ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาออกตัววิ่งทันที เมื่อเห็นว่าอสูรร้ายดวงตาสีแดงยังมีชีวิตอยู่หลังจากที่เขาฝากดาบสั้นไว้ที่ก้นของมันจนมิดด้าม
“มันคลั่งแล้ว! มันคลั่งแล้ว!” ชายหนุ่มกรีดร้องโวยวายไม่หยุด
“อย่าวิ่งหนีสิ หลอกล่อมันเอาไว้” จอนนี่ะโเพื่อเตือนสติโคลน
“ฉันทำไม่ได้ หลังจากที่ฉันเสียบดาบไปที่ก้นของมัน นอกจากมันจะไม่ช้าลง มันยังเร็วขึ้นอีกต่างหาก” โคลนะโเพื่ออธิบาย
เมื่อจอนนี่สังเกตดูดี ๆ ก็พบว่าความเร็วของหมีค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจริง จอนนี่สั่งให้ตี๋ที่ได้รับาเ็เพียงเล็กน้อยเฝ้าหมวยไว้ ส่วนตัวเขาวิ่งตามโคลนไป
โคลนมีเหตุผลสามข้อที่ตัดสินใจวิ่งหนี ข้อแรกเขา้าพามอนสเตอร์ตัวนี้ออกห่างจากหมวยให้เร็วที่สุดเพื่อที่สมาชิกคนอื่น ๆ จะได้ช่วยเหลือเธอ ข้อสองเมื่อหมวยสิ้นสภาพการต่อสู้จึงเป็ที่แน่นอนแล้วว่าแผนการหลอกล่อเพื่อโจมตีนั้นใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป ข้อสามไม่ทราบว่าเพราะอะไรความเร็วของมอนสเตอร์ตัวนี้ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่โคลนประเมินแล้วว่าเขาไม่สามารถหลบการโจมตีของมันได้เหมือนที่แล้วมา จึงวางแผนจะสลัดหนีจากการติดตามของมัน แต่ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ของมันนี้เองทำให้ชายหนุ่มกำลังตกที่นั่งลำบาก
อสูรร้ายสีนิลขนาดสามเมตรเปลี่ยนท่าทางการเคลื่อนที่เป็วิ่งสี่ขาด้วยความเร็วสูง ไม่นานมันก็เข้าประชิดตัวของโคลนได้ ปากที่มีเคี้ยวแหลมคมงับเข้าไปบริเวณก้นของเขา แต่ชายหนุ่มกลั้นใจเพิ่มความเร็วขึ้นอีกทำให้หลบคมเขี้ยวหวุดหวิด หลังจากที่มอนสเตอร์จู่โจมพลาดระยะห่างระหว่างทั้งคู่จึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ทราบว่ามอนสเตอร์นั้นเร็วขึ้นหรือโคลนกันแน่ที่เป็ฝ่ายช้าลงไม่นานระยะห่างของพวกเขาก็หดลงอีกครั้ง เป็จังหวะนี้เองที่โคลนได้ยินเสียงผิวปากดังขึ้น ชายหนุ่มหันไปยังต้นเสียงก็เห็นจอนนี่วิ่งตามมา หนุ่มแว่นพยายามพูดบางอย่างแต่เขาจับใจความไม่ได้เนื่องจากระยะมันไกลเกินไป