“ลุงรู้นะว่าเธอไม่ได้อายุมากอะไร อีกทั้งยังมีลูกโตขนาดนี้แล้ว… การเป็พ่อเลี้ยงเดี่ยวั้แ่ยังเป็วัยรุ่นอยู่คงจะลำบากมากสินะ
ลุงน่ะก็รังเกียจพวกขุนนางว่าท่าใหญ่โตพวกนั้นเหมือนกัน แต่จะให้สมาคมนักผจญภัยรับของที่ขโมยมาจากพวกนั้นไม่ได้หรอก
แต่ลุงเห็นกับความพยายามที่นายเลี้ยงลูกมาโตได้ขนาดนี้ ถึงแม้จะช่วยกันลักษณ์ขโมยก็ตาม ลุงก็จะรับแหวนทองไว้ให้เอง…ในราคาพันห้า”
ถึงแม้ว่าฮ่าฮ่าและเ้า จะยังแข็งทื่อด้วยความใเมื่อเห็นหมายจับของเ้า แต่เสียงแห่งความเห็นใจที่ลุงพนักงานพูดมานั้น ก็เข้าหูของฮ่าฮ่าได้เป็อย่างดี และเขาไม่มีความคิดที่จะแก้ความเข้าใจผิดพวกนั้นเลย
เขาเพียงแต่พยักหน้ารับความเห็นใจนั้นกับเงินพันห้าไว้ แล้วเดินออกไปกับฮ่าฮ่า ในขณะที่พวกเขายังไม่ได้หายใกับเื่ที่เกิดขึ้นเลย
“ฉันแค่หนีออกจากการเป็คนรับใช้เองนะ ทำไมต้องมามีคดีลักทรัพย์ติดตัวด้วย…ฮือออออ”
เมื่อเด็กหนุ่มที่พยายามฝึกฝนตัวเองเพื่ออนาคตที่ดีของเขา กลับกลายมาเป็โจรลักทรัพย์ที่มีหมายจับในคดีที่ตัวเขาไม่ได้ก่อ มันก็ทำให้ความโศกเศร้ากับชะตาที่บัดซบของตัวเขาเอง ถูกแสดงออกมาในรูปแบบของธารน้ำที่ไหลออกมาจากดวงตาของเขา
“ผมก็ไม่รู้ว่านายน้อยจะไปสร้างเื่โกรธแค้นอะไรกับพวกมันขนาดนี้นะครับ แค่พานายน้อยหนีออกมาพวกมันก็ถึงขนาดกลับไปแจ้งความใส่ร้ายว่านายน้อยเป็โจรลักทรัพย์ไปแล้ว
“ฮืออออ…อย่าว่าแต่นายไม่รู้เลยฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ถึงแม้จะโดนลงโทษขนาดไหน ฉันก็ไม่เคยต่อต้านพวกเขาเลยนี่น่า ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย”
ยิ่งฮ่าฮ่าเห็นความโศกเศร้าที่เ้าแสดงออกมาเพราะอนาคตที่มืดมนของเขา และเมื่อคิดตามไปว่าเด็กอายุ14ต้องมามีคดีติดตัว เขาก็พยายามลูบหัวปลอบประโลมนายน้อยของเขาออกไปเพื่อหวังจะบรรเทาความเศร้าให้กับเขา ก่อนที่จะหาทางพูดเื่ดีๆ เป็กำลังใจให้กับนายน้อยตน
“โถ่นายน้อยช่างเป็ตัวซวยจริงๆ เลยครับ… แต่ไม่ต้องห่วงนะครับถึงแม้จะได้เงินมาแค่พันห้า แต่ว่าด้วยความสามารถของผม ผมไม่มีทางพนันอย่างถูกกฎหมายในการประลองที่กำลังจะเกิดขึ้นพลาดแน่นอน และหลังจากนั้นเราก็จะใช้เงินที่ได้ไปเข้าป่าหมื่นปราณเพื่อฝึกฝนนายน้อยให้แข็งแกร่ง…ถ้าถึงตอนนั้นละก็หมายจับก็คงเป็แค่สิ่งที่นายน้อยไว้ใช้อวดเพื่อนๆ ในแก๊งอาชญากรที่นายน้อยไปสังกัดก็เท่านั้นแหละครับ”
