แน่นอนว่าไม่มีใครปรารถนาให้ตนเองทั้งตาบอดและเป็ใบ้เมื่อต้องติดอยู่ในป่าเขาแบบเดียวกัน สถานการณ์ของเขาจึงน่าสังเวชกว่าเธอมาก
เซวียเสี่ยวหรั่นหัวใจอ่อนยวบรู้สึกละอายในความไม่รอบคอบของตนเอง ครั้นแล้วเธอจึงวางขนมปังใส่มือของเขา
"ค่อยๆ กินไปนะ ฉันจะไปดูแถวนี้หน่อย ว่าพอจะหาอะไรมากินได้บ้าง"
เซวียเสี่ยวหรั่นลุกขึ้นกวาดมองทั้งซ้ายและขวา ชั่วขณะนั้นไม่พบปัจจัยที่น่าจะเป็อันตรายเขาอยู่คนเดียวคงไม่มีปัญหาอะไร
"ฉันจะรีบกลับมา"
เธอฝากคำพูดไว้ก่อนยกเท้ามุ่งหน้าไปยังเนินเขา
จนกระทั่งคนเดินไปไกลแล้วมือของชายหนุ่มที่บีบขนมปังครึ่งชิ้นนั้นอยู่ก็เริ่มขยับการเคลื่อนไหวเป็ไปอย่างเชื่องช้าดูเหมือนว่าลำพังแค่ยกมือขึ้นเขายังต้องใช้กำลังทั้งหมดของร่างกาย
กว่าขนมปังจะส่งถึงปากไม่ง่ายเลยกลิ่นหอมนมเนยเข้มข้นกระตุ้นคอหอยให้ขยับ เขาไม่เคยได้กลิ่นหอมแบบนี้จากอาหารชนิดไหนมาก่อนเลย
ขนมที่สาวน้อยนามเซวียเสี่ยวหรั่นผู้นี้ป้อนให้เขาเมื่อคืนก็เจือไปด้วยกลิ่นหอมที่คล้ายคลึงกัน
ท้องที่แห้งกิ่วจนแทบไม่เหลือความรู้สึกกับความหิวจนชาชินไปแล้วทำให้เขาไม่คิดอะไรมาก อ้าปากกัดเข้าไปเบาๆ
ความหอมหวานนุ่มละมุนผสานกลิ่นนมเนยเข้มข้นนี่เป็อาหารที่ละมุนลิ้นที่สุดเท่าที่เขาเคยกินมา อาหารที่เรียกว่า 'ขนมปัง' แบบนี้ทำมาจากอะไร เขาไม่เคยกินมาก่อนชายหนุ่มนึกสงสัยเล็กน้อย
"แค่กๆๆ"
การขบเคี้ยวทำให้รู้สึกระคายคอชายหนุ่มไออย่างหนัก น้ำเสียงแหบพร่าราวกับกล่องสูบลมผุๆ ซึ่งมีร่องรอยของความเ็ปฝากแฝงอยู่
เขาหายใจหอบถี่ไอจนเสียงแหบแห้งถึงหยุดลงได้เส้นเืสีเขียวปูดโปนออกมาจากหลังมือผอมบางซึ่งมีแต่หนังหุ้มกระดูกขนมปังถูกบีบจนผิดรูปไป
ร่างกายทรุดโทรมราวกับตะแกรงที่เต็มไปด้วยรูพรุนร่างกายสามารถรวบรวมกำลังภายในได้เพียงส่วนเดียวเท่านั้น ทั้งพลังส่วนนี้ก็ไม่อาจคงอยู่ได้นานพิษประหลาดเร้นลับของซีฉีไม่ผิดจากคำร่ำลือจริงๆ
ดวงตาซีดจางฉายแววทะมึนอย่างบอกไม่ถูกมุมปากเหยียดยิ้มเย็นะเืรอยแส้นับไม่ถ้วนที่พาดผ่านบนใบหน้ายิ่งขับเน้นให้เขาดูน่าสะพรึงกลัว
...
