จันทราลิขิตรัก

    ก้าวต่อไปถึงขั้นเงิบเลยเชียว(Rewrite)

    เจิ้งเหยียนกับอันจื่อเทาหัวหมุนแทบอยากแยกร่างได้ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำวุ่นวายกับการปรับปรุงจวนหลังน้อยให้เป็นโรงฝึกวรยุทธตามแบบแผนที่ร่างเอาไว้ ระหว่างวันยังต้องปลีกตัวกลับเรือนเพื่อป้อนข้าวป้อนยาผู่เยว่แล้วค่อยกลับไปอีกรอบ โชคดีเป็นเช่นนี้เพียงสองวัน วันต่อมาเยี่ยเจิ้งสิงส่งหมอสตรีกับสาวใช้มาดูแลบุตรสาวบุญธรรมทั้งยังให้พำนักที่เรือนดูแลตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เจิ้งเหยียนกับอันจื่อเทาจึงโล่งใจไปได้เปราะหนึ่ง 

    กระนั้นก็ไม่ได้ยุ่งน้อยลงเท่าไหร่ เพราะต้องประหยัดค่าใช้จ่ายสิ่งใดที่พอทำได้ก็ลงมือทำเอง สิ่งไหนเหนือกว่าแรงก็มอบให้คนงานทำไป โชคดีจวนหลังนี้ได้รับการดูแลมาอย่างดีแต่งเติมนิดหน่อยปรับปรุงอีกเล็กน้อยก็ใช้ได้แล้ว 

    แต่ที่กินเวลาและเงินทุนไปมากโขคงจะเป็นผนังกั้นฉลุลายเกรียวคลื่นมัจฉาวารีซึ่งกั้นระหว่างโถงฝึกกับโถงน้ำชา ไว้ให้ผู้มาด้วยหรือผู้ฝึกได้พักผ่อนย่อนใจ ยังมีสระบัวขนาดย่อมที่ไม่รู้ทำมาเอาใจลูกค้าหรือเอาใจภรรยาตัวเองกันแน่อยู่ข้างโถงน้ำชาแค่เปิดประตูออกก็ได้ยลทั้งกลิ่นหอมบุบผางาม คนในโถงฝึกยังสามารถมองผ่านผนังฉลุลายเห็นได้เหมือนกัน นับเป็นการฝึกที่สุนทรีย์ยิ่ง

    “ที่รัก แดดแรงนักเจ้าไปพักในเรือนก่อนเถิดตรงนี้ข้าทำต่อเอง”

    “ข้ามีร่ม”อันจื่อเทาบอกขณะนำต้นท้อแคระลงหลุมกลบฝังแล้วค่อยเงยหน้ามองคนมาใหม่

    เจิ้งเหยียนคุกเข่าข้างหนึ่งตรงหน้าคนรักยื่นมือไปดึงร่มที่อันจื่อเทาหนีบไว้กับแขนเบาๆมาช่วยถือบังแดดให้แทน ใบหน้าหล่อเหลาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเสื้อผ้าชุ่มชื่นเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลนมีเสียงหอบหายใจน้อยๆให้ได้ยินเป็นระยะ “แต่เจ้าทำมาทั้งวันแล้วพักหน่อยดีไหม” 

    อันจื่อเทาผุดรอยยิ้มยกแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่อและดินบนใบหน้าให้อย่างใส่ใจ“เป็นเจ้าควรพักมากกว่ากระมัง”

    คนผู้นี้ขุดดินมาทั้งวันไม่รู้จักพักผ่อนยังวิ่งมาแย่งงานผู้อื่นทำอีก ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยบ้างหรืออย่างไร

    “ข้าไม่เหนื่อยไม่จำเป็นต้องพัก”

