บทที่ 14-1 หลี่หยางเหวิน
ตัวอักษรคำว่า โชคลาภแขวนเด่นหราอยู่ในห้องทำงานของผู้ที่เป็เ้าของภัตตาคารเจี้ยนคังสาขาตำบลฉางสุ่ย แท่นหมึกและพู่กันที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานล้วนแล้วแต่เป็ของประณีตบ่งบอกถึงความมั่งคั่งของผู้ที่เป็เ้าของอีกทั้งกลิ่นหอมของน้ำชาที่เป็ของพระราชทานจากฮ่องเต้ย่อมหมายความว่าฐานะของชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ย่อมไม่ธรรมดาเช่นกัน
วันนี้เป็วันหยุดของหลี่หยางเหวินเขาจึงมาตรวจงานที่สาขานี้ เนื่องจากเขาเห็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นแบบพุ่งกระฉูดทำให้รู้สึกแปลกใจยิ่งนักจึงมาสอบถามหลงจู๊ของที่นี่แล้วได้ความว่า มีเด็กหญิงผู้หนึ่งชื่อหวังิเยว่นำเต้าหู้และเต้าเจี้ยวมาขายให้ใน่เทศกาลกินเจทำให้ภัตตาคารมีอาหารชนิดใหม่ออกขายคือเต้าหู้ราดเต้าเจี้ยวและผัดผักบุ้งเต้าเจี้ยว ซึ่งอาหารทั้งสองชนิดนี้ได้รับความนิยมและคำชมเชยจากลูกค้าเป็จำนวนมาก
หลี่หยางเหวินแปลกใจกับชื่อของอาหารยิ่งนักในขณะที่เขาอยู่ในภวังค์ความคิดของตน เสียงของหลงจู๊เยี่ยเอ่ยขออนุญาตเข้าพบดังขึ้นจากนั้นเขาได้เห็นว่า หลงจู๊เดินเข้ามาในห้องทำงานของเขาพร้อมกับสำรับอาหารในมือ
“คุณชายขอรับนี่คือผักดองชนิดใหม่ที่แม่หนูิเยว่นำมาให้ลองชิมขอรับข้ายังให้พ่อครัวนำไปผัดกับหมูเหมือนที่แม่หนูิเยว่บอกไว้คุณชายลองชิมดูขอรับว่า รสชาติเป็เยี่ยงใด”
“นี่มัน...” หลี่หยางเหวินตกตะลึงเมื่อได้เห็นผักดอง
“นางยังอยู่ที่นี่รึไม่”หลี่หยางเหวินเอ่ยถามหลงจู๊เยี่ยด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“นางกลับไปแล้วขอรับ”
“ท่านหลงจู๊เยี่ยช่วยให้คนนำเต้าหู้ราดเต้าเจี้ยวและผัดผักบุ้งเต้าเจี้ยวมาให้ข้าลองชิมด้วยเถิด”
“ได้ขอรับคุณชาย”
เมื่อหลี่หยางเหวินได้ชิมอาหารทั้งหมด เขารู้สึกชื่นชอบและแปลกใจมากยิ่งขึ้นเขาอยากพบหวังิเยว่มากแต่เนื่องจาก่นี้เขามีงานรัดตัวจึงต้องรีบกลับเข้าอำเภอ ด้วยตัวเขารั้งตำแหน่งเป็ท่านนายอำเภอของอำเภออู่โหว
(*ตำบลฉางสุ่ยตั้งอยู่ในอำเภออู่โหวเมืองเฉิงตือ มณฑลเสฉวน)
เมื่อหลี่หยางเหวินกลับไปยังอำเภออู่โหวแล้ว ใน่บ่ายหลงจู๊เยี่ยของภัตตาคารเจี้ยนคังจึงไปหาหวังิเยว่ถึงร้านน้ำเต้าหู้
“ท่านหลงจู๊ มีเื่ด่วนอันใดรึไม่เ้าคะจึงได้มาหาข้าถึงที่นี่ด้วยตนเอง” หวังิเยว่เอ่ยถามผู้าุโ
