บทที่22 าครั้งใหญ่ของเมืองพยัคฆ์คราม (7)
เ้าเมืองพยัคฆ์ครามกับกัวเจ๋อเทาที่สู้กับงูเหลือมทองั์ระดับ5ขั้นสูงอยู่นั้นเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด,เพราะว่านอกจากงูเหลือมทองั์ระดับ5ขั้นสูงแล้วยังมีสัตว์อสรูระดับ5ขั้นกลางอีกสามตัว,สามตัวนั้นก็คือเหยี่ยววายุ,วานรปฐี,แล้วก็อสรพิษน้ำแข็ง,เ้าเมืองพยัคฆ์ครามรับมืองูเหลือมทองั์กับเหยี่ยววายุ,ส่วนกัวเจ๋อเทารับมือกับวานรปฐีกับอสรพิษน้ำแข็ง
ส่วนพยัคฆ์เพลิงระดับ6ยังคงเฟ้าดูเ้าเมืองพยัคฆ์ครามกับกัวเจ๋อเทาที่พลังปราณค่อยๆหมดลงไปเรื่อยๆ
ทางด้านหม่าจือฉวนกับหม่าฟู่เฟิงกับไม่ได้ลำบากมากนักด้วยกระบี่ที่เฟยอวี่ได้สลักอาคมไว้นั้น,ทำให้หม่าจือฉวนนั้นสังหารสัตว์อสูรระดับ5ขั้นกลางที่เข้ามาช่วยกระทิงปฐีระดับ5ขั้นสูงได้ทั้งหมด,แต่ด้วยอาคมเสริมแกร่งที่ถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องก็ทำให้พลังปราณของหม่าจือฉวนก็ลดลงด้วยความเร็วที่มากกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด!
รอบๆพื้นที่การต่อสู้ของหม่าจือฉวนล้วนมีซากของสัตว์อสูรระดับ5ขั้นต้นกับขั้นกลางอยู่กว่าสิบตัวทั้งหมดเป็ฝีมือของหม่าจือฉวนคนเดียวทั้งสิ้น!
พยัคฆ์เพลิงระดับ6เองก็ไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่,แต่เมื่อเห็นว่าพลังปราณของหม่าจือฉวนลดลงอย่างรวดเร็วก็ไม่ได้สนใจอีกต่อไป,เพราะคิดว่าหม่าจือฉวนคงจะหมดแรงในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน
ด้วยขนาดที่ใหญ่โตของกระทิงปฐี,ถึงแม้ว่าหม่าจือฉวนจะใช้อาคมเสริมแกร่งเจาะทะลุเกราะลมปราณของกระทิงปฐีได้โดยง่าย,แต่มันก็สร้างาแให้กับกระทิงปฐีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น,ส่วนหม่าฟู่เฟิงกับทำได้แค่ช่วยสร้างโอกาสให้กับหม่าจือฉวนได้โจมตีเพียงเท่านั้น,เพราะตัวของหม่าฟู่เฟิงนั้นไม่สารมารถโจมตีทะลุเกราะลมปราณของกระทิงปฐีได้
ลู่จื้อที่กำลังฟื้นฟูพลังปราณอยู่นั้น,ก็ได้สังเกตสถานการณ์โดยรวมของสนามรบ,กองทัพของฝั่งมนุษย์นั้นถือว่ายังคงรับมือกับกองทัพสัตว์อสูรได้อยู่,แต่ก็ไม่ได้มีเปรียบมากนักแถมยังเหลือสัตว์อสูรระดับต่ำอีกสองหมื่นกว่าตัวด้านนอกบาเรีย,กับสัตว์อสูรระดับ4อีกประมาณห้าร้อยตัวที่ยังเขามาได้ไม่หมด!
ณ ตอนนี้ก็ท้องฟ้าก็ได้สว่างแล้วการต่อสู้ได้ผ่านมา3ชั่วยามกว่าๆแล้ว
หม่าจือฉวนยังคงปะทะกับกระทิงปฐีอยู่,การต่อสู้ที่ดำเนินมานานพอสมควราแเล็กน้อยที่กระทิงปฐีได้รับนั้นก็สะสมขึ้นเรื่อยๆ,จนส่งผลให้มันเริ่มที่จะเคลื่อนไหวได้ช้าลงแล้วการโจมตีก็เบาลงด้วยเช่นกัน!