“ฮืออออออออ ไม่เอา ฉันไม่อยากเข้าแก๊งในทั้งนั้น ฉันไม่อยากเป็คนไม่ดี”
หลังจากที่เ้าและผู้ช่วยฝึกฝนของเขา ตัดสินใจกลางเตียงนอนที่ตรอกริมถนน ทำกลางเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรือง เฉกเช่นคนไร้บ้านคนอื่นๆ ที่พบเห็นได้ทั่วไป
เมื่อแสงสว่างส่องลงมา เพื่อช่วยพวกเขาให้ลืมตาตื่นขึ้นมา พบกับเสียวพระอาทิตย์ขึ้น ท่ามกลางอาคารทรงจั่วมากมาย
พวกเขาก็รีบเก็บที่นอนและเดินทางไปสถานที่จัดงานประลอง เพื่อให้แน่ใจว่าจะทันการประลองของทุกรอบที่เกิดขึ้น
แต่คนที่คิดอย่างนั้นก็คงไม่ได้มีแต่เ้ากับฮ่าฮ่า เขาต้องนั่งรถประจำทาง ที่แออัดไปด้วยผู้คนมากมายที่มีจุดหมายเดียวกับเขา
จนนี่ถือเป็ครั้งแรกเลยที่คนรับใช้อย่างเ้า ที่ไม่ค่อยได้ออกมาจากบ้านของเ้านายตนมากนัก ได้เห็นสัตว์วิเศษตัวใหญ่มากมายที่คอยลากรถประจำทางอยู่
“ฮ่าฮ่าดูสิ เขาเอาหมาสามหัวลากรถประจำทางด้วยล่ะ“
เมื่อเด็กหนุ่มได้พบเจอกับสัตว์วิเศษ ที่โด่งดังเพราะความน่ากลัว และความเท่ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มของเด็กหนุ่ม เขาก็รีบชี้ให้ผู้ช่วยฝึกฝนของตน มองไปที่มันอย่างตื่นตาตื่นใจ
“่นี้มัน่ทำเงินนิครับนายน้อย ใครมีสัตว์พันธสัญญาอะไรก็ต้องรีบเอาออกมารับจ้างขนส่งเพื่อทำเงินทั้งนั่นแหละครับ”
“ว้าววว นั้นมันม้าบินนี้น่า แต่เอามาลากรถแล้วมันดูแปลกๆ แฮะ แต่มันก็เท่สุดๆ ไปเลย…ฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่า ถึงพวกมันจะเท่ก็เถอะ แต่ถ้าพวกมันอาละวาดขึ้นมาเราจะไม่แย่หรอ”
“ถ้าทำพันธสัญญาแล้ว มันจะมีความผูกพันกับเ้าของมากน่ะครับนายน้อย ถ้าเ้าของไม่สั่งให้มันทำอะไรมันก็ไม่ทำหรอกครับ เว้นแต่ ถ้าเ้านายของมัน ได้รับความผิดปกติทางพลังปราณ หรือหมดสติไปขณะที่มันยังไม่ได้ถูกเก็บ ก็มีโอกาสที่มันจะอาละวาดได้อยู่ครับ… พอนึกไปดูรู้สึกว่าจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งด้วยนะ”
ทันทีที่เ้าได้ยินคำอธิบายจากผู้ช่วยฝึกฝนของเขา ความตื่นเต้นที่มีทั้งหมดของเด็กน้อย ก็แปรเปลี่ยนเป็ความหวาดกลัวขึ้นมาทันที เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ถ้าพวกมันอาละวาด
มันทำให้เ้ารีบเดินถอยหลังออกจากหน้าต่างของรถประจำทาง และสำหรับที่ยืนให้ฮ่าฮ่าไปยืนชิดกับหน้าต่างนั้นแทน พร้อมกับจ้องไปที่สัตว์วิเศษต่างๆ อย่างหวาดระแวงตลอดการเดินทางของเขา
