Ep 022 :: ความเป็ไปได้
งานเลี้ยงนั้นแม้จะจบครึ่ง ๆ กลาง ๆ วังหลวงจะกำลังรุ่มร้อนเพราะเหตุคนร้ายที่ลอบเข้าไปปรากฏตัวในงานเลี้ยง แต่แผนการขายที่เฟิ่งปิงวางไว้ไม่ได้ถูกเลื่อนไปเพราะความวุ่นวายนั้น
อีกทั้งการใช้ครอบครัวโปรโมตของนางก็สำเร็จเป็อย่างดี เนื่องจากท่านแม่ท่านยายให้ความร่วมมือเต็มที่ ร้านเสื้อผ้า ‘ฝูลี่’ ร้านเครื่องประดับ ‘หลิงซื่อ’ รวมถึงร้านเครื่องสำอาง ‘มี่จวง’ เพียงแค่จัดงานเปิดร้านอย่างเป็ทางการ บรรดาคุณหนูคุณนายต่างก็หลั่งไหลเข้าร้านกันอย่างไม่ขาดสาย
“นั่นใช่หรือไม่ ร้านที่จวนราชครูพูดถึง”
“ใช่ ๆ นั่นแหละ ข้าจำได้”
“แวะไปดูกันเถิด”
“ปิ่นนี่งามนัก!”
“ข้าชอบผ้าผูกผมนี่มากเลย”
ร้านทั้งสามแม้จะไม่ได้ตั้งอยู่ใจกลางย่านการค้าส่วนที่คึกคักที่สุด แต่ทว่าแต่ละร้านก็ตั้งไม่ห่างกันมากนัก เป็การช่วยดึงลูกค้าให้อยากแวะเวียนไปให้ครบทั้งสามแห่งไปในตัว การฉลองเปิดร้านจะลดราคาสินค้าลงครึ่งหนึ่ง และจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ หลากหลาย มีสินค้าตัวอย่างแจกเป็ของที่ระลึกให้ลองใช้อีกด้วย
“อื้อ~ แป้งหอมนี่หอมจัง เนียนมากด้วย”
“น้ำมันนี่ช่วยเื่ใดบ้างหรือ?”
“ช่วยคงความชุ่มชื่นเ้าค่ะ สูตรใช้กับผิวจะทำให้ผิวเนียนนุ่ม สูตรใช้กับเส้นผมจะทำให้ผมอยู่ทรงและมีน้ำหนักเ้าค่ะ”
“ไอ้นี่ใช้แต่งหน้าหรือ ใช่อย่างไรล่ะ?”
“แปรงปัดเ้าค่ะ หากคุณหนูไม่รังเกียจ พนักงานจะมีบริการประทินโฉมให้นะเ้าคะ หากลองแล้วชอบค่อยซื้อติดมือกลับก็ได้เ้าค่ะ”
“เอาสิ ๆ”
การจัดรูปแบบร้านจะเป็ไปในรูปแบบที่เหมือน ๆ กันทั้งสามแห่ง นั่นก็คือชั้นล่างโซนนอกจะเป็สินค้าทั่วไปที่คนธรรมดาก็สามารถเลือกซื้อเลือกหาได้ ในขณะที่ด้านในไปจนถึงชั้นสองจะเป็สินค้าพิเศษที่มีราคาแพง ไม่ได้มีขายทั่วไปหรือวางขายบ่อย ๆ
“นี่ตัวอย่างอาภรณ์หรือ?”
“เ้าค่ะ อาภรณ์ของทางร้านทุกตัวจะตัดเย็บอย่างประณีตเพื่อผู้ใส่เ้าค่ะ”
“มีแบบอื่นหรือไม่?”
“ลองดูตัวอย่างสินค้าได้ที่ด้านนั้นเ้าค่ะ”
เสื้อผ้าที่ตัดเย็บแล้วบางส่วนจะใส่ไม้แขวนแขวนไว้ให้เห็นรูปแบบอาภรณ์ชัด ๆ เป็ของตั้งโชว์และถือเป็ของสำเร็จรูปที่ราคาถูกกว่ารูปแบบสั่งตัด หากพิเศษมากหน่อยก็จะสวมใส่โชว์ไว้ในหุ่นไม้บุผ้า เสื้อผ้าธรรมดารูปแบบจีนโบราณปกตินั้นมีแขวนอยู่ไม่น้อย ทั้งถ้าอยากเปลี่ยนเล็กน้อยก็ยังสามารถสั่งตัดโดยเลือกสีผ้าและลวดลายได้ตามแต่จะเลือกสรร หากแต่สินค้าพิเศษนั้นหากไม่ใช้ดวงจริง ๆ ก็ต้องรอไปอีกนานพอสมควร
“ข้าจะซื้ออาภรณ์พวกนั้น”
“ต้องขออภัยเ้าค่ะ สินค้าพิเศษจะไม่มีวางขายปกติ หากแต่จะมาเป็่ ๆ นี่เป็เพียงสินค้าตัวอย่างไม่สามารถขายได้เ้าค่ะ”
“ข้าจะเอา!”
