ห้องประชุมใหญ่ของด่านซีเหมินมีกลิ่นอายของความเคร่งครึมและบรรยากาศที่หนักแน่นแสงตะเกียงน้ำมันวูบไหวทอดเงาที่เต้นระบำไปตามกำแพงหิน บนกำแพงด้านลังที่นั่งของเ้าเมืองประดับหอกที่ไขว้กันและโล่ห์ที่อยู่ข้างหน้าบนโล่สลักคำว่าด่านซีเหมินนี่คือสัญลักษณ์ที่แสดงว่าด่านซีเหมินคือโล่ที่จะปกป้องอาณาจักรแห่งนี้กำแพงอีกสองดดานปรัดับไปด้วยอาวุธต่างๆ ทำให้บรรยากาศยิ่งดูกดดันเพิ่มมากขึ้นเพดานสูงถูกประดับด้วยธงผืนใหญ่จารึกตราของด่านซีเหมินห้องเย็นะเือย่างผิดปกติแม้จะอยู่ใน่กลางวัน
ลู่เส้าเทียน นั่งอยู่ในตำแหน่งของเ้าเมืองโดยมีรองขุนพลทั้งสี่ขนาบซ้ายขวาในมือถือเอกสารชุดนึง เขาอ่านเอกสารชุดนี้แล้วเอามือนวดขมับก่อนที่จะกล่ากับรองขุนพลทั้งสี่ว่า “พวกเ้าได้อ่านเอกสารและประวัติของเ้าเด็กเอี้ยเสวียนแล้วใครมีความเห็นว่าอย่างไรบ้าง”
"เด็กนี่อายุยังไม่ถึงสิบแปดปีเลยต่อให้ถูกเรียกว่าอัจฉริยะขนาดใหน ข้าฯไม่เห็นว่าทำไมถึงต้องส่งมาที่ด่านซีเหมินงานที่นี่เป็งานที่รอดหนึ่งตายสิบ แล้วมีอัจฉริยะขนาดใหนที่ข้าไม่เคยเห็นที่ต้องมาตายต่อหน้าข้าฯ" รองขุนพล
หลี่เหวินหงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังแต่มีความเศร้าเล็กน้อยในน้ำเสียง
เหวยจิ้น รองขุนพลฝ่ายอักขระเอ่ยขึ้นว่า“ถ้ารายงานจากผู้บัญชาการเรือเหาะเป็เื่จริงหรือเ้าเด็กนี่เก่งเพียงครึ่งหนึ่งของที่เล่ามาข้าฯคิดว่าพอจะหางานที่ปลอดภัยให้เค้าทำได้”
หลี่เหวินหงกล่าวขึ้นด้วยเสียงที่ไม่เป็ธรรมชาติสุดๆ"งานที่ปลอดภัยมีงานใหนที่นี่ที่ปลอดภัยบ้างอีกทั้งในเอกสารที่ส่งมาสิ่งที่เ้าเด็กนี่ทำต่อให้งานที่ปลอดภัยแค่ใหนข้าว่าเอจ้าเด็กเอี้ยเสวียนนี่ก็สามารถทำให้มันเป็งานที่อันตรายที่สุดในโลกได้"
สิ้นเสียงของรองขุนพลหลี่เหวินหงทำให้ทั้งห้าคนที่อยู่ในห้องประชุมส่งเสียงหัวเราะเบาๆออกมา
รองขุนพลฝ่ายคุมกฎ—หลิว ไป๋กล่าวขึ้นมาว่าพร้อมกับถอนหายใจ"ข้าว่างานของฝ่ายข้าคงจะเพิ่มมากขึ้นทีเดียวจากฝีมือของเ้าเด็กนี่เพราะจากประวัติและผลงานที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะดูมีมารยาทและอ่อนน้อมถ่อมตนแต่ถ้ามีใครทำอะไรที่โดนต่อมบ้าคลั่งของมันขึ้นมา โลกาวินาศแน่ๆ"
เ้าเมืองลู่เส้าเทียน ส่งเสียงขึ้นมาว่า "นอกจากนี้ข้ายังได้รับจดหมายสองฉบับที่มีความ้าแตกต่างกัน ฉบับหนึ่งให้ทำยังไงก็ได้ให้เ้าเด็กคนนี้”ตาย” อีกฉบับให้ดูและสังเกตโดยไม่ต้องเข้าไปยุ่งตกลงเ้าหนูนี่ไปทำอะไรให้ใครไว้บ้าง!"