“โครมมม”
“อุ่ย! เอาแล้วไงครับนายน้อย”
ไม่ทันที่การเดินทางของเ้าจะถึงที่หมาย และทำให้ความหวาดระแวงที่เ้ามีสูญเปล่า มันกลับเกิดการอาละวาดของสัตว์วิเศษขึ้นมาจริงๆ ซะก่อน
เมื่อผู้คนรวมถึงฮ่าฮ่า ได้ยินเสียงดังโครมครามก็ทำให้พวกเขารีบหันให้ความสนใจไปในทางเดียวกัน ก่อนที่จะเห็น ช่างวิเศษไร้หูที่ใช้งวงหินของมันที่เต็มไปด้วยพลังปราณ ไล่ทุบตีสิ่งของและรถประจำทางต่างๆ ไปทั่ว
เหล่าผู้ใช้สัตว์พันธสัญญาเมื่อเห็นเหตุการณ์อาละวาดของสัตว์วิเศษตัวอื่น พวกเขาก็รีบ เรียกเก็บสัตว์วิเศษของตัวเองอย่างพร้อมเพรียงกันเข้าไปในผ้ายันต์ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันได้รับาเ็ จากสัตว์วิเศษที่อาละวาดและอาจทำให้พวกเขาต้องเสียรายได้ไปหลายวัน
เมื่อเห็นว่ารถประจำทางที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ด้วยตัวมันเองได้ของพวกเขาหยุดลงพร้อมสัตว์วิเศษที่หายไป ผู้คนมากมายที่อยู่ในรถประจำทางเ่าั้ต่างก็วิ่งกรูกันออกมาด้วยความตื่นกลัว วุ่นวาย และในผู้คนเ่าั้ก็รวมถึงเ้าที่จูงมือผู้ช่วยฝึกฝนของเขาวิ่งออกมาด้วย
“เดี๋ยวก่อนครับนายน้อย”
“เดี๋ยวก่อนอะไร รีบวิ่งหนีก่อน เร็วๆ”
ถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มที่มีระดับพลังปราณในระดับขั้นต้นปราณ จะเร่งร้อนชายหนุ่มขนาดไหนก็แล้วแต่ แต่พละกำลังของผู้ช่วยฝึกฝนก็ยังมากกว่าเด็กหนุ่มอย่างเขา
จนเ้าโดนฮ่าฮ่า ดึงตัวของเขาที่พยายามจะวิ่งหนีให้หันกลับไปดู ช้างวิเศษไร้หูตัวนั้น ที่มีชายในผ้าคลุมยืนอยู่ข้างหน้าของมันอย่างไม่หวาดกลัว
“อะ…อะไรของคนคนนั้นกัน หรือว่านายจะให้ไปช่วยเขาเหรอ”
“ไม่ใช่ครับนายน้อย ผมจะให้นายน้อยดู พลังของระดับขั้นปีศาจต่างหากครับ”
“ปีศาจ!”
ทันทีที่คำว่าปีศาจออกมาจากปากของฮ่าฮ่า มันก็ได้สร้างความงุนงงให้กับเด็กหนุ่มอย่างเ้า ที่ไม่เคยพบเจอผู้ที่ฝึกพลังสายมารมาก่อน
เมื่อเขาจ้องไปที่ชายในผ้าคุมคนนั้น สายตาของเขาก็เต็มไปด้วยความสับสน ที่ไม่รู้ว่าควรจะแสดงออกยังไงดี ถ้าชายคนนั้นเป็ระดับขั้นปีศาจ อย่างที่ผู้ช่วยฝึกฝนของเขาบอกจริงๆ
เพียงชายในผ้าคลุมคนนั้น ยื่นมือออกมาจากผ้าคลุมของเขา พลังธาตุมืดก็ได้ถูกปล่อยกระจายออกมาจากฝ่ามือ ดั่งสายลมที่พัดผ่านตัวของช้างวิเศษไร้หูไป
ก่อนที่หลังจากนั้นร่างกายขนาดใหญ่ที่ไร้าแของมัน จะล้มลงต่อหน้าชายในผ้าคลุมตรงหน้าของมัน