เซวียเสี่ยวหรั่นเดินกะปลกกะเปลี้ยหลังปีนเขามาได้ครึ่งทางเหนื่อยหอบหายใจแทบไม่ทัน
อากาศยามเช้าตรู่ค่อนข้างหนาวเย็นเธอสวมแค่เสื้อยืดสีขาวแขนสั้นจึงต้องอาศัยการเดินอย่างต่อเนื่องถึงจะทำให้ร่างกายรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้าง
ไม่ว่าจะมองไปทางไหนรอบด้านล้วนมีแต่สีเขียวต่างกันแค่สีอ่อนกับสีเข้มเสียงนกร้องแว่วไม่ขาดระยะ เห็นกระต่ายป่าตัวหนึ่งวิ่งโฉบเข้าไปในพงหญ้าแต่ยังไม่ทันทำอะไร มันก็อันตรธานไปเสียแล้ว
เซวียเสี่ยวหรั่นถอนหายใจเฮือกเธอมีปัญญาจับกระต่ายด้วยมือเปล่าที่ไหนกัน
แสงสว่างยามเช้ามีเหลือเฟือทำให้การมองเห็นของเธอชัดเจนขึ้นไม่น้อย
"เฮ้อ... ถ้าฉันอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่สีเขียวแบบนี้สักสองสามเดือนสายตาของฉันก็คงได้กลับไปอยู่ที่ห้าจุดศูนย์เหมือนเดิมเลยละมั้ง" เธอพูดติดตลกทั้งที่อกตรมเหลือหลาย
แต่ที่จริงเดิมทีสายตาเธอก็ไม่ได้สั้นมากเป็เพราะ่มัธยมปลายปีสุดท้ายการบ้านเยอะ ทั้งแบบฝึกหัดและแบบเรียนที่ต้องทำต้องท่องไม่จบไม่สิ้นทำให้สายตาแค่ห้าจุดศูนย์ของเธอกลายเป็สี่จุดเจ็ด ตอนไปตัดแว่นสายตาที่โรงพยาบาลคุณหมอยังบอกว่านี่เป็อาการสายตาสั้นเทียมถ้าระวังเอาใจใส่และแก้นิสัยความเคยชินที่ไม่ดีในการใช้สายตาก็ยังมีโอกาสหายกลับมาเป็ปรกติ แต่น่าเสียดายตอนนั้นเป็่เวลาสำคัญต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยเธอมีเวลามาแก้ความเคยชินที่ไม่ดีของตัวเองเสียที่ไหน
่ที่สู้รบตบมือกับแบบทดสอบไม่เว้นแต่ละวันเธอเคยตัดพ้ออยู่บ่อยครั้ง ว่าชีวิตสุดโหดตอนมัธยมปลายปีสุดท้ายทำให้เกิดไก่สี่ตา[1] มาไม่รู้กี่คนแล้ว แต่จากสถานการณ์ที่เป็อยู่ตอนนี้หรือว่า์จะรำคาญเสียงพร่ำบ่นของเธอก็เลยส่งตัวมาที่นี่เพื่อฟื้นฟูสายตาให้เป็กรณีพิเศษ
เซวียเสี่ยวหรั่นรู้สึกขบขันกับความคิดเพี้ยนๆของตัวเอง เธอถอนหายใจพลางส่ายหน้าก่อนปีนขึ้นเขาต่อไป
หลังผ่านกำแพงหินสูงใหญ่มาได้ก็พบว่าด้านหลังมีถ้ำขนาดใหญ่พอปีนมาถึงปากถ้ำมืดสนิท ลมหนาวกระโชกแรงผ่านร่างของเธอไปทำให้ตัวสั่นอย่างอดไม่ได้อยู่หลายครั้ง
เซวียเสี่ยวหรั่นรีบไปจากที่นั่นเธอ้าหาสถานที่เหมาะสมเป็ที่อาศัยชั่วคราวให้พวกเขาสองคนแต่ถ้ำูเาน่ากลัวแบบนี้เห็นชัดว่าไม่น่าจะไหว
คนผู้นั้นมีาแเต็มตัวจะให้เธอพาคนที่ได้รับาเ็สาหัสออกจากป่าดงดิบแห่งนี้คงเป็เื่เพ้อเจ้อที่เป็ไปไม่ได้แต่ถ้าจะให้ทิ้งเขาแล้วจากไปคนเดียว เธอก็ทำไม่ลงเหมือนกัน
จะว่าไปแล้วสาเหตุหลักสำคัญที่สุดก็คือเธอไม่กล้าไปคนเดียว
ในป่าแบบนี้มีอะไรบ้างเสือ หมีดำ เสือดาว หมาป่า งูพิษ หมูป่า...