“ต้องขออภัยจริง ๆ เ้าค่ะ อาภรณ์พิเศษนั้นคุณท่านเป็ผู้ออกแบบแล้วให้คนงานตัดเย็บเพียงไม่กี่คน ไม่อาจนำมาขายได้ตลอดตามความ้าจริง ๆ เ้าค่ะ หาก้าท่านต้องมีโชคที่มาได้ถูกเวลาเ้าค่ะ”
“...ชิ เอาเถิด ไว้ข้าจะมาใหม่ อาภรณ์ธรรมดาก็ไม่ได้เลวร้ายอันใด”
“ขอบคุณนายหญิงผู้งดงามที่เข้าใจเ้าค่ะ”
และเมื่อกิจการเป็ไปได้อย่างรุ่งเรือง มีหรือที่จะไม่มีพวกก่อกวน และมีหรือที่เฟิ่งปิงจะไม่คาดเดาและหาทางป้องกันไว้...
“เฮ้ย! เกะกะจริง!!”
“คนที่เกะกะคือพวกท่านต่างหากขอรับ”
โครม!!
“ต้องขออภัยในความไม่สงบนะเ้าคะ”
คนงานทุกคนในร้านต่างมีวรยุทธ์ติดตัวไม่มากก็น้อย เพียงแต่คนคุ้มกันที่สามสหายช่วยนางสั่งสอนเป็พิเศษสิถึงจะมีฝีมือจริง ๆ อันธพาลธรรมดานั้นทำอันใดไม่ได้หรอก แต่ถ้าเป็พวกเก่ง ๆ มา นางก็แอบใช้เส้นสายกับกองทหารของบิดาให้มาจัดการแทนได้อยู่แล้ว
...
“คุณหนูเ้าคะ งานเปิดร้านทั้งสามเป็ไปด้วยดีมากเลยเ้าค่ะ”
“ข้าก็ไม่แปลกใจหรอกพี่สุ่ยหลิว”
เฟิ่งปิงนอนรอฟังข่าวคราวอยู่ที่จวนราชครูอย่างสบายอารมณ์ ตัวแปรที่งานนี้จะไม่สำเร็จในการคาดเดาของนางน่ะต่ำยิ่งกว่าต่ำเสียอีก จากนี้สินค้าธรรมดาก็ให้พวกพนักงานมีหัวศิลป์ออกแบบแล้วนางคอยตรวจเช็ก จากนั้นบางครั้งก็แค่คิดสินค้าผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ วางขายเป็่ ๆ แล้วก็รอนับเงินอย่างเดียวก็พอ
“อ้อ พี่สุ่ยหลิว แล้วข่าวลือเื่คุณหนูรองเป็อย่างไรบ้าง?”
“พูดกันทั่วไปในเมืองหลวงเ้าค่ะ แถมพวกชาวบ้านยังช่วยกันใส่สีตีไข่เพิ่มเสียมากมาย คิดว่าคุณหนูรองคงไม่ออกจากจวนไปเสียพักใหญ่”
“ก็ไม่ต่างไปจากที่คาดล่ะนะ”
เฟิ่งปิงยิ้มระรื่นด้วยความสาแก่ใจ ทำให้มารดากับนางพบเจอเื่ยุ่งยาก แล้วนางจะยอมให้เื่มันจะจบง่าย ๆ ได้อย่างไร
แต่ในขณะที่ทางเฟิ่งปิงรุ่งเรืองอารมณ์ดีกอบโกยเงินเข้ากระเป๋าได้ไม่หยุดหย่อน ทางผู้เป็บิดานั้นกลับต้องคร่ำเคร่งจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน...
หยางเอ่อคังก้าวเท้าเดินฉับ ๆ ไปยังที่คุมขัง หมอหลวงที่กำลังหาทางยื้อชีวิตมือสังหารที่หายใจรวยรินไม่ได้สังเกตถึงการมาของเขาเลย จนกระทั่งเขาต้องเป็ฝ่ายเอ่ยปากทัก
“ท่านหมอกู้ เป็อย่างไรบ้าง?”
