————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
เื่นี้หยกเปิดให้ อ่านฟรี! จนจบเลยค่ะ ~
แต่จะเป็การอ่านฟรีในแบบที่กำหนดนะคะ
โดยแต่ละตอนที่ลงไปแล้วจะเริ่มติดเหรียญในเวลา 00.00 น. ของทุกวันค่ะ
เพราะงั้นอย่าลืม กดหัวใจ กับ กดเพิ่มเข้าชั้น เอาไว้ด้วยน้าจะได้ไม่พลาดตอนใหม่ ๆ กันนะคะ ^^'
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
สามวันต่อมา...
House of Book Cafe
“ออมคิดว่าจะไม่ได้มาเรียนกับพี่เพลงแล้วซะอีก หายไปนานเลยนะพี่”
“คิดไปไกลแล้วน้องออม พี่แค่ไม่สบายเอง อีกอย่างพี่ก็รับเงินมาครบแล้ว จะไม่สอนได้ไงกัน” ฉันพูดติดตลกกับอีกฝ่ายทั้งที่ภายในใจไม่ได้รู้สึกอย่างที่กำลังแสดง
ที่ฉันหายไป และไม่ได้ติดต่อกับใครเลย แม้กระทั่งถึงขั้นยกเลิกสอนเด็กตรงหน้าถึงสามวันเต็ม เป็เพราะฉันยังไม่พร้อมออกมาเจอใคร และที่สำคัญที่สุด...
คือฉันบอกเลิกคลื่นไปแล้ว เชื่อไหมว่าเื่การบอกเลิกไม่ได้ทำให้ฉันใไปกว่าการที่คลื่นยอมเลิกกับฉันง่าย ๆ วันสองวันแรกฉันโอเค และทำใจได้ แต่พอมาวันนี้ฉันกลับกำลังคิดว่าตัวเองด่วนตัดสินใจไปหรือเปล่านะ
บางทีฉันอาจเข้าใจผิดไปเองก็ได้ เพราะฉันยังไม่ทันได้ฟังเหตุผลจากปากเขาก่อนเลยด้วยซ้ำ มีแค่ฉันที่เป็ฝ่ายบอกเลิกพร้อมป้ายเหตุผลว่าเขามีคนอื่น
ตอนนั้นคลื่นไม่พูด หรือปฏิเสธอะไรเลย ทำให้ฉันโกรธและโมโห อย่างน้อยเขาควรอธิบาย หรือแก้ตัวมาหน่อย ฉันอาจทำเป็มองไม่เห็น และปิดตาคบกับเขาต่อ
แต่นี่กลับไม่ทำอะไรนอกจากมอบความเงียบให้ฉันและคำขอโทษ จนสุดท้ายต่างคนก็ต่างหายออกจากกันมาสามวันแล้ว สำหรับวันนี้เอง ฉันก็กำลังจะเป็บ้า เพราะอยากกลับไปหาเขา อยากรู้ว่าเขาสบายดีไหมอะไรแบบนั้นเลย
ไอ้อาการโมโหที่เคยเป็ก่อนหน้ามันหายไปหมดจนเหลือเพียงแค่อารมณ์คิดถึงมากกว่า
ฉันคิดถึงเขามาก จนถึงขั้นโทร. หาอีกฝ่ายเพื่ออยากขอกลับไปเป็เหมือนเดิม แต่คลื่นไม่รับสายฉัน ทำให้รู้ว่ามันคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว
ไม่น่าเลย...ฉันไม่น่าเอาอารมณ์ตัวเองเป็ที่ตั้งเลย
ไม่งั้นก็คงไม่ต้องมาจบลงแบบนี้
บางทีฉันก็...อยากได้ยินคำว่า ‘พี่เพลงกำลังเข้าใจผิด’ จากเขานะ เพราะนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ฉันภาวนาตลอดเวลาก่อนที่จะไปบอกเลิกเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน
“ตอนนี้พี่เพลงโอเคขึ้นแล้วใช่ไหมคะ หรือถ้ายังไม่ไหวออมคิดว่าเอาไว้ไปเรียนอาทิตย์หน้าก็ได้นะพี่”
“อย่าคิดมากสิออม มา...เรามาเรียนกันดีกว่า พี่สอนถึงไหนแล้วนะ” ฉันเอาปากกาแตะลงไปที่หัวของเด็กสาวด้านหน้าเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู ส่วนเธอก็เลื่อนสมาร์ตโฟนคู่ใจมาพร้อมกับอธิบายว่าฉันสอนค้างไว้ตรงไหน รวมถึงจุดไหนที่เธอไม่เข้าใจ
ฉันสอนอีกฝ่ายไปสักพัก จนกระทั่งสายตาดันไปปะทะเข้ากับร่างคุ้นเคยที่ไม่ได้เจอกันมาสักพัก
“พี่เพลง...พี่เพลงคะ?”
“…” ฉันจ้องมองสิ่งที่เห็นตรงหน้า มือสองข้างก็เผลอกำเข้าหากันอัตโนมัติ ปลายเล็บจิกลงที่ฝ่ามืออย่างแรงตามอารมณ์
“พี่เพลงเป็อะไรไปคะ?” จนกระทั่งใบหน้าของน้องออมยื่นออกมาบังสายตา ทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็ปกติและน้องออมเองก็หันหลังไปมองตามที่ฉันมองด้วยความสงสัย
“...” ฉันเงียบไม่รู้จะพูดอะไรต่อ น้องออมเองก็ใ และหันมามองที่ฉันด้วยสายตาเป็กังวล เธอรู้ว่าคนที่ฉันเห็นเป็ใครและแน่นอนว่าเธอคงมีคำถามมากมายที่อยากจะถามฉัน
ว่าทำไม...คลื่นถึงกำลังอยู่กับผู้หญิงคนอื่น แถมยังเป็เด็กวัยมหา’ ลัยเหมือนเขา เธอทั้งสวยและน่ารัก ท่าทางของสองคนนั้นมองยังไงก็รู้ว่าเป็มากกว่าเพื่อนกัน
“พี่เพลง” ฝ่ามืออุ่นของออมแตะลงบนหลังมือของฉันพร้อมทำหน้าใเมื่อเธอเห็นว่าบนใบหน้าฉันตอนนี้ตรงเบ้าตากำลังคลอไปด้วยน้ำตาที่พร้อมจะไหลลงมาตลอดเวลา เพียงแค่ฉันขยับปากพูด หรือแม้แต่ก้มหน้าลงก็ตาม
“เดี๋ยวพี่มานะออม” ฉันพูดเสียงสั่นพร้อมปาดน้ำตาที่กำลังหยดลงมา จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหาคลื่นที่กำลังเดินตามพนักงานไปที่โต๊ะของตัวเอง
เวลานี้ทำให้ฉันรู้แล้วว่าไม่สามารถตัดใจจากคลื่นได้ และต่อให้เขามีคนอื่น หรือไม่มี ฉันก็ไม่พร้อมที่จะเดินออกไปจากโลกของเขา อย่างน้อยถ้าเขากลับมาเป็เหมือนเดิมได้ ฉันอาจเลือกมองผ่านเื่พวกนี้ไป
ฉันทำใจไม่ได้จริง ๆ ที่จะเลิกกับเขา
ทำไม่ได้...ไม่ได้เลย
“คลื่น” ฉันพยายามคุมเสียงของตัวเองให้มั่นคง พร้อมเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายที่กำลังเปิดสมุดเมนู เขามองฉันพร้อมขมวดคิ้ว ผู้หญิงที่เขาพามาก็มองฉันด้วยสายตาไม่เป็มิตร
“ใครเหรอคลื่น?” เธอหันไปถามเขาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“อยากได้ลายเซ็นผมเหรอครับ?”
“…” ฉันเม้มปากแน่นเมื่อคลื่นตอบกลับมาด้วยคำพูดที่ฉันคาดไม่ถึง
“เพลงขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม แค่แป๊บเดียว ไม่นาน” ฉันแกล้งทำเป็ไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาพูด หรือท่าทางห่างเหิน แต่เลือกพูดถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมาในเชิงขอร้องคนตรงหน้าแทน
ในใจของฉันหวังว่าเขาอาจเห็นใจกันสักนิดก็ยังดี และคิดว่าเยื่อใยตลอดสามปีที่เราคบกันมามันคงยังไม่ขาดง่าย ๆ
“ก็ถ้าไม่ได้จะมาเอาลายเซ็นผม งั้นรบกวนช่วยอย่ามาขัดจังหวะเวลาของผมกับแฟนได้ไหมครับ?”
“คลื่น เพลงขอร้อง” ฉันเลือกที่จะเดินเข้าไปจับข้อมือของเขาเพื่อดึงให้เขาลุกขึ้นมา
“นี่เธอ!” แน่นอนว่าผู้หญิงอีกคนเองคงใ เธอเลยพูดเสียงดังจนคนในร้านต่างมองมาที่เราเป็สายตาเดียว
ทางด้านของออม
“รับสิ...รับสิ” เด็กสาวเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเป็กังวลเพราะเหตุการณ์ตรงหน้าที่เธอกำลังเห็นท่าทางเหมือนจะกำลังกลายเป็เื่ใหญ่เสียแล้ว
เธอจึงต่อสายหาคนที่คิดว่าจะมาช่วยได้ อันที่จริงแล้วเธอคิดไม่ออกเลยต่างหากว่าจะทำยังไง หรือโทร. หาใครดี ตัวเลือกที่เด้งขึ้นมาในสมองเลยกลายเป็คนในครอบครัวแทน
“ว่าไงออม เลิกเรียนแล้วเหรอ?”
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————