แต่เมื่อเห็นจอนนี่ชี้นิ้วไป้าโคลนก็เข้าใจได้ทันที ชายหนุ่มผมหางม้าพยักหน้าหนึ่งที จอนนี่ก็ขว้างดาบไปทางหมีั์ มอนสเตอร์สีนิลตัวนี้มีสัญชาตญาณการรับรู้ที่ดี มันะโไปด้านข้างเล็กน้อยก็พ้นจากการโจมตี แต่จอนนี่ไม่ได้แสดงอาการผิดหวัง เขายิ้มและะโเสียงดัง
“ตอนนี้แหละ”
โคลนไม่รอช้าวิ่งไปที่ต้นไม้สูงต้นหนึ่ง ถึงแม้จะทุลักทุเลแต่เขาก็ขึ้นไปได้สำเร็จ
“ฮ่า ๆ เป็ไงล่ะเ้ามอนสเตอร์สมองทึบ แน่จริงก็ตามฉันมาสิ” โคลนมองลงไปที่หมีั์ขนาดสามเมตรด้านล่างพร้อมแลบลิ้นปลิ้นตา มือหนึ่งเกาะกุมอีกมือหนึ่งก็ตบก้นไปมา
อสูรสีนิลเหมือนจะเข้าใจในความหมายของคนบนต้นไม้มันคำรามเสียงดังก่อนจะทำในสิ่งที่ชายหนุ่มไม่้ามากที่สุด
“ฉิบหายแล้ว! อย่าขึ้นมานะโว้ย”
โคลนจ้องมองไปที่มัจจุราชด้านล่าง เขาและจอนนี่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามอนสเตอร์ที่มีร่างกายเทอะทะจะสามารถปีนต้นไม้ได้ ส่วนหนึ่งเป็เพราะว่าในยุคของพวกเขาสัตว์ป่าหลายชนิดได้สูญพันธุ์ไปแล้ว และหมีก็คือหนึ่งในนั้น
โคลนทำอะไรไม่ได้ เพราะจุดที่เขาอยู่นั้นสูงเกินกว่าที่จะะโลงมาแล้ว สิ่งเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้คือปีนหนีขึ้นไปเรื่อย ๆ
จอนนี่ที่เห็นการปีนต้นไม้ของมอนสเตอร์หมีั์ก็ใไม่แพ้กัน ถึงแม้มันไม่ได้ปีนด้วยความเร็วแต่ทุกก้าวของมันก็มั่นคงดี หากเป็แบบนี้ต่อไปก็อยู่ที่เวลาแล้วว่ามันจะสังหารโคลนตอนไหน
แต่แล้วคนสวมแว่นตาก็คิดอะไรบางอย่างออก เขาะโบอกให้โคลนปีนต่อไปเรื่อย ๆ จึงเป็ภาพของหนึ่งคนหนึ่งสัตว์กำลังแข่งปีนต้นไม่กันอยู่
จอนนี่รีบวิ่งไปหยิบดาบของตนเองที่ปักอยู่บนพื้นและเริ่มมหกรรมโค่นต้นไม้ โคลนที่เห็นแบบนั้นก็ร้องโวยวายขึ้นมาทันที
“จอนนี่ นี่แกวางแผนจะฆ่าฉันใช่ไหม”
“เปล่า ฉันไม่รู้มาก่อนจริง ๆ ว่ามันปีนต้นไม้ได้” จอนนี่แสร้งทำเป็ไม่เข้าใจคำถาม
“เื่นั้นช่างมันก่อน แกช่วยบอกทีซิว่าไม่ได้กำลังโค่นต้นไม้อยู่” โคลนที่รู้ว่าจอนนี่แกล้งทำเป็เฉไฉแต่ก็ยอมเล่นไปตามบท
“ฉันกำลังโค่นต้นไม้อยู่!”
“ขอบใจมากว่ะ...กับผีน่ะสิ!!”
