ทันใดนั้น ร่างกายของผมก็พลันร้อนวูบวาบ ความรู้สึกกระหายเอ่อล้นจนแทบระเบิด ความต้องการพลุ่งพล่านควบคุมไม่อยู่ ผมกัดฟันแน่น
เพียงแค่ผมเรียกใช้สกิล มันเหมือนจุดไฟบางอย่างในตัว ความลังเล ความหวาดกลัว หรือความเกรงใจทั้งหมดถูกกดทับไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงแรงผลักดันอันร้อนแรงที่บอกให้ผม “ไปทำมันซะ” เท่านั้น
ผมผลักประตูบานนั้นเปิดออกอย่างใจเต้นถี่รัวไปหมด สายตาสอดส่องเข้าไปข้างใน
และในวินาทีนั้น...
ทุกอย่างที่ผมได้ยินมันก็ปรากฏชัดเจนต่อหน้าต่อตา คุณเอมกำลังอยู่ในท่านั่งหลังพิงกระจกบานใหญ่นั่งอยู่บนเสื่อโยคะ กางเกงเลกกิ้งรัดรูปวางอยู่ข้างๆ เรียวขาของเธออ้าออก มือขวากำลังถูวนไปมาที่ของสงวนฉ่ำเยิ้ม
สปอร์ตบราถูกถลกขึ้น เผยให้เห็นเต้านมที่โผล่ออกมา มือซ้ายกำลังบีบเค้นเต้านมที่ย้วยตามแรงโน้มถ่วง เสียงครางแผ่วๆ ยังคงดังอยู่ เธอหลับตาราวกับกำลังจินตนาการถึงผม เพราะเสียงครางเรียกชื่อของผมดังออกมาอย่างชัดเจน
ผมยืนมองเธออยู่อย่างนั้น ร่างกายร้อนวูบวาบราวกับถูกลนด้วยไฟราคะ ผมไม่อาจละสายตาจากภาพเบื้องหน้าได้เลย ร่างกายของเธอสั่นสะท้านเป็นระยะตามจังหวะที่มือขยับ และเสียงครางที่ปะปนกับเสียงเรียกชื่อผมยิ่งทำให้ผมรู้สึกมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ความใคร่และความตื่นเต้นผสมกันจนทำให้สติผมแทบควบคุมไม่อยู่
ไม่กี่วินาทีต่อมา ขณะที่เธอรู้สึกเหมือนมีใครเปิดประตู เธอก็ลืมตาขึ้น แต่กลับตกใจสุดขีดกับภาพตรงหน้า ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน มือรีบปิดบังตัวเองด้วยความตกใจและเขินอาย เสียงกรี๊ดแผ่ว ๆ หลุดออกมาอย่างเผลอไผล
ความประหม่าและความตื่นตระหนกสะท้อนชัดบนใบหน้า เธอถอยหลังไปเล็กน้อย ใจเต้นแรง ผมเองก็ชะงัก รู้ตัวว่าทุกอย่างตอนนี้ตึงเครียดสุด ๆ
มือที่ค้างอยู่บนลูกบิดกดล็อกประตูแน่น
“คุณเข้ามาที่นี่ทำไม! ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!” เธอเอ่ยเสียงสั่น พลางถอยหลัง แต่ก็ชนกับกระจกด้านหลัง สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขินอายและตื่นตระหนก
ผมเดินเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ ทว่าเหมือนเธอจะรู้ตัวและกำลังจะลุกขึ้นวิ่ง ผมเอื้อมมือไปจับแขนของเธอไว้ได้ทัน "ปล่อยฉันนะคุณวายุ คุณทำเกินไปแล้ว" เธอพูดพร้อมกับพยายามสะบัดแขน ผมรีบดึงตัวเธอเข้ามาแล้วกอดรัดเธอจากด้านหลัง