“คุณชายของข้า ได้ชิมอาหารที่เ้าคิดค้นขึ้น รู้สึกชอบมากจึงอยากขอซื้อเต้าเจี้ยวให้กับภัตตาคารเจี้ยนคังสาขาอื่นด้วย”
หวังิเยว่ดีใจมากจึงรีบกล่าวว่า“้าจำนวนเท่าใดเ้าคะ”
“ใน่แรก้าเต้าเจี้ยวสิบไหต่อหนึ่งสาขา ยังมีภัตตาคารเจี้ยนคังที่อื่นอีกเก้าสาขารวมเป็เต้าเจี้ยวทั้งหมดเก้าสิบไห”
“ตอนนี้ข้ามีเพียงเจ็ดสิบไหเ้าค่ะ”
“ข้าเอาทั้งหมด ส่วนผักดองข้าเอาอย่างละห้าสิบจิน”
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ ท่านหลงจู๊”
“ไม่ต้องขอบคุณข้า ต้องขอบคุณคุณชายของข้ามากกว่าน่าเสียดายคุณชายมีงานรัดตัวจึงกลับไปก่อน คุณชายอยากพบเ้ามาก”
“น่าเสียดายยิ่งนักเ้าค่ะถ้าเต้าเจี้ยวรุ่นต่อไปหมักได้ที่แล้ว ข้าจะรีบไปแจ้งท่านเ้าค่ะ”
“ขอบใจเ้ามาก เราทำการค้ากันมานาน เ้าเอาแต่เรียกข้าว่า ท่านหลงจู๊ตัวข้าแซ่เยี่ย ต่อไปเ้าเรียกข้าว่าหลงจู๊เยี่ยเถิด”
“เป็ความสะเพร่าของข้าเองเ้าค่ะ ต่อไปข้าจะเรียกท่านว่าท่านหลงจู๊เยี่ยผู้ใจดี ดีรึไม่เ้าคะ”
“ฮาฮ่า ตามใจเ้าเถิด ข้าขอตัวกลับก่อน”
“ขอให้เดินทางปลอดภัยเ้าค่ะ”
หลังอาหารมื้อเย็นหวังิเยว่ได้ปรึกษากับทุกคนว่าเต้าเจี้ยวรุ่นต่อไปจะมีจำนวนห้าร้อยไห ซึ่งนางคิดว่าไม่เพียงพอเนื่องจากท่านลุงไห่และภัตตาคารเจี้ยนคัง้าเป็จำนวนมากจึงอยากจ้างคนงานชายสองคนมาช่วยยกของหนักและบรรจุเต้าเจี้ยวส่วนสูตรการทำเต้าเจี้ยวให้ท่านแม่และป้าอิงเป็ผู้ดูแล
ใน่เช้าของวันรุ่งขึ้น ท่านพ่อไปติดต่อกับผู้ใหญ่บ้านเื่คนงานชายตอนบ่ายผู้ใหญ่บ้านรีบนำคนงานชายสองคนมาแนะนำตัวที่บ้านของหวังิเยว่พร้อมกับรอยยิ้มท่านพ่อบอกให้ทั้งสองมาเริ่มทำงานในวันพรุ่งนี้ จากนั้นท่านพ่อและหวังิเยว่เข้าไปในตำบลเพื่อซื้อถั่วเหลืองและไหเพิ่ม
ตอนเย็นหวังิเยว่บอกกับทุกคนว่า หลังฤดูหนาวผ่านไปพวกเราจะปรับเปลี่ยนสัดส่วนพื้นที่เพาะปลูกให้เหมาะกับสถานการณ์และกิจการของครอบครัวพวกเราจะปลูกถั่วเหลืองเอง โดยจะลดพื้นที่ปลูกข้าวลง ให้เหลือแค่แปดหมู่สำหรับไว้กินเองจะไม่ปลูกผักกวางตุ้ง ผักคะน้า และมะเขือเทศแล้ว แต่ยังคงปลูกผักบุ้งและผักกาดขาวโดยสัดส่วนของพื้นที่เพาะปลูกสามสิบหมู่จะเปลี่ยนเป็
ถั่วเหลือง สิบหมู่
ข้าว แปดหมู่
ผักกาดขาว หกหมู่
ผักบุ้ง หกหมู่
โดยในปีถัดไปอาจมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนอีกก็เป็ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ ตอนนั้น