผู้นั้นดี
ตอนที่ยังรัก เธอเคยมองว่านั่นคือเสน่ห์ที่น่าหลงใหล แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกหวาดกลัว หรือว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเป็เพียงหมากตัวหนึ่งในแผนการกลืนกินอาณาจักรอิสเตรียกันแน่ องค์หญิงออเดรย์เป็เพียงตัวเบี้ยที่ถูกโยนทิ้งเมื่อหมดประโยชน์ เขาคงเห็นว่าเมียเสียสติคนนี้จัดการยากและน่ารำคาญเกินไป หรืออาจจะเข้าใจผิดว่าเธอพยายามแทรกแซงการเมืองของเขา
เธอพลิกตัวกอดหมอนแน่น ดวงตาเหม่อลอย ความจริงที่ตอกย้ำความเชื่อของเธอก็คือ ในวินาทีที่เธอถูกแทงจนสิ้นลมหายใจ ชื่อสุดท้ายที่เธอร่ำร้องเรียกออกมาไม่หยุดก็คือชื่อของเขา
“เซดริก...” เธอกระซิบชื่อนั้นแล้วสั่นสะท้านไปทั้งตัว หากเป็ไปได้ เธอขอสาบานว่าจะไม่ขอข้องแวะกับชายผู้นี้อีกเลยในชาตินี้
แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะใจร้ายกว่าที่คิด
“ทำไมฉันถึงซวยขนาดนี้เนี่ย” เธอบ่นพึมพำก่อนจะผล็อยหลับไปพร้อมกับความกังวลที่หนักอึ้ง
ออเดรย์ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงเซ็งแซ่รอบเตียง เธอขมวดคิ้วอย่างรำคาญใจ
‘ไหนว่าสั่งให้คนออกไปให้หมดเพื่อพักผ่อนไง ใครกันที่บังอาจมาส่งเสียงดังในห้องนอนองค์หญิง’
ทว่าไม่ทันได้เอ่ยปาก มือเล็กๆ คู่หนึ่งก็พุ่งเข้ามากอดรอบคอเธอไว้แน่น
“ท่านพี่! ท่านฟื้นแล้วหรือ? ท่านพี่ใหญ่บอกว่าท่านาเ็สาหัสต้องพักนานๆ ข้าเป็ห่วงท่านเหลือเกิน... ข้า... ข้าไม่อยากให้ท่านตาย...”
เสียงกระซิบข้างหูนั้นสั่นเครือจนเกือบจะกลายเป็เสียงโฮ “เฮนรี่ พี่บอกเ้ากี่ครั้งแล้ว พี่สาวเ้าน่ะสบายดี แต่ถ้าเ้ายังไม่เลิกโหนคอเธอแบบนั้น เธออาจจะขาดใจตายเพราะเ้าก่อนน่ะสิ”
คำพูดนั้นทำให้เด็กน้อยรีบปล่อยมือทันทีด้วยความใ เสียงที่คุ้นเคยจากความทรงจำอันไกลโพ้นทำให้ความรู้สึกโหยหาหลั่งไหลเข้ามาในใจออเดรย์อย่างประหลาด เธอยิ้มออกมาอย่างขัดไม่ได้ ขณะมองไปยังร่างที่ยืนขนาบข้างเตียงทั้งสองฝั่ง
“ท่านพี่จอห์น... เฮนรี่”
“ท่านพี่ ท่านดีขึ้นแล้วจริงหรือ?”
“คราวนี้นอนยาวเชียวนะ ออเดรย์”
ทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกัน ทว่าน้ำเสียงและเนื้อความกลับต่างกันลิบลับจนเธอหลุดหัวเราะ
“จ้ะ ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว” เธอตอบน้องชายตัวน้อยก่อนเป็อันดับแรก
จอห์น และ เฮนรี่ คือพี่ชายและน้องชายร่วมสายเืที่สนิทที่สุดของเธอ จอห์นอายุมากกว่าเธอสี่ปี เขาเป็โอรสของราชินีผู้ล่วงลับที่เติบโตมาพร้อมกับเธอ ทะเลาะกันบ้าง เล่นด้วยกันบ้างตามประสาพี่น้อง ส่วนเฮนรี่เป็โอรสวัยเจ็ดขวบของราชินีองค์ปัจจุบัน แม้จะต่างมารดา แต่ออเดรย์ก็รักใคร่เอ็นดูน้องชายคนนี้มาก
ทั้งคู่มีเส้นผมสีบลอนด์สว่างและดวงตาสีน้ำตาลอันเป็เอกลักษณ์ของตระกูลแลนสเตอร์แห่งราชวงศ์อิสเตรีย หากยืนเรียงกันสามคนคงไม่มีใครสงสัยเลยว่านี่คือพี่น้องท้องเดียวกัน โดยเฉพาะจอห์นกับเฮนรี่ที่ถอดพิมพ์เดียวกันมา ต่างกันแค่เฮนรี่ยังมีแก้มยุ้ยน่าเอ็นดูแบบเด็กๆ ในขณะที่จอห์นเริ่มมีโครงหน้าคมสันหล่อเหลาอย่างชายหนุ่ม
ขณะที่เฮนรี่มองเธอตาแป๋ว จอห์นกลับเลิกคิ้วอย่างหยั่งเชิงพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์ที่มุมปาก “ออเดรย์ เ้านอนซมไปสองวันเพราะเื่ทะเลาะวิวาทนั่น พอฟื้นขึ้นมาก็ดันออกไปอาละวาดใส่พวกข้าราชบริพารจนวุ่นวายไปหมด ดูท่าเ้าจะแค้นหนักเลยสินะ”
