ตอนที่สิบหก
“ไปถ่ายรูปกับครูพละกันเถอะ” ทันทีที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อนๆ มินก็เอ่ยขึ้นอย่างกระดี้กระด้าเหมือนกับรอเวลานี้มานาน
“เก็บอาการหน่อยมิน” เดปจับไปที่หัวมินแล้วพูดขึ้น มินได้แต่ฉีกยิ้มแห้งให้อย่างกลัวๆ เพราะท่าทีของเดปเตรียมพร้อมจะง้าบหัวมินอยู่แล้ว
“โถ้ เดปอะ ขอวันหนึ่งน่ะ” มินทำสายตาอ้อนวอน พร้อมยกมือขึ้นประกบกันเชิงขออนุญาต เดปมองหน้ามินอยู่พักหนึ่งแล้วพยักหน้าตอบรับ
“ว่าแต่แทนจะย้ายไปเรียนที่นู้นจริงๆ เหรอ แบบนี้ก็ไม่ได้เจอกันแล้วสิ”
“ได้เจอสิมิน คิดถึงก็แค่ไปหา” เื่ที่ผมจะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด นอกจากครูพละก็มีแค่มินกับเดปนี้แหละที่รู้
“ไกลขนาดนั้น จะไปยังไงกันละ แทนนั่นแหละต้องมาหาเรา”
“คนข้างหลังพร้อมจะพามินไปทุกที่เลยนะ ไม่คิดแบบนั้นเหรอ” ผมขยับเข้าไปใกล้กระซิบที่หูมินเบาๆ
“แทนอะ พูดบ้าอะไรก็ไม่รู้” มินเอ่ยขึ้นอย่างอายๆ พร้อมกับเดปที่ยกมือขึ้นคล้องคอมินไว้แล้วพยักหน้าให้
“เอ๋ ครูไม่อยู่นี่หน่า” เมื่อเดินมาถึงยิมสามสถานที่ ที่คิดว่าครูพละน่าจะอยู่แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาหรือครูยังไม่ออกมาจากห้องประชุมกันนะ
“งั้นกลับกันดีหรือเปล่า บางทีครูอาจจะอยู่แถวห้องประชุมก็ได้” ผมเอ่ยชวนออกไปเพราะคิดว่าอยู่รอไปก็คงไม่มีประโยชน์ อีกอย่างพ่อกับน้องก็น่าจะมาถึงกันแล้ว
“แทนไม่รู้จริงๆ เหรอ ทำไมเราถึงชวนมานี่” ผมเลิกหน้ามองพลางส่ายหน้าตอบกลับไป
“ก็เพราะเราคิดว่าแทนไม่โอเคที่เห็นเหนืออยู่กับวิวไงละ” ประโยคถัดมาของมิน ทำให้ผมต้องพยักหน้ารับแล้วยิ้มแห้งให้ อุตส่าห์ไม่นึกถึงเหนือแล้วเชียว เฮ้อออออ
“อ้าว มาทำไมกัน” แต่ในจังหวะที่หันหลังจะเดินกลับกัน ครูก็มาหยุดลงตรงหน้าพอดี
“มาถ่ายรูปกับครูครับ ว่าแต่ข้างหลังใครครับครู” มินรีบตอบกลับพลางยิ้มให้ครูอย่างเขินๆ ก่อนจะเบือนสายตามองไปที่คนยืนซ้อนหลังครูด้วยสีหน้ากรุ่มกริ่ม
ผมเห็นสีหน้าที่เดปมองมินแล้ว ได้แต่เอื้อมมือไปสะกิดมินเบาๆ เพื่อบอกให้มันเลิกส่งสายตาแทะโลมแฟนครูได้แล้ว ไม่งั้นเดปคงได้ง้าบหัวมันเข้าจริงๆ
“อ้อ เพื่อนครูนะ” ครูเอี้ยวตัวมองคนด้านหลังเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับ ผมมองครูแล้วยิ้มเจื่อนๆ ให้หลังจากได้ฟังคำตอบ สายตาคนด้านหลังที่มองครูอยู่แทบไม่ได้แตกต่างจากสายตาเดปที่มองมินอยู่เลย
“งั้นพวกเราขอถ่ายรูปกับครูกับเพื่อนครูด้วยได้หรือเปล่าครับ” ผมกับเดปหันมองหน้ามินแทบจะพร้อมกัน ใช้คำว่าพวกเราแต่ไม่ถามความเห็นกันสักนิด