ใบหน้าของผมแนบชิดกับลำคอของเธอแล้วสูดดมกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ อย่างเต็มปอด ผมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีก และกระซิบเบาๆ ข้างหูของเธอ
"คุณเรียกหาผมอยู่ไม่ใช่เหรอ ผมก็มาหาคุณแล้วนี่ไง อีกอย่างคุณก็กำลังช่วยตัวเองอยู่ ให้ผมช่วยจะไม่เร้าใจกว่าเหรอครับ" ผมหยุดแล้วสูดดมกลิ่นกายของเธอ
"พี่เอม...วันนี้แทบทั้งวันพี่ก็อ่อยผมอยู่ คิดว่าผมจะไม่รู้เหรอ"
เธอหน้าแดงเล็กน้อย "ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นสักหน่อย ปล่อยฉัน!!" เธอพยายามสะบัดตัวออก แรงของเธอเยอะพอสมควร แต่ด้วยร่างกายที่หนาของผม เธอจึงไม่สามารถทำอะไรได้
ผมยังคงกอดรัดเธอจากด้านหลังและโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ที่ลำคอของเธออย่างไม่ยอมปล่อย เธอพยายามดิ้นรนแต่ก็สู้แรงของผมไม่ได้ ผมกระซิบเสียงต่ำ "พี่ไม่รู้หรอ กว่าผมอดทนมานานแค่ไหนแล้ว"
เธอพูดเสียงดังขึ้น “ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ถ้าคุณไม่ปล่อยฉันนะ ฉันจะร้องแล้วนะ!”
ผมยกยิ้มมุมปาก "พี่ไม่ทำหรอก ไม่อย่างนั้นพี่คงร้องไปนานแล้ว อีกอย่างพี่ก็อยากให้มันเกิดขึ้นอยู่แล้วนี่" ผมเลียใบหูของเธอ พลันเธอสูดหายใจเข้าราวกับเสียวซ่าน
"เห็นไหมล่ะ พี่โกหกไม่เป็นหรอก"
เธอสะบัดตัวอีกครั้ง ขณะนั้นเองมันก็ทำให้ผ้าขนหนูที่พันท่านล่างของผมอยู่หลุดออก ท่อนเอ็นร้อนแทรกเข้าที่กลางหว่างขาของเธอพอดี เธอหายใจเข้าอย่างเสียวซ่านหวิว ต้นขาของเธอกำลังบีบท่อนเอ็นของผม
ความร้อนผ่าวจากท่อนเอ็นที่สัมผัสกับผิวของเธอทำให้เธออารมณ์พลุ่งพล่านไปทั้งตัว เธอเงียบไป ไม่ดิ้นรนอีกต่อไป
ผมขยับตัวให้เธอหันหน้าเข้าหาแผ่นกระจกบานใหญ่ที่แนบติดกับกำแพง
ผมถอนมือขวาจากการกอดแล้วมาจับที่ท่อนเนื้อร้อน ๆ พยายามสอดแทรกเข้าไปในช่องทางที่ฉ่ำเยิ้ม มันเปียกแฉะจนผมออกแรงไม่มากก็สามารถสอดเข้าไปจนสุดได้ ทำให้เธอถึงกับครางออกมา "เฮือก..."
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ คุณวายุ!" เธอร้องออกมาด้วยเสียงแผ่ว แววตาแดงระเรื่อราวกับกลั้นน้ำตาไว้
ผมยิ้มมุมปาก แกล้งแซวเบา ๆ อย่างทะเล้น “พี่…แน่ใจเหรอ ดูเหมือนว่าพี่จะชอบมากกว่านะ?”
เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้ขัดขืนแรง ๆ เหมือนตอนแรก ๆ ผมก็เริ่มโยกสะโพกกระแทกเข้าไปในตัวเธออย่างช้าๆ แต่หนักแน่น เธอหอบหายใจถี่ขึ้น เสียงครางหวานๆ หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เผยอออก ผมยังคงมองภาพของเธอที่สะท้อนอยู่บนกระจก ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปด้วยความเร่าร้อน
มือข้างหนึ่งของผมเอื้อมไปเค้นเต้านมของเธออย่างแรง เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแต่ก็ปนเปไปกับความเสียวซ่าน ผมยังคงกระแทกกระทั้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นอีก
ผมเอื้อมมืออีกข้างไปดันศีรษะของเธอให้หันมาด้านข้าง ก่อนจะสอดปากเข้าประกบแล้วบดจูบอย่างเร่าร้อน ลิ้นของผมสอดเข้าไปเกาะเกี่ยวอย่างดูดดื่ม
เธอพยายามเม้มปากเพื่อหลบหนี แต่ผมกลับบีบคางของเธอให้เผยอออก
ในที่สุดริมฝีปากของเธอก็เปิดออก ผมสอดลิ้นเข้าไปควานหาความหอมหวานอย่างดูดดื่ม ขณะเดียวกันก็ยังคงบดขยี้สะโพกไม่หยุดยั้ง เธอครางเสียง อู้อี้ ในลำคอ ใบหน้าของเธอแดงก่ำและหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ผมปลดปล่อยอารมณ์ดิบเถื่อนทั้งหมดใส่เธออย่างไม่ยั้ง
จากนั้น ผมพยุงเธอจากด้านหลังแล้วให้เธอนอนคว่ำหน้าลงบนม้านั่งยกน้ำหนัก หัวเข่าแตะพื้น ผมรีบคุกเข่า สอดแท่งเนื้อร้อนเข้าไปแล้วกระแทกต่อ มือของผมบีบบั้นท้ายของเธอจนเนื้อล้นออกมาตามร่องนิ้ว
"ก้นพี่น่าตบมาก" ผมพูดพร้อมกับบีบเค้นแล้วตบดัง "แป๊ะ!ๆ" จนเกิดรอยแดง เธอกรีดร้องลั่นห้อง มือเธอพยายามปิดปากตัวเอง และพยายามจะหันมา สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลแล้วเอ่ยว่า "วายุ... คุณอย่าทำแบบนี้ ถ้าเกิดน้องรู้เข้าจะเป็นยังไง ! "
ผมกระซิบตอบกลับไป "ไม่ต้องห่วง ตอนนี้เธอใส่หูฟังอยู่ ผมเห็นจากตอนที่เดินดูรอบๆ บ้าน"
ใบหน้าของเธอยิ่งแดงก่ำกว่าเดิม ผมกระแทกเข้าอย่างรุนแรงอีกครั้ง เธอจิกลงบนม้านั่งยกน้ำหนักด้วยความเสียวซ่านและกรีดร้องออกมา ผมก้มลงไปกัดที่ต้นคอของเธอแล้วกระซิบด้วยเสียงแหบพร่า "จำไว้นะครับพี่เอม นี่คือบทลงโทษสำหรับคนที่ชอบอ่อย"
ผมเร่งจังหวะให้เร็วและถี่ขึ้นอีกครั้ง เธอครางเสียงกระเส่า พยายามที่จะหันหน้ามามองผม แต่ผมกดท้ายทอยของเธอไว้ไม่ให้ขยับ ผมยังคงซอยถี่ๆ ไม่หยุด จนในที่สุดเธอก็กรีดร้องเสียงหลงจากลำคอ ร่างกายกระตุกเกร็งรูเนื้อบีบรัดตอดๆ ผมเองก็ถึงจุดสุดยอดเช่นกันรีบถอยออกมามือรูดซัก จนลาวาอุ่นร้อนพุ่งเลอะก้นใหญ่ๆของเธอไหลลงไปตามน้องขา ก่อนผมจะล้มตัวลงนอนทับร่างของเธอด้วยความเหนื่อยอ่อน
เราทั้งคู่หายใจหอบถี่และปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง
ไม่นานนัก เธอก็ดันตัวลุกขึ้นยืน ผลักผมออก ก่อนจะเดินไปคว้ากางเกงเลกกิ้งที่วางอยู่กับพื้นพร้อมกับผ้าขนหนูที่แขวนอยู่ข้างผนังมาคลุมตัว
สายตาของเธอสบมาที่ผมที่ล้มอยู่กับพื้น ใบหน้าแดงระเรื่อปนเขินอายดวงตาวาวน้ำ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่ว
“คุณ..!!มัน อย่าให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง และขอให้มันเป็นความลับระหว่างเราสองคนเท่านั้น!!”
จากนั้นเธอก็เปิดประตูเดินออกไปอย่างรีบร้อน