“อา...”
เมื่อผละออกจากอ้อมอกของริโอะเซเรียเปล่งเสียงออกมาแหบพร่า
เรียวปากงามพยายามฝืนยิ้มเต็มที่ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
“เราจะได้เจอกันอีกใช่ไหม?”
เด็กชายหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้มสดใส
“...ครับเราต้องได้เจอกันอีกแน่นอน”
“ดูแลตัวเองแล้วกลับมาอย่างปลอดภัยนะไปดีมาดีล่ะ”
เซเรียยิ้มอย่างขมขื่นปวดหนึบอยู่ในอก
“ครับ”
ตอบแล้วริโอะก็ค่อยๆถอยห่างเซเรียออกไปทีละก้าว
ในอกเซเรียแทบระเบิดออกมาขณะที่มองริโอะที่กำลังจะจากไป
ถ้าข้าอ่อนแอกว่านี้อีกนิดข้าคงกอดเขาแล้วปล่อยโฮอย่างกลั้นไม่อยู่แน่
ไม่ได้นะข้าจะร้องไห้ตอนนี้ไม่ได้
เซเรียขบริมฝีปากงามเพื่อสกัดกั้นอารมณ์ไม่ให้ตัวเองเอ่ยคำใดเพื่อรั้งเขาไว้
เด็กชายไม่มีคำพูดทิ้งท้ายเขาหายจากห้องออกไปอย่างเงียบๆ
เสียงสบกันของประตูปิดดังขึ้นอย่างแผ่วเบาทีหนึ่ง
เซเรียกลั้นน้ำตาต่อไปไม่ไหวแล้ว
พอมาลองคิดดีๆเซเรียต่างหากที่มีความสุขมากเวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกัน
เซเรียเองก็เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวเธอมักจะล้ำหน้าเพื่อนๆ เสมอ จึงไม่มีใครจริงใจกับเธอเลย
ริโอะคือเพื่อนเพียงคนเดียวที่เธอสามารถพูดคุยได้อย่างสบายใจ
เธอมีความสุขมากและยิ่งดีใจเมื่อรู้ว่าเด็กชายเองก็คิดไม่ต่างกันกับเธอ
“ขอโทษนะริโอะข้าช่วยอะไรเจ้าไม่ได้เลย...”
เซเรียได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นลำพัง
...
“ขอพระราชอนุญาตเพคะ”
ฟลอร่ามาหาพระราชบิดาฟิลลิปที่3 ในห้องบรรทมส่วนพระองค์
เมื่อได้รับอนุญาตองค์หญิงน้อยจึงเข้ามาในห้อง เธอคาดไว้ว่าจะเข้าพบพระบิดาเพียงลำพังทว่าในห้องนั้นมีครูใหญ่กลาเซียกำลังสนทนากับพระบิดาอยู่ก่อนแล้ว
ครูใหญ่กลาเซียอยู่ที่นี่...เรื่องอาจจะง่ายขึ้นก็ได้
เมื่อคิดได้ดันั้นองค์หญิงผู้อ่อนโยนก็จับชายกระโปรงก่อนจะย่อลงทำความเคารพพระบิดา
“มีอะไรหรือลูกพ่อ?”
พระราชาฟิลลิปแกล้งทำไขสือเขารู้อยู่แล้วว่าธิดาของตนมาด้วยเรื่องอันใด
“เรื่องการฝึกเพคะลูกมีเรื่องจะคุยกับเสด็จพ่อ”
ฟลอร่าทำหน้าครุ่นคิดฟิลลิปแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นลูกสาวมีสีหน้าจริงจังแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“...ไม่ต้องห่วงพ่อได้ฟังจากกลาเซียมาแล้ว”
“ถ้าเช่นนั้นริโอะก็ไม่ถูกลงโทษใช่ไหมเพคะ?”
ฟลอร่าถามตรงประเด็น
“เสียใจด้วยนะลูกนั่นคงเป็นไปไม่ได้”
“ทำไมล่ะเพคะเสด็จพ่อ? ลูกไม่เข้าใจ”
ฟลอร่ามองไปยังพระบิดาที่ส่ายพระพักตร์อย่างกลัดกลุ้ม
“ไม่ใช่ว่าพ่อไม่เชื่อคำพูดลูกหรอกนะแต่พยานช่างมากเหลือเกิน”
“แต่เขาช่วยลูกไว้นะเพคะ!เขาไม่มีทางทำแบบนั้นแน่!”
“แล้วเขาหนีทำไม? พ่อรู้สึกขอบคุณที่เขาช่วยลูกไว้นะ แต่เขาน่าสงสัยเกินไป”
“ก็เพราะ...ทุกคนรังแกเขาน่ะสิ!ไม่มีใครเชื่อเขาหรอก พวกเราน่ะ...”
