บทที่ 29 พระชายาต้องการจะอาบน้ำในห้องนอน ท่านอ๋องผู้แสร้งตาบอดจึงได้แต่ห้ามปรามอย่างสุภาพ
ป้าหูโยนถุงเงินในมือขึ้นลงพลางกล่าวว่า "ยังจะมีความหมายอะไรได้อีกล่ะ? ตอนนี้คนทั้งจวน มีแต่พวกเจ้าที่ทำอาหารกินกันเอง เงินเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว!"
ซูเหวินยวนกล่าวโดยไม่เงยหน้า "คนอื่น ๆ ในจวนไม่ได้กินอาหารที่พวกเจ้าทำ เงินเพียงเท่านี้ ให้พวกเจ้าทำกินกันเอง ก็พอดีแล้ว"
ตอนนี้ยายแก่เกากำลังพึ่งพาเงินส่วนนี้ประทังชีวิตอยู่ จู่ ๆ ถูกลดลงจนแทบไม่เหลืออะไรเลย เงินเศษเล็กน้อยเพียงหยิบมือ เกรงว่าคงจะไม่ถึงสองตำลึงด้วยซ้ำ จะให้กินอะไรกัน?
"พระชายา ท่านเเป็นคนตั้งครัวเล็กขึ้นมา ทำให้ครัวหลักของพวกเราไม่มีงานทำ" ยายแก่เกาเตรียมจะโต้เถียงกับนาง
ซูเหวินยวนเงยหน้าขึ้นกล่าว "ใช่แล้ว! ตอนนี้จวนอ๋องให้เงินเดือนพวกเจ้าเปล่า ๆ ให้พวกเจ้าทำอาหารกินกันเอง! ยังจะต้องการอะไรอีก?"
ยายแก่เกาอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก
คงไม่สามารถพูดออกมาได้กระมังว่าเป็นเพราะนางให้เบี้ยหวัดน้อยเกินไป ตัวนางจึงไม่ได้ส่วนแบ่งเลย
"พระชายา เงินเพียงเท่านี้ คนในครัวไม่พอกินกันหรอกเพคะ!"
ซูเหวินยวนถามอย่างไม่เข้าใจ "ทุกวันนี้พวกเจ้ากินอะไรกัน? เท่านี้ยังไม่พออีกหรือ?"
ตามกฏเดิมวันหนึ่งพวกนางมีไก่หลายตัว กินกุ้งขาวแทนข้าวและแทบจะใช้น้ำชาล้างหน้า อย่างนั้นก็ย่อมไม่พออย่างแน่นอน
เย่ซานเตือนว่า "แต่ก่อนท่านก็เป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือ ว่าอาหารในครัวนั้นก็เหมือนกับของคนรับใช้ในเรือนอื่น พวกท่านเพียงแค่ทำอาหารให้เรือนหลิงอันเผื่อไว้มากหน่อยเท่านั้น จึงได้กินของดี ๆ บ้าง"
หากตอนนี้พูดว่าเงินเท่านี้ไม่พอ ก็เท่ากับเป็นการพิสูจน์ว่าแต่ก่อนพวกนางทำอาหารให้ตัวเองกินนั่นเอง
"แต่นี่..." ยายแก่เกาถูกพูดต้อนจนจนมุม
เงินเพียงเท่านี้ หากจะให้ดื่มโจ๊กกินผักดองทุกวันก็คงจะพอ
ป้าหูถลึงตาใส่นางอย่างดุร้ายพลางกล่าวว่า
"เจ้าอย่าได้โลภมากไปเลย ตอนนี้จวนอ๋องก็เลี้ยงดูพวกเจ้าเปล่า ๆ ไม่ต้องทำงานก็ยังได้เงินเดือน ทุกวันก็แค่ทำอาหารให้ตัวเองกิน ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่ามีความสุขดีหรอกหรือ?"
ก่อนหน้านี้ได้เงินย่อมมีความสุขอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เงินถูกหักไปหมด เหลือเพียงเงินเดือนที่น้อยนิดกว่าใครเขา จะให้มีความสุขได้อย่างไร?
ยายแก่เกาคิดจะต่อรองกับซูเหวินยวนว่า เช่นนั้นอาหารสามมื้อของคนในจวน ให้ครัวของพวกนางเป็นผู้รับผิดชอบเหมือนเดิม
ยังไม่ทันจะพูดจบ ก็ถูกป้าหูด่าเสียก่อน
ป้าหูไม่เพียงแต่ด่า แต่ยังใช้มือผลักไสไล่ส่งนางออกจากหอจู๋เยว่ไปด้วย
บรรดาคนรับใช้ในจวนต่างก็พากันยืนดูเรื่องตลก คราวนี้ดีเลย ให้พวกนางได้ลิ้มรสชาติของการดื่มโจ๊กกินผักกาดขาวทุกวันดูบ้าง
ยายแก่เกาถูกป้าหูขู่จนวิ่งหนีกลับไปที่ครัวหลัก
ในครัวยังมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่ออยู่
"ป้าหู ทำได้ดีมาก รอให้พวกนางย้ายออกไป พวกเจ้าก็จะได้ใช้ครัวหลักแล้ว แถมยังกว้างขวางกว่าที่นี่เสียอีก" ซูเหวินยวนกล่าวชื่นชม
ป้าหูถามว่า "คนเช่นนี้ ไล่ตีออกไปก็สิ้นเรื่องแล้ว พระชายายังจะไปยุ่งยากกับนางทำไมเพคะ?"
