ตอนที่ 2 (7)
...แต่ที่น่าแปลก
พวกเขาพูดกันอย่างชัดเจนว่าจะทำอาหารให้แค่สองเดือนเท่านั้น แต่นี่ก็สามเดือนกว่าเข้าไปแล้ว หร่วนจือหวนก็ยังคงอยู่ในห้องครัวของฉินเฟิงอยู่เลย
ก็ไม่มีทางเลือก ฉินเฟิงมักจะอาศัยข้ออ้างสารพัดเพื่อยัดเยียดเงินให้เขา บ้างก็พูดว่าวันนี้ทำกับข้าวให้เยอะขึ้นหน่อย บ้างก็พูดว่าราคาของแพงขึ้น หรือบางทีก็พูดว่าซูเปอร์มาร์เกตระดับสูงที่อยู่ใกล้ๆ ถูกเผาไปแล้ว หร่วนจือหวนไม่สามารถเถียงอีกฝ่ายได้ จึงทำได้แค่รับเงินเอาไว้ด้วยสีหน้าที่โง่เขลา และยอมรับการยืดระยะเวลาการเป็พ่อครัวออกไปแบบเงียบๆ
เพียงแต่ว่า ทำอาหารก็ส่วนทำอาหาร ฉินเฟิงเองก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดที่ว่าพอเขาทำอาหารเสร็จก็ไล่กลับทันที ทุกครั้งเขาจะรั้งตัวหร่วนจือหวนไว้เพื่อให้มากินอาหารด้วยกัน เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็เริ่มเกิดความเคยชินว่าทุกวันศุกร์เขาต้องไปทำความสะอาดบ้านรวมถึงทำกับข้าวด้วย ส่วนอีกฝ่ายก็มักจะคุ้นชินกับการทิ้งทุกนัดหมายในวันศุกร์เพื่อกลับไปกินข้าวที่บ้าน
การเปลี่ยนแปลงของฉินเฟิงนั้นไม่ได้หยุดเพียงแค่นี้ และหลังจากที่เขาอัดเสียงเพลงอันน่าะเืขวัญอย่างติ๊งติ๊งจื่อของหร่วนจือหวนได้สำเร็จ เมื่อเขาล้มตัวนอนลงบนเตียงขอเพียงแค่เปิดฟังเพลงก็สามารถหลับได้อย่างสบายใจ...แม้ว่าทุกครั้งที่เขาฟังเพลงนี้จะรู้สึกว่ามันทำลายโสตประสาท แต่เขาก็เริ่มเรียนรู้เทคนิคการตัดต่ออย่างจริงจัง เพื่อตัดท่อนเพลงนั้นให้กลายเป็บันทึกเสียงสั้นยาวแตกต่างกัน จะได้เอาไว้เปิดฟังในเวลาที่แตกต่างกันไป
การที่ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงแบบนี้ แน่นอนว่าผีรอบตัวของเขาย่อมต้องมีผีตนแรกที่สังเกตเห็น อย่างเช่น ป๋ายเจาหนานที่สังเกตเห็นเขาในทุกวันศุกร์
“ขอบอกนายอีกครั้ง วันนี้ฉันไม่ไปงานเลี้ยงครบรอบหรอกนะ”
ภายในห้องทำงาน ฉินเฟิงเหลือบมองไปที่นาฬิกาแล้วเห็นว่าเหลือเพียงไม่กี่นาทีก็จะเลิกงานแล้ว และเมื่อเห็นปฏิทินตั้งโต๊ะที่เขียนว่า ‘วันนี้วันศุกร์’ เขาก็ปล่อยเ้านายที่แสร้งว่ากำลังทำงานแต่ที่จริงแอบเล่มเกมมือถือไปอย่างง่ายดาย แล้วเปลี่ยนเป็กล่าวเตือนอีกฝ่ายแทน
ถึงการบีบบังคับให้ป๋ายเจาหนานทำงานจะเป็เื่ที่สนุกมาก แต่ตอนนี้เขาอยากกินข้าวของหร่วนจือหวนมากกว่า ฉะนั้นตอนนี้ไม่ได้มีเวลามาพิรี้พิไรกับผีหนุ่มตัวเหม็นผู้นี้อีกแล้ว
พอคิดถึงฝีมือการทำอาหารของหร่วนจือหวนแล้ว เขารู้สึกยินดีที่ตัวเองสามารถวางแผนรั้งตัวอีกฝ่ายไว้ทำกับข้าวได้ ความรู้สึกของการได้เสพสุขทางรสชาติอย่างอิ่มเอมเช่นนั้น ทำเอาเขาเกือบหลุดปากคิดอยากจะให้อีกฝ่ายลาออกจากงานมาเป็พ่อครัวให้เขาอยู่หลายครั้ง...และทุกครั้งที่ความคิดนี้ลอยขึ้นมา เขาก็จะรู้สึกว่าสาเหตุที่ตัวเขาไม่เคยเป็นักชิมมาก่อนนั้น คงเป็เพราะรสชาติอาหารที่อร่อยถูกปากตัวเองยังไม่เคยปรากฏมาก่อน