ทุกคนตกอยู่ในความเงียบหลังจากที่ได้ยินสิ่งที่เ้าเมืองกล่าวออกมาทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบทันที
ลู่เส้าเทียนนั่งคิดก่อนที่จะพูดว่า "ข้าว่าให้เอี้ยเสวียนอยู่ภายใต้การดูแลของเหวยจิ้นไปก่อนดูสิว่าความสามารถทางการจารึกอักขระของเ้าเด็กนี่จะเป็อย่างที่ผู้บัญชาการเรือกล่าวหรือไม่ให้ทดสอบโดยทำการตรวจสอบและซ่อมแซมอักขระที่กำแพงเมืองด่านชั้นนอก "
เหวยจิ้นลุกขึ้นทำความเคารพแล้วกล่าวว่า“ขอรับท่านเ้าเมือง พรุ่งนี้ข้าจะมอบหมายงานให้กับเอี้ยเสวียน”
ขณะที่ทุกคนเริ่มแยกย้ายออกจากห้องประชุม
รุ่งเช้าวันถัดมาห้องทำงานของฝ่ายอักขระตั้งอยู่ในอาคารหินสีเทาสามชั้นมีหน้าต่างเรียงรายรับแสงอาทิตย์ยามเช้าเอี้ยเสวียนถูกพาตัวเข้ามาโดยทหารของเหวยจิ้น
ภายในห้องนักจารึกอักขระสิบกว่าคนกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นบ้างก็กำลังคัดลอกแบบอักขระบนกระดาษ บ้างก็กำลังเตรียมน้ำหมึกพิเศษหรือฝึกฝนลายมือ
"นี่คือเด็กใหม่ที่ท่านรองขุนพลเหวยจิ้นส่งมา"ทหารประกาศ ก่อนจะเดินจากไป ทำให้เอี้ยเสวียนยืนอยู่ท่ามกลางสายตาจับจ้องของนักจารึกทุกคน
นักจารึกอักขระรุ่นาุโ กล่าวขึ้นมา: "เ้าชื่ออะไร?"
เอี้ยเสวียน: "เอี้ยเสวียนขอรับ"
นักจารึกาุโ: "อายุเท่าไหร่?"
เอี้ยเสวียน: "สิบหกปีขอรับ"
เสียงพึมพำและหัวเราะเบาๆดังขึ้นทั่วห้อง นักจารึกหนุ่มคนหนึ่งพูดเสียงดังพอให้ได้ยินทั่วกัน
นักจารึกหนุ่ม หัวเราะเยาะเย้ย: "สิบหกปี!ข้าเริ่มเรียนอักขระก็อายุมากกว่านั้นแล้ว! เด็กนี่จะมาทำอะไรได้? นอกจากทำให้งานของพวกเราล่าช้า!"