    อันจื่อเทารั้งมือกลับมองคนไม่เหนื่อยตรงหน้าใช้มือต่างพัดพัดใบหน้าเบาๆพร้อมกับผ่อนลมหายใจ ดูน่าขบขันยิ่งทั้งน่าเอ็นดูไปพร้อมกัน “อืม หากเหนื่อยพิงข้าพักผ่อนสักครู่ก็ได้”

    จบประโยคเจิ้งเหยียนเกิดเหนื่อยขึ้นมาฉับพลันขยับเข้าหาอันจื่อเทาแล้วเอนกายพิงศีรษะซบลงบนไหล่ไม่นานก็ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ อันจื่อเทาเหลือบตาลงมองก่อนผุดรอยยิ้มขบขันยื่นมือไปดึงร่มมาถือไว้เอง จัดท่าทางให้คนหลับได้นอนสบายจากนั้นนั่งมองรอบจวนหลังน้อยก่อนสายตาหยุดยังสระขนาดย่อมที่พึ่งขุดเสร็จหมาดๆ

    คราแรกที่เจิ้งเหยียนบอกจะขุดสระปลูกบัวอันจื่อเทาไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ เนื่องจากต้องใช้ทั้งเวลาและแรงงานจำนวนมาก อีกทั้งเงินทุนมีจำกัดทำสิ่งไม่จำเป็นเช่นนี้นับว่าสิ้นเปลืองโดยแท้ ทว่าเมื่อได้เห็นใบหน้ายามพรรณนาถึงภาพรวมของจวนหากมีสระบัวเข้ามาของเจิ้งเหยียน ดวงตาเปล่งประกายมุมปากประดับรอยยิ้มตลอดเวลาแล้วพาให้ทักท้วงไม่ลงจึงได้แต่สนับสนุนเขา 

    อันจื่อเทาคิดลงมือขุดดินช่วยอีกแรงแต่เจิ้งเหยียนไม่ยอมให้ทำเด็ดขาดเลยต้องมาปลูกต้นไม้น้อยใหญ่รอบจวนแทน กระนั้นยามพักเหนื่อยเจิ้งเหยียนมักวิ่งมาแย่งงานเขาทำประจำไม่ยอมพัก ยามคนงานหายเหนื่อยกลับไปทำต่อก็วิ่งลงสระขุดต่ออย่างไม่รู้จักเหนื่อย ถึงเรือนบางวันยังไม่ทันกินข้าวก็ฟุบหลับคาโต๊ะไปแล้ว อันจื่อเทาต้องแบกกลับห้องเช็ดตัวเปลี่ยนเป็นชุดนอนจัดท่านอนให้จากนั้นค่อยออกไปกินข้าวเย็น แวะดูผู่เยว่อีกสักหน่อยวันไหนยังไม่หลับก็อยู่คุยเป็นเพื่อนถามไถ่อาการเล็กน้อยแล้วค่อยเข้าครัวเตรียมมื้อดึกง่ายๆยกไปไว้ให้เจิ้งเหยียนเผื่อเกิดหิวขึ้นมากลางดึก แต่มีไม่บ่อยนักนอกจากจะหิวจนทนนอนต่อไม่ไหว ส่วนมากจะตื่นมากินทีเดียวตอนเช้ามืดแล้วไปทำงานต่อ

    มาถึงวันนี้แค่เอนกายพักศีรษะยังหลับได้ง่ายดาย ร่างกายคงเหนื่อยล้าถึงขีดสุดแล้วจากนี้ต้องให้พักผ่อนสักหน่อย สระก็ขุดเสร็จแล้วเหลือแค่ปลูกบัวกับทำความสะอาดอีกเล็กน้อยก็ให้คนงานทำกันไป

    ต้นฤดูใบไม้ผลิอากาศกำลังดีการนั่งกางร่มกลางแจ้งก็ไม่นับว่าลำบากอะไร สายลมพัดเอื่อยๆอันจื่อเทาคิดคำนวนในใจวางกำหนดเป็นจุดไปจนลืมเวลา เห