“เอาสิ” ครูตอบก่อนจะเดินเข้ามาคล้องคอผมไว้ พร้อมกับแฟนครูที่เดินตามมา มินยกมือถือขึ้นมาถ่ายและเดปยืนซ้อนหลัง เท่ากับว่ารูปที่ได้จะเป็มินเดป ผม ครูและแฟนครู ที่ดูเหมือนว่าผมเป็ส่วนเกินของทั้งสองคู่ไม่มีผิด
“ขอบคุณครับครู” หลังจากถ่ายรูปเสร็จก็พูดคุยกันเล็กน้อยมินเอ่ยขอบคุณทั้งสองไปพร้อมผมกับเดปที่ก้มหัวให้
“โชคดีกันนะ ขอให้พวกเธอใช้ชีวิต่มหาลัยให้สนุกๆ ละ” ครูโบกมือลาพร้อมอวยพรให้พวกเขา ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป
“สวัสดีครับพ่อ รอนานมั้ยใจ” ผมเลือกที่จะไม่กลับเข้าไปแถวห้องประชุม หลังจากถ่ายรูปกับครูเสร็จก็เดินมาหน้าโรงเรียนเลย มินกับเดปเลยขอเดินมาส่งด้วย
“เพิ่งมาถึงค่ะ ว่าแต่สองคนนั้นใครเหรอคะ” น้องใจตอบกลับก่อนจะมองข้ามหัวผมไปด้านหลังพลางเอ่ยถามขึ้น
“เพื่อนนะ นี่มิน ส่วนคนนี้เดป” ผมแนะนำทั้งสองให้น้องได้รู้จัก น้องใจพยักหน้ารับแล้วก้มหัวให้ทั้งสอง ก่อนจะเข้าไปเกาะแขนทั้งสองไว้แน่น ผมมองการกระทำของน้องแล้วได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ให้
“พ่อแทนเหรอ” มินชี้ถามคนที่กำลังกอดอกมองพวกเขาอยู่ด้วยความเอ็นดู พอผมพยักหน้าตอบรับมินกับเดปก็ก้มหัวลงพร้อมกล่าวทักทาย
“สวัสดีครับคุณพ่อ”
“ไหว้พระเถอะลูก” พ่อพยักหน้าแล้วยิ้มให้ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ผู้ใหญ่ชอบพูดกันเวลามีเด็กๆ ทักทาย
“พ่อเป็พระเหรอคะ” คำพูดของใจ ทำให้ทั้งสองอมยิ้มขึ้นแล้วก้มมองน้องด้วยความเอ็นดู
“ใจปล่อยมือจากพี่เขาก่อนมั้ย ใจน้องสาวกู” ผมรีบท้วงขึ้นเมื่อสีหน้าเดปดูเหมือนจะไม่โอเคที่น้องใจเกาะแขนไว้แบบนั้น เดปยกมือขึ้นเหมือนจะบอกว่าไม่เป็ไร เมื่อน้องใจไม่ยอมปล่อย ผมเลยแนะนำน้องให้ทั้งสองรู้จัก
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องใจ” มีเพียงมินคนเดียวที่ตอบกลับแล้วก้มลงไปยิ้มให้น้องอย่างเอ็นดู ส่วนเดปก็แค่พยักหน้าให้อย่างเคยๆ
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ เสียดายจังนะคะที่ใจจะต้องย้ายไปที่อื่นแล้ว ไม่งั้นจะชวนไปทานข้าวที่บ้าน พี่แทนทำอร่อยอย่างนี้”
น้องใจเหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่าเดปไม่โอเคที่น้องแตะต้อง รีบปล่อยมือจากเดปแล้วหันไปเกาะมินไว้ทั้งสองมือแทน พร้อมสาธยายเื่ของผมให้มินฟังอย่างชอบใจ
“นั่นสิครับ ถ่ายรูปกันสักหน่อยมั้ยหรือว่ารีบไปกัน” ผมพยักหน้าตอบรับในสิ่งที่มินถาม กำลังจะพูดเสริมขึ้นแต่น้องใจชิงตอบไปสะก่อน
“ไม่รีบค่ะ แต่ไวๆ หน่อยก็ดี”
“จัดไปครับ” พ่อเดินมายืนใกล้กัน ก่อนที่มินจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่าย หลังจากถ่ายเสร็จพ่อก็เดินเข้าไปรอในรถก่อน เพื่อให้ผมได้ร่ำลาเพื่อนๆ
