รอบกายพร่ามัวแม้กระทั่งสายตาผิดหวังอย่างยิ่งของหลินซูหลานองค์หญิงสามของฮ่องเต้องค์ก่อนมีเพียงจุดที่หยางฟงฉีกับเสี่ยวหลินยืนอยู่เท่านั้นที่เจี้ยนหลินเห็นมันเด่นชัด หยางฟงฉียิ้มสุขสมกับเสี่ยวหลินที่มีท่าทีเอียงอาย ผู้คนล้วนแซ่ซ้องกับความเหมาะสมกันดังสุริยันเคียงคู่จันทราในวันที่จันทร์ค้างฟ้าสดใส
"เจี้ยนหลิง หลิงเจี้ยนหลิน"ร่างดั่งหุ่นไม้ สะบัดผ้าคลุมหน้าปาลงกับพื้น
สุรามงคลถูกแจกจ่าย ไท่จือกับไท่จือเฟยคล้องแขนแลกกันดื่มสุราในมือชื่นมื่น
"คุณหนู….หลินเจี้ยนหลิง"เพ่ยตงดึงสติเจี้ยนหลิงมิใช่แค่เพียงดึงสติเขายังดึงร่างบางให้ออกจากความอัปยศตรงหน้า
ไม่แม้แต่จะหลุดคำกล่าวใดออกมาไม่มีน้ำตาแต่ใจก็แหลกสลายด้วยความผิดหวังได้ไม่ยาก
"ไปร่ำสุราที่โรงเตี๊ยมเดียวดายของเยว่ฉีจะดีไหม"
เพ่ยตงชักชวน คิดถึงโรงเตี๊ยมเดียวดายร้างไร้ผู้คนที่ล้วนมีสุรารสเลิศหมักบ่มด้วยมือของแม่นางเยว่ฉีเจี้ยนหลิงเหมือนหุ่นไม้ที่ไร้ความรู้สึกนึกคิด อนาคตข้างหน้าไม่อาจคาดเดา ทว่ากับต้องพบกับเื่ใดบ้างเจี้ยนหลิงก็ต้องรับมันให้ได้สายตาผิดหวังจากมารดา เป็สิ่งที่เจี้ยนหลิงไม่อยากเห็นมัน ต่อจากนั่นมารดาจะปฏิบัติอย่างไรกับเจี้ยนหลิงก็เพียงแค่ก้มหน้ารับมัน
หยางฟงฉีกุมมือเสี่ยวหลินมองสบตาคม
"ข้ารู้ว่าจะต้องเป็เ้า และจะต้องเป็เ้าเท่านั้น"
เสียงโห่ร้องดังออกไปด้านนอกวังหลวง เจี้ยนหลิงก้าวเดินนำเพ่ยตงยังเดินตามเช่นทุกวันผ่านมา
ตระกูลหลิน
ไม้เรียวใหญ่ฟาดลงบนหลังของเจี้ยนหลิงอย่างแรง
"ฮูหยินใหญ่ พี่หญิงโปรดระงับโทสะด้วยได้โปรด"หลินลี่หลิน
ฮูหยินรองวิ่งเขากอดเจี่ยนหลิงไว้เอาตัวบังไม้เรียวที่หวดมาสุดแรงแต่เมื่อเห็นว่าเป็ฮูหยินรองกลับยั้งมือไว้ทัน
"ได้โปรดพี่หญิงไม่ใช่ความผิดคุณหนูใหญ่ ….เพียงแค่ไท่จือหมายหมั่นว่าต้องเป็เสี่ยวหลิน"คำพูดตอกย้ำ ดวงตาของหลินซูหลานยิ่งมีประกายโกรธเคืองยิ่งกว่าเดิม
โยนไม้เรียวในมือทิ้ง
"หุบปากเ้าเสีย พานางไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้ ข้าไม่มีลูกเช่นนางอีกต่อไป"เจี้ยนหลิงนั่งนิ่งไม่ยอมขยับกาย
"คุณหนูใหญ่ ไปเถอะค่ะ"
"ท่านแม่ ท่านลงโทษข้าเถอะแต่อย่าได้เฉยชากับข้าเช่นนี้ ท่านแม่"หลินซูหลานสะบัดกายเดินหนีไป
เพ่ยตงดึงเจี้ยนหลิงให้ลุกขึ้นอีกครั้ง