ซูเหวินยวนถอนหายใจ กล่าวว่า "ไม่ยุ่งยากไม่ได้หรอก คนพวกนั้นมีที่พึ่งที่มีชีวิตอยู่จริง ข้าเพิ่งไล่ออกไป ไม่นานก็จะมีคนกล้าส่งพวกนางกลับมาอีก ข้าต้องทำให้คนพวกนี้ไม่กล้ากลับมาอีกถึงจะดี"
ในครัว ยายแก่เกาถูกคนล้อมรอบ ทั้งหมดล้วนมาเพื่อขอเบิกเงิน
นอกครัว มีกลุ่มคนรับใช้มุงดูเรื่องสนุก สภาพที่น่าสมเพชของยายแก่เกา พวกนางเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก
"ดูอะไรกัน? ว่างมากนักรึไง?" ยายแก่ต่งด่าทออย่างเกรี้ยวกราด
บ่าวรับใช้ชายคนหนึ่งหัวเราะพลางกล่าว "มาดูว่าวันนี้ครัวของพวกเจ้ากินอะไรกัน?"
"อย่าถามมั่วซั่วไป อาหารที่พวกนางกิน พวกเรากินไม่ได้หรอก! พวกเราไม่ได้มีปากอย่างนั้น!"
"ใช่แล้ว พวกนางก็เหมาะแค่กินหมั่นโถวกับผักดองเท่านั้นแหล่ะ!"
คนกลุ่มใหญ่ต่างคนต่างพูดนำคำพูดที่ยายแก่เกาและพรรคพวกเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้มาพูดคืนให้หมด
พวกเขายังคงพูดไม่หยุดหย่อน ยายแก่เกาโกรธจนวิ่งออกมา แล้วก็เกิดการทะเลาะวิวาทชกต่อยกันขึ้น
ข่าวแพร่กลับไปถึงหอจู๋เยว่ ซูเหวินยวนให้เย่ซานคอยจับตาดู ว่าฝ่ายไหนเสียเปรียบ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเข้าไปห้ามหรือไม่
ผลก็คือ คนทางฝั่งครัวหลักถูกตีจนตัวเขียวช้ำไปหมด เย่ซานก็ไม่ได้เข้าไปห้าม…
จนกระทั่งตกค่ำ ทางฝั่งครัวหลักก็ยังคงมีเสียงร้องโอดโอยไม่หยุด แต่ละคนต่างก็ทายาให้กันอยู่ในห้อง
ยายแก่เกาถูกตีหนักที่สุด รู้สึกเหมือนเอวจะหักอยู่แล้ว
"จวนอ๋องยังจะมีกฎระเบียบอยู่หรือไม่! พรุ่งนี้! พรุ่งนี้ข้าจะ..." ยายแก่เกาพูดได้ครึ่งประโยค ก็พลันเงียบปากไป
"เหอะ! พรุ่งนี้จะทำอะไร? จะไปฟ้องท่านอ๋องหรือฟ้องพระชายา? ใครจะมาเป็นคนตัดสินความให้เจ้า?" ยายแก่อีกคนหนึ่งกล่าวเย้ยหยัน
ท่านอ๋องไม่ยุ่งเรื่องในเรือนหลัง ส่วนพระชายานางก็ได้ล่วงเกินไปจนถึงที่สุดแล้ว
ตอนนี้อยากจะหาคนมาตัดสินความให้ ก็ไม่มีทาง!
ยายแก่เกาถูกบีบคั้นจนเข้าตาจน ตบโต๊ะแล้วกล่าวว่า "ข้าจะไปฟ้องฮองเฮา! ใครจะไปกับข้าบ้าง?"
ไม่มีใครตอบรับ ต่างก็หลบสายตากันไปมา ไม่ยอมเอ่ยปาก
ยายแก่เกาแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา หยิบเงินที่เพิ่งเบิกมาในวันนี้ออกมาพลางกล่าวว่า
"ดูเงินที่ข้าเบิกมาวันนี้สิ! อย่าว่าแต่จะแบ่งกันเลย แค่กินดื่มก็ยังไม่พอ หลังจากนี้ทุกเดือนก็จะให้เท่านี้ หากพวกเจ้าทนได้ เช่นนั้นข้าก็จะทนไปกับพวกเจ้าด้วย!"
ทนไม่ได้ ทนไม่ได้แม้แต่น้อย! กินเนื้อปลาชิ้นใหญ่อย่างดีจนเคยตัวไปแล้ว!