“โชคดีนะแทน อย่าลืมตอบแชทเราด้วยนะ เพราะเราจะส่งรูปไปให้ทางแชท” มินเอ่ยขึ้นแล้วชี้ที่มือถือตัวเอง
“อืม ไปนะ” ผมตอบกลับพร้อมก้าวขาเข้าไปในรถ ก่อนจะหันออกไปยิ้มให้ทั้งสองอีกครั้งแล้วปิดประตูลง
“แล้วเจอกันใหม่นะคะพี่ๆ”
“คร้าบบ โชคดีนะครับน้องใจ”
“มีอะไรเหรอครับพ่อ” ผมเลิกหน้าถามขึ้น เมื่อพ่อสตาร์ทรถมาสักพักแล้วแต่ยังไม่ยอมขับออกไปสักที
“ก็พี่แทนเอาแต่มองหาอะไรก็ไม่รู้ พ่อคงคิดว่าพี่คงจะมองหาใครหรือรอใครอยู่” ผมมองไปที่น้องอย่างแปลกใจ ผมเนี่ยนะมองหาอะไรอยู่ ทำไมไม่เห็นรู้ตัวเลย
“รู้มากจริงๆ เด็กคนนี้” พ่อจับไปที่หัวของลูกสาวแล้วเอ่ยขึ้นอย่างที่ชอบทำเป็ประจำ ก่อนจะหันมองผมด้วยความเป็ห่วง
“ก็หนูลูกพ่ออะ” น้องจับมือพ่อออกจากหัวก่อนจะยิ้มแฉ่งให้
“ไปกันเถอะครับพ่อ” ผมเอ่ยชวนขึ้นเมื่อรู้สึกว่าถ้าออกช้ากันกว่านี้ อาจจะไปถึงจุดหมายปลายทางล่าช้าก็ได้
“อ้าวพี่แทนไม่ได้รอเจอพี่เหนือเหรอคะ”
ได้ยินสิ่งที่น้องใจพูดผมก็ได้แต่ถอนหายใจ ทั้งที่พยายามจะไม่นึกถึงเหนือแล้วแท้ๆ กลับกลายเป็ว่ามีคนพูดนึกถึงอยู่ได้
“ไม่ได้รอใครหรอกใจ รีบไปกันเถอะครับพ่อ เดี๋ยวจะถึงช้าเอานะ” ถึงใจจริงยังแอบหวังว่าจะได้เจอหน้าเหนือสักนิดก่อนไปก็เถอะ แต่มันจะมีประโยชน์อะไร เจอหรือไม่เจอก็ไม่ต่างกันอยู่ดี
“เอางั้นเหรอ” พ่อหันมาถามย้ำขึ้นอีกครั้ง ผมเลยยิ้มกว้างให้แทนคำตอบ
“ออกเดินทางกันเลยค่ะพ่อ แล้วเจอกันใหม่นะเมืองหลวง” น้องใจหันไปบอกพ่อแล้วเบือนหน้ามองออกไปด้านนอก พร้อมยกมือขึ้นโบกไปมาเพื่อบอกลา
...
“มีอะไรเหรอวะเหนือ” ซันเอ่ยถามขึ้นเมื่อเหนือขอตัวแยกจากกลุ่มเพื่อนบอกจะไปเข้าห้องน้ำ เขาเลยตามออกมาด้วย แต่เหนือกลับเร่งรีบเดินออกไปหน้าโรงเรียนสะงั้น
“เปล่า” เหนือหันมาตอบกลับหน้าตาย แต่น้ำเสียงไม่ใช่อย่างนั้นเลย
ซันจ้องหน้าเหนืออย่างแปลกใจ พอเห็นเดปกลับมินเดินตรงมาทางที่พวกเขายืนอยู่ ก็พอจะเข้าใจขึ้นมาทันที
“มึงมีปัญหาอะไรกับพวกนั้นหรือเปล่า” ซันเห็นเหนือจ้องเดปด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาเลยเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง เหนือคงไม่ได้มีเื่ผิดใจอะไรกับเดปหรอกใช่มั้ย
“กลับเข้าไปข้างในกันเถอะ” เหนือไม่ได้สนสิ่งที่ซันเอ่ยถาม รู้ตัวดีว่าอยู่ตรงนี้ไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไร เลยชวนซันกลับเข้าไปในหอประชุมที่มีเหล่าเพื่อนๆ รอกันอยู่
“กูว่ารอคุยกับเดปก่อนดีกว่า มันมานู้นแล้ว” เหนือถอนหายใจลาวยาวพลางเบือนหน้ามองไปที่เดปด้วยความกระอักกระอ่วนใจ เพราะเดปอาจทำให้สิ่งที่เขาพยายามมาทั้งหมดพังทลายลงไปในพริบตา
