“แกบอกฉันมาเดี๋ยวนี้ว่าแกขโมยเงินฉันไปใช่ไหม” แม่ไฉใช้ไม้ที่อยู่ในมือตีไฉปาเม่ยหนักๆ ไปหลายทีจนรู้สึกเหนื่อย “แกรู้ไหมว่าเงินก้อนนั้นฉันเก็บไว้ให้หลานชายของแกที่จะกำลังจะเกิดมา แกลืมไปแล้วเหรอว่าพี่สะใภ้กับน้องสะใภ้ของแกใกล้คลอดแล้ว”
“แต่ตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่คลอดไม่ใช่เหรอ เหลือเวลาอีกตั้งหลายเดือน เดี๋ยวฉันหาเงินมาคืนแม่เองนั่นล่ะ” ไฉปาเม่ยบอก
“แกยังจะมาพูดอีก อย่างแกจะไปหาเงินมาจากไหน วันๆ เอาแต่หายหัวไปไหนก็ไม่รู้ วันนี้แกก็ไม่ออกไปทำงาน ส่วนวันทำงานแกก็ทำได้แค่วันละสองแต้ม จะกินยังไม่พอแล้วแกยังบอกว่าแกจะหาเงินยี่สิบหยวนมาคืนฉัน เงินมันจะหล่นมาจากฟ้าให้แกหรือไง” แม่ไฉหายเหนื่อยก็ยกไม้ในมือขึ้นหวังจะตีลูกสาวอีกรอบ “แกบอกมาดีกว่าว่าแกเอาเงินยี่สิบหยวนไปไหน ถ้าไม่บอกฉันจะตีแกเดี๋ยวนี้”
“แม่จะตีก็ตีเลยเถอะ แต่ตีให้ตายยังไงฉันก็ไม่บอกหรอกว่าเงินยี่สิบหยวนอยู่ที่ไหน” ไฉปาเม่ยเก็บความลับไว้อย่างดี เพราะเสิ่นต้าไห่กำชับไว้ว่าหากเื่เงินแพร่งพรายออกไป เขาก็อาจจะถูกส่งตัวไปอยู่ที่หน่วยผลิตอื่นซึ่งไม่รู้ว่าสถานที่ใหม่จะอยู่ใกล้หรือไกลจากหมู่บ้านเตี้ยนสุ่ย เมื่อระยะทางและหน้าที่บีบบังคับ เขาก็คงจะไม่ได้กลับมาแต่งงานกับเธอ เหตุผลนี้ทำให้ไฉปาเม่ยไม่กล้าบอกเื่เงินยี่สิบหยวนกับแม่ เธอกลัวว่าถ้าเสิ่นต้าไห่ถูกส่งตัวออกไปจริง เธอก็คงจะเสียตัวไปเปล่าๆ และความหวังที่จะได้แต่งงานกับยุวชนคนเมืองก็คงจะจบสิ้น
“แกคิดว่าฉันไม่กล้าเหรอ! ถ้าอย่างนั้นฉันจะตีแกเดี๋ยวนี้” แม่ไฉใช้ไม้ในมือตีไปที่ไฉปาเม่ยอีกหลายครั้ง
พ่อไฉทนไม่ไหวจึงเดินมาคว้าไม้จากมือภรรยา “คุณหยุดตีลูกแล้วก็เลิกะโได้แล้ว อายชาวบ้านเขาบ้าง”
คุณก็ดูนังลูกไม่รักดีของคุณสิ อยู่ๆ ก็มาขโมยเงินที่ฉันเก็บไว้ให้หลานชายไป ถ้าหลานชายเกิดมาแล้วเราจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อของมาบำรุงให้เขากันล่ะ” แม่ไฉพูดอย่างลำเอียง
