บรรยากาศท่วมท้นไปด้วยความอึดอัดใจทันทีที่ตะวันวาดและอันธกานต์สบตากัน
ตะวันวาดปล่อยมือจากวาเลนไทน์โดยไม่รู้ตัว
เด็กน้อยหยุดชะงัก คิ้วเล็กงุ้มเข้าหากัน วาเลนไทน์ยกมือขึ้นสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอแบมือกำมือสลับกันเพื่อเรียกความสนใจของตะวันวาด
“มือค่ะ จับมือ” เธอกล่าว
ตะวันวาดมองคนตัวเล็กอึ้ง ๆ ขณะที่พ่อของเธอนั้นดูจะตั้งใจทำเป็นไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นเท่าไหร่นัก ตะวันวาดยื่นมือไปจับวาเลนไทน์อีกครั้ง เธอรู้สึกใจหวิวอย่างบอกไม่ถูก
“ไปกันเถอะจ้ะ” อัญญาเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาประชิดคนทั้งคู่
ทั้งหมดเธอออกจากบ้านไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างนอกตัวบ้าน สินธพนั่งอยู่บนเบาะคนขับเรียบร้อยแล้ว
“หนูขอนั่งข้างหน้าได้มั้ยคะ” ตะวันวาดเอ่ยขึ้นอย่างประหม่า เธอสบตามมองอัญญา
หญิงสูงวัยกว่ามีสีหน้าประหลาดใจ
“เอ่อ.. พอดีว่าตะวันเมารถค่ะ” คนอย่างนั่งหน้ารีบเอ่ยถึงเหตุผลที่ดูฟังขึ้นที่สุด แม้ว่าจริง ๆ เธอเพียงต้องการหลีกเลี่ยงอันธกานต์เท่านั้น
“ขอบคุณค่ะ” ตะวันวาดรีบเอ่ย เมื่ออัญญาพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เลิฟอยากนั่งกับพี่ซันนี่” คนตัวเล็กประท้วง ริมฝีปากล่างยื่นเป็นเชิงไม่ยอม ตะวันวาดมองวาเลนไทน์อย่างหนักใจ ก่อนจะปิ๊งไอเดียขึ้น
“งั้น.. เลิฟมานั่งกับพี่ดีมั้ย? ” คนตัวเล็กตอบ พร้อมยิ้มอย่างใจดี
วาเลนไทน์ปล่อยมือแด๊ดดี๊ของเธอทันที ก่อนจะวิ่งหลุน ๆ เข้าไปหาตะวันวาด อันธกานต์มองลูกสาวอย่างไม่พอใจนัก เขาพยายามสบตามองตะวันวาดที่ดูเหมือนตั้งใจจะเลี่ยงเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
อัญญาและอันธกานต์นั่งเบาะหลังรถ ขณะที่สินธพเป็นคนขับ วาเลนไทน์นั่งเล่นข้างคนขับบนตักของตะวันวาด..
ขณะที่นั่งอยู่ในรถยนต์ วาเลนไทน์พลิกตัวมากอดเธอแทนที่จะมองออกไปข้างหน้ากระจกรถ คนตัวเล็กพิงใบหน้าแนบหน้าอกของตะวันวาด วาเลนไทน์ตัวสั่นน้อย ๆ มือเล็กเกาะเสื้อเธอเอาไว้แน่น ขณะเดียวกันนัยน์ตากลมก็สบมองกับอัญญาผ่านกระจกหน้ารถ สาวใหญ่เอื้อมมือมาลูบหัวเด็กน้อยที่เอาตัวแทบเธอ
“คนเก่งของญาญ่า”
แม้อัญญาจะไม่ได้อธิบาย แต่ตะวันวาดเข้าใจว่าวาเลนไทน์คงยังกลัวการนั่งรถยนต์อยู่ไม่น้อยหลังจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
ตะวันวาดยกมือขึ้นลูบศีรษะวาเลนไทน์ อีกมือโอบกอดคนตัวเล็กเอาไว้ แม้จะได้เจอกันไม่นานแต่เธอกลับเริ่มรู้สึกผูกพันกับเด็กน้อยคนนี้มากกว่าที่ตัวเองคาดเอาไว้..
ตะวันวาดรู้ว่าเรื่องหลายอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับเธอเลย แต่เธอกลับอดรู้สึกผิดต่อวาเลนไทน์ไม่ได้.. ถ้าหากบุหลันรังสรรค์ยังมีชีวิต วาเลนไทน์ก็เปรียบได้กับหลานสาวคนหนึ่งของเธอ
จังหวะหนึ่งตะวันวาดเหลือบมองไปยังกระจกหน้ารถของคนขับ และพบว่าอันธกานต์กำลังจ้องมองเธออยู่.. นัยน์ตากลมตวัดลงอย่างรวดเร็วก่อนจะหันไปสนใจวิวทิวทัศน์ภายนอกรถยนต์แทน..
คอนโดตรีธารา
“แน่ใจเหรอจ๊ะว่าจะกลับเอง” อัญญาถามย้ำตะวันวาดเป็นครั้งที่สอง ขณะที่หญิงสาวยืนยันว่าเธอจะนั่งรถไฟฟ้ากลับหอพักของตนเอง
“แน่ใจค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ลุงกับป้ายังมีธุระ ตะวันไม่รบกวนดีกว่า” เธอตอบ
อัญญาที่ตอนนี้เปลี่ยนที่นั่งมานั่งข้างคนขับพยักหน้าให้เธอ
“อย่าลืมกระเป๋ายายหนูนะหลาน” หล่อนเอ่ย มองผ่านไปยังอันธกานต์ที่ตอนนี้ถือของ กระเป๋าเสื้อผ้าของวาเลนไทน์เต็มสองมือ
ชายหนุ่มพยักหน้าให้อัญญา
“หยิบมาแล้วครับ” เขาเอ่ย
สินธพ และอัญญาขับรถกลับออกไปจากคอนโด
“Love, walk yourself (เลิฟ เดินเองได้แล้ว) ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น มองลูกสาวที่ยังคงอยู่ในอ้อมแขนของตะวันวาด วาเลนไทน์ยังคงเกาะตะวันวาดแน่น
“พี่ซันนี่ไปเล่นที่บ้านเลิฟกัน”
ตะวันวาดสบตากับอันธกานต์ ใจหนึ่งเธอยังคงรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อต้องอยู่ใกล้ ๆ เขา ทว่าเธอก็ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธวาเลนไทน์อย่างไร
“เอ่อ.. เลิฟจ้ะ.. พอดีว่าพี่ซันนี่ต้อง..”
“เลิฟ” เสียงทุ้มเรียกลูกสาวอย่างดุ ๆ ประกอบกับพี่ซันนี่ที่ดูเหมือนจะปฏิเสธเธอทำให้วาเลนไทน์เริ่มเบ้ใบหน้า
ตะวันวาดกำลังย่อตัวเพื่อวางวาเลนไทน์ลงกับพื้นรีบยกตัวเองขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอเขย่าคนตัวเล็กขึ้นลงน้อย ๆ เป็นเชิงปลอบโยน
“โอ๋ ๆ พี่ไปเล่นด้วยแป๊บหนึ่งก็ได้ โอเคมั้ย? ” เสียงเล็กรีบพูดขึ้น เธอทำทุกอย่างตามสัญชาตญาณ
แกเป็นบ้าเหรอตะวัน.. แกต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ร่างบางเม้มริมฝีปากแน่น ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตัวเองเพิ่งพูดออกไป ถ้าหากตอนนี้มือเธอว่างอยู่ เธอคงยกมือตบปากตบหน้าผากตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว
สีหน้าใกล้ร้องไห้ของวาเลนไทน์เปลี่ยนไปทันที คนตัวเล็กปรบมือแปะ ๆ อย่างร่าเริง
อันธกานต์สบตาตะวันวาด.. ตะวันวาดหลบตาเขา.. อันธกานต์มองลูกสาวตัวเอง ก่อนจะกลับมามองตะวันวาดอีกครั้ง
“หนักรึเปล่า” คำถามทำให้หญิงสาวต้องหันกลับไปจ้องมองเขาอีกครั้ง.. ตะวันวาดส่ายศีรษะน้อย ๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ”
ภายในห้องคอนโดของอันธกานต์
ตะวันวาดกวาดสายตามองเฟอร์นิเจอร์รอบห้องที่คุ้นเคย..
แหงล่ะ.. เธอเพิ่งมาที่นี่เมื่อสัปดาห์ก่อนนี้เอง..
อันธกานต์เดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องหนึ่งเพื่อวางของใช้และเสื้อผ้าของวาเลนไทน์
ตะวันวาดค่อย ๆ วางคนตัวเล็กลงบนโซฟาขนาดใหญ่ที่ภายในห้องนั่งเล่น วาเลนไทน์กระโดดตุบตับบนโซฟา ขณะที่ตะวันวาดนั่งมองอีกฝ่ายยิ้ม ๆ
คร่อกก..
เสียงร้องดังลั่นทำให้เธอยกมือขึ้นกุมท้องตัวเอง มือบางมองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาบ่ายสองโมงครึ่ง..
เธอยังไม่ได้กินข้าวเลยตั้งแต่เช้า..
“พี่ซันนี่ไปห้องเลิฟกัน” คนตัวเล็กเอ่ยขึ้น ลุกขึ้นมาจับมือเธอและจูงเธอไปยังห้องนอนของตัวเอง
ตะวันวาดมองสำรวจรอบ ๆ ขณะที่เดินผ่านทางแคบเพื่อทะลุไปยังอีกห้องหนึ่ง.. รูปแต่งงานของบุหลันรังสรรค์และอันธกานต์ถูกแขวนห้อยเอาไว้อยู่ฝั่งผนังด้านหนึ่ง.. พี่สาวของเธอในชุดเจ้าสาวสีขาวยังคงติดตาตะวันวาดอยู่..
ตะวันวาดคาดว่าจะพบอันธกานต์ในห้องนอนของวาเลนไทน์ ทว่าเธอคิดผิด.. ภายในห้องว่างเปล่า ห้องนอนสีเหลืองอ่อนแทรกสีชมพูหวาน ฝาผนังถูกตกแต่งด้วยธีมของดอกไม้หน้าตาคุ้นเคย แต่ตะวันวาดไม่รู้จักชื่อของมัน เตียงนอนของวาเลนไทน์เป็นสีขาวล้วน ตรงข้างเตียงมีแจกันดอกไม้ชนิดเดียวกัน ทั้งตัวแจกันและดอกไม้ถูกทำจากเนื้อผ้าทั้งหมด..
ถ้าเป็นแจกันของจริง.. วาเลนไทน์คงทำแตกตั้งแต่วันแรก.. ตะวันวาดหลุดยิ้มกับตัวเอง
ร่างบางเดินไปหยิบแจกันนั้นขึ้นมาสำรวจ
“ดอกเยอบีร่า.. หมายถึงจิตใจที่บริสุทธิ์และความเข้มแข็ง” เสียงทุ้มที่เอ่ยดังขึ้นภายในห้อง ทำให้ตะวันวาดสะดุ้ง เธอรีบวางแจกันผ้านั้นลงที่เดิม
อันธกานต์ยืนพิงข้างประตูมองตรงมาที่เธอ
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองไปยังแจกันผ้าใบนั้น ก่อนจะหันกลับมามองตะวันวาดอีกครั้ง
“ตะวัน.. เรื่องเมื่อ..”
“วาเลนไทน์!” ตะวันวาดร้องเรียกเด็กน้อยด้วยชื่อเต็มตัดบทสนทนาที่อันธกานต์พยายามจะเริ่มต้น
เด็กน้อยหันมองตะวันวาด ร่างสูงเงียบมองอีกฝ่าย วาเลนไทน์มองแด๊ดดี๊ของเธอและมองตะวันวาด คนตัวเล็กยิ้มหวานให้พี่ซันนี่ของเธอ
“...” ตะวันวาดพยายามคิดบทสนทนาที่เธอไม่ได้ตั้งใจจะมีกับวาเลนไทน์
“แด๊ดดี๊พี่ซันนี่หิว” คนตัวเล็กเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ตะวันวาดมีสีหน้าเหลอหลาทันที เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่นะ พี่ไม่หิวสักหน่อย”
วาเลนไทน์ยกมือขึ้นกอดอก สีหน้าครุ่นคิด
“แต่เมื่อกี้ท้องพี่ซันนี่ร้องเหมือนเวลาที่แด๊ดดี๊หิวข้าวเลยนะ” เสียงเล็กเอ่ยเจื้อยแจ้ว
อันธกานต์หลุดยิ้ม ก่อนเขาจะรีบหุบยิ้มทันทีเมื่อเห็นตะวันวาดมองกลับมา ชายหนุ่มรีบเอ่ยขึ้น
“เลิฟไปหยิบโยเกิร์ตในตู้เย็นให้พี่ซันนี่ได้ไหมคะ? ” เสียงทุ้มเอ่ยกับลูกสาวอย่างอ่อนโยน ขณะที่คนกำลังจะได้กินโยเกิร์ตนั้นเริ่มกระวนกระวาย
“ได้ค่า~” สาวน้อยตอบรับ และวิ่งตึกตักออกไปจากห้องนอนอย่างรวดเร็ว
ช่วงเวลาที่ตะวันวาดหวั่นใจที่สุดเกิดขึ้นเร็วกว่าที่หญิงสาวคาดคิด.. อันธกานต์ผละตัวเองออกจากข้างประตูเดินหนึ่งก้าวเข้าใกล้เธอ
ตะวันวาดสะดุ้งเฮือก ถอยหนี สีหน้าตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
อันธกานต์หยุดเดิน.. เขาเอียงหน้ามองเธอ
“กลัวฉันปล้ำขนาดนั้นเลยเหรอ? ” คนตัวสูงกว่าเอ่ยถามห้วน คิ้วเรียวหนาโก่งตัวขึ้น ใบหน้าหล่อไร้ซึ่งความรู้สึกขัดเขิน ต่างกับตะวันวาดทีใบหน้าแดงลามขึ้นไปถึงใบหูเรียบร้อยแล้ว..
เขากล้าถามเธอแบบนี้ได้ยังไง.. ตะวันวาดกลืนน้ำลายอึก.. เธอไม่ตอบ
อันธกานต์ก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าว
“อย่าเข้ามานะคะ”