"คุณหนู อีกไม่นานนายหญิงก็จะหายโกรธ เพียงแค่ให้เวลานายหญิงได้ไตร่ตรอง"
"หลินเจี้ยนหลิงรับราชโองการ"ขันทีอัญเชิญราชโองการมาคลี่ออกตรงหน้า ฮูหยินรองกำลังจะก้าวขาออกจากห้องไปถึงกับชะงักงัน ทุกคนต่างทรุดกายลงรอรับราชโองการ
"ด้วยหลินเจี้ยนหลินเป็ผู้ที่มากความสามารถ อีกทั้งยังฉลาดเฉลียวยังความเสียดาย หากจะไม่ได้รับใช้ราชสำนัก ฝ่าาจึงได้มีราชโองการ แต่งตั้งหลินเจี้ยนหลิงให้ดำรงตำแหน่ง องครักษ์หญิงข้างกายทำงานรับใช้ใกล้ชิดคอยรับบัญชา และถ่ายทอดพระบัญชาของฝ่าา หลินเจี้ยนหลิงรับราชโองการ…"ขันทีชรายื่นราชโองการใส่ในมือของเจี้ยนหลิงที่ยื่นมือออกมารับราชโองการด้วยสีหน้างงงัน
"ท่านองครักษ์หญิง ยินดีด้วยเป็ประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้เลยทีเดียวแคว้นของเรา ไม่เคยมีองครักษ์หญิงมาก่อน อืมท่านองครักษ์ฝ่าาให้ท่านเข้าเฝ้าในบ่ายวันนี้เพื่อรับของกำนัลพระราชทานและตราประจำตำแหน่งที่สั่งทำเพื่อท่านองครักษ์โดยเฉพาะ"ขันทีชรายิ้ม
"ขอบคุณกงกง เจี้ยนหลิงรับบัญชาฝ่าา"ประสานมือ รู้สึกติ้นตันยิ่งนัก
ฮูหยินรองตรงเข้ากุมมือเจี้ยนหลิง
"คุณหนูใหญ่ยินดีด้วย ยินดีด้วย ..เด็กๆ นำเื่น่ายินดีนี้ไปรายงานนายท่านกับฮูหยินใหญ่เดี๋ยวนี้"เจี้ยนหลิงยิ้ม เพ่ยตงเร้นกายหายไป
วังหลวง
เสี่ยวหลิน ชะเง้อชะแง้รอการมาของเจี้ยนหลิงเมื่อเกี้ยวหยุดที่หน้าประตูวัง ย่อกายลงช้าๆ เจี้ยนหลิงถอนหายใจ ตรงเข้าพยุงเสี่ยวหลินให้ลุกขึ้นมิใช่ความแค้นระหว่างพี่น้องแต่เป็ความเจ็บช้ำจากคนที่ปฏิเสธเจี้ยนหลิง ซึ่งไม่ใช่เสี่ยวหลินที่ต้องมาถูกความเจ็บช้ำครั้งนี้ถาโถมเข้าใส่
"เ้าเป็ถึงไท่จื่อเฟย จะมาย่อกายให้ข้าทำไมกัน"
"พี่สาวข้า แค่อยากเลี้ยงน้ำชาท่าน"
"ข้ามารับบัญชาฝ่าา ไว้วันอื่น"
"ข้า ...อยากคุยกับท่านวันนี้ เมื่อคืนข้านอนไม่หลับ หากยังไม่ได้เอ่ยคำเสียใจกับท่าน"น้ำเสียงออดอ้อนแววตาเศร้าสร้อยเช่นที่เคยทำเป็ประจำ
หน้าบัลลังก์สูง
ใต้เท้าหลินยืนอยู่ตรงหน้าแวดล้อมด้วยเหล่าขุนนางที่แสดงความยินดี
บิดามีสีหน้าเรียบเฉยมิได้ยินดียินร้ายด้วยรู้ว่าอย่างไรตำแหน่งไท่จือเฟยก็เป็ของตระกูลหลิน แต่ความคาดหวังในตัวของ เจี้ยนหลินมีมากกว่า
"องครักษ์หญิงหลินเจี้ยนหลิง"เสียงขันทีขานดังๆ