ไม่ว่าจะเจออย่างไหนก็ทำให้คนขวัญหนีดีฝ่อได้ทั้งนั้นถึงตัวเธอจะใหญ่แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใจกล้าด้วยสักหน่อยขนาดแค่ไปเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนยังต้องหาคนไปเป็เพื่อนนับประสาอะไรกับการเดินป่าที่ไม่เห็นว่าจุดสิ้นสุดอยู่ตรงไหน
สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือหาที่พักเป็หลักแหล่งให้ได้ก่อนรอเขาฟื้นจากอาการาเ็แล้ว ค่อยหาทางออกไปจากป่าแห่งนี้ส่วนเื่อื่นค่อยว่ากันทีหลัง
เส้นทางบนูเาค่อนข้างลำบากเธอเริ่มเดินลงไปด้านล่าง ตรงนั้นมีเนินเขาเตี้ยๆซึ่งไม่ค่อยมีพงหญ้าหรือพุ่มไม้รกเรื้อมากนัก ลองไปดูว่าที่นั่นจะพอมีผลไม้ป่าหรืออาหารอย่างอื่นที่กินได้บ้างหรือไม่
เื่ล่าสัตว์อะไรอย่าไปคิดนอกเสียจากเธอจะมีพละกำลังมากกว่านี้ แต่โดยพื้นฐานแล้วเธอทำอะไรไม่เป็สักอย่าง
"โอ๊ย" ทันทีที่ะโลงมาจากโขดหิน ก็รู้สึกว่าถูกของแข็งบางอย่างทิ่มเท้า
เธอก้มลงไปตรวจสอบดูว่าเป็อะไร
แต่พอเห็นเท่านั้นเซวียเสี่ยวหรั่นก็ยิ้มออกทันที
เ้าลูกหนามที่ร่วงกราวอยู่เต็มพื้นแลดูคุ้นตาเหล่านี้หากไม่ใช่ผลเกาลัดแล้วจะเป็อะไรไปได้
ลูกหนามสีเขียวและสีน้ำตาลหล่นอยู่บนพื้นเซวียเสี่ยวหรั่นแหงนหน้าขึ้นมองเห็นต้นเกาลัดสูงใหญ่ต้นหนึ่งยืนต้นเอียงกระเท่เร่อยู่บนทางลาดชัน
"ต้นเกาลัด ฮ่าๆ เยี่ยมไปเลย ไม่ต้องกังวลว่าจะหิวตายแล้ว"
เซวียเสี่ยวหรั่นดีใจจนอยากลุกขึ้นมาะโโลดเต้นเกาลัดนึ่ง เกาลัดคั่ว ไก่อบเกาลัด เกาลัดตุ๋นซี่โครงหมู ข้าวอบเกาลัด...