ตอนแรกออเดรย์งุนงงกับคำพูดของพี่ชาย แต่ครู่เดียวความทรงจำอันน่าอับอายก็ผุดขึ้นมา
นี่คือหนึ่งในสิบเหตุการณ์สุดมืดมนในชีวิตวัยรุ่นของเธอเลยทีเดียว เมื่อไม่กี่วันก่อน เธอไปร่วมงานเลี้ยงน้ำชาของลูกสาวมาร์ควิสมอร์ตัน ที่จริงเธอกับซาฟินา ลูกสาวของมาร์ควิส ไม่เคยลงรอยกันเลย เหตุผลเดียวที่เธอตอบรับคำเชิญก็เพื่อจะไปข่มอีกฝ่ายให้จมดินเท่านั้นเอง
บทสนทนาเริ่มต้นจากการจิกกัดเื่การแต่งหน้า แฟชั่น และเื่จุกจิกตามประสาคุณหนู จนกระทั่งมาถึงจุดแตกหัก ‘เื่ผู้ชายที่พวกเธอแอบชอบ’
“แล้วไงล่ะ! สุดท้ายข้านี่แหละที่จะได้แต่งงานกับดยุกเซดริกที่หล่อที่สุดในทวีป! ใครหน้าไหนจะเทียบเขาได้!” นั่นคือประโยคเผด็จศึกที่องค์หญิงออเดรย์พ่นออกมา
ออเดรย์คนปัจจุบันอยากจะกรีดร้องให้ลั่นวัง ‘องค์หญิงคนก่อนคิดอะไรอยู่เนี่ย เห็นผู้ชายเป็เครื่องประดับไว้อวดรวยหรือไงกัน!’ ถ้าเป็ไปได้ เธออยากจะย้อนกลับไปเขย่าคอออเดรย์คนนั้นแรงๆ สักที
แต่ในตอนนั้น ซาฟินาที่โกรธจัดจนตัวสั่นพยายามจะเข้ามายื้อยุดเสื้อผ้าเธอ ออเดรย์ก็ไม่ยอมแพ้ หมายจะเข้าไปกระชากผมอีกฝ่ายกลับ ในจังหวะตะลุมบอนนั้นเอง ออเดรย์ดันสะดุดชายกระโปรงตัวเองเสียหลักและล้มหงายหลังโชว์ความงามแบบผิดท่าจนศีรษะกระแทกพื้นจนสลบเหมือดไปต่อหน้าต่อตาแเื่ทั้งงาน
‘ช่างเป็จุดจบที่น่าอนาถและน่าอับอายขายหน้าที่สุด!’
จอห์นเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปมาของน้องสาวก็หัวเราะหึในลำคอ
“โกรธไปก็เสียสุขภาพเปล่าๆ จะไปถือสาคุณหนูมอร์ตันทำไมกัน อีกไม่นานพอประกาศเื่การหมั้นหมายอย่างเป็ทางการ เ้าก็ได้แก้แค้นคืนอย่างสาสมแล้วล่ะ”
คำพูดของจอห์นเหมือนสายฟ้าฟาดที่ลากออเดรย์กลับสู่โลกความจริง
ใช่ ข้อตกลงสมรสระหว่างเธอกับดยุกเซดริกสรุปจบลงแล้ว เหลือเพียงการประกาศให้โลกรู้เท่านั้น มันสายเกินกว่าจะแก้ไข เพราะเื่นี้ผูกพันกับผลประโยชน์มหาศาลระหว่างสองอาณาจักร
ทำไมโชคชะตาต้องส่งเธอมาใน่เวลานี้ด้วย ถ้าเร็วกว่านี้สักนิด เธอคงขัดขวางการแต่งงานนี้สุดกำลัง แม้จะจำได้ว่าออเดรย์คนก่อนจะดีใจแทบบ้าตอนรู้ข่าวนี้ครั้งแรกก็เถอะ หารู้ไม่ว่านั่นคือตั๋วเที่ยวเดียวไปสู่ความตาย!
“เป็อะไรไป ดีใจจนพูดไม่ออกเลยหรือไง” จอห์นแกล้งแหย่เมื่อเห็นน้องสาวเม้มปากแน่น
ออเดรย์ไม่ตอบ แต่กลับดึงตัวเฮนรี่น้อยเข้ามากอดแน่นราวกับหาที่พึ่ง
“เฮนรี่! ถ้าวันหนึ่งพี่ต้องแต่งงานไปไกลๆ เ้าต้องตามไปอยู่กับพี่นะ เข้าใจไหม เ้าต้องปกป้องพี่นะ!” เธอซุกหน้าลงกับคออุ่นๆ ของเด็กชาย พลางพึมพำอย่างขวัญเสีย
เฮนรี่ที่ใกับการจู่โจมกะทันหันทำได้เพียงตบหลังพี่สาวเบาๆ “ท่านพี่... เกิดอะไรขึ้นหรือ? เหตุใดท่านถึงอยากให้ข้าตามไปล่ะ?”
“โฮฮฮ พี่ก็ไม่รู้ พี่ไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้นแล้ว...” ออเดรย์โอดครวญอย่างหมดสภาพ สายตาพร่าเลือนจนจับโฟกัสไม่ได้
“ท่านพี่ใหญ่... ท่านพี่หญิงเป็อะไรไป?” เด็กน้อยหันไปขอความช่วยเหลือจากพี่ชายคนโต จอห์นมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะกระตุกยิ้มบางที่มุมปากอย่างอ่อนโยนแต่ดูแฝงนัยยะ
“อืม... พี่ว่าอาการฮิสทีเรียของพี่สาวเ้าน่าจะยังไม่หายดีน่ะ สงสัยต้องให้พักผ่อนยาวๆ อีกสักหน่อยแล้วล่ะ”