“คุณก็พูดถึงแต่หลานชาย แล้วถ้าลูกสะใภ้คลอดหลานสาว คุณจะยังรักหลานของเราอยู่ไหม” พ่อไฉชี้ไปที่ลูกสาว “ที่คุณไม่รักปาเม่ยและลำเอียงเข้าข้างแต่ลูกชายก็เพราะเธอเกิดมาเป็ผู้หญิงใช่ไหม ถ้าเป็เพราะเหตุผลนั้นผมขอถามคุณหน่อยว่าลูกสาวของเราผิดตรงไหน ในเมื่อคนที่ทำให้เธอเกิดมาคือคุณกับผม”
พ่อไฉอธิบายเหตุผลกับภรรยาอย่างใจเย็น อย่างไรเขาก็เป็คุณครู เขาจึงไม่อยากให้ภรรยาทำตัวไร้เหตุผลจนคนเอาไปนินทา
เมื่อเห็นภรรยายืนนิ่ง พ่อไฉจึงพูดต่อ “วันนี้ก็พอแค่นี้เถอะ อย่าทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่จนผมต้องถูกเลิกจ้าง ขาดเงินเดือนของผมไปครอบครัวเราจะลำบาก แล้วคุณก็กลับไปนับเงินดูให้ดีว่าปาเม่ยเอาเงินไปแค่ยี่สิบหยวนหรือเธอเอาเงินเก็บของคุณไปทั้งหมด ถ้าเธอเอาไปแค่ยี่สิบหยวนก็ค่อยให้เธอหามาคืน แต่ถ้าเธอเอาเงินของคุณไปทั้งหมด ผมนี่ล่ะที่จะเป็คนลงโทษเธอเอง”
แม่ไฉไม่พูดอะไรได้แต่หันหลังเดินกลับห้องก่อนจะปิดประตูเสียงดังเพราะเธอไม่สามารถโต้แย้งคำพูดของสามีได้เลย
ไฉปาเม่ยบอกพ่อไฉอย่างขอบคุณ “ขอบคุณนะคะพ่อ หนูจะหาเงินมาคืนแม่ให้เร็วที่สุดค่ะ”
“วันนี้แกเสียเงินเพราะเสิ่นต้าไห่ไปยี่สิบหยวน รับประกันได้ไหมว่าวันหน้าแกจะไม่ต้องเสียเงินแทนเขาอีก” พ่อไฉถามลูกสาว
ไฉปาเม่ยอ้าปากค้าง “พ่อรู้เหรอคะ”
พ่อไฉไม่ตอบแต่มองลูกสาวอย่างผิดหวัง ่นี้เป็ฤดูเก็บเกี่ยว โรงเรียนจึงหยุดเรียนเพื่อให้นักเรียนกลับมาช่วยงานที่บ้าน แต่เขาเป็ครูยังต้องไปเตรียมการสอนที่โรงเรียน เขาจึงต้องออกจากบ้านเพื่อไปโรงเรียนทุกวัน แต่ไม่คิดว่าขากลับเขาจะมาได้ยินซ่งหย่วนกับจูเสี่ยวลี่ทวงเงินเสิ่นต้าไห่ และเป็ลูกสาวของเขาที่อาสาจะหาเงินมาจ่ายแทน เพราะฉะนั้นตอนที่เขาปั่นจักรยานผ่านหน้าบ้านของยุวชนเสิ่นเพื่อไปโรงเรียนใน่บ่าย เสียงสุขสมของชายหญิงที่ดังออกมาต้องเป็เสียงของลูกสาวอย่างแน่นอน
แต่ที่พ่อไฉไม่ได้ดุด่าลูกสาวและไม่ทำให้เป็เื่ใหญ่เพราะเขากลัวเสียหน้า หากมีคนรู้ว่าลูกสาวของเขาไปนอนกับผู้ชายก่อนที่จะแต่งงาน ชื่อเสียงของลูกสาวต้องเสียหาย และเขาก็ต้องเสียชื่อไปกับเธอด้วย สุดท้ายตำแหน่งคุณครูก็อาจจะถูกปลด ชามข้าวเหล็กที่ถือไว้ก็ต้องมีคนมาทำแทน เขายอมให้เป็อย่างนั้นไม่ได้จึงได้แต่พูดอ้อมเพื่อให้ลูกสาวจัดการเื่ของเสิ่นต้าไห่ให้ดี