“ปล่อยมันไปเถอะ ในเมื่อมึงไม่เลือกมันเอง” เดปเดินมาหยุดตรงหน้าพร้อมเอ่ยขึ้นลอยๆ สิ่งที่เดปพูดเป็สิ่งที่เหนือรับรู้อยู่แก่ใจว่าเป็เื่อะไร
เหนือยกยิ้มขึ้นมุมปากเล็กน้อย คิดไว้อยู่แล้วว่าเดปต้องพูดอะไรเกี่ยวกับเื่แทนแน่นอน เพราะเดปเป็คนเดียวที่รับรู้เื่ของเขากับแทนมาั้แ่แรก อยู่หน้าคนอื่นเดปแสร้งทำเหมือนว่าไม่ชอบแทนไม่ต่างจากคนอื่น แต่พออยู่กันแค่สองคนกลับเชียร์ให้เขาทำตามใจตัวเอง คิดยังไงกับแทน รู้สึกยังไงกับแทน ก็แค่ทำตามความ้าไม่จำเป็ต้องสนใจใคร
แต่สิ่งที่กำลังเกิดอยู่ตอนนี้ เป็สิ่งที่เขาเลือกด้วยตัวเองทั้งนั้น แล้วเขาจะทำอะไรได้
“มันพูดอะไรของมันวะ” ซันมองตาเดปไปแล้วเลิกหน้าถามขึ้นด้วยความมึนงง
“ไม่มีอะไร ไม่ต้องไปสนใจหรอก” ซันเลิกหน้ามองบนหลังจากได้ฟังคำตอบของเหนือ จะไม่ให้สนใจก็ยังไงอยู่ ไม่ใช่เื่เหนือกับเดปแต่เป็เื่เดปกับมิน ทำไมทั้งสองถึงได้ตัวติดกันขนาดนั้น ทั้งที่บอกจะไปจัดการ สภาพแบบนี้โดนจัดการสะเองแล้วมั้ง
“พวกมึงไปไหนกันมาวะ” ทันทีที่เหนือกับซันกลับมาในห้องประชุมเป้ก็เอ่ยถามขึ้น
“ถามมันแล้วกัน” ซันโยนให้เหนือแล้วเดินไปคุยกับอายแทน เพราะดูจากสีหน้าทั้งสองแล้ว คงมีเื่ต้องเคลียร์ใจกันแน่
“ว่าไงเหนือ” เป้ถามขึ้นอีกครั้ง เื่ของเหนือที่กวนใจเขาสุดๆ คงไม่พ้นเื่แทน
“เหนือเราไปก่อนนะ แม่มารับแล้ว” วิวเข้ามาสะกิดเหนือที่เอาแต่จ้องหน้าเป้อยู่เงียบๆ เพื่อบอกลา เหนือทำแค่เพียงหันไปพยักหน้าให้แล้วหันกลับมามองเป้อีกครั้ง
“กับเธอไม่ได้คบกันจริงๆ สินะ” เหนือลอบถอนหายใจพลางเบือนหน้าไปทางอื่น เขาเลี่ยงที่จะคุยเื่แทนกับเป้มาตลอด ก่อนจะพยักหน้าตอบรับในสิ่งที่เป้้า
“กูขอโทษแล้วกัน ที่เป็ต้นเหตุทำให้มึงเป็แบบนี้” เป้รู้ดีว่าตัวเขาผิดเต็มๆ ที่ทำให้เหนือมีสภาพแบบนี้ แต่เขาเองก็ยังยอมรับเื่แทนไม่ได้อยู่ดี
เหนือพยักหน้าตอบอีกครั้งโดยไม่พูดอะไร เห็นแบบนั้นเป้ก็ถอนหายใจออกมาไม่ต่างกัน
“เื่แทน ถ้ามึงรู้สึกยังไงกับมัน ก็ทำตามความรู้สึกมึงเลยเหนือ ไม่ต้องสนใจความรู้สึกกูหรอก ที่ผ่านมากูขอโทษจริงๆ” เป้จับไปที่ไหล่เหนือพลางชำเลืองมองเล็กน้อย
ก่อนจะเดินละออกไปหาคนที่เขารู้สึกดีด้วย คนที่เขาให้ความช่วยเหลือจนเกิดความวุ่นวายกันไปหมด ที่กำลังยืนโบกมือให้อยู่ตรงหน้า
เหนือมองตามเป้ไปอย่างรู้สึกเสียดาย เสียดาย่เวลาที่จะได้อยู่กับแทน เสียดายที่เขาเลือกทำตามเพื่อนมากกว่าทำตามความรู้สึกของตัวเอง ถ้าเขามีความกล้ากว่านี้อีกสักนิด ค้านเื่ที่กลุ่มเพื่อนๆ ลงมือทำสักหน่อย เื่แบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นใช่หรือเปล่า