ถึงแม้ว่าการที่สัตว์วิเศษอาละวาดออกมาจะเป็เื่ที่บังเอิญแล้ว แต่มันก็ยิ่งบังเอิญขึ้นไปอีกเมื่อผู้คนที่กำลัง วิ่งหนีกันอย่างอุตลุด วุ่นวาย ไม่มีใครแม้สักคน ที่จะสังเกตเห็นถึงพลังธาตุมือที่ชายในผ้าคลุมใช้ออกมา จะมีก็แค่ฮ่าฮ่าและเ้า เท่านั้นที่เห็นมัน
อีกทั้งกว่าผู้คนจะรู้ตัวว่าสัตว์วิเศษที่อาละวาดได้สลบไปแล้ว ชายในผ้าคลุม ก็เดินหายไปในฝูงชนพร้อมกับหญิงสาวมากมายข้างกายของเขา
“ง่ายขนาดนั้นเลยหรอ… ช้างวิเศษนั้นอยู่ระดับขั้นไหนกันฮ่าฮ่า
“ขุนปราณครับนายน้อย”
“ขุนปราณ! ระดับปีศาจคนนั้นคงเก่งมากจริงๆ …แต่ว่าทั้งๆ ที่มีผู้ใช้สัตว์ในพันธสัญญาเยอะขนาดนี้ แต่กลับไม่มีใครกล้าที่จะหยุดมันเลย”
“ก็พวกเขาซื้อสัตว์พันธสัญญาพวกนี้มานิครับ นายน้อยคิดว่าถ้าเขาเก่งขนาดสามารถจับสัตว์พวกนี้มาทำพันธสัญญาเองได้ พวกเขาจะมาวิ่งรับส่งคนอย่างนี้หรือครับ…”
อีกครั้งแล้ว เป็อีกครั้งแล้วที่บุรุษหนุ่มผู้เรียกเขาว่านายน้อย พูดจากระแนะกระแหนเขาออกมา พร้อมกับสายตาที่มองมาที่ตนประดั่งเป็เด็กน้อยไร้เดียงสา
ถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มจะยังอายุ14อยู่ แต่ในความคิดของเขา เขาก็คือชายชาตรีจิตใจแข็งแกร่งที่สามารถรับความกดดันและมีความคิดเยี่ยงผู้ใหญ่คนอื่นๆ
เมื่อเจอคำกระแนะกระแหนของผู้ช่วยฝึกฝนของเขา สมองที่มีความคิดเป็ผู้ใหญ่ของเ้าก็พยายามประมวลหาเหตุผลที่จะเอาไปพูดกับชายหนุ่มเพื่อให้เลิกกระแนะกระแหนและให้เกียรติเขาอย่างที่ควรจะเป็…แต่ก่อนที่เหตุผลเ่าั้จะถูกกลั่นกรองออกมา อารมณ์ที่มากล้นของเด็กอายุ14ก็ถูกระบายออกมาผ่านเสียงคำรามของเขาก่อน
“อ้าาาาาาาาาาาา แล้วฉันจะไปรู้ไหมล่ะว่ามันซื้อขายกันได้น่ะ หยุดกระแนะกระแหนฉันสักทีๆๆๆๆ”
“ใจเย็นๆ สิครับนายน้อย ผมผิดเองก็ได้ๆ”
เสียงะโแหกปากระบายอารมณ์ และภาพของเด็กหนุ่มที่หอบออกมาเสมือนเขาใช้แรงในการะโไปมาก ก็ทำให้ฮ่าฮ่ายิ้มออกมาเพราะผลงานในการกลั่นแกล้งนายน้อยของตนผ่านคำพูดที่เขาตั้งใจพูดออกไป ก่อนที่เขาจะยืนยิ้มมองรอนายน้อยของเขาให้ใจเย็นลงอยู่อย่างนั้น
“ก็ดีๆ นายช่วยเคารพฉันให้เหมือนนายน้อยของนายหน่อย…ว่าแต่เราจะไม่แจ้งใครเลยหรอว่ามีผู้ฝึกพลังมารมาร่วมงานด้วยน่ะ”
“อย่าไปทำตัวเป็ศัตรูกับชายในผ้าคลุมคนนั้นเลยครับนายน้อย…อนาคตเขาอาจจะเป็สหายที่นายน้อยคอยอวดหมายจับให้แก่กันก็ได้นะครับ”
“... อ้าาาาาาาาาาาาาาาา”