“โฮะๆยังเด็กกันจริงๆ”
เมื่อฟลอร่าเล่าเรื่องกลาเซียก็เอ่ยขึ้นอย่างขำขัน
“ครูใหญ่หมายถึงอะไรคะ?”
ฟลอร่างอนแก้มป่อง
“ความคิดกับความจริงมันไม่เหมือนกันนะพ่ะย่ะค่ะองค์หญิงก็มีฐานันดรสูงศักดิ์ก็ควรจะเข้าใจส่วนนี้ด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ”
“...อย่าเปลี่ยนเรื่องนะเจ้ารายงานให้เสด็จพ่อฟังว่ายังไง? อธิบายมาซิ”
ฟลอร่าถามราวกับจะแสดงให้เห็นว่าเธอรู้ทัน
“กระหม่อมก็แค่สรุปคำพูดของพวกนักเรียนให้เหนือหัวฟังก็เท่านั้นเองพ่ะย่ะค่ะ”
กลาเซียแสร้งยิ้มเป็นคนดีผิดจากคำของเขา
“กลาเซียอย่าแกล้งลูกข้าสิ”
“โฮะๆขออภัยพ่ะย่ะค่ะ”
กลาเซียเอ่ยขอโทษเมื่อถูกฟิลลิปติง
“ให้ท้ายลูกจริงจริ๊ง”กลาเซียคิดในใจ
“ฟลอร่าเรามีเหตุผลพอที่จะลงโทษเขาเหตุการณ์ครั้งนี้แม้ว่าเขาจะช่วยลูกก็จริงแต่หากปล่อยเอาไว้พวกขุนนางคงจะไม่พอใจกันแน่ พ่อกะว่าจะตัดสินให้เขาผิดแต่ไม่คาดโทษ ดีไหมลูก?”
“เหยาะแหยะจริงๆ”
กลาเซียพึมพำฟิลลิปหันขวับไปจ้องชายชราทันที
“ถึงไม่มีโทษแต่ประวัติเขาจะเสียหายนะเพคะ...”
ฟลอร่าทักท้วง
ไม่ว่ายังไงริโอะก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนผิดอยู่ดี
คนที่ถูกตัดสินโทษว่าผิดต่อหน้าสาธารณะนั้นอนาคตไปได้ไม่ไกลแน่หากริโอะคิดจะยังอยู่ในเบลต์ลัมต์ล่ะก็ คงหาอาชีพดีๆ ทำไม่ได้
“อืม...แต่ก็นะ...”
กลาเซียนึกขันเขาฟังบทสนทนาของทั้งคู่ราวกับเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ฟิลลิปมีสีหน้าลำบากใจและมองมายังกลาเซีย
“องค์หญิงใจเย็นๆก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ พวกเราไม่มีเวลามาตามใจเด็กๆ หรอกนะพ่ะย่ะค่ะ”
กลาเซียพูดอย่าระอาใส่ฟลอร่าที่กำลังอารมณ์เสีย
“ข้าก็แค่เพิกเฉยต่อความอยุติธรรมไม่ได้เท่านั้นเอง!”
“แบบนี้แหละพ่ะย่ะค่ะที่เรียกว่าเด็กเราต้องแยกหน้าที่กับความรู้สึกให้ออกนะพ่ะย่ะค่ะรัชทายาทอย่างองค์หญิงควรจะฝึกทำให้เป็นเรื่องปกติได้แล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”
กลาเซียติองค์หญิงน้อยเป็นกลายๆ
ฟลอร่าเงียบไปน้ำใสเอ่อล้นดวงเนตรทั้งสองข้างเธอเจ็บใจที่ถูกผู้ใหญ่ทั้งสองคนปฏิบัติราวกับเธอยังเป็นเด็กและยังไม่มีใครเชื่อคำพูดของเธออีก
ฟลอร่าทำตามที่บิดาและพี่สาวบอกมาโดยตลอด
แต่แค่ครั้งนี้ที่เธอไม่อาจอยู่เฉยได้
“ช่างมันเถอะเพคะ”
ฟลอร่าพึมพำเธอรู้แล้วว่าคำพูดของเธอไร้ประโยชน์
เป็นถึงองค์หญิงแต่ข้าทำอะไรไม่ได้เลย เจ็บใจจริงๆ
อย่างเดียวที่ข้าทำได้คือขอให้คนผู้นั้นปลอดภัย
ฟลอร่าโทษความไม่เอาไหนของตัวเอง
ปีชินเซย์995 – 5 ปีแล้วที่ริโอะรู้ตัวว่าเขากลับมาเกิดใหม่
...
