
เครดิตภาพจาก https://unsplash.com
สาวลาตินยังคงควบม้าอย่างต่อเนื่องแม้จะเคลื่อนไหวไม่เร็วนัก แต่ก็มีความชำนาญ จึงโยกย้ายส่ายสะโพกได้ถูกจังหวะจะโคน
เวลาผ่านไปได้ไม่กี่นาทีสงครามรักก็เริ่มทวีความรุนแรง ทำให้อานนท์แทบจะหัวใจวาย ด้วยต้องเผชิญกับสิ่งที่หยั่งไม่ถึงใบหน้าคมของสาวสวยจึงเชิดสูง พร้อมสะบัดไปมา ทำให้เส้นผมยาวสลวยพลิ้วไสวไม่นาน การเดินทางของทั้งสองก็ถึงจุดจบ
“ อ้า……มิสเตอร์อานนท์คุณช่างสุดยอดเหลือเกิน ”
ทีแรก อานนท์คิดว่านี่จะเป็นเพียงการเสพสุขแบบปกติ แต่วินาทีต่อมาความคิดของเขาก็พลันเปลี่ยนไป ด้วยสาวลาตินได้ชะโงกหน้าเข้ามาซุกซอกคอ ก่อนจะ……กัดไปที่เนื้ออ่อนแบบเต็มคำ
“ อ้าก…….” ความเจ็บปวดวิ่งเเล่นไปทั่วร่างอนุสติแรกของอานนท์คือ….สะบัดหลุดจากหญิงประหลาด แต่พอขยับ ก็ถูกอีกฝ่ายกดทับแม้กระทั่งสองแขนยังไร้อิสระ เพราะถูกสาวปริศนาตรึงด้วยสองมือ
“อั้ก….ปะ..ปล่อย….” น้ำเสียงของอานนท์เริ่มขาดห้วง ดวงตาก็พร่ามัว แถมกำลังกายยังถดถอยและสิ่งสุดท้ายที่หนุ่มหล่อได้เห็น ก่อนสติจะดับวูบไป ก็คือ……..
ภาพสาวลาตินที่แสยะยิ้มให้เขาใบหน้าสวยคมผิวน้ำผึ้งแปรเปลี่ยนเป็นชั่วร้ายและขาวซีด ดวงตาก็แดงก่ำแต่ที่น่ากลัวสุดเดชก็คือ…..เขี้ยวยาวที่โผล่ออกมาจากปาก ซึ่งอ้ากว้างแน่นอนว่ามีคราบโลหิตสีแดงสดติดอยู่ ทำให้เธอดูเหมือนปีศาจร้ายจากขุมนรก
“ หึ หึหึ ลาก่อน มิสเตอร์อานนท์ ”
…………………..
เก๋รู้สึกว่า…..บรรยากาศภายในร้านนั้นอบอวลไปด้วยไออุ่นทุกสิ่งช่างดูโรแมนติก ด้วยมีเพลงคลาสสิคคอยขับกล่อม ย้อมให้ห้องกว้างที่อึมครึมมีชีวิตชีวาขึ้นแต่ที่สำคัญสุดคือ…..บุรุษผู้นั่งเคียง
ชายหนุ่มผู้นั้นคือสเตฟาน หลุยส์ ใบหน้าที่เรียวยาวของเขาแย้มยิ้มน้อยๆอันชวนให้เหล่าแม่ยกชื่นใจ ดวงตาคมเปล่งประกายประมาณว่ามีหยาดน้ำใสแฝงตัวอยู่ในนั้น
เก๋มองคู่ควงชั่วคราวได้ไม่เต็มสองตา เพราะชอบเสไปทางอื่นใบหน้าขาวนวลแปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ
“อะไรกัน ทำไมเราถึงรู้สึกปั่นป่วนแบบนี้ ”
แน่นอนว่าสาวสวยไม่มีทางเข้าใจตัวเองเพราะความรู้สึกประหลาดที่กัดกร่อนจิตใจ มันคล้ายคลึงกับรักแรกสมัยวัยเยาว์แต่ก็มีเหตุให้ชวนสงสัยว่า……เธอรักคนๆนี้ตอนไหน
“เป็นไปไม่ได้ ถึงสเตฟานจะหล่อยังไง ชั้นก็ไม่น่าใจง่าย แถมตอนนี้ชั้นก็ยังคบอยู่กับหรั่ง ”