“คารวะท่านแม่ทัพ” หมอชรากำลังตั้งท่าจะคารวะแต่ก็โดนมือหนาโบกห้าม หมอชราจึงเข้าเื่ทันที “ท่าไม่ดีเลย เขาอึดมากที่รอดมาจนถึงตอนนี้ แต่ก็ยื้อไว้ไม่ไหวแล้ว”
“ท่านรักษาเขาไม่ได้?”
“ไม่สามารถ าแนั้นสาหัสเกินไป ร่างของเขาถูกอะไรบางอย่างเจาะถึงสี่จุด แม้จะไม่ใช่จุดตายแต่ก็เสียเืมากไป าแเองก็สาหัสมากเช่นกัน ข้าหาทางยื้อชีวิตเขาทุกวิธีแต่ก็... ต้องขออภัยจริง ๆ”
“ท่านหมออย่าโทษตัวเองเลย”
หยางเอ่อคังเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมกล้ามองร่างที่ใกล้จะเดินทางไปดื่มน้ำแกงยายเมิ่งเต็มแก่ด้วยความไม่สบอารมณ์
“าแพวกนี้ทำให้เขาไม่ได้สติ ท่านแม่ทัพคงไม่อาจหาข้อมูลอะไรจากชายผู้นี้ได้อีก” หมอชรากล่าวอย่างจนใจ
“...เช่นนั้นก็ไม่ต้องยื้อชีวิตมันไว้หรอก”
แม่ทัพใหญ่ส่งสายตาไปหานายทหารเื้ั เขาชักดาบออกมาก่อนจะเดินไปแทงลงบนหัวใจของคนใกล้ตาย ดับชีวิตมันในทันที
“รบกวนท่านหมอแล้ว”
“มิกล้า ๆ”
หมอหลวงชราเดินจากไปจากที่คุมขังช้า ๆ โดยไม่ได้หันกลับเข้าไปด้านในอีก
“ท่านแม่ทัพ จะเอาอย่างไรกับมันดีขอรับ?”
“ให้คนมาชันสูตรศพมัน หาทุกอย่างที่น่าจะเป็เบาะแสจากตัวมันให้ได้ แล้วนำของกลางไปให้ข้าด้วย”
“ขอรับ!”
...
“ท่านแม่ทัพ”
ซือหม่าปาเจียวหยิบหน้าไม้ขึ้นมาวางบนโต๊ะหนึ่งอัน ในขณะที่ด้านข้างวางลูกเหล็กลูกเล็กสีทองไว้หลายก้อน ดวงตาคมมองตามอาวุธ (?) สังหารทั้งสองด้วยความสับสนไม่น้อย
“ว่ามา”
“จากการตรวจสอบครั้งแล้วครั้งเล่า ในบริเวณนั้นนอกจากร่องรอยของมือสังหารสามคนก็ไม่มีร่องรอยของผู้อื่นอีกขอรับ เพียงแต่ลูกเหล็กที่พบนี่เจาะเข้ากะโหลกศีรษะ หัวใจ ผ่านกระดูกและกล้ามเนื้อ”
“...”
“ไม่อาจทราบได้ว่ามันคืออาวุธชนิดใด หรือร่องรอยของผู้ลงมือว่าเป็มิตรหรือศัตรูขอรับ”
ลูกเหล็กที่ถูกยิงมาจากระยะไกลไม่ต่างจากหน้าไม้หรือธนู หากแต่พลังทำลายรุนแรงกว่า แล้วใช้อะไรจึงจะยิงลูกเหล็กเหล่านี้ได้... หากเป็อาวุธลับของยอดฝีมือที่ใช้ปราณซัดก็สมควรมีร่องรอยของผู้ใช้บ้าง
ผู้เยี่ยมยุทธ์หรือ...? ปราณขั้นแปดเช่นเขายังไม่กล้าพูดเลยว่ากระทำเช่นนี้ได้...
มืดแปดด้าน... ช่างน่าโมโหเสียจริง!
“พักเื่คนลงมือฆ่ามือสังหารไว้ก่อน ในเมื่อคนผู้นั้นช่วยเหลือก็คิดไปก่อนว่าเขาเป็มิตร ...แล้วที่มาของมือสังหารพวกนี้?”