บทส่งท้าย
ณย่านขุนนางมหานครเบลต์ลันต์
เกวสตาว์ยุกโนกำลังก้มมองเด็กหญิงผู้หนึ่ง อายุคงจะยังไม่เต็ม 10 ปีดี หนูน้อยมีเรือนผมยาวประบ่าสีส้มอ่อน เครื่องหน้าทุกอย่างเข้ากันอย่างลงตัวประกอบออกมาให้เจ้าของดูน่ารักชวนมอง แต่ทว่านัยน์ตาเธอกลับไร้ซึ่งประกายชุดที่เธอสวมมีเพียงชุดคลุมบางๆ สีน้ำตาลตัวเดียว ใส่แล้วคงไม่อุ่นเท่าไรรูปร่างผอมบางราวกับไร้แรงกำลัง บนศีรษะมีหูสุนัขจิ้งจอกเล็กๆ โผล่ขึ้นมาตรงบั้นท้ายก็มีหางฟูๆ ของสุนัขจิ้งจอกงอกออกมาด้วย เธอคือลูกครึ่งสุนัขจิ้งจอกหรืออมนุษย์นั่นเอง
พวกอมนุษย์คือกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่มนุษย์จัดว่ามันเป็นพวกเดียวกับเอลฟ์และคนแคระ
อาณาเขตของพวกมันอยู่ตอนกลางของทวีปส่วนเขตที่มนุษย์อาศัยอยู่คือฝั่งตะวันตกของทวีป จึงไม่ค่อยมีพวกอมนุษย์อยู่ในเขตนี้มีเพียงพวกที่ถูกจับมาเลี้ยงเป็นทาสเท่านั้น
พวกเขาได้รับการปฏิบัติอย่างทารุณมากเพราะในสายตามนุษย์นั้นอมนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยด้อยค่า
โดยเฉพาะกับพวกขุนนางการเลี้ยงอมนุษย์ไว้เป็นทาสคืองานอดิเรกของชนชั้นสูง และคิดว่าพวกอมนุษย์มีค่าก็ต่อเมื่อพวกมันทำตามคำสั่ง
แม่ของเด็กน้อยถูกจับมาเป็นทาสหลังจากให้กำเนิดเธอได้ไม่กี่ปีก็เสียชีวิตลงเพราะร่างกายที่อ่อนแอหากมนุษย์และอมนุษย์มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันลูกของทั้งคู่จะดึงลักษณะของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมา เด็กหญิงคนนี้ได้เชื้อสายอมนุษย์ของมารดามา100 % เธอเกิดและโตมาในคฤหาสน์ของยุกโนพอจะสื่อสารโดยการใช้คำในชีวิตประจำวันได้บ้าง แต่ไม่มีความรู้อะไรเลยสิ่งเดียวที่ถูกบังคับให้จดจำคือ
“นี่เป็นเสื้อผ้าของเป้าหมายที่เจ้าต้องสังหารจำกลิ่นนี้ไว้ซะ”
ยุกโนโยนเสื้อผืนหนึ่งให้เด็กหญิง
ใช่แล้วล่ะเด็กหญิงถูกฝึกและเลี้ยงดูให้มาเป็นนักฆ่านั่นเอง

เมื่อเทียบกับมนุษย์แล้วพวกอมนุษย์มีสกิลสูงกว่า ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็ดีกว่าด้วย อย่างเช่นความสามารถในการดมกลิ่นของจิ้งจอก
“ค่ะ”
จิ้กจอกน้อยพยักหน้าเธอใช้จมูกสูดกลิ่นเสื้อผ้าที่นายยื่นมาให้ทีหนึ่งแล้วยัดกลับลงไปในกระเป๋าของตัวเอง
“เป้าหมายของเจ้าเป็นมนุษย์เพศชายอายุ 12 ปี นามว่าริโอะ ผมของมันสีดำสนิท เห็นแวบเดียวเจ้าก็รู้แน่ว่าเป็นมันต่อให้เจ้าต้องตายตกไปด้วยก็ต้องจัดการมันให้ได้ ข้าเลี้ยงเจ้ามาเพื่อการนี้เจ้าจะไปไหนไม่ได้ตราบใดที่ยังมีปลอกคออยู่ ไปจัดการซะ!”
“รับทราบเจ้าค่ะ”
เมื่อรับคำสั่งจากยุกโนผู้เป็นนายแล้วสาวน้อยหูจิ้งจอกก็พยักหน้าดวงตาของเธอไร้ประกายตรงข้ามกับปลอกคอโลหะที่พันธนาการรอบลำคอผอมๆ นั้นเอาไว้
จิ้งจอกสาวสวมฮู้ดแล้วออกจากคฤหาสน์ไป
ฟุดฟิดฟุดฟิด
เธอรู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นของเป้าหมายในภารกิจนี้อย่างประหลาด
ตึกตักตึกตัก
หัวใจที่เคยเย็นเฉียบมานานกลับอบอุ่นขึ้นมาโดยพลันก่อนจะสลายไปอย่างรวดเร็ว
เธอมุ่งหน้าตามกลิ่นไปหาเด็กชายผมดำผู้นั้นผู้ที่เป็นเป้าหมายในการฆ่าของเธอ!