นักจารึกสตรี กล่าวด้วยสีหน้าเป็กังวล "จะให้เด็กคนนี้ทำงานที่กำแพงเมือง? นั่นมันอันตรายเกินไป เขาอาจจะทำให้อักขระป้องกันเสียหายได้"
นักจารึกาุโยกมือขึ้นให้ทุกคนเงียบเขามองเอี้ยเสวียนด้วยสายตาคาดคั้น
นักจารึกาุโ: "จงพิสูจน์มาว่าเ้าสามารถจารึกอักขระอะไรได้บ้างเพื่อที่ข้าจะมอบหน้าที่ให้เ้าได้ถูก"
เอี้ยเสวียนไม่ได้กล่าวอะไรก่อนที่จะล้วงมือเข้าไปในอกแล้วหยิบวัตถุชิ้นนึงออกมาวางไว้ที่โต๊ะเบื้องหน้าของนักจารึกาุโ
“นักจารึกอักขระ 5ดาวเงิน” เสียงของนักจารึกาุโหรือหัวหน้าของกลุ่มนักจารึก“จิวฮุย” ดังขึ้นก่อนที่จะได้ยินเสียงหายใจเข้าของทุกคนที่อยู่ในห้องนักจารึกอักขระ 5 ดาวเงินอาจจะไม่ใช่อะไรที่ดูโดดเด่นแต่ถ้ารวมกับอายุของเอี้ยเสวียนที่เพียงแค่ 16 ปีนั่นไม่สามารถเรียกได้ว่าปกติแล้ว
หัวหน้านักจารึก “จิวฮุย” มองไปที่เหรียญตราที่มีคำว่านักจารึกอักขระและด้านล่างเรียงไปด้วยดาวสีเงิน 5 ดวงนี่คือสัญลักษณ์เฉพาะที่ไม่สามารถทำเลียนแบบได้ และไม่สามารถเปลี่ยนมือได้เพราะสัญลักษณ์นี้จะต้องให้เ้าของเป็ผู้จารึกชื่อลงไปเองซึ่งนักจารึกอักขระทุกคนสามารถตรวจสอบได้
“ดีมากพรุ่งนี้เ้าไปที่กำแพงเมืองทำการเสริมอักขระสร้างความแข็งแกร่งและซ่อมแซมอักขระที่เสียหาย”ก่อนที่หัวหน้านักจารึกอักขระจิวฮุย จะชี้ไปที่กำแพงด้านนึงภายในห้อง“ตอนนี้เ้าไปศึกษาแผนภาพของลายอักขระที่ด้านนั้นเพื่อที่จะได้เข้าใจว่าลวดลายอักขระส่วนใหนเป็อย่างไร”
เอี้ยเสวียนเดินไปที่ภาพที่ติดอยู่ข้างผนังซึ่งมีความกว้างเท่ากับกำแพงห้องที่สูงมากกว่าสิบฉื่อและยาวมากกว่า สามสิบฉื่อ โดยเอี้ยเสวียนกวาดตามองคร่าวๆคาดว่าอย่างน้อยต้องมีอักขระไม่ต่ำกว่าแสนตัวและครอบคุลมชุดคำสั่งมากกว่าหนึ่งหมื่นชุด หลังจากนั้นเอี้ยเสวียนก็เริ่มมองดูภาพลายอักขระจากซ้ายไปชวาช้าๆ ด้วยความตั้งใจครึ่งชั่วยามถัดมา
เอี้ยเสวียนเดินมาที่หน้าโต๊ะของหัวหน้านักจารึกอักขระจิวฮุย ก่อนที่จะกล่าวว่า “ท่านหัวหน้าขอรับผู้น้อยจดจำได้ทั้งหมดแล้วครับไม่ทราบว่าท่านหัวหน้าจะให้ข้าเริ่มงานจากส่วนใหนก่อนดีขอรับ”
เมื่อจิวฮุย ได้ยินที่เอี้ยเสวียนพูดก็เงยหน้าขึ้นมามองพร้อมทั้งขมวดคิ้วก่อนที่จะกล่าวว่า”เ้าจำได้หมดแล้ว..ล้อข้าเล่นหรือไงถึงแม้ว่าเ้าจะเป็นักจารึกอักขระ 5 ดาวเงินที่อายุน้อยที่สุดที่ข้าเคยพบมา แต่เ้าจะมาพูดล้อเล่นกับข้าไม่ได้นะ!"”