เหล่าขุนนางต่างหันเหความสนใจมาที่เจี้ยนหลิง
"ยินดีด้วย ท่านองครักษ์หญิงยินดีด้วย"เสียงขุนนางที่ต่างแย่งกันพูดด้วยตำแหน่งนี้มักยึดติดกับเหล่าบุรุษเท่านั้น
"บุตรีมากควาสามารถใต้เท้าหลินกับไม่เคยให้ใครได้รู้ มาบัดนี้ข้าแต่งตั้งหลินเจี้ยนหลินในตำแหน่งพิเศษ ต่อไปหวังว่าความสามารถนางจะไม่สูญเปล่า ช่วยกันรับใช้ราชสำนักต่อไป หลินเจี้ยนหลิงป้ายหยกนี่มอบให้เ้าแทนตัวข้า เห็นป้ายหยกเสมือนเห็นข้าคำพูดเ้าล้วนเป็บัญชาข้าเมื่อแสดงป้ายหยก"เสียงฮือฮาจากเหล่าขุนนางที่ต่างสงสัยในอำนาจของเจี้ยนหลินว่าได้มาด้วยใบหน้าที่งดงามของนางทำให้ฮ่องเต้ หลงใหล้านางไว้ข้างกาย เพื่อการอื่นหรือไม่
เจี้ยนหลิงย่อกายรับเอาป้ายหยกไว้ในมือ
"ขุนนางหญิงในราชสำนักหาได้ยากยิ่ง ขุนนางทั่วไปล้วนขาดความรอบคอบ ในครั้งนี้ข้าเห็นควรว่าหลินเจี้ยนหลิงจะช่วยสะสางเื่ที่ไม่ถูกต้องแทนข้า"
เดิมเื่ราวในวังหลวงไม่เคยผ่านหู เจี้ยนหลิงสงสัยยิ่งนักยังมีเื่ไหนให้สะสาง
เสียงอื้ออึงเงียบลงใครจะกล้าสงสัยอีกในเมื่อ ฮ่องเต้อวยเจี้ยนหลิงเพียงนี้
ตำหนักบูรพา
"พี่สาวในที่สุดท่านก็มา"เสี่ยวหลินออกมารับด้านหน้า เจี้ยนหลิงจำได้ว่าเสี่ยวหลินไม่นิยมสีขาว แต่วันนี้นางกลับสวมอาภรณ์สีขาว
"พี่สาวชาดี กับขนมที่ข้าสั่งให้ห้องเครื่องทำขนมเปี๊ยะของโปรดท่านกินกับชาดี"เลื่อนจานขนมตรงหน้าเจี้ยนหลิงอย่างเอาใจ
"มีเื่ใด ไท่จือเฟยรีบกล่าวมา"เสี่ยวหลินยิ้มเศร้าๆ
"พี่สาว เสี่ยวหลินขอโทษท่าน"ทรุดกายคุกเข่าลงกับพื้น เจี้ยนหลิงถอนหายใจ ไม่ได้โกรธเคืองอะไรเสี่ยวหลินอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นท่าทีของนางเช่นนี้จึงยิ่งทำให้รู้สึก ว่าไม่ควร
"เสี่ยวหลินรู้ดีว่าตำแหน่งไท่จือเฟยสำคัญกับพี่สาวเพียงใด ท่านแม่บอกข้าว่า ท่านแม่...ของพี่สาวลงโทษพี่สาว ข้าเสี่ยวหลินรู้สึกผิดยิ่งนัก แต่ไม่ใช่ข้าที่เป็ผู้กะเกณฑ์เื่นี้ หากไม่ใช่ประสงค์ของไท่จือแต่ก็อีกนั่นแหละ ข้าเป็ไท่จือเฟยแล้วเป็คนของไท่จือแล้ว ข้ารู้ว่าพี่สาวไม่ยอมรามือแน่ ข้ารู้จักท่านดี หากว่าท่านจะแค้นเคืองโปรดให้เป็เสี่ยวหลินเถิด"ถอนหายใจเบือนหน้าหนี
เจี้ยนหลิงลุกขึ้นยืนกอดอก ความจริงเมื่อฝ่าามอบตำแหน่งองครักษ์หญิงให้กับเจี้ยนหลิง ความบาดหมางเบาบางลงไป หากเสี่ยวหลินไม่มาพูดอะไรทำนองนี้อีก ตำแหน่งสำคัญนี้คงพอกู้หน้าให้กับมารดาของเจี้ยนหลิงได้
