บทที่ 10 ตระกูลหู
เมืองหย่งหนิง ทวีปบูรพาเหนือ อาณาจักรเทียนเหอ
ในยามราตรีอันมืดมิด ลมหนาวจากเทือกเขารอบเมืองพัดโชยเข้ามาอย่างแ่เบา แต่กลับนำพาความเย็นะเืที่แทรกซึมเข้าไปถึงกระดูก
คฤหาสน์ตระกูลหูที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองนั้นสร้างด้วยหินอ่อนสีดำสนิทที่นำเข้าจากเหมืองลึกในเทือกเขาหมอกมืด ผนังแกะสลักลายเสือโคร่งกำลังคำรามอย่างดุดัน ชายคาประดับกระเบื้องสีเขียวมรกตที่สะท้อนแสงจันทร์เงินยวงให้ดูเ็าและน่าเกรงขาม โคมไฟสีแดงเข้มแขวนห้อยตามเสาหินทั้งสองข้าง แสงสลัวที่แผ่ออกมาทำให้เงาของเสือสลักบนผนังดูราวกับมีชีวิตจิติญญา กำลังจ้องมองทุกคนที่เข้ามาในเรือนด้วยสายตาแห่งนักล่า
ภายในห้องโถงด้านข้างที่เป็สถานที่ลับสุดยอดของตระกูลหู ผนังหินหนาทึบถูกสลักค่ายกลป้องกันเสียงและการสอดแนมระดับสูง ทำให้แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับหนิงม่ายขั้นสูงก็ยากจะล่วงรู้สิ่งที่เกิดขึ้นภายใน
กลิ่นกำยานเข้มข้นลอยคลุ้งไปทั่ว ผสมกับกลิ่นโลหิตจาง ๆ ที่ยังหลงเหลือจากศึกครั้งก่อน ๆ ทำให้บรรยากาศยิ่งหนักอึ้งราวกับถูกกดทับด้วยูเาน้ำแข็ง โต๊ะหินอ่อนยาวสีดำสนิทวางเรียงรายด้วยเก้าอี้ไม้สนแกะสลักลายเสือ ผู้าุโหลายสิบคนนั่งเรียงกันอย่างเงียบสงบ แต่ละคนล้วนเป็ผู้ฝึกตนระดับหนิงม่ายั้แ่ขั้นสี่ถึงขั้นแปด พลังปราณที่แผ่ซ่านออกมาเบา ๆ ทำให้อากาศในโถงสั่นะเืเล็กน้อย ราวกับพายุที่กำลังก่อตัว
ทุกสายตาจับจ้องไปยังชายชราที่นั่งหัวโต๊ะ รูปร่างผอมบางราวกับโครงกระดูกที่หุ้มด้วยิับาง ๆ เนื้อหนังติดกระดูกจนเห็นเส้นเืปูดโปนชัดเจน ผิวพรรณซีดเผือดราวศพที่เพิ่งขึ้นจากหลุม ดวงตาคู่หนึ่งลึกเว้าลึกจนดูเหมือนหลุมดำที่กลืนกินทุกสิ่ง แววตาว่างเปล่ายิ่งนัก ราวกับไม่มีชีวิตชีวาเหลืออยู่
กลิ่นอายแห่งความตายแผ่ซ่านออกมาเบา ๆ ทำให้ผู้าุโที่อยู่ใกล้ที่สุดตัวเกร็งโดยไม่รู้ตัว ชายชราผู้นี้คือ 'หูอิ่นโหยว่' บรรพบุรุษของตระกูลหู ผู้ที่เคยทะลวงใกล้จะถึงระดับจินตันเมื่อหลายร้อยปีก่อน แต่เพราะาแเก่าจากศึกใหญ่ในอดีตและการฝืนใช้เคล็ดวิชาลึกลับ ทำให้ร่างกายถดถอยลงอย่างช้า ๆ จนบัดนี้เหลืออายุขัยไม่มากนัก พลังปราณเหลือเพียงหนิงม่ายขั้นเก้า่ปลาย
แต่ด้วยประสบการณ์และเคล็ดวิชา 'เพลิงกัดิญญา' ที่ดูดกลืนชีวิตศัตรูมาเสริมตนเอง ยังคงทำให้เขาเป็เสาหลักที่ตระกูลหูเกรงกลัวและเคารพยำเกรงยิ่ง
ข้าง ๆ หูอิ่นโหยว่คือ 'หูเหล่ย' ประมุขตระกูลหู ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำ ใบหน้าดุดันคิ้วหนา ดวงตาคมกริบราวเหยี่ยวที่จ้องเหยื่อ พลังปราณหนิงม่ายขั้นเก้า่ต้นแผ่ซ่านออกมาเบา ๆ ทำให้ผู้าุโที่ต่ำกว่านั่งตัวเกร็ง
ถัดไปคือ 'หูจ้าน' ผู้าุโใหญ่ รูปร่างสูงใหญ่กล้ามเนื้อกำยำราวกำแพงเหล็ก ใบหน้าเหลี่ยมมีรอยแผลเป็พาดจากหน้าผากลงถึงคางซ้าย ทำให้ดูน่าเกรงขามยิ่งนัก พลังปราณหนิงม่ายขั้นแปด่ปลาย และ 'หูหย่งเสี้ยว' ผู้าุโรอง ชายหนุ่มรูปร่างผอมบางแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคม ดวงตาเล็กแหลมราวงูพิษ พลังปราณหนิงม่ายขั้นเจ็ด่กลาง แต่ด้วยความฉลาดหลักแหลมและสายสัมพันธ์กับหุบเขาหลอมอัคนี ทำให้เขามีอิทธิพลไม่น้อยในตระกูล
ผู้าุโที่เหลืออีกสิบกว่าคนต่างนั่งนิ่ง อย่าง 'หูเทียนหลง' ผู้าุโสี่ ชายชราผมขาวโพลนแต่ดวงตาเปล่งประกายคมกริบ พลังปราณหนิงม่ายขั้นเจ็ด่ต้น
'หูหลานเฟิง' ผู้าุโห้า หญิงสาววัยกลางคนรูปร่างสง่างามแต่แฝงความเ็า พลังปราณหนิงม่ายขั้นหก่ปลาย และ 'หูเฉิงหยวน' ผู้าุโหก ชายหนุ่มรูปร่างกำยำใบหน้าเรียบเฉย พลังปราณหนิงม่ายขั้นห้า่ปลาย ทุกคนล้วนเป็กำลังหลักที่ช่วยให้ตระกูลหูครองความเป็ใหญ่ในเมืองหย่งหนิงมาได้หลายปี
หูเหล่ย ประมุขตระกูลหู เอ่ยขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ท่านบรรพบุรุษ... ข่าวลือที่ว่าเฉาหลินหยวน ประมุขตระกูลเฉา อาจทะลวงจินตันสำเร็จและกลับมาแล้ว... ท่านคิดอย่างไรขอรับ?”
หูเหล่ยกล่าวถามเพราะข่าวลือเช่นนี้เคยปรากฏขึ้นทุกปี โดยไม่รู้จริงหรือเท็จ...
ทุกสายตาหันไปยังหูอิ่นโหยว่ ชายชราที่ดูราวกับศพมีชีวิตยกศีรษะขึ้นช้า ๆ ดวงตากลวงลึกจ้องมองไปยังจุดว่างเปล่าตรงหน้า กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านออกมารุนแรงขึ้นเล็กน้อย ทำให้ผู้าุโหลายคนตัวสั่น
“ข่าวลือ... หรือความจริง?” เสียงแหบพร่าของหูอิ่นโหยว่ดังขึ้น ราวกับเสียงจากใต้หลุมศพ “ตระกูลเฉานับเป็หนามยอกอกของตระกูลหูมานานหลายร้อยปี... ความขัดแย้งทั้งสองตระกูลเริ่มเมื่อหลายร้อยปีก่อน เมื่อบรรพบุรุษของเราต่อสู้แย่งชิงเหมืองศิลาปราณหลักในเมืองหย่งหนิง ั้แ่นั้นมา เราก็ต่อสู้กันทั้งลับและเปิดเผย ไม่มีวันจบสิ้น”
หูหย่งเสี้ยว ผู้าุโรอง กำหมัดแน่น “ถูกต้องขอรับท่านบรรพบุรุษ ในอดีตตระกูลเฉาคือตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองหย่งหนิง และตระกูลหูคืออันดับสอง แต่หลายปีมานี้ ั้แ่เฉาหลินหยวนปิดด่านและหายหัวไป เราก็เริ่มโจมตีตระกูลเฉาอย่างหนักหน่วง ไม่ว่าจะด้านการค้า ชีวิต หรือสายเหมืองแร่ศิลาปราณระดับต่ำ พวกมันทำได้เพียงกัดฟันกลั้นใจ หากประมุขของตระกูลเฉายังมีชีวิตอยู่ คงโผล่หน้าออกมาแล้ว”
หูจินหลี่ ผู้าุโสาม ยิ้มเย็น “นับั้แ่พวกเราเริ่ม่ชิงเส้นแร่เหมืองศิลาปราณระดับต่ำ พวกตระกูลเฉาก็ทำได้เพียงยอมจำนน แม้ผู้าุโใหญ่ของพวกมันจะเป็ผู้ฝึกตนระดับหนิงม่ายขั้นเก้า่ปลาย แต่ก็เป็เพียงเศษซากยุคเก่าใกล้ตาย หากไม่ทะลวงขอบเขตจินตัน สิ่งที่ตระกูลหูหวั่นเกรงก็มีเพียงชายชราที่พร้อมจะตายทุกเมื่อเท่านั้น”
หูเหล่ยพยักหน้า “เพราะเหตุนี้ เราจึงเชิญท่านบรรพบุรุษออกจากด่านฝึกตนในครั้งนี้ ท่านเหลืออายุขัยไม่มากแล้ว การได้ช่วยเหลือตระกูลครั้งสุดท้ายนับว่าเป็บุญคุณอันยิ่งใหญ่ และยิ่งลูกหลานของท่านอย่างหูเฟิงเป็ศิษย์เอกของผู้าุโฮั่วซานโหยว่ในหุบเขาหลอมอัคนี อนาคตย่อมเป็ผู้ฝึกตนที่ยิ่งใหญ่ไม่ต่างจากอาจารย์แน่ ด้วยบารมีของหุบเขาหลอมอัคนีที่เกือบทัดเทียมกับห้าสำนักใหญ่ในอาณาจักรเทียนเหอ สิ่งนี้คือสิ่งที่พวกเรามั่นใจ แม้ว่าเฉาหลินหยวนจะบรรลุขั้นจินตันจริง พวกเขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเรา”
หูเทียนหลง ผู้าุโสี่ กล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “หูเฟิงเป็ศิษย์รักของผู้าุโฮั่วซานโหยว่ที่เป็ผู้ฝึกตนระดับจินตันขั้นสอง่ปลาย แม้เฉาหลินหยวนจะทะลวงจินตันสำเร็จ อย่างน้อยอีกฝ่ายก็เป็เพียงผู้ฝึกตนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตนี้ รากฐานไม่มั่นคงเหมือนผู้าุโฮั่วซานโหยว่ที่ฝึกตนมานับร้อยปี เราสามารถรอหูเฟิงกลับมา แล้วให้เขานำคำสั่งจากอาจารย์มากวาดล้างตระกูลเฉาให้สิ้นซาก”
หูหลานเฟิง ผู้าุโห้า ยิ้มเย็น “ในระหว่างนี้ เราควรเพิ่มความกดดันต่อตระกูลเฉา ส่งคนไปปิดล้อมร้านค้าที่เหลือ และ่ชิงเส้นแร่เหมืองที่ยังไม่ตกเป็ของเรามาให้หมด หากเฉาหลินหยวนโผล่หน้าออกมา เราก็ส่งข่าวลับไปยังหุบเขาหลอมอัคนีทันที ด้วยบารมีของอาจารย์ฮั่วซานโหยว่ ตระกูลเฉาจะถูกบดขยี้ราวมดใต้ฝ่าเท้า และเราก็จะได้ทรัพยากรทั้งหมดของพวกมันโดยไม่ต้องลงมือเองมากนัก”
หูอิ่นโหยว่ยกมือขึ้นช้า ๆ มือผอมแห้งราวกับกิ่งไม้แห้งกรอบ ทำให้ทุกคนเงียบลงทันที “อย่าประมาท... เฉาหลินหยวนในอดีตเคยเป็ซวงเอ๋อร์ที่พร์สูงยิ่ง หากทะลวงจินตันสำเร็จจริง พลังของอีกฝ่ายอาจไม่ธรรมดา เราต้องเตรียมแผนสำรอง หากหุบเขาหลอมอัคนีไม่ตอบสนองทันเวลา ข้าจะลงมือเอง... แม้ร่างกายข้าจะถดถอย แต่ด้วยเคล็ดวิชาเพลิงกัดิญญา การจะสังหารยอดฝีมือจินตันขั้นหนึ่ง่ต้นคนหนึ่ง... ยังพอไหว”
คำพูดของหูอิ่นโหยว่ทำให้ผู้าุโทุกคนตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นและความกลัวผสมกัน พลังของบรรพบุรุษแม้ถดถอยแต่ด้วยเคล็ดวิชาลึกลับที่ดูดกลืนชีวิตศัตรูมาเสริมตนเอง ยังคงน่าเกรงขามยิ่งนัก
หูเหล่ยยิ้มอย่างมุ่งมั่น “ดี... เราจะเริ่มแผนการทันที ส่งคนไปกดดันตระกูลเฉาต่อเนื่อง และเตรียมกองกำลังรอคำสั่งจากท่านบรรพบุรุษ หากเฉาหลินหยวนปรากฏตัวจริง เราจะทำให้เขารู้ว่า... การกลับมาของเขา คือจุดเริ่มต้นของจุดจบตระกูลเฉา!”
ผู้าุโทุกคนพยักหน้ารับ บรรยากาศในโถงเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการแก้แค้นและความโลภที่กำลังลุกโชนอย่างรุนแรง
ในคืนเดียวกันนี้ แผนการของตระกูลหูได้เริ่มเคลื่อนไหวอย่างเงียบ ๆ เพื่อบดขยี้ตระกูลเฉาให้สิ้นซากก่อนที่ประมุขที่เพิ่งกลับมาจะมีโอกาสตั้งตัว
แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า... ในเงามืดของเมืองหย่งหนิง มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องการเคลื่อนไหวของพวกเขาอยู่เช่นกัน
และสายตานั้น... คือสายตาของเฉาหลินหยวน ผู้ที่กำลังยิ้มเย็นในใจ
“ตระกูลหู... เ้ากล้าดีที่คิดจะกวาดล้างตระกูลข้า... เช่นนั้นข้าก็จะให้เ้ารู้ว่า ราคาของความทะเยอทะยานนั้น... แพงเพียงใด”