พยัคฆ์เพลิงระดับ6เองก็เริ่มสังเกตเห็นแล้วเช่นกันมันเตรียบตัวที่ลงมือแล้ว!
ลู่จื้อเองเมื่อเห็นพยัคฆ์เพลิงระดับ6เคลื่อนไหวแล้วนางเองก็เคลื่อนไหวด้วยเช่นกัน!
พยัคฆ์เพลิงระดับ6ได้บินเข้ามาหาหม่าจือฉวนอย่างรวดเร็ว,พร้อมกับปล่อยมันขวาที่ห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าเข้าใส่หม่าจือฉวน,หม่าจือฉวนกับเลือกที่จะป้องกันแทนที่จะหลบหลีก,หม่าจือฉวนเสริมพลังให้กับเกราะลมปราณอย่างเต็มที่พร้อมกับพุ่งถอยหลังเพื่อลดแรงปะทะ
"ปัง!"
เสียงของหมัดที่ปะทะกับเกราะลมปราณดังลั่นออกมาหม่าจือฉวนถอยหลังไปไกลกว่า5เมตร,เกราะลมปราณสั่นอย่างรุนแรงพร้อมกับเกิดรอยร้าวขึ้นให้เห็น
หม่าฟู่เฟิงเห็นแบบนี้ก็อยากที่จะเข้าไปช่วยแต่ก็ติดตรงที่เขายังต้องรับมือกับกระทิงปฐีแทนหม่าจือฉวน!
หม่าจือฉวนเองก็เลือกที่จะหนีทันที,แต่ด้วยความเร็วของพยัคฆ์เพลิงระดับ6หม่าจือฉวนไม่สามารถที่จะสลัดให้หลุดจากการตามล่าของพยัคฆ์เพลิงระดับ6ได้เลย,ทำให้หม่าจือฉวนโดนการโจมตีจากพยัคฆ์เพลิงระดับ6ไปอีกสามครั้ง,ถึงแม้ว่ายังไม่สามารถทำลายเกราะลมปราณของหม่าจือฉวนได้,แต่ด้วยความรุนแรงจากหมัดของของพยัคฆ์เพลิงระดับ6,ก็ทำให้หม่าจือฉวนได้รับาเ็ภายในไม่น้อย,เกราะลมปราณเองก็ร้าวไปทั่วคงไม่สามารถรับการโจมตีได้อีกต่อไปแล้ว
พยัคฆ์เพลิงระดับ6พุ่งเข้ามาอีกครั้ง,พร้อมกับหมัดที่มีเปลวเพลิงสีฟ้าลุกโชนมากกว่าเดิมถึงสองเท่ากำลังพุ่งเข้าใส่หม่าจือฉวน,หม่าจือฉวนสลายเกราะลมปราณแล้วรวบรวมพลังทั้งส่งไปที่กระบี่ในมือ,กระตุ้นอาคมเสริมแกร่งพร้อมกับอาคมะเิเพลิงพิฆาตเปิดใช้งานอาคมคู่ผสานเต็มกำลัง,พร้อมกำชี้กระบี่ไปที่พยัคฆ์เพลิงระดับ6ที่กำลังปล่อยหมัดเข้าใส่
"อาคมเสริมแกร่งทำงาน,อาคมะเิเพลิงพิฆาตทำงานอาคมคู่ผสานโจมตี!"
