ตอนที่ 3 สวัสดีครับคุณพ่อตา 2
" บังอาจ!! เ้าพูดแบบนี้นายคงอยากเจ็บตัวละสิ " ฉินหงพูดขึ้นด้วยความโกรธ
" หรือว่านายอยากโดนแบบเ้าพวกนั้นกัน? " หลงเทียนพูดด้วยเสียงเฉยเมย
" ตกลงนายเป็คนของตระกูลไหน หรือว่านายเป็ 1 ตระกูลในตระกูลลับอย่างนั้นรึ " ฉินยี่ถามด้วยความใ
"ตระกูลลับอะไรกัน ฉันไม่รู้จักตระกงตระกูลลับอะไรพวกนั้นหรอกนะ แต่ฉันอยากจะเตือนพวกนายหน่อยนะ ว่าอย่ามายุ่งกับคนของฉันดีกว่า ไม่ว่าจะเป็ตระกูลฉิน หรือ ตระกูลลับ อะไรพวกนั้นฉันก็ไม่สนหรอก แต่ถ้ายังมารบกวนชีวิตของพวกเราอีกอย่าหาไม่เตือนละ " หลงเทียนพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงลุ่มต่ำ
ฉินยี่และฉินหงได้ยินอย่างนั้นก็แอบกลัวอยู่เล็กน้อย เพราะตัวตนของหลงเทียนตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่าเป็ใคร อาจจะเป็ตระกูลลับก็ได้ อย่างนั้นทั้งสองคนจึงได้ปรึกษากันด้วยเสียงเบาๆ
"พวกเราถอยก่อนดีกว่า อย่างน้อยเ้านี่เป็นักสู้ระดับปฐีเลยนะ ดูจากหน้าตาแล้ว อายุคงยังไม่เยอะ(รวมกันทั้งโลกคงยังไม่ได้สัก1ใน10 อายุของหลงเทียนละมั้งเนี่ย 555) เราลองถามนักสู้ของตระกูลเราดีกว่า ถ้าประมาทเราอาจไปแหย่รังแตนเอาก็ได้ " ฉินยี่พูดเตือนฉินหงอย่างจริงจัง
"แต่มันกำลังเหยียดหยามดูถูกเราอยู่ ผู้าุโไม่เห็นหรอ!!" ฉินหงพูดด้วยความโกรธ (เ้าฉินหงเนี่ย มันเป็ลูกคนรองของผู้นำตระกูลนะครับ ระดับพลังยังอยู่แค่ขั้นแรกเริ่มขั้นต้นอยู่เลย หรืออารมณ์แบบเป็ขยะในตระกูลอะไรแบบนี้ แต่ยังไงก็ยังเป็ลูกของผู้นำตระกูลอยู่ดี)
"ขนาดเราบอกสถานะมันแล้วมันยังดูถูกเราแปลว่ามันต้องมีเื้ัยิ่งใหญ่ก็เป็ได้ เราสมควรไปตั้งหลักก่อนดีกว่า" ฉินยี่พูดขึ้นด้วยความกังวล
"ไหนตกลงพวกนายจะเอายังไง จะเข้ามาเองหรือจะให้ฉันเข้าไปหาเอง" หลงเทียนพูดด้วยท่าทางเบื่อหน่าย
"หึ!! ไปพวกเรากลับ" ฉินหงพูดด้วยความโกรธ
หลังจากนั้นพวกคนจากตระกูลฉินก็ได้กลับไปด้วยความโกรธ ส่วนเยว่หวงั้แ่รู้ว่าหลงเทียนไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นักสู้ จึงได้แต่ยืนดูอย่างนิ่งๆ ถึงเยว่หวงจะไม่รู้ว่าความสามารถของเหล่านักสู้มีมากขนาดไหน แต่เพราะได้ยินมาจากกลุ่มธุรกิจ จึงรู้ว่าในโลกนี้ยังมีคนเหล่านี้อยู่ ดังนั้นเยว่หวงจึงอยากได้ตระกูลนักสู้มาเป็พวก จึงจะจับคุมถุงชนให้กับลูกสาวคนรองของตนเอง
"ไปเรากลับกันเถอะ ฉันเริ่มจะหิวแล้วด้วยสิ ไปหาอะไรกินกันก่อนดี" หลงเทียนพูดกับเยว่เสวี่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"ลาก่อนนะครับ คุณพ่อตา" หลงเทียนพูดด้วยท่าทางล้อเล่น
"อ่าา ลาก่อน โชคดี" เยว่หวงพูดด้วยท่าทีสับสน
"ไปก่อนนะคะคุณพ่อ"
หลังจากที่ทั้งคู่ได้บอกลาเยว่หวงแล้วก็ได้เดินเท้าไปหาอะไรทาน ระหว่างนั้นเยว่เสวี่ยที่สงสัยจึงได้ถามหลงเทียน
"นายเป็ใครกันแน่ เป็คนตระกูลลับหรอหรือเป็แค่พวกนักสู้ที่ไม่มีสังกัด(ตระกูลหรือกลุ่ม)"
"คงจะอย่างหลังที่เธอว่าแหละ แต่ฉันไม่รู้หรอกนะว่าไอคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นักสู้นั้นเป็ใคร เพราะฉันเองก็พึ่งรู้ก็ตอนที่เธอบอกนี้แหละ" หลงเทียนตอบเยว่เสวี่ยตามที่ตัวเองเข้าใจ
"ห๊ะ!!! นายบอกว่านายพึ่งรู้จักนักสู้แต่ทำไมนายมีพลังที่มีเฉพาะในคนที่ฝึกเป็นักสู้ละ" เยว่เสวี่ยถามด้วยความสงสัย
"ก็ติดตัวมาั้แ่ฉันถือกำเนิดนะพลังนี้ "
"หึ!! ขี้โม้ ฉันไม่พูดละ เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า" เยว่เสวี่ยพูดน้ำเสียงที่ไม่เชื่อเลยสักนิด
"ค่าจ้างฉันละ ตกลงเธอให้ฉันเท่าไรหรอ" หลงเทียนถามด้วยใบหน้าดีใจ
"เดี๋ยวค่อยคุยกัน เราไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า นายอยากกินอะไรก็บอกนะ ฉันเลี้ยงเอง" หลงเสวี่ยพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
หลังจากพูดคุยกันระหว่างทางหลงเทียนก็ได้รู้อะไรเกี่ยวโลกนี้มากขึ้น โดยเฉพาะเื่ของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่านักสู้ พวกคนที่เรียกตัวเองว่านักสู้คือกลุ่มคนทีฝึกฝนกำลังภายใน โดนจะแบ่งเป็ 2 แบบ คือ กลุ่มที่อยู่กันเป็กลุ่ม ตระกูล หรือองค์กร เช่น คนตระกูลฉินที่เป็ตระกูลระดับสูง อันนับ 3 ของประเทศ หรือเป็พวกตระกูลลับ หรือองค์กรอีกมากมาย และอีกแบบคือ นักสู้ไร้สังกัด ส่วนมากจะเป็นักสู้ที่ถือตัว ทะนง ไม่อยากเป็เบี้ยของใคร จะมีั้แ่ระดับแรกเริ่มจนถึงระดับนภา หรืออาจจะมีระดับ์อยู่ด้วย
ส่วนระดับที่แท้จริงของหลงเทียนเกรงว่าจะเกินสามัญสำนึกของคนในโลกนี้ก็ได้