“อ้อ นายไม่ไป...อะไรนะ” ป๋ายเจาหนานที่เอาแต่สนใจบอสที่อยู่มือถือ เดิมทีเขาจะเอ่ยปากตอบไปส่งๆ เท่านั้น ทว่า ตอนที่เนื้อหาของประโยคนี้ตีกระแทกเข้าสู่ในสมองของเขาช้าไปหลายจังหวะ เขาพลันละสายตาจากการไล่ตีบอสในทันที จากนั้นก็เงยหน้าเอ่ยอย่างตกตะลึงว่า “เื่ใหญ่ขนาดนี้ นายเพิ่งจะมาบอกฉันตอนนี้เนี่ยนะ”
“ฉันเคยบอกนายไปแล้ว” ฉินเฟิงกวาดตามองไปที่ป๋ายเจาหนานอย่างเ็า พลางเอ่ย “ก็ตอนที่นายติดอยู่ในด่าน ‘ตำนานแห่งแสง’ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเป็รอบที่ยี่สิบสองนั่นไง”
“ฮ่าๆๆ...นี่ฉันลืมอีกแล้วสินะ” ป๋ายเจาหนานรู้สึกผิดเล็กน้อยพลางกระแอมไอแล้วเอ่ยว่า “แล้ววันนี้นายมีเื่อะไรเหรอ”
“เหมือนว่าฉันจะเคยบอกนายไปแล้วว่า ฉันมีธุระทุกวันศุกร์ ใช่แล้ว เื่นี้ฉันก็เคยพูดตอนที่นายติดอยู่ในด่านของ ‘เพลิงพิโรธฮองเฮา’ รอบที่แปดนั่นเหมือนกัน” ฉินเฟิงเอ่ยตอบ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการดูถูก สำหรับผีที่ติดด่านในเกมเหมือนกิจวัตรประจำวันเช่นนี้ เขาแค่ไม่ได้เหยียดหยามอีกฝ่ายไปตรงๆ ก็ถือว่าดีมากแล้ว
“ทุกวันศุกร์นายมีธุระอะไร” ป๋ายเจาหนานเผยท่าทางที่ดูซักไซ้ไล่เลียงออกมา เขาค้นพบมานานแล้วว่าทุกวันศุกร์ฉินเฟิงมักจะเลิกงานตรงเวลาจนผิดปรกติ แถมใบหน้ายังดูซับซ้อนราวปีศาจ ทว่าในเมื่อฉินเฟิงไม่พูด เขาเองก็ไม่กล้าเอ่ยปากถามจากคนที่ดุเช่นนี้ด้วยตนเองเหมือนกัน
“ฉันจะไปนั่งสมาธิทุกวันศุกร์” ฉินเฟิงยิ้มเยาะ เขาใช้แววตาที่ยั่วยุมองไปยังป๋ายเจาหนาน ซึ่งเขียนความหมายเอาไว้ชัดว่า ‘ฉันกำลังหลอกนาย ผีที่เข้างานแต่ไม่ยอมทำงานอย่างนายกล้ามีความเห็นอย่างนั้นหรือ’
แน่นอนว่าย่อมไม่กล้าอยู่แล้ว
ป๋ายเจาหนานลูบจมูกตัวเอง พลางเอ่ยด้วยท่าทางที่น่าสงสาร “ฉินเฟิง นายเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้นายไม่เคยปล่อยให้ฉันไปเจอตาแก่ตายยากพวกนั้นคนเดียวเลย...ฮือๆๆ อีกเดี๋ยวฉันก็ต้องอยู่คนเดียว มันเหงามาก...”
“ตาแก่ตายยากพวกนั้นไม่มีปัญญาสร้างปัญหาอยู่แล้ว” ตอนที่เข็มนาฬิกาเดินมาถึงเวลาเลิกงาน ฉินเฟิงก็ปิดคอมพิวเตอร์อย่างตรงเวลาพลางเอ่ยอย่างเรียบเฉย “วางใจเถอะ เพราะว่าฉันไม่ได้ไป ชุยเย่ว์เลยจะมาแทน เท่านี้นายก็ไม่เหงาแล้วล่ะ”
“ดูลูกไม้ของนายสิ!” ป๋ายเจาหนานรีบด่าเขาทันที เขาโทรหาชุยเย่ว์ไปด้วย พลางด่าฉินเฟิงโดยไม่แม้แต่จะหันศีรษะมามองไปด้วยว่า “นายทำแบบนี้ได้ยังไง ชุยเย่ว์ของฉันไม่มีทางไปเจอพวกตาแก่ตายยากนั่นหรอก!”
การะโด่าของป๋ายเจาหนานไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากฉินเฟิงเลย กลับกัน เขาลอยตรงออกไปจากห้องทำงานทันที ไม่ว่าเ้านายของเขากับคู่ครองจะจัดการงานเลี้ยงครบรอบอย่างไร ก็ไม่ใช่เื่ที่ตัวเขาจะต้องกังวลในตอนนี้