ตอนที่ 10 ลูกพีชหน้ามึนที่น่ารัก (2)
ตอนนี้เ้าเอซฟุบหัวลงบนขาเสิ่นซีโหลวอย่างสบายอารมณ์ มันหลับตาลงเล็กน้อย ขณะที่ลี่เฟิงเดินมานั่งลงข้างเสิ่นซีโหลวแล้วเอ่ยปากพูด “คุณรู้จักกับประธานกู้มานานแค่ไหนแล้วครับ”
เสิ่นซีโหลวมองเขาอย่างรวดเร็ว โดยสำรวมอาการเล็กน้อย เอ่ยด้วยรอยยิ้มสดใส “ไม่นานเท่าไรครับ ถ้านับจริงจังก็ยังไม่ถึงหนึ่งเดือน”
‘ประธานกู้รวดเร็วเบอร์นี้เลยเหรอ ยังไม่ถึงหนึ่งเดือนก็พาคนเข้ามาพักด้วยกันแล้ว สมแล้วที่เขาเป็คนรวดเร็วฉับไวมาตลอด นับถือแล้ว!’
“งั้นคุณกับประธานกู้รู้จักกันได้ยังไงล่ะครับ” พอเอ่ยคำถามนี้ เสิ่นซีโหลวก็โน้มศีรษะเข้ามาใกล้อย่างระมัดระวังแล้วพูดเสียงเบา “ประธานกู้ของคุณ ตอนที่เจอผมครั้งแรกก็บอกว่าอยากฆ่าผมปิดปาก ทำเอาผมใแทบแย่!”
‘ว้าว เจอหน้ากันครั้งแรกก็เด็ดขนาดนี้เลยเหรอ ไม่คิดเลยว่าความปรารถนาในการที่ประธานกู้มีต่อคนที่ชอบจะแรงกล้าปานนี้!’
กู้อู๋เหยียนยกบะหมี่ที่เพิ่งต้มเสร็จเดินมาถึงห้องนั่งเล่นก็เห็นเสิ่นซีโหลวกับลี่เฟิงกำลังสุมหัวพึมพำอะไรกัน เขากระแอมสองทีด้วยความอึดอัด
ทั้งคู่ใ รีบขยับตัวออกห่างกัน น่าขันที่สุดก็คือลี่เฟิงนั้นะโไปตรงท้ายโซฟา ระยะห่างระหว่างเขากับเสิ่นซีโหลวห่างกันราวกับคลองหงโกว[1] อย่างไรเสีย ความปรารถนาในการของประธานกู้แรงกล้าขนาดนี้ รักษาชีวิตตัวเองไว้จึงสำคัญที่สุด!
เสิ่นซีโหลวเห็นกู้อู๋เหยียนสวมชุดสูทดูจริงจัง แต่ข้างนอกกลับผูกด้วยผ้ากันเปื้อนสีชมพูลายลูกไม้ แว่นตาก็ถอดออกแล้วเช่นกัน เผยให้เห็นลูกตาดำลุ่มลึกคู่หนึ่ง เทียบกับตอนสวมแว่นตามปกติของเขาแล้ว แบบนี้ดูอ่อนโยนลงมาก ความแตกต่างกันเช่นนี้น่าหลงใหลอย่างประหลาด
เขาเดินมาถึงหน้าโต๊ะก็จ้องบะหมี่หยางชุนในชามที่มีผักกวางตุ้งสีเขียวโรย ้ายังมีไข่ดาวที่ทอดจนดูกรอบนอกแต่ภายในนุ่มนวลเป็อย่างยิ่งเหมือนกู้อู๋เหยียน
เสิ่นซีโหลวหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบบะหมี่ใส่ปาก เคี้ยวแล้วกลืนลงไป เขาเงยหน้ามองกู้อู๋เหยียนที่ยืนอยู่ด้านข้างเหมือนกำลังเฝ้าดูปฏิกิริยาของตนเองหลังกินเข้าไปแล้ว ใบหน้าเรียบเฉยคลี่ยิ้มราวกับดอกท้อเบ่งบานแล้วพูด “บะหมี่นี่อร่อยจริงๆ รสชาติดีกว่าฝีมือเชฟในร้านอาหารอีกแน่ะ!”