เพียงชั่วพริบตาเธอก็คิดเมนูอาหารจากเกาลัดได้มากมาย "โครก" เสียงท้องร้องเป็ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
แต่น่าเสียดายไม่มีไฟ หม้อก็ไม่มี ตอนนี้คงได้แต่กินเกาลัดดิบประทังชีวิตไปก่อน แต่กินมากก็ไม่ได้เพราะถ้ากินเยอะเกินไปอาจไม่ย่อย
ความเป็จริงทำให้เซวียเสี่ยวหรั่นห่อเหี่ยวลงไปเล็กน้อย
แน่นอนว่าย่อยยากยังดีกว่าอดตายถึงอย่างไรเกาลัดดิบก็เป็ธัญพืชมาคิดหาวิธีว่าขนเ้าลูกหนามพวกนี้กลับอย่างไรไปดีกว่า
เซวียเสี่ยวหรั่นมองซ้ายมองขวาดูว่าจะมีอะไรที่พอใส่ของลงไปได้นอกจากเป้สะพายหลังที่เหลือพื้นที่ใส่ของเพียงเล็กน้อย
ที่พื้นมีผลเกาลัดที่แตกเองตามธรรมชาติอยู่ไม่น้อยเธอจึงเก็บพวกมันมาก่อน แล้วค้นหามีดพับสำหรับปอกผลไม้ออกมาจากเป้
เซวียเสี่ยวหรั่นชอบกินผลไม้ดังนั้นจึงมักพกมีดปอกผลไม้ติดกระเป๋าไปด้วยเสมอ มีดเล่มนี้คุณปู่ซื้อให้เธอก่อนที่จะขึ้นชั้นมัธยมปลายทั้งด้ามจับและใบมีดเป็สีเงิน ด้ามจับไม่หนามากความสามารถในการใช้งานอาจไม่หลากหลายเท่ามีดพับสวิส [2] แต่ด้วยความที่เป็มีดปอกผลไม้แท้ๆ ใช้มาสามปีแล้วก็ยังคมกริบ
คุณปู่ของเธอเป็เชฟเลยค่อนข้างจู้จี้เกี่ยวกับมีด แต่ให้เป็แค่มีดพกถ้าจะซื้อก็ต้องเลือกมีดพกคุณภาพดีเป็พิเศษ โชคดีมากที่เธอพกติดตัวตลอดเวลา
ด้วยสถานการณ์ตอนนี้การมีมีดในมือนับว่าเป็ความโชคดีอย่างล้นเหลือถึงแม้ว่าจะเป็แค่มีดพกที่ยาวกว่าฝ่ามือเล็กน้อยก็ตาม
กว่าเซวียเสี่ยวหรั่นจะกลับลงมาถึงเชิงเขาพระอาทิตย์ก็ลอยสูงโด่งแล้ว อากาศเปลี่ยนเป็อบอุ่นขึ้น
"ฉันกลับมาแล้ว"
หลังเสียงย่ำเท้าหนักๆเซวียเสี่ยวหรั่นก็เดินกระหืดกระหอบเข้ามาข้างโขดหินก่อนวางเป้ที่ใส่ผลเกาลัดลงบนพื้น พอเห็นบนพื้นมีแต่ความว่างเปล่าก็เบิกตากว้าง
คนล่ะ?
บนพื้นมีแต่เสื้อแขนยาวกันแดดสีชมพูของเธอกองอยู่ด้านข้าง
เซวียเสี่ยวหรั่นมองไปรอบด้านอย่างกระวนกระวายใจแต่ก็ไม่เห็นใครอยู่ละแวกใกล้ๆ ที่ไกลออกไปก็เห็นไม่ชัด
หรือว่าคนคนนั้นจะทิ้งเธอแล้วหนีไปคนเดียว?
พอนึกถึงความเป็ไปได้ข้อนี้เซวียเสี่ยวหรั่นก็หน้าซีด หัวใจเต้นรัว
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะรังเกียจที่ชายหนุ่มเป็คนพิการทั้งตาบอดและเป็ใบ้แต่เขาก็เป็คนที่มีชีวิต การพูดคุยกับเขาทำให้รู้ว่ายังมีใครอีกคนอยู่ที่นั่นถึงปลอบประโลมให้เธอรู้สึกสบายใจได้
ตอนนี้แม้แต่สิ่งปลอบโยนหัวใจก็ไม่มีแล้วหรือ
เซวียเสี่ยวหรั่นมือเท้าเย็นเฉียบความดีใจที่เก็บผลเกาลัดมาได้อันตรธานไปในพริบตา
......
เชิงอรรถ
[1] เป็คำที่มักใช้เรียกคนสายตาสั้น มาจากตัวละครในการ์ตูนแอนิเมชั่นเื่ CkickenLittle หรือชื่อไทยว่า กุ๊กไก่หัวใจพิทักษ์โลกที่ฉายในปี พ.ศ. 2448
[2] มีดพับสวิสคือมีดพับแบบพกพาที่รวบรวมเครื่องมือหลายอย่างไว้ด้วยกันเช่นไขควง กรรไกร ที่เปิดขวดสามารถเปิดออกมาใช้งานได้ที่ด้ามจับมักมีสีแดงและมีตราสัญลักษณ์เป็รูปโล่และกากบาทที่คล้ายธงชาติของสวิตเซอร์แลนด์