กระบี่ในมือหม่าจือฉวนมีแสงสีเงินส่องประกายอยู่ด้านในซ้อนทับด้วยแสงสีแดงของเปลวเพลิง,พร้อมกับที่หมัดของพยัคฆ์เพลิงระดับ6กำลังจะถึงตัวหม่าจือฉวน,ปลายของกระบี่ในมือหม่าจือฉวนก็ได้ปล่อยเพลิงพิฆาตเข้าใส่พยัคฆ์เพลิงระดับ6ไปเต็มๆ,พยัคฆ์เพลิงระดับ6ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเจออะไรแบบนี้จึงไม่ได้สร้างเกราะลมปราณไว้แต่อย่างใด,นำพลังที่มีไปใช้ในการโจมตีเสียมากกว่า,จึงทำให้โดนอาคมคู่ผสานโจมตีไปเต็มๆกระเด็กไปไกลกว่า30เมตรพอลุกขึ้นได้ก็กระอักเืทันที
"พรวด!"
หม่าจือฉวนเองก็ลงไปคุกเข่าอยู่ที่พื้นทันทีโดยที่มือหนึ่งใช่กระบี่ปักที่พื้นเพื่อพยุงตัวเองไว้,คราวนี้หม่าจือฉวนใช้พลังทั้งหมดออกมาถึงแม้จะมีเพียงแค่5ส่วน,แต่การที่หม่าจือฉวนทะลวงเข้าสู่ระดับ5ขั้นสูงได้,จึงทำให้พลังทำลายคราวนี้สูงกว่าตอนที่ทดสอบอาคมคู่ผสานครั้งแรกอยู่มาก
"บัดซบ!....เ้าพวกมนุษย์ที่หน้ารังเกียจข้าจะฆ่าพวกเ้าไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว!"
พยัคฆ์เพลิงระดับ6ตอนนี้สติหลุดไปแล้ว,ร่างกายกึ่งมนุษย์ของมันค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นกลับไปอยู่ในรูปแบบของพยัคฆ์เพลิงดังเดิม,ขนาดของมันใหญ่โตถึง7เมตรขนสีแดงเพลิงของมันลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีฟ้า,มันจ้องไปที่หม่าจือฉวนด้วยแววตาแห่งความอาฆาตพร้อมกับพ่นลูกไฟั์ใส่หม่าจือฉวนทันที
ขณะที่ลูกไฟั์กำลังจะถึงตัวหม่าจือฉวน,หานกู่ที่รีบวิ่งมาั้แ่เห็นพยัคฆ์เพลิงระดับ6เริ่มลงมือก็ได้มาทันช่วยชีวิตของหม่าจือฉวนแบบฉิวเฉียด,หานกู่พุ่งเข้ามาอุ้มร่างของหม่าจือฉวนพร้อมกับหลบลูกไฟั์
หานกู่จำต้องยอมทิ้งหน้าที่ควบคุมกองทัพแล้วมาช่วยทางด้านนี้,เพราะถ้าเกิดทางนี้เกิดเสียท่าก็เท่ากับว่าพวกเขาจะแพ้าครั้งนี้ทันที!
ขณะเดียวกันลู่จื้อที่รีบวิ่งมาก็เห็นแล้วว่าหานกู่นั้นมาถึงแล้วเช่นกันเลยเลือกที่ลอบเข้าไปจัดการกับกระทิงปฐีแทน
"ดัชนีหยกเทวะ!"
ลูจื้อที่ลอบเข้ามาด้านหลังของกระทิงปฐีที่กำลังใล่จู่โจมหม่าฟู่เฟิงอย่างดุดัน,ก็ได้ใช้ดัชนีหยกเทวะยิงทะลุผ่านขาหลังข้างขวาพร้อมกับพุ่งต่อไปทะลุขาหลังข้างซ้ายของกระทิงปฐีจนมันล้มลงไปทันที,กระทิงปฐีเองก็าเ็อยู่มากพอควรเกราะลมปราณของมันก็ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเดิมอีกต่อไป,ดัชนีหยกเทวะของลูจื้อจึงโจมตีทะลุสิ่งกีดขวางทั้งหมด
ลู่จื้อก็ได้บอกให้หม่าฟู่เฟิงรีบไปช่วยหม่าจือฉวนทันที
หานกู่มีระดับพลังมากกว่าหม่าจือฉวนอยู่2ขั้นย่อย,แถมวิชาที่ฝึกยังเป็ธาตุลมจึงพอที่จะหลบการโจมตีของพยัคฆ์เพลิงระดับ6ได้อยู่บ้าง,หม่าฟู่เฟิงที่ไม่ต้องสู้กับกระทิงปฐีแล้วก็รีบมาสมทบกับหานกู่ทันที,ส่วนหานกู่ที่อุ่มหม่าจือฉวนอยู่ด้วยก็ส่งหม่าจือฉวนให้กับหม่าฟู่เฟิงทันทีพร้อมกับบอกให้หม่าฟู่เฟิงพาหม่าจือฉวนหนีไปก่อน
"ผู้าุโที่หนึ่งท่านพาประมุขจือฉวนไปหลบที่ปลอดภัยก่อนแล้วค่อยกลับมาช่วยทางนี้!"