“จากการตรวจสอบสัญลักษณ์บนร่าง คาดว่าเป็คนของพวก ‘หัวซา’ ขอรับ”
“พรรคนักฆ่า... แปลว่าต้องมีผู้ว่าจ้าง”
พรรคนักฆ่าที่จะว่าลึกลับก็ได้ เปิดเผยก็ดี ทุกคนที่รับงานลอบสังหารเป็ยอดฝีมือที่ตราบที่ให้เงินว่าจ้างจำนวนที่คุ้มค่าก็ไม่เคยเกี่ยงงาน ความเป็ไปได้ว่าทำงานล้มเหลวแทบเป็ศูนย์ และก็เพราะเหตุนั้นคนในพรรคทุกคนจึงต้องมีสัญลักษณ์อยู่บนร่าง ซึ่งแม้จะมีประกาศว่ามีสัญลักษณ์นี้อยู่ทั่วไปแต่ผู้ที่เคยเห็นของจริงก็น้อยนัก เพราะหากงานไม่สำเร็จมันก็จะหายเข้าไปในกลีบเมฆ
ว่ากันว่าไอ้พวกนี้มีพรรคพวกแฝงอยู่ทุกแว่นแคว้น เช่นนั้นใครก็เป็ผู้ว่าจ้างได้ คนนอก... คนใน...
นี่ก็มีความเป็ไปได้เยอะเหลือเกิน!
“ส่วนอาวุธหน้าไม้มีการดัดแปลงให้ยิงลูกศรได้รัวไม่ต้องเติมลูกศรใหม่บ่อย ๆ เสียตรงที่ลูกศรที่ถูกยิงจะมีความรุนแรงน้อยกว่าธนู ส่วนตัวลูกศรเคราะห์ดีที่ท่านแม่ทัพป้องกันไว้ได้ เพราะหัวลูกศรเคลือบยาพิษชนิดร้ายแรงไว้เพียงแค่ได้าแเล็ก ๆ ก็ถึงตายได้”
“...”
“ตัวอาวุธยังไม่พบว่าแคว้นไหนให้การพัฒนา อาจจะเป็อาวุธใหม่ของพวกหัวซาก็เป็ได้ขอรับ”
“ส่งให้คนของเราตรวจสอบอาวุธให้ละเอียด หากสามารถตรวจโครงสร้างแล้วสร้างตามได้จะดีต่อฝ่ายเรา สืบหาจากยาพิษว่าเป็ชนิดใดมาจากที่ใดด้วย”
“ขอรับ”
“นางกำนัลผู้นั้นเล่า?”
“คนของตำหนักเถาเสียนเฟยขอรับ”
“…แปลก”
สกุลเถามีชื่อเสียงมากยามสมัยราชวงศ์ก่อน ขุนนางส่วนใหญ่จึงยังคาดว่าสกุลเถายังคงภักดีกับราชวงศ์ฉิน เมื่อเป็เช่นนั้นหากจะลอบสังหารฮ่องเต้ เหตุใดเสียนเฟยผู้เป็คนสกุลเถาจึงลงมือใช้คนของตัวเองให้สาวมาถึงตัวง่ายขึ้น หรือจงใจทำให้คิดเช่นนี้เลยใช้คนของตัวเองมันตรง ๆ
“ฝ่าาสั่งการใด ๆ บ้างแล้ว”
“เวลานี้ฮ่องเต้ทรงสั่งกักบริเวณเถาเสียนเฟยในตำหนักเย็นลดขั้นลดเบี้ยหวัดจนกว่าเื่จะกระจ่าง ให้ฮองเฮาดูแลตำหนักในร่วมกับพระสนมขั้นเฟยคนอื่น แล้วก็ให้ท่านและกรมอาญาช่วยสืบความต่อด้วยขอรับ”
“...แปลว่าฝ่าาก็ต้องคิดว่าแปลกเหมือนกัน”
หยางเอ่อคงยกมือกุมศีรษะ หน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความปวดหัว รู้สึกตัวเองจะแก่ลงกว่าเดิมเป็สิบ ๆ ปี งานหลวงนั้นประเดประดังเข้ามาไม่หยุดหย่อน ในขณะที่ปัญหาครอบครัวก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข...
ช่างน่าเหนื่อยใจเสียเหลือเกิน...
++++
ไม่ต้องแปลกใจที่ตอนมันสั้นๆ ยาวๆ อะไรที่แก้ได้แมวก็เติม อะไรที่มันห่วยก็ลบ มันก็เลยไม่มีความแน่นอนสักเท่าไหร่
ไว้จะไปแก้ตัวใหม่เื่หน้าเนอะ