สายตาลี่เฟิงจับจ้องกู้อู๋เหยียนอยู่ตลอด เมื่อเสิ่นซีโหลวพูดประโยคนี้จบ แม้สีหน้าประธานกู้จะไม่เปลี่ยนแปลง แต่เขาก็สังเกตเห็นว่ามือที่กุมแน่นอยู่ด้านหลังของประธานกู้ผ่อนคลายลง
บรรยากาศระหว่างทั้งสองทำให้คนโสดอย่างลี่เฟิงรู้สึกหวานจนแสบคอแทบแย่อย่างบอกไม่ถูก เขาดอดหนีออกมาจากห้องนั่งเล่นเงียบๆ แล้วบอกให้คนขับรถส่งเขากลับที่พัก
เหมือนทั้งคู่จะไม่ได้สังเกตเห็นว่ามีคนหนึ่งหายไป กู้อู๋เหยียนจ้องมองเสิ่นซีโหลว ส่วนเสิ่นซีโหลวก็คีบบะหมี่กินไป
ผ่านไปสิบนาที ในที่สุดก็กินบะหมี่เสร็จ เด็กน้อยเสิ่นซีโหลวยกชามที่ซดจนไม่เหลือกระทั่งซุปไปล้างในห้องครัวอย่างรู้หน้าที่
ตอนที่เขากลับมายังห้องนั่งเล่น กู้อู๋เหยียนได้หยิบคอมพิวเตอร์มาสะสางงานแล้ว พอเงยหน้าดูนาฬิกาก็เห็นว่าเป็เวลาหลังเที่ยงคืน เขาเดินมาถึงข้างกายกู้อู๋เหยียนแล้วถามเสียงเบา “พรุ่งนี้คุณว่างไหม”
กู้อู๋เหยียนเงยหน้าขึ้นจากคอมพิวเตอร์มาจ้องลูกพีชหน้ามึนที่น่ารักตรงหน้า ก่อนพูด “มีอะไรเหรอ”
เสิ่นซีโหลวถูกเขาถามแบบนี้ อยู่ๆ ก็อายขึ้นมาเล็กน้อย เขาพูดอย่างกระมิดกระเมี้ยน “พรุ่งนี้ผมหยุด อยากให้คุณไปสวนสนุกกับผมน่ะ ถือว่าเป็การตอบแทนสำหรับอาหารค่ำของคุณในคืนนี้ก็แล้วกัน”
พูดตามตรงเขาไม่อยากไปสถานที่คนเยอะแบบนั้น อย่างแรกคืออึกทึกเกินไป อย่างที่สองคือหน่อมแน้มเกินไป เพียงแต่ลูกพีชหน้ามึนใช้สายตาจริงใจมองเขาแบบนี้ ทำให้เขาแข็งใจปฏิเสธไม่ลง
หลังจากกู้อู๋เหยียนไตร่ตรองอยู่ชั่วขณะ สุดท้ายก็พยักหน้า
เสิ่นซีโหลวเห็นเขาตอบตกลงแล้วก็เอ่ย “ราตรีสวัสดิ์” ก่อนเดินขึ้นไปข้างบนด้วยความเบิกบานใจ
หลังจากห้องนั่งเล่นกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง กู้อู๋เหยียนนึกประหลาดใจอยู่บ้าง ทุกอย่างในค่ำคืนนี้ดูจะแตกต่างไปจากปฏิสัมพันธ์ตามปกติของพวกเขา แต่ก็บอกไม่ถูกว่าแตกต่างอย่างไร
พอย้อนนึกถึงภาพตอนเขากลับมาถึงบ้านวันนี้ ความรู้สึกอบอุ่นใจแบบนั้น ไม่เหมือนกับที่คุณตามีให้ตนเอง
ใช่แล้ว! ความผิดปกติของตัวเองในวันนี้จะต้องเป็เพราะความอบอุ่นแปลกๆ นี้อย่างแน่นอน
เชิงอรรถ
^ คลองหงโกว เป็นคลองสมัยโบราณที่อยู่มณฑลเหอหนาน อุปมาว่าเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างสองสิ่ง