เอี้ยเสวียนถอนหายใจก่อนที่จะเดินไปที่โต๊ะของนักจารึกอักขระที่กำลังคัดลอกอักขระโดยบนโต๊ะมีกระดาษและพู่กันจารึกอักขระวางพร้อมอยู่แล้ว ก่อนที่จะกล่าวว่า “ขอเชิญท่านหัวหน้าบอกอักขระที่อยู่บนผนังมาได้เลยขอรับโดยบอกตำแหน่งของอักขระมา ไม่ต้องบอกว่าเป็อักขระอะไร ขอรับ”
จิวฮุยจ้องมองเอี้ยเสวียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยก่อนที่จะพยักหน้าช้าๆ
"ได้เราจะทดสอบความจำของเ้า" จิวฮุยกล่าวพลางลุกขึ้นยืน "แถวที่สิบเจ็ดจากด้านซ้าย อักษรตัวที่สี่สิบสาม"
เอี้ยเสวียนยิ้มบางๆก่อนจะก้มลงจับพู่กันขึ้นมา มือของเขาเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงจารึกอักขระลงบนกระดาษอย่างแม่นยำ
จิวฮุยเดินเข้ามาดูใกล้ๆก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "อักขระแห่งวารี... ถูกต้อง"
"ตำแหน่งถัดไปขอรับ"เอี้ยเสวียนกล่าว ใบหน้าไม่แสดงความรู้สึกใดๆ
จิวฮุยพยักหน้า "แถวที่สามสิบสองจากด้านขวา อักขระตัวที่เจ็ดสิบห้า"
อีกครั้งเอี้ยเสวียนจารึกอักขระลงบนกระดาษใหม่อย่างรวดเร็วแต่แม่นยำเส้นสายของอักขระนั้นดูซับซ้อนกว่าตัวแรกมากมีเส้นโค้งและจุดเชื่อมต่อกันมากกว่ายี่สิบจุด
"อักขระแห่งการสั่นะเืของธาตุดิน..."จิวฮุยพึมพำ "ถูกต้องอีกแล้ว"
นักจารึกอักขระคนอื่นๆในห้องเริ่มหยุดงานของตนเองและหันมามองการทดสอบนี้ด้วยความสนใจ
"แถวที่ห้าสิบตรงกลางพอดี" จิวฮุยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเริ่มจริงจังมากขึ้น
เอี้ยเสวียนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะจารึกอักขระที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง มีเส้นเชื่อมโยงกันราวกับใยแมงมุมและมีจุดเชื่อมต่อกว่าห้าสิบจุด
จิวฮุยกลืนน้ำลายเบาๆ "อักขระแห่งการสะท้อนกลับชั้นสูง...ไม่ผิดเลยแม้แต่เส้นเดียว"
เสียงพูดคุยเบาๆ เริ่มดังขึ้นในห้องทุกคนต่างประหลาดใจกับความสามารถของเอี้ยเสวียน
"ครั้งสุดท้าย"จิวฮุยกล่าว "แถวที่สี่สิบเก้า จากด้านขวา อักขระที่หนึ่งร้อยสิบสอง"
ครั้งนี้ เอี้ยเสวียนเงียบไปนานมือของเขาเริ่มเคลื่อนไหวช้าๆก่อนที่จะเริ่มจารึกอักขระที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่ใครเคยเห็นเส้นสายของอักขระมีความซับซ้อนราวกับกิ่งก้านของต้นไม้โบราณมีจุดเชื่อมต่อมากกว่าร้อยจุด และมีวงกลมเล็กๆ แทรกอยู่ในหลายส่วน
ทุกคนในห้องต่างเงียบกริบจ้องมองการจารึกอักขระของเอี้ยเสวียนอย่างตื่นตะลึง