"ไปสิ! ฮองเฮาคงจะไม่ทรงทอดทิ้งพวกเราหรอกกระมัง" พวกคนครัวหลายคนตัดสินใจได้
ในหอจู๋เยว่ ซูเหวินยวนกำลังพูดคุยอยู่กับเซิ่งจิ่งอวี้
ซูเหวินยวนคิดจะนำอ่างอาบน้ำไปไว้ในห้องนอน แต่เพียงแค่เอ่ยขึ้นมาลอย ๆ กลับถูกเซิ่งจิ่งอวี้ปฏิเสธเสียได้
แผลที่ขาของนางดีขึ้นมากแล้ว อีกสองวันก็จะสามารถแช่น้ำอาบได้แล้ว
ช่วงสองสามวันนี้ นางและเซิ่งจิ่งอวี้ล้วนอาบน้ำในห้องนอนเล็กด้านซ้ายขวา เซิ่งจิ่งอวี้หลังจากอาบน้ำเสร็จก็จะเปลี่ยนเป็นชุดนอนที่นั่นก่อนจะกลับมาที่ห้องนอนใหญ่
ซูเหวินยวนรู้สึกอายที่จะสวมชุดนอนเดินไปมา เพราะชุดของนางนั้น ทั้งบางทั้งโปร่ง…
นี่ก็อาศัยว่าเซิ่งจิ่งอวี้มองไม่เห็น จึงได้เลือกชุดที่ใส่สบาย
อย่างไรเสียก็ไม่มีใครเห็น แม้แต่ทุกเช้า นางก็จะเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยให้คนเข้ามา
หากย้ายอ่างอาบน้ำมาไว้ในห้อง นางก็จะสามารถเปลี่ยนเป็นชุดนอนได้ทันทีหลังจากอาบน้ำเสร็จ ไม่ต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ช่างสะดวกสบายเสียจริง
ยิ่งไปกว่านั้น ห้องนอนก็ใหญ่โตมาก อย่าว่าแต่อ่างอาบน้ำเลย ขุดสระอาบน้ำก็ยังได้ นางก็จะได้ไม่ต้องลำบากยุ่งยาก
"ช่วงนี้ท่านก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนเล็กอยู่แล้ว พื้นที่หลังฉากกั้นก็ว่างเปล่า วางอ่างอาบน้ำไว้ก็ไม่เกะกะอะไร"
เซิ่งจิ่งอวี้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด "ไม่ได้ จวนอ๋องก็ไม่ได้ไม่มีที่ จะต้องมาเบียดเสียดกันอยู่ทำไม?"
ตอนนี้ซูเหวินยวนก็กำเริบเสิบสานมากพออยู่แล้ว หากย้ายอ่างอาบน้ำมาไว้ในห้อง เกรงว่าเขาอาจจะได้เห็นอะไรเข้าก็เป็นได้
ซูเหวินยวนอธิบาย "ข้าไปที่นั่นไม่สะดวก ชุดของพวกเราไม่เหมือนกัน ของท่านเดินไปเดินมาได้ แต่ชุดของข้าไม่ได้..."
นางพยายามอธิบายความแตกต่างของชุดของทั้งสองคน กลัวว่าเซิ่งจิ่งอวี้จะจินตนาการไม่ออก
แต่เซิ่งจิ่งอวี้ยังต้องจินตนาการอีกหรือ? ชุดที่ซูเหวินยวนสวมนั้น บางเสียจนแทบจะปิดบังอะไรไม่ได้เลย
สองวันก่อนวันแต่งงานนางก็ยังไม่ได้เป็นเช่นนี้ แต่หลังจากนั้นซูเหวินยวนก็ได้ค้นเจอชุดสองชุดในหีบสินเดิม แล้วก็เปลี่ยนสวมชุดทั้งสองชุดนี้ทำให้เซิ่งจิ่งอวี้มองจนคอแห้งผาก แต่กลับต้องแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น
"ถ้ารู้เช่นนี้ก็ไม่พูดกับท่านเสียดีกว่า นี่เป็นคำขอที่เกินไปมากหรือ?"
ซูเหวินยวนโกรธ
เซิ่งจิ่งอวี้กล่าวอย่างจริงจัง "ใช่ เกินไปมาก หากเจ้าชอบ ก็ไปสร้างสระอาบน้ำใหญ่ ๆ ไว้ในห้องนอนเล็กก็ได้"
แต่ห้ามย้ายอ่างอาบน้ำมาไว้ในห้องเป็นอันขาด!
"หรือ... เปลี่ยนชุดเสีย เลือกผ้าดี ๆ ก็ย่อมสามารถตัดชุดที่ใส่สบายได้"
น้ำเสียงของเซิ่งจิ่งอวี้จริงจังเสียจนเกือบจะเป็นการขอร้อง
ขณะที่ทั้งสองกำลังโต้เถียงกันอยู่ เย่ซานก็มาเคาะประตูแล้วถามว่า "พระชายาสะดวกพูดคุยหรือไม่เพคะ?"