หม่าฟู่เฟิงก็อุ้มร่างของหม่าจือฉวนแล้วรีบกลับไปหากลุ่มของตระกูลหม่าทันที
พยัคฆ์เพลิงระดับ6เห็นหม่าฟู่เฟิงพาหม่าจือฉวนหนีไปก็คำรามออกมา,พร้อมกับไล่ล่าทันที
แต่หานกู่กับเข้ามาสกัดไว้ได้ทัน
"เจ็ดหอกวายุทะลวง!"
หานกู่แทงหอกเจ็ดครั้งอย่างรุนแรงเข้าใส่พยัคฆ์เพลิงระดับ6,ทำให้มันถอยหลังไปสองก้าวช่วยยื้อเวลาให้หม่าฟู่เฟิงพาหม่าจือฉวนหนีไป
ลู่จื้อเองตอนนี้ก็ได้สังหารกระทิงปฐีเรียบร้อยแล้ว,พร้อมกับเลือกที่จะไปช่วยทางฝั่งของเ้าเมืองพยัคฆ์คราม,แทนที่จะไปช่วยหานกู่รับมือกับพยัคฆ์เพลิงระดับ6
หม่าฟู่เฟิงอุ้มร่างของหม่าจือฉวนวิ่งด้วยความเร็วเต็มที่มุ่งตรงไปหาหม่าเซียวหราน
หม่าเซียวหรานที่กำลังลุมจัดการสัตว์อสูรระดับ5ขั้นกลางอยู่กับผู้าุโอีกเจ็ดคน,เห็นหม่าฟู่เฟิงที่กำลังอุ้มร่างของหม่าจือฉวนวิ่งมาทางตัวเอง,ก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันทีปล่อยให้ผู้าุโทั้งเจ็ดคนจัดการกับสัตว์อสูรระดับ5ขั้นกลางต่อไป
"ผู้าุโฟู่เฟิงท่านพ่อเป็อย่างไรบ้าง" หม่าเซียวหรานถามด้วยสีหน้าเป็กังวล
"ข้าไม่ได้เป็อะไรมากก็แค่ใช้พลังปราณเกิดขีดจำกัดไปก็เท่านั้น!" เป็หม่าจือฉวนที่พูดแทรกออกมาก่อน
"ฟู่เฟิงเ้ารับกระบี่เล่มนี้แล้วรีบไปช่วยแม่ทัพหานกู่รับมือกับพยัคฆ์เพลิงระดับ6เถอะ!" หม่าจือฉวนค่อยๆหยิบกระบี่ที่ตัวเองกอดอยู่ให้กับหม่าฟู่เฟิงด้วยสองมือที่สั่นเทา
"เซียวหรานฝากท่านประมุขด้วย!" หม่าฟู่เฟิงพูดจบก็ส่งตัวหม่าจือฉวนให้กับหม่าเซียวหรานแล้วรีบวิ่งกลับไปสมทบกับแม่ทัพหานกู่ทันที
ส่วนทางด้านลู่จื้อนางค่อยๆลอบเข้าไปไกล้ๆเหยี่ยววายุที่กำลังก่อกวนเ้าพยัคฆ์ครามอยู่พร้อมกับใช้วิชาดัชนีหยกเทวะสอยเหยี่ยววายุจนร่วงลงมาสู่พื้นดิน
"ดัชนีหยกเทวะ!"
"ซวบ!"
"ตุบ!"