“พ่อช่วยเก็บเื่นี้ไว้ก่อนได้ไหมคะ รอให้คุณพ่อกับคุณแม่ของเขาส่งเงินมา ถึงตอนนั้นหนูจะพาเขามาหาพ่อกับแม่ด้วยตัวเอง”
“ตามใจ แต่อย่าให้เดือดร้อนมาถึงหน้าที่การงานของฉันก็พอ แกก็เคยเห็นแล้วว่าฉันจัดการกับคนที่ไม่เชื่อฟังยังไง”
ไฉปาเม่ยมองพ่ออย่างหน้าซีด ทุกคนในหมู่บ้านรวมถึงแม่ของเธอต่างก็พูดกันว่าพ่อเป็คุณครูที่สุภาพเรียบร้อยและยังซื่อสัตย์กับภรรยาเป็อย่างมาก แต่เธอรู้ดีว่าพ่อของเธอไม่ใช่แบบนั้น เพราะเธอเคยเห็นพ่อชกต่อยกับอันธพาลเพื่อแย่งผู้หญิงคนเดียวกัน พ่อของเธอเป็ฝ่ายชนะ ส่วนอันธพาลคนนั้นกลับต้องกลายเป็คนขาเป๋ ั้แ่วันนั้นไฉปาเม่ยจึงได้รู้ว่าพ่อของเธอเป็คนดุร้ายขนาดไหน
แม่ซ่งกลับมาบ้านอย่างอารมณ์ดี เพราะเมื่อกลางวันลูกชายคนเล็กเล่าให้ฟังว่าเื่ของลูกสะใภ้กับเสิ่นต้าไห่เป็เพียงเื่เข้าใจผิด ยิ่งตอนขากลับจากทำงานเธอเห็นแม่ไฉกำลังดุด่าลูกสาวเื่ที่ลูกสาวขโมยเงิน เห็นอย่างนั้นแล้วเธอยิ่งอารมณ์ดีเข้าไปใหญ่ เพราะเธอกับแม่ไฉเรียกว่าเป็ไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด
“แม่ดูมีความสุขจังเลยนะครับ” ซ่งเจ๋อยิ้มตาม
แม่ซ่งกระซิบกับลูกชาย “แกว่าเงินยี่สิบหยวนนั่นไฉปาเม่ยขโมยมาให้เสิ่นต้าไห่หรือเปล่า”
“ถ้าตลอดทั้งบ่ายพวกเขาอยู่ด้วยกัน พี่ปาเม่ยก็คงจะขโมยเงินมาให้ยุวชนเสิ่นคนนั้นนั่นล่ะครับ”
“ที่แท้ไอ้ยุวชนหน้าขาวนั่นก็เป็แค่ผู้ชายที่เกาะผู้หญิงกิน ฉันก็ว่าแล้วว่าลูกสะใภ้ที่แสนดีของฉันไม่มีทางมีใจให้กับผู้ชายแบบนั้นได้หรอก ต้องอย่างลูกชายของฉันสิ ทั้งหล่อทั้งทำงานเก่ง มีเหรอที่ลูกสะใภ้ของฉันจะหันไปมองคนอื่น”
“เมื่อเช้ายังหน้าตึงกับพี่สะใภ้อยู่เลย ตอนนี้พอพูดถึงเธอแม่ก็เอาแต่ยิ้ม ตกลงว่าแม่ไม่โกรธพี่สะใภ้แล้วใช่ไหมครับ”
“ไม่โกรธ ไม่โกรธ” แม่ซ่งรีบโบกมือ “ฉันจะไปโกรธลูกสะใภ้ที่แสนดีของฉันได้ยังไง เธอเป็ลูกสะใภ้ที่ฉันหามาเองกับมือ”
ซ่งเจ๋อกลอกตา “แม่แค่อาศัย่ที่บ้านของพี่สะใภ้มีปัญหาการเงินก็เลยได้เธอมาเป็สะใภ้หรอก”
“จะยังไงก็ช่าง สุดท้ายก็เป็ฉันที่ตาถึงแล้วได้หนูลี่ลี่มาเป็สะใภ้” แม่ซ่งหันไปพูดกับลูกชายคนเล็ก “แต่เื่ที่แกเห็นเสิ่นต้าไห่กับไฉปาเม่ยอยู่ด้วยกันแกอย่าเอาไปบอกใครเชียว ไปเตือนจื่อหลินไว้ด้วย ถ้าขืนแกเอาเื่ของพวกเขาไปพูดโดยไม่มีหลักฐาน ฉันกลัวว่าคุณครูไฉจะตามมาเอาเื่ ผู้ชายคนนั้นน่ากลัวมากเลยนะ”
“ใช่เหรอแม่ คุณครูไฉเป็ครูที่ใจดีมากเลยนะครับ สอนหนังสือก็เก่งมากด้วย”
“เื่สอนหนังสือเก่งฉันไม่เถียง แต่เื่ที่เขาน่ากลัวมันคือเื่จริง” แม่ซ่งนึกไปถึงวันที่เธอเห็นพ่อไฉใช้ไม้ตีขาอันธพาลคนนั้นจนพิการ ภาพน่ากลัวนั้นยังติดตาอยู่เลย “เอาเป็ว่าแกต้องเชื่อฉันว่าอย่าเอาเื่ของเสิ่นต้าไห่กับไฉปาเม่ยไปพูดกับใคร”
ซ่งเจ๋อเห็นว่าแม่อยู่ดีๆ ก็ทำท่ากลัว เขาจึงรับปากและไม่ถามอะไรอีก “ได้ครับแม่ ผมจะไม่เอาเื่นี้ไปพูดกับใคร”
“ดีมาก ถ้างั้นเรากลับบ้านกัน” แม่ซ่งยิ้ม “วันนี้แม่อารมณ์ดี แม่จะทำบะหมี่โรยหน้าด้วยหมูสับผัดน้ำมันพริกให้พวกแกก็แล้วกัน”
แต่พอแม่ซ่งกับซ่งเจ๋อมาถึงบ้าน พวกเขาต้องใที่เห็นอาหารถูกจัดเตรียมไว้รอพวกเขาแล้ว ทั้งอาหารบนโต๊ะยังมีตั้งหลายอย่าง อาหารพวกนี้ดีกว่าอาหารที่ทำขึ้นโต๊ะในวันปีใหม่เสียอีก
“ทำไมพวกเธอทำอาหารเยอะแยะอย่างนี้ล่ะ” แม่ซ่งมองดูอาหารที่วางอยู่ก็รู้สึกปวดใจ “หมดเงินไปเท่าไหร่แล้วเนี่ย”
“แม่คะ ระหว่างทางแม่ไม่ได้ยินเื่ที่ไฉปาเม่ยขโมยเงินป้าไฉไปยี่สิบหยวนเหรอคะ” จูเสี่ยวลี่ถามแม่สามี ขนาดเธอกับสามีอยู่บ้านยังได้ยินชาวบ้านเขานินทาเื่นี้ แล้วแม่สามีที่ต้องเดินผ่านบ้านไฉจะไม่รู้เื่นี้ได้อย่างไร
“ได้ยินสิ แต่ว่าเื่นั้นมันเกี่ยวอะไรกับที่พวกแกทำอาหารมาเต็มโต๊ะ” แม่ซ่งพูดจบก็นึกได้ เธอมองลูกชายกับลูกสะใภ้แล้วยิ้ม “หรือว่าเงินยี่สิบหยวนนั่นไฉปาเม่ยขโมยมาให้พวกแก พวกแกทำได้ยังไงเนี่ย”
“แม่จะพูดอย่างนั้นไม่ได้นะครับ เงินยี่สิบหยวนนั้นอยู่ที่เราก็จริง แต่มันเป็ค่าจ้างที่เสิ่นต้าไห่ค้างจ่ายให้กับลี่ลี่” ซ่งหย่วนอธิบายแทนภรรยา
“อาเจ๋อบอกแม่ว่าเขาได้ยินเสิ่นต้าไห่กับไฉปาเม่ยคุยกันว่าที่ลี่ลี่ไปบ้านเสิ่นต้าไห่บ่อยๆ เพราะลี่ลี่ไปรับจ้างเสิ่นต้าไห่ทำงาน แม่ว่าจะกลับมาถามพวกแกอยู่พอดีว่ามันเป็เื่จริงไหม แต่ถ้าอาหย่วนบอกว่าเงินยี่สิบหยวนเป็เงินค่าจ้างของลี่ลี่ ถ้าอย่างนั้นแม่ก็คงไม่ต้องถามอะไรให้มากความแล้ว” แม่ซ่งเดินไปจับมือลูกสะใภ้ “ก่อนหน้านี้แม่ต้องขอโทษด้วยที่เข้าใจหนูผิดไป ต่อไปหนูเดือดร้อนอะไรก็ให้มาบอกแม่ ไม่จำเป็ต้องแบกภาระไว้คนเดียว ต่อให้หนูจะต้องหาเงินกลับไปให้พ่อกับแม่ของหนูเพื่อแสดงความกตัญญู แม่ก็จะไม่ห้าม เพราะพ่อกับแม่ของหนูไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว พวกเขาเอาเงินไปใช้ทำอะไรแม่รู้ทุกอย่าง”
จูเสี่ยวลี่น้ำตาคลออีกแล้ว เธอคิดในใจว่าวันนี้เธอต้องร้องไห้อีกกี่ครั้งกับความโง่ของตัวเอง เมื่อก่อนทำไมเธอไม่เคยมองเห็นความหวังดีของคนที่อยู่รอบตัวแต่กลับเชื่อคำพูดของเสิ่นต้าไห่
แม่ซ่งเห็นลูกสะใภ้ร้องไห้ก็ใ “หนูร้องไห้ทำไม หรือยังโกรธที่เมื่อก่อนแม่ไม่เชื่อใจหนู ถ้างั้นแม่ขอโทษหนูอีกครั้งก็แล้วกัน”
“ไม่ใช่คะแม่ หนูแค่รู้สึกเสียใจที่เมื่อก่อนหนูทำกิริยาไม่ดีกับแม่ กับอาหย่วน แล้วก็อาเจ๋อ หนูต่างหากที่ต้องเป็ฝ่ายขอโทษ” จูเสี่ยวลี่มองทุกคนอย่างรู้สึกผิด “ขอทุกคนอภัยให้หนูด้วยนะคะ ต่อไปหนูจะทำดีกับทุกคนให้มากเพื่อชดเชยกับการกระทำที่ผ่านมา”
“พูดอะไรอย่างนั้น เราครอบครัวเดียวกันจะต้องมาชดเชยอะไร” แม่ซ่งเอื้อมมือไปลูบศีรษะลูกสะใภ้อย่างเอ็นดู “เื่ในอดีตไม่ต้องพูดถึงแล้ว ต่อไปเรามาใช้ชีวิตให้ดีแล้วทำอนาคตของเราให้ดีกันดีกว่า ว่าแต่...”
“อะไรเหรอคะแม่” จูเสี่ยวลี่ถาม
“เงินยี่สิบหยวนนี้หนูแบ่งกลับไปให้ที่บ้านหรือยัง”
“หนูให้พ่อกับแม่ไว้ไปหาหมอแล้วสิบหยวนค่ะ เหลืออีกสิบหยวนหนูจะเก็บไว้ใช้ในบ้านของเรา”
“ถ้าอย่างนั้นหนูเก็บเงินสิบหยวนไว้เองเถอะ ไม่ใช่ตอนที่แต่งเข้าบ้านมาใหม่ๆ หนูบอกว่าอยากให้แม่พาหนูไปตรวจร่างกายก่อนมีลูกเหรอ แม้ตอนนี้มันจะช้าไปสักหน่อยเพราะหนูกับอาหย่วนก็...เอ่อ...อยู่ด้วยกันมาตั้งหกเดือนแล้ว” แม่ซ่งกลัวว่าลูกสะใภ้จะเขิน “หนูเคยบอกว่าอยากมีหลานชายหลานสาวตัวอ้วนมาให้แม่ช่วยเลี้ยงไม่ใช่เหรอ”
จูเสี่ยวลี่มองสามีที่ยืนหน้าแดงอยู่ ‘ทำไมเื่สำคัญอย่างนี้ฉันจำไม่ได้ แล้วทีนี้จะทำยังไง ฉันกับอาหย่วนยังไม่เคยทำอย่างนั้นกันเลยนะ’