ถึงตรงนี้ เก๋ก็เริ่มคลายอารมณ์พิศวาสต่อสเตฟานลงบางส่วนเพราะไม่อยากได้ชื่อเป็น….วันทองสองใจ แต่ทันทีที่นึกถึงวีรกรรมที่หรั่งเคยกระทำ สาวสวยก็เริ่มปล่อยตัว
“ทีหรั่งยังเจ้าชู้ หาเศษหาเลยกับหญิงอื่นได้ แล้วทำไม ชั้นจะทำบ้างไม่ได้ ”
ความคิดดังกล่าว ดลบันดาลให้เก๋อยากลองใฝ่ต่ำ และบางที ถ้าสเตฟานดีจริงก็อาจยกให้เขาเป็นคนรักแบบถาวร จึงเปลี่ยนอิริยาบถเป็นชม้ายชายตา พร้อมเอ่ยชวนเบาๆ
“เพลงต่อไปน่าจะถูกใจของชั้น ไม่ทราบว่าคุณพอจะให้เกียรติ…..” แต่สาวสวยพูดไม่ทันจบสเตฟานก็ชิงตอบ
“ยินดีครับ เพราะ What a Wanderful World เป็นเพลงโปรดของผมเหมือนกัน ”
สิ้นคำของสเตฟาน เสียงอินโทรที่เชื่องช้าและแฝงแววเศร้าสร้อยก็ดังกังวานจากวงดนตรีคลาสสิก ซึ่งเก๋ก็พบว่ามันเป็นเพลง Whata Wanderful World จริงๆ ด้วยจดจำทำนองนี้ได้อย่างขึ้นใจจึงร้องถามโดยเร็ว
“นะ…นี่มัน คุณรู้ได้ไงว่าวงดนตรีจะบรรเลงเพลงนี้ ”
“ หึ หึหึ ก็ผมเป็นผู้วิเศษยังไงล่ะครับ ” สเตฟานตอบพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือออกมา ประมาณจะเชื้อเชิญ
“เชิญเจ้าหญิงของผมมาวาดลวดลายบนฟลอร์ได้แล้ว ไม่เช่นนั้น เพลงโปรดจะจบก่อนนะ ”
เก๋รู้สึกแปลกใจ หนุ่มอิตาลีทำได้ไง มันดูราวกับเขาจะล่วงรู้อนาคตและจิตใจของคู่สนทนา
“เหมือนสเตฟานจะอ่านใจของเราได้ เพราะนี่คือเพลงที่เราชื่นชอบ ในยามเล่นเปียโน ”
“ว่ายังไงครับ ท่อนแรกจะจบแล้วนะ ” สเตฟานเร่งเร้า แต่บนใบหน้ายังอุดมไปด้วยรอยยิ้ม
ด้วยเหตุการณ์ที่พาไป เก๋จึงยอมลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปที่กลางฟลอร์เพื่อเต้นรำกับหนุ่มหล่อ
“อื้อ…..” ใบหน้าของสาวสวยเริ่มแดงระเรื่อยิ่งขึ้น เมื่อถูกสองมือของสเตฟานโอบกอดอันเป็นสัมผัสที่อบอุ่น แต่เธอก็ไม่ยอมมองหนุ่มหล่อเเบบเต็มตาทั้งที่สองพักตร์แทบจะแนบชิดกัน
แม้สเตฟานจะจ้องใบหน้าของคู่เต้นรำเพียงฝ่ายเดียว แต่เขาก็ยังดูเปี่ยมสุขซึ่งก็ควรจะเป็นเช่นนั้น ด้วยผู้ที่อยู่ในอ้อมอกนั้นคือ……พริตตี้สาวที่สวยระดับดารา
เพลงคลาสิกบรรเลงไปเรื่อยๆ ถึงจะมีเพียงเสียงไวโอลินคลอกับเปียโนและไร้ซึ่งเนื้อร้องใดๆ แต่ถ้าผู้รับฟังได้ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามกระแสของมันก็จะพบกับความดื่มด่ำทางอารมณ์ จวบจนถึงช่วงท้าย เท้าของพริตตี้สาวก็พลันสะดุด
“ ว้าย…..”
ด้วยปฏิกิริยาที่ว่องไว ทำให้สเตฟานพุ่งเข้าไปคว้าตัวได้ทัน สาวสวยเลยรอดพ้นจากการร่วงหล่นลงสู่พื้นแต่ก็เสียศูนย์เล็กน้อย
“ขะ…ขอโทษค่ะ ชั้นนี่ซุ่มซ่ามจังเลย ”
ทันทีที่สิ้นคำ เก๋ก็เผลอเงยหน้าขึ้นสบตา จึงพบกับพ่อเทพบุตรจากแดนมักกะโรนีแบบเต็มเปาเลยประจักษ์กับดวงตาหวานซึ้งสีฟ้าอ่อน และใบหน้าใสสะอาดริมฝีปากเล็กบางแย้มยิ้มอบอุ่น
“อ้า…..ขะ…เขาหล่อจังเลย ” เก๋อุทานออกมาเบาๆจนแทบไม่ได้ยินดวงตาคู่งามแลเคลิบเคลิ้ม สเตฟานจึงก้มหน้าเข้ามาใกล้ เพื่อหวังจะประทับรอยจูบบนริมฝีปากแต่ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะประสานกายใจ ก็บังเกิดเหตุอัศจรรย์
“ เอ๊ะ!” เก๋รู้สึกตัวในวินาทีสุดท้าย ก่อนจะผลักสเตฟานออกไป พร้อมร้องห้ามเบาๆ
“ ไม่ได้สเตฟาน เราเพิ่งรู้จักกัน แถมชั้นยังมีแฟนแล้ว คุณไปซะเถอะ ”
สเตฟานดูเหวอเล็กน้อย คิ้วดกดำขมวดนิ่ว เป็นเชิงฉงน แต่ไม่นานใบหน้าอันหล่อเหลาก็พลันกลับมาแย้มยิ้มอีกครั้ง จากนั้นก็พึมพำเบาๆ
“ยอดเยี่ยมมาก เธอมีจิตใจที่กล้าแข็ง ขนาดโดนมนต์สะกดของข้าเข้าไปยังประคองสติเอาไว้ได้ ”
“ เอ๊ะ!คุณพูดว่าไงนะ ” สาวสวยได้ยินไม่ชัด เลยเอ่ยถาม แต่สเตฟานกลับเฉไฉไปเรื่องอื่น
“ถึงคุณจะไม่พร้อมในตอนนี้ แต่ผมก็จริงใจกับคุณนะ ”
รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นและน้ำคำที่นิ่มนวลของหนุ่มหล่อ ย่อมทำให้หัวใจของเก๋สั่นไหวอย่างมากมายแต่เธอก็เข้มแข็งพอจะยืนกระต่ายขาเดียว
“ ไม่ค่ะถึงคุณ….เอ่อ….จะดีแค่ไหน ตะ…แต่หัวใจของชั้น ปะ…เป็นของ….”
“หัวใจดวงนั้นเป็นของหรั่งแต่เพียงผู้เดียว ” สเตฟานต่อให้จนจบ ใบหน้าหล่อเหลาแลเครียดด้วยทุกสิ่งไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการ
“อะ..เอ่อ….ใช่ค่ะ แต่…เอ….คุณรู้ชื่อแฟนของชั้นได้ยังไง ” เก๋เริ่มสงสัยนับว่าเป็นสาวที่มีไหวพริบ ปฏิภาณ
“ก็คุณเพิ่งบอกชื่อของนายหรั่ง ในตอนที่เรานั่งคุยกันไง ” สเตฟานตอบแบบไม่ลังเล
เก๋พยายามทบทวนอยู่หลายอึดใจแต่ก็นึกไม่ออกว่าได้ประกาศชื่อของแฟนหนุ่มตอนไหน จึงปฏิเสธเสียงแข็งท่าทางดูหวาดระแวง
“ไม่จริง ชั้นจำได้ว่ายังไม่ได้บอกเรื่องนี้ คุณเป็นใคร ต้องการอะไร จึงลอบตามชั้นมาแบบนี้”
“ หึ หึ หึ ยอดเยี่ยมจริงๆ สาวน้อย ข้าชักชอบแล้วสิเพราะไม่เคยเจอใครที่สติดีเท่าเจ้ามาก่อน ” สเตฟานตอบกลับ ดวงตาเปล่งประกายแวววาวประดุจมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่ในนั้น
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