"ข้าไม่รับปาก"ด้วยนิสัยของเจี้ยนหลิงจะยอมง่ายๆ ไม่ใช่เจี้ยนหลิงแต่น้องสาวไม่ได้ผิดอะไร
หันมาจับไหล่บางของเสี่ยวหลินให้ลุกขึ้นแม้จากปากแข็งเพียงใดแต่เมื่อเป็เสี่ยวหลินเจี้ยนหลิงมักจะยอมใจอ่อนเสมอ
"ข้าไม่ลุก จนกว่าท่านจะยอมรับปากว่าจะไม่แค้นเคืองไท่จือ"เหมือนเข้ามานั่งในใจ หรือ้าอวดความภักดีที่มีต่อไท่จือ
"ความจริงเป็เ้าที่สับปลับ ในตอนนั้น เป็เ้าที่บอกข้าว่าไม่อยากรับตำแหน่งไท่จือเฟย ข้าจึงคาดหวังและทุ่มเท หากเ้าไม่พูดเช่นนั้นยอมรับเสียว่าอยากเป็ไท่จือเฟยข้าคงไม่ต้องลงแรง ถึงคราวนี้จะมาบอกว่าให้ข้ารามือ จะไม่ง่ายไปหน่อยหรือไท่จือเฟย"
"พี่สาวไท่จือเป็สามีข้าและข้าก็ ..
ก็รักไท่จือ เราสองคนพี่น้องไม่ว่าใครเป็ไท่จือเฟย ก็ล้วนแต่เชิดชูตระกูลหลินท่านใจคอคับแคบเช่นนี้ ข้าก็คงจะต้องยืนยันว่าข้าจะคุกเข่าอยู่แบบนี้"
เจี้ยนหลิงหันหลังเดินหนีไม่อยากเห็นแววตาเศร้าสร้อยของเสี่ยวหลินเกรงว่าจะอดใจอ่อนกับนางเสียไม่ได้
เสี่ยวหลินคลานเข่า ตามเจี้ยนหลิงยื้อยุดไม่ให้เจี้ยนหลิงไป
"พี่สาวท่านกำลังโกรธ ท่านไม่ยอมฟังเหตุผลของข้า"เสี่ยวหลินยื้อชายเสื้อของเจี้ยนหลิงไว้
"เ้าอยู่ที่นี่ในตำแหน่งไท่จือเฟย ทำหน้าที่ของเ้า ส่วนข้าก็จะทำหน้าที่ของข้าให้ดีเช่นกัน"
สะบัดมือดึงชายเสื้อคลุมด้วยความรำคาญ เสี่ยวหลินกับเซถลาด้วยแรงน้อยและไม่ทันระวังตัวหรือวาเสแสร้งไม่อาจดูออก ล้มลงกับพื้น เพียงพริบตาหยางฟงฉีมาจากไหนไม่รู้เข้าถึงตัวผลักเจี้ยนหลิงจนเซถลาไปอีกทางพยุงร่างบางของเสี่ยวหลินให้ลุกขึ้น
"เ้า เ้ามาตามราวีเสี่ยวหลินถึงนี่เลยหรือ ข้าคิดไว้ไม่มีผิดเ้ามันช่างร้ายยิ่งนัก ร้ายสมกับคำร่ำลือ"
แววตาเกลียดชังของหยางฟงฉี ทำเอาเจี้ยนหลิงถึงกับยิ้มมุมปาก แต่ไหนแต่ไรมาไม่มีใครกล้าด่าว่าเจี้ยนหลิงนอกจากมารดา
พุ่งตัวเข้าใส่ ตั้งใจซัดฝ่ามือเข้าที่อกของไท่จืออย่างแรง แต่ทว่าเสี่ยวหลินเหมือนจะรู้ทันความคิดของเจี้ยนหลิงพลิกตัวขวางไว้ ฝ่ามือของเจี้ยนหลิงซัดเข้าที่แผ่นหลังของเสี่ยวหลินเต็มเปาทั้งๆ ที่ยั้งมือไว้
"เ้า"หยางฟงฉีผลักเจี้ยนหลิงอีกครั้ง
"อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก อย่าได้อาศัยอำนาจและกำลังของเ้ามารังแกไท่จือเฟยของข้า แล้วอย่าหาว่าข้าไม่เตือน"
เจี้ยนหลิงกำลังใที่เผลอซัดฝ่ามือด้วยความโมโหใส่เสี่ยวหลินร้อยวันพันปีเจี้ยนหลิงไม่เคยลงมือกับเสี่ยวหลินมาก่อน
"ออกไปจากตำหนักบูรพาของข้าได้แล้ว ที่นี่ไม่ต้อนรับเ้า"
เจี้ยนหลิงยิ้มหยัน คิดหรือว่าเจี้ยนหลิงอยากมาที่นี่ คงคิดว่าเจี้ยนหลิงอยากเป็ไท่จอเฟยจนตัวสั่น คิดผิดแล้ว หากไม่มีความคาดหวังของมารดา เจี้ยนหลิงไม่มีทางลงแรง ก้าวเดินออกจากตำหนักบูรพาด้วยความรู้สึกว่าวันนี้ไม่ใช่วันของเจี้ยนหลิง
"เ้าเจ็บตรงไหน ใครก็ได้ตามหมอหลวง"เสียงของหยางฟงฉียังตามมาหลอกหลอน เจี้ยนหลิงยิ้มหยันเป็เช่นนี้จึงดี จะได้รู้ดำรู้แดงกันไป
ใต้เท้าหลิน กับฮูหยินรองตระกูลหลิน
“ท่านพี่ เสี่ยวหลินไม่ได้มีเจตนาแย่งชิง”
“ข้ารู้แล้ว เ้ากับลูกอยู่อย่างเจียมตัวมาตลอด ครั้งนี้เป็ที่ข้าและซูหลานที่คาดหวังในตัวของ เจี้ยนหลิงมากไป”
“ท่านพี่ ข้าสงสารคุณหนูใหญ่ นางถูกพี่หญิงเฆี่ยนตี ตอนนี้เลยกลายเป็ว่า เสี่ยวหลินมีความสุขในตำแหน่งไท่จือเฟย คุณหนูใหญ่ที่ถูกเคี่ยวเข็ญมาตลอดกับต้องแบกรับความอัปยศไม่สู้เลี้ยงนางให้อ่อนหวานต้องตาบุรุษเช่นเสี่ยวหลิน ดีที่ฝ่าามอบตำแหน่งองครักษ์ให้ปลอบใจ”
“ซูหลานเป็ถึงองค์หญิงมาก่อนเื่การเลี้ยงดูเจี้ยนหลิงข้าไม่อาจก้าวก่าย”
“ท่านพี่เช่นนั้นพี่หญิงก็จะคอยเฆี่ยนตีคุณหนูใหญ่อยู่แบบนั้น”
“เ้าก็คอยปกป้องนางอยู่แล้วมิใช่หรือเป็เ้าที่ตามใจนางยิ่งกว่าซูหลาน”หลินลี่หลินหลบตาซ่อนความจริงในใจ
“ครั้งนี้ ฝ่าาประทานตำแหน่งพิเศษให้ พี่หญิงคงจะพอใจไม่น้อยอย่างน้อยก็ลบคำครหาจากชาวบ้าน”
“ฝ่าาคิดอะไรข้าไม่อาจคาดเดาได้ ตำแหน่งของเจี้ยนหลิงไม่ธรรมดา นางสามารถ ใช้คำพูดของตัวเองต่างคำบัญชาฝ่าาได้ อำนาจนี้ แม้แต่ไท่จือกับฮองเฮายัง ไม่อาจเอื้อม” หลินลี่หลินซ่อนความรู้สึกริษยา แกล้งยิ้มหวานกลบเกลื่อน
“นางเป็หญิงแม้จะมีอำนาจแต่หากเหล่าขุนนางไม่ให้ความย้ำเกรงก็ ไม่อาจคลุมคนได้”
“เกรงว่าเป็ฝ่าาที่จะสั่งสอนเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์โดยการยกย่องเจี้ยนหลิงและจะต้องมีใครสักคนเป็ตัวอย่างให้ขุนนางคร่ำครึเ่าั้รู้ว่า เจี้ยนหลิงมีอำนาจในมือจริงไม่ควรค่อนแคะนินทานาง”