เมื่อเอี้ยเสวียนวางพู่กันลงจิวฮุยก้าวเข้ามาดูอักขระที่จารึกเสร็จแล้วอย่างใกล้ชิด ใบหน้าของเขาซีดลงเล็กน้อย
"อักขระแห่งผนึกและความแ่า...หนึ่งในอักขระที่ซับซ้อนที่สุดบนผนัง" จิวฮุยพูดเสียงแ่"แม้แต่ข้าเองยังต้องใช้เวลาหลายวันในการฝึกฝนก่อนจะจารึกมันได้อย่างสมบูรณ์"
ตอนนี้นักจารึกอักขระทั้งหมดในห้องเงียบกริบจนแม้แต่เสียงยุงบินผ่านยังได้ยิน ก่อนที่จะมีคนพูดกันเบาๆ"นี่ยังใช่คนมั้ย นักจารึกอักขระ 5 ดาวเงินทำได้ขนาดนี้”
“ใช่ถ้าเอี้ยเสวียนเป็แค่นักจารึกอักขระ 5 ดาวเงินแล้วข้าคงต้องไปขอเปลี่ยนจากนักจารึกอักขระ 3 ดาวทอง ไปเป็นักจารึกอักขระฝึกหัดแล้ว” นักอักขระอีกคนกล่าวขึ้น
จิวฮุยกระตุกยิ้มพร้อมทั้งคิดในใจ “นี่มันปีศาจ หรือ อริยะเทพคนใหนหลับชาติมาเกิดกันเ้าเด็กคนนี้อายุแค่ 16 ปีทำขนาดนี้ นี่กะว่าจะไม่มีที่ให้คนอื่นเค้ายืนกันเลยหรือไง”ก่อนที่จะพูดเสียงเรียบว่า ถือว่าเ้าสอบผ่านพรุ่งนี้ไปเริ่มงานได้...เหล่าตู้พรุ่งนี้เ้าพาเอี้ยเสวียนไปที่กำแพงเมืองแล้วมอบหมายงานให้เขาจัดการ” ก่อนที่จะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตน
หลังจากที่สิ้นเสียงของหัวหน้าทุกคนในนั้นคิดพร้อมกันว่า “อะไรคือถือว่าสอบผ่าน...ถ้างั้นทั้งห้องนี้คงมีคนผ่านคนเดียวคือเอี้ยเสวียนรวมทั้งท่านด้วยท่านหัวหน้า”
เหล่าตู้โค้งรับคำสั่งก่อนที่จะกล่าวว่า “ขอรับท่านหัวหน้า”ก่อนที่จะหันมายิ้มแล้วกล่าวกับเอี้ยเสวียนว่า “ยินดีต้อนรับน้องชาย เ้ารียกข้าว่าเหล่าตู้ก็ได้ ข้าเป็นักจารึกอักขระ 1ดาวทอง แล้วอายุน่าจะมากกว่าเ้า ข้าจะเรียกเ้าว่า เสี่ยวเสวียนแล้วกัน”
เอี้ยเสวียนยิ้มรับพร้อมทั้งคำนับก่อนที่จะกล่าวว่า “ข้าน้อยเอี้ยเสวียนขอคำนับตู้ต้าเกอ”
เหล่าตู้ได้ยินดังนั้นด็หัวเราะชอบใจก่อนที่จะพาเอี้ยเสวียนเดินไปชมภายในอาคารก่อนที่จะกล่าวว่า“อาคารทำงานของพวกเราแบ่งเป็ สามชั้นชั้นบนสุดคือที่ทำงานของท่ารองขุนพล และเอาไว้ประชุมส่วนชั้นที่สองคิอชั้นที่เก็บพวกแผนผังและแผนภาพอักขระต่างๆเพื่อให้นักจารึกอักขระเข้าไปศึกษาได้ ส่วนชั้นล่างจะแบ่งเป็ สองส่วนคือห้องที่พวกเราอยู่นี่เป็ห้องทำงานและแจกจ่ายงาน ส่วนด้านหลังจะเป็ที่เก็บอาวุธที่เสียหายเอาไว้”
“ชั้นสอง...แผนผังอักขระน่าสนใจ”เอี้ยเสวียนคิด ก่อนที่จะเดินตามเหล่าตู้ไปเรื่อยๆก่อนที่จะกลับที่พักเพื่อเตรียมตัวเริ่มงานในวันรุ่งขึ้น