บทที่ 1 เฉิงมู่
เด็กชายเฉิงมู่วัยสิบสี่ปีเริ่มรู้สึกตัว มันค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น ฉากแรกที่เห็นผ่านดวงตาคือเพดานไม้ผุๆ เหนือศีรษะ
สังเกตเห็นลักษณะเพดานประกอบด้วยแผ่นไม้ที่มีรูอยู่หลายจุดกระจายตามที่ต่างๆ อันเป็เอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
"นี้มันห้องเรา" เฉิงมู่ใและอุทานด้วยความประหลาดใจ มันทั้งงงงวยและสงสัย "ข้ามาอยู่ที่นี่ได้ไง!? "
"อ๊ะ ในที่สุดท่านพี่ก็ฟื้นแล้ว รู้ไหมว่าท่านทำให้ข้าต้องเป็ห่วงมากแค่ไหน" เด็กชายเหลียวหันไปมอง เห็นเด็กสาววัยใสกำลังดีใจตรงหน้าปากประตู
นางคือเฉิงซินเป็น้องสาวของเฉิงมู่ ผิวของนางขาวผ่อง ใบหน้าเรียวเหมือนไข่ "ท่านพี่อย่าเพิ่งรีบขยับตัว ตอนนี้ท่านพ่อกำลังไปตามหมออยู่ จริงสิข้าต้องรีบไปบอกท่านแม่" เมื่อนึกขึ้นได้นางหมุนตัวและรีบจากไป
เฉิงมู่มองอย่างนิ่งงัน...เด็กสาวรีบมารีบไปเหมือนสายลม นางไม่คิดอยู่ให้มันไถ่ถามเื่ราวเลยสักคำ จากนั้นมันค่อยๆ คิดทบทวนเหตุการณ์
มันมานอนอยู่ในห้องนี้ได้ไง?
โลกปราณ!
ผู้ใดที่เปิดชีพจรปราณได้
ชื่อเสียง เกียรติยศ ทรัพย์สมบัติ ฯลฯ พวกเขาสามารถใช้พลังอำนาจไขว่คว้าทุกสิ่งมาเป็ของตนได้
คนที่ไม่สามารถเปิดจุดชีพจรปราณได้ เหล่านี้เป็พวกสามัญชน พวกมันจะตกอยู่ภายใต้การกดขี่ข่มเหงของเหล่าชาวยุทธ
การเปิดชีพจรปราณจะว่าเป็เื่ของโชคชะตานำพาก็ไม่ผิดแปลกนัก
ส่วนใหญ่เมื่อเด็กอายุครบสิบปี พวกมันจะเริ่มทำการเปิดจุดชีพจรปราณ
เมื่อไหร่ที่คนเหล่านี้เปิดสำเร็จ
ประตูสู่ความยิ่งใหญ่จะเปิดออก
โลกใบใหม่! ชีวิตใหม่! เส้นทางเดินใหม่!
เด็กที่มีความแข็งแกร่งทางร่างกายเหนือกว่าบุคคลทั่วไป พวกมันย่อมมีโอกาสเปิดจุดชีพจรปราณได้มากกว่าคนอื่น
เมื่อไหร่ที่กลุ่มนี้เปิดชีพจรปราณสำเร็จ!
ทุกคนจะเรียกขานว่า บุตรแห่ง์
พวกเขาจะมีโอกาสประสบความสําเร็จมากกว่าคนอื่น
สำหรับเด็กที่ไม่สามารถเปิดจุดชีพจรปราณได้ตอนอายุสิบปี จะจัดอยู่ในพวกสามัญทั่วไป พวกมันจะถูกปรามาสว่าเป็พวกไร้พร์
ตามประวัติศาสตร์ผู้ที่เปิดจุดชีพจรปราณได้ช้าสุดจะอายุไม่เกินสิบสามปี ซึ่งจะทำให้การฝึกพลังปราณตามหลังช้ากว่าคนอื่น กลุ่มนี้มักโดนดูแคลนและไม่ค่อยได้รับการเหลียวแล
สำหรับพวกโชคร้ายที่์กลั่นแกล้งคือกลุ่มที่มีอายุเกินสิบสามปีที่ไม่สามารถเปิดจุดชีพจรปราณได้ตามมาตรฐาน พวกมันจะโดนหมางเมิน ชีวิตพวกมันราวกับตกขุมนรก พวกมันจะได้รับการรังแกและไม่ต่างจากขยะมูลฝอยที่ถูกกระทำซ้ำเติมให้จมดิน
บิดาของเฉิงมู่เป็ถึงผู้าุโระดับสูงของตระกูลสาขาเฉิงที่ทรงอำนาจ
แต่โชคชะตาช่างเล่นตลก ฟ้าฝนไม่เป็ใจ เมื่อเฉิงมู่อายุครบสิบปี จวบจนกระทั่งอายุสิบสามปี มันยังไม่สามารถเปิดจุดชีพจรปราณได้
ผู้นำสาขาใช้โอกาสอันดีงามนี้ จัดการใช้เื่ของเฉิงมู่ตัดสินใจขับไล่มันออกไปให้พ้นจากตระกูล
แม้บิดาของเฉิงมู่จะดำรงตำแหน่งาุโระดับสูง แต่มันไม่สามารถเปลี่ยนความตั้งใจของผู้นำตระกูลสาขาได้
เฉิงมู่และครอบครัวตัดสินใจแยกตัวออกจากตระกูลสาขาและมาสร้างบ้านไม้หลังเล็กอาศัยอยู่ในป่าเขา
ครอบครัวเฉิงมู่มีรวมกันทั้งหมดสี่ชีวิต มันเป็พี่ชายคนโตและมีน้องสาวคนเล็กที่น่ารักน่าเอ็นดูอยู่หนึ่งคน นอกนั้นคือบิดามารดาที่รักใคร่และคอยดูแลเอาใจใส่มันเป็อย่างดี
เฉิงมู่ไม่อยากเป็ภาระครอบครัว ทุกวันมันจึงออกจากบ้านไปตามป่าเขาค้นหาสมุนไพรวิเศษ เพื่อหวังว่าโชคจะเป็ของมัน มัน้าพบกับสมุนไพรที่สามารถช่วยกระตุ้นจุดชีพจรปราณ
แต่การค้นหาสมุนไพรในป่าไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด มันพบเจออุปสรรคต่างๆ นาๆ นับประการ เมื่อไหร่ก็ตามที่มันกลับมา ร่างกายของมันจะเพียบพร้อมไปด้วยาแจากการกระทำของสัตว์อสูรดุร้าย
ในวันนี้เฉิงมู่ก็กลับมาพร้อมกับาแเหมือนเช่นวันก่อนๆ แต่อาการของมันในครั้งนี้ร้ายแรงกว่าครั้งไหนๆ
"เฉิงมู่ฟื้นแล้วหรอ ข้าพาท่านหมอมาแล้ว" จู่ๆ เสียงชายวัยกลางคนดังขึ้น มันคือเฉิงม่อ บิดาของเฉิงมู่ เฉิงม่อมีใบหน้าดุดัน แต่นิสัยอ่อนโยน อัธยาศัยดี แตกต่างจากรูปลักษณ์อันน่าเกรงขาม ผู้คนมักให้ความเคารพยำเกรง
มันดีใจที่บุตรชายฟื้นแล้ว แต่ยังคงไม่ชะล่าใจ มันยังไม่สบายใจอยู่เล็กน้อย "ท่านหมอช่วยตรวจดูอาการบุตรชายด้วย" แม้บุตรชายจะฟื้น แต่อาจมีอาการาเ็ภายในหลงเหลือ เป็าแที่ไม่สามารถเห็นด้วยตาเปล่า มันไม่อาจมองข้ามปัญหาเล็กน้อยนี้ได้ มัน้าให้แน่ใจว่าบุตรชายหายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ มันถึงจะสบายใจเต็มที่
หมอพยักหน้าและเดินเข้าหาเด็กชายที่นอนอยู่บนเตียง แขนหยาบกระด้างของหมอผู้ชายยื่นคว้าจับแขนท่อนเล็กของเด็กชายที่ยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่บนเตียงอย่างคล่องแคล่ว
สองสามอึดใจต่อมา เฉิงม่อใจร้อน มันเร่งรีบสอบถามขึ้นมา สีหน้าของมันวิตกกังวลราวกับเป็คนาเ็เสียเอง "ท่านหมอ อาการลูกเป็ไงบ้าง? "
"ข้าตรวจดูแล้ว บุตรชายท่านมีแค่แผลภายนอกที่ดูสาหัส แต่ภายในไม่เป็อะไร ทุกอย่างปกติ เพียงแค่หมั่นทายาบ่อยๆ ทุกวัน ไม่เกินอาทิตย์หนึ่งก็หายดีเป็ปลิดทิ้ง เดียวข้าจัดเตรียมยาไว้ให้ชุดหนึ่ง" หมอตอบอย่างใจเย็น
ได้ฟังสีหน้าเฉิงม่อค่อยผ่อนคลายและโล่งอกแล้วไม่ลืมกล่าวขอบคุณ