“ถึงฉันจะไม่ชอบหน้านาย แต่เชื่อเถอะฉันกำลังช่วยนายอยู่ ปีนขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็พอ”
“ช่วยบ้านแกสิ ถ้าฉันตกลงไป ฉันก็ตายอยู่ดี” ถึงปากจะบ่นแต่เขาก็ยังคงปีนต่อไปเรื่อย ๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าตกลงมา ะโไปเกาะต้นอื่นตอนที่มันกำลังจะโค่น”
“หา!!! นี่แกเห็นฉันเป็ทาร์ซานจากยุคโบราณหรือไง อีกอย่าง... ระยะมันไกลเกินไป”
“หาวิธีซะ นายไม่มีทางเลือก” จอนนี่พูดจบก็ออกแรงเพิ่ม เขาต้องทำเวลาเพื่อไม่ให้มอนสเตอร์เข้าถึงตัวโคลนได้ก่อนที่เขาจะโค่นต้นไม้สำเร็จ
ตอนนี้โคลนตกอยู่ในอันตรายในทุก ๆ แง่มุม ไม่ว่าจะเป็มอสเตอร์ที่สามารถฉีกเขาได้เป็ชิ้นเนื่องจากไม่มีพื้นที่ให้หลบอีกอีกต่อไป หรือจะเป็ะเิเวลาจากการตัดต้นไม้ด้านล่าง แต่เขาก็เห็นด้วยกับจอนนี่ว่าไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ ความผิดพลาดแรกเกิดขึ้นั้แ่ตอนที่พวกเขาไม่รู้ว่ามอนสเตอร์ตนนี้มีความสามารถในการปีนต้นไม้จนนำไปสู่สถานการณ์เช่นนี้ ความสามารถในการต่อสู้และมันสมองเป็สิ่งสำคัญก็จริง แต่องค์ความรู้ก็เป็เื่ที่ขาดไม่ได้เช่นกัน
ตอนนี้โคลนปีนมาถึงสุดยอดและไม่มีทางอื่นให้หนีอีกแล้ว เขาใช้เวลา่สุดท้ายนี้ในการระดมความคิดหาทางรอด
“อีกห้าดาบต้นไม้จะถูกโค่นลง” จอนนี่ะโให้สัญญาณ
‘นี่ฉันจะต้องตายจริง ๆ หรือ?’
‘ควรให้จอนนี่หยุดโค่นต้นไม้แล้วปีนขึ้นมาโจมตีมอนสเตอร์จาก้าและล่างพร้อมกันดีไหม... ไม่ได้! ถึงอย่างไรพวกเราก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายแก่มันได้’
‘เสี่ยงะโงั้นเหรอ... ไม่ได้! เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าระยะมันไกลเกินไป’
“ปัก!”
“ปัก!”
‘เดี๋ยวก่อนสิ ถ้าใช้วิธีนี้อาจจะได้ผล’
“ปัก!”
“ปัก!”
โคลนเริ่มขยับตัวอีกครั้งแต่เขากลับปีนลงไปหามอนสเตอร์ จอนนี่กำลังงงกับเหตุการณ์้าว่าทำไมชายหนุ่มไม่ใช้เวลาที่เหลืออยู่ในการเตรียมตัวะโแต่กลับเคลื่อนไหวเข้าหามอนสเตอร์แทน แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังคงทำหน้าที่ต่อไป
“ปัก! แคร๊ก…”
โคลนหยุดการเคลื่อนไหวเมื่อต้นไม่เริ่มเอียงไปด้านข้างอย่างช้า ๆ หนุ่มผมเทาไม่ได้ให้ความสนใจกับมอนสเตอร์ด้านล่างอีกแล้ว สมาธิทั้งหมดถูกใช้ไปกับบางสิ่ง ชายหนุ่มพลิกตัวไปด้านตรงข้ามทันทีเมื่อต้นไม้เอียงไปที่แปดสิบองศา เมื่อถึงองศาที่เจ็บสิบเขาขึ้นไปเหยียบบนลำต้นพร้อมใช้แขนคล้องเกี่ยวเอาไว้ราวกับกำลังเล่นกระดานโต้คลื่น โดยมีแรงโน้มถ่วงเป็น้ำทะเลที่กำลังถาโถมเข้าใส่ และเมื่อถึงองศาที่ห้าสิบร่างสูงก็ออกตัววิ่งทันที
“ย๊ากกก”
เมื่อวิ่งไปจนสุดปลายทางองศาต้นไม้ก็อยู่ที่สี่สิบพอดี โคลนะโสุดเสียงพลางออกแรงดีดตัวให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ นับั้แ่ดาบสุดท้ายที่ถูกสับลงไปจนถึงตอนนี้เพียงผ่านไปแค่แปดวินาทีเท่านั้น
“ปึก” ร่างของชายหนุ่มกระแทกไปที่เป้าหมายเสียงดังสนั่น แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ทำให้เขาลืมที่จะใช้มือเกาะกุมมันไว้อย่างแ่า
“ครืดดด”
ลำตัวของโคลนครูดไปกับต้นไม้เป็ระยะทางกว่าสี่เมตรพร้อมกับค่า HP ที่ลดฮวบลงไปก่อนจะหยุดลงในที่สุด หัวใจของเขาเต้นถี่รัวจนหน้าอกแทบะเิ แต่นั่นกลับทำให้คนมีแผลเหวอะหวะยิ้มออกมาเพราะมันแปลว่าเขายังมีลมหายใจอยู่ เป็เวลาเดียวกับที่หมีั์ไม่สามารถเกาะกุมต้นไม้ไว้ได้อีกต่อไป
“ฉึก!” ด้ามดาบที่เคยโผล่ออกมาจากก้นบัดนี้มันได้อันตรธานไปแล้ว และก็เป็อีกครั้งที่สัตว์ป่าน้อยใหญ่ได้ยินเสียงร้องโหยหวนที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันกำลังทรมานสุดขีดก่อนที่เสียงนั้นจะหายไปตลอดกาล
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 507 หน่วย”
ถึงแม้ว่ามันจะเป็แผนของตัวเอง แต่เขาก็ไม่คิดว่าโคลนจะสามารถรอดมาได้ด้วยวิธีการบ้าบิ่นแบบนั้น สายตาภายใต้กรอบแว่นกำลังคิดว่าถ้าเป็ตัวเขาเองที่อยู่บนต้นไม้ ตอนนี้ทุกคนอาจจะได้ยินเสียงการแจ้งเตือนว่าเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว
“โอ้ยยยย ช่วยฉันด้วย ฉันลงไปไม่ได้” โคลนะโเสียงดัง
“ขึ้นไปอย่างไร ก็ลงมาอย่างนั้น” จอนนี่ไม่สนใจแถมยังเดินไปจัดการร่างที่ไร้ิญญาของหมีั์ทันที
ในขณะเดียวกันหมวยและตี๋ก็ตามมาสมทบ ทั้งสองกำลังตื่นเต้นกับค่าประสบการณ์ที่ได้รับ ก่อนหน้านี้ที่กลุ่มของหมวยยังไม่เจอโคลนในหมู่บ้านพวกเขาได้ตั้งปาร์ตี้เพื่อสังหารมอนสเตอร์กันมาก่อน ซึ่งค่าประสบการณ์ที่ได้รับจากการเฉลี่ยกันแล้วช่างน้อยนิดเมื่อเทียบกับครั้งนี้ พวกเขากำลังคิดว่าหากสามารถล่าเ้ามอนสเตอร์ตนนั้นได้ด้วยตัวคนเดียวก็จะได้รับค่าประสบการณ์ถึงสองพันหน่วยเลยทีเดียว แต่นั่นเป็เพียงแค่ความคิดเท่านั้น
“เอ๊ะ แล้วโคลนหายไปไหน” หมวยหันไปถามจอนนี่เนื่องจากหน้าต่างปาร์ตี้ก็แสดงให้เห็นว่าเขามีชีวิตอยู่ แต่กลับไม่เจอเขาอยู่แถวนี้
“โอ้ยยย... ฉันอยู่นี่... ช่วยฉันด้วยฉันลงไปไม่ได้ และฉันก็กำลังจะหมดแรงเกาะต้นไม้นี่แล้วด้วย” โคลนร้องขอความช่วยเหลือทันทีเมื่อเห็นพวกคนอื่น ๆ มากันแล้ว
“สูงขนาดนั้นพี่ต้องลงมาด้วยตัวเองแล้วแหละ” ตี๋ะโกลับขึ้นไป
“ดูจากความสูงและค่า HP ที่นายเหลืออยู่ หากตกลงมาจริง ๆ ฉันว่าก็คงไม่ตายหรอก ต้องขอบใจค่า VIT ที่สูงลิบของนาย” จอนนี่พูดให้กำลังใจ
“จริงหรือ?” โคลนถามเพื่อความแน่ใจ แต่ถึงอย่างไรมือของเขาก็กำลังจะหมดแรงอยู่ดีเนื่องจากค่า SP ที่ลดลงต่ำอย่างมาก
“ฉันเดา” จอนนี่ไม่ได้ใส่ใจตอบคำถามเขากำลังใช้สมาธิกับการถลกหนังแล่เนื้อของหมีั์
“คิก ๆ ๆ” หมวยมองไปที่โคลนและหัวเราะอย่างสบายใจ เธอเชื่อในคำพูดของจอนนี่ หากจอนนี่บอกว่าไม่ตายก็แปลว่าไม่ตายอย่างแน่นอน
“แกเดา? ชีวิตฉันทั้งคนแต่แกกลับเดา คอยดูเถอะสักวันฉันต้องเผลอฆ่าแกแน่นอนนนนนนน” สิ้นเสียงสุดท้ายมือทั้งสองก็ไร้สิ้นเรี่ยวแรง
“ตุบ!”
“แอ๊ก!”
“โอ๊ยก้นช้าน…”
ค่า HP ของโคลนเหลือแค่ 32 หน่วย เขารีบเปิดช่องเก็บของและหยิบสมุนไพรสีแดงออกมาใส่ปากและเคี้ยวทันที
สมุนไพรนี้มีชื่อว่าหญ้าแดงมันถูกตั้งชื่อตามสีของใบ สามารถพบเห็นได้ตามเขตูเาไฟ มีสรรพคุณช่วยในการฟื้นฟูจากอาการาเ็อย่างช้า ๆ เขาได้รับมันมา 50 ชิ้นจากการเปิดกล่องรางวัลภารกิจระดับ D ที่ได้มากจากภารกิจช่วยเหลือเฮนรี่
“+1 hp”
“+1 hp”
“+1 hp”
“+1 hp”
“ของโคตรดี” โคลนพูดขึ้นก่อนจะเดินไปหาหมวย
เขามอบหญ้าแดงให้กับเธอเมื่อเห็นว่าค่า HP ในหน้าต่างปาร์ตี้ของเธอก็อยู่ในระดับต่ำเช่นกัน ก่อนหน้านี้ที่เธอได้รับาเ็จากการโจมตีของหมีั์ ตี๋เพียงรักษาได้แค่เบื้องต้นด้วยการห้ามเืเท่านั้น แต่มันต้องใช้เวลานานมากที่จะฟื้นคืน HP ให้เต็มหลอดหรืออยู่ในขอบเขตที่ปลอดภัยจากการซุ่มโจมตีหรือหนึ่งครั้งสังหาร (One Hit Kill) หญ้าแดงจะเป็ไอเทมที่ช่วยเร่งการฟื้นฟูได้บ้างถึงจะไม่มากก็ตาม
หลังจากได้ยินสรรพคุณของมันเธอใช้ฟันขาวที่เรียงตัวสวยเคี้ยวหญ้าแดงทันที
“+1 hp”
“+1 hp”
“ของโคตรดี” เธอหันมาพูดกับโคลนเมื่อเห็นค่า HP ที่ค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมาอย่างช้า ๆ
เมื่อเห็นดังนั้นตี๋ก็ขอลองใช้บ้าง แต่โคลนตอบปฏิเสธไปเนื่องจากมันเป็ไอเทมที่มีความสำคัญมากอีกทั้งยังมีอยู่อย่างจำกัด หากค่า HP ไม่อยู่ใน่อันตรายจริง ๆ เขาจะไม่นำมันมาใช้มันเด็ดขาด
หลังจากที่จอนนี่จัดการกับซากศพหมีั์แล้วเขาแยกมันออกมาเป็สามกอง กองแรกคือแผ่นหนัง กรงเล็บและเขี้ยวขนาดใหญ่ กองที่สองคือเนื้อและกระดูก กองที่สามคือเครื่องใน
จอนนี่พูดคุยกับหมวยและตี๋จนได้ข้อตกลงกันว่าจะให้โคลนเลือกของจากกองที่หนึ่งเป็คนแรกเพราะชายหนุ่มมีบทบาทมากที่สุดในการจัดการกับมอนสเตอร์ตนนี้ โคลนตัดสินใจเลือกหนังสัตว์เพราะเขาหวังว่าจะนำมันไปสร้างเป็ชุดป้องกัน อย่างไรคติประจำใจของเขาก็คือปลอดภัยไว้ก่อน จากนั้นหมวยจึงเลือกกรงเล็บเธอ้านำมันไปทำเป็อาวุธ ตี๋และจอนนี่จึงแบ่งเขี้ยวกันไปคนละครึ่ง ส่วนกองที่สองคือเนื้อและกระดูกพวกเขาจะนำมันไปทำเป็อาหารสำหรับมื้อเที่ยง และกองที่สามพวกเขาจะทิ้งมันโดยการขุดหลุมฝังเพื่อไม่ให้มีกลิ่นไปล่อมอนสเตอร์บริเวณนี้
อย่างไรกองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง พวกเขาใช้เวลาในการเดินทางมาเป็เวลากว่าหกชั่วโมงแล้ว ทั้งสี่คนจึงแยกย้ายกันไปหาไม้และฟืนเพื่อสร้างแคมป์ชั่วคราวและพักทานอาหารกัน
กองไฟถูกจุดขึ้นกลางบริเวณที่พัก ทั้งสี่คนนั่งมองหน้ากันพลางคิดว่า แล้วใครจะเป็คนทำอาหาร เนื่องจากในยุคของพวกเขาไม่ได้มีการประกอบอาหารกันอย่างในศตวรรษที่ 21 พวกเขาจะทานแต่อาหารสำเร็จรูปที่ถูกทำขึ้นมาโดยเครื่องจักร พวกมันมีรสชาติและสารอาหารที่ควบคุมได้ อาหารเหล่านี้มีความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการสูง มนุษย์ส่วนมากจึงเลิกประกอบอาหารด้วยตนเองมานานแล้ว
“คนโบราณพูดไว้ว่าผู้หญิงมีฝีมือในการทำอาหารมากกว่าผู้ชาย ถ้าอย่างนั้นเธอทำ” จอนนี่หันหน้าไปทางหมวย
“ผมก็เคยได้ยินมาแบบนั้น” ตี๋เห็นด้วย
“ตะตะแต่ฉันไม่เคยทำอาหารมาก่อนเลยในชีวิต” หมวยรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก
“หึ ๆ ๆ เอาล่ะทุกคนไม่ต้องเถียงกันอีกแล้ว” โคลนกางแขนออกกว้างราวกับกำลังรับแสงสปอร์ตไลท์ที่ส่องมาทางเขา “ฉันจะเป็คนทำมันขึ้นมาเอง”
“หา!”
“ว่าไงนะ?”
“นายจะทำ?”
ทั้งสามคนอุทานออกมาอย่างพร้อมเพรียง ถ้าเป็ทักษะการต่อสู้พวกเขาจะยอมเชื่อใจชายหนุ่มตรงหน้าก็ได้ แต่หากเป็ทักษะการทำอาหารพวกเขาจะยอมเชื่อใจได้อย่างไร นี่เป็อาหารมื้อเที่ยงของพวกเขา จะมีใครกล้ายอมเอาอนาคตของปากและท้องมาเสี่ยงกัน
“ใช่แล้ว ฉันจะทำให้ทุกคนกินเอง ทุกคนเชื่อใจฉันได้” โคลนทุบอกตัวเองบ่งบอกว่าเขานั้นมั่นใจมากแค่ไหน
“แสดงว่าพี่เคยทำอาหารมาก่อนงั้นสิ?” ดวงตาตี่ของตี๋มองไปที่ชายหนุ่มด้วยความนับถือ
“แน่นอนว่าไม่”
“โครม” ทุกคนพร้อมใจกันเสียสมดุลหน้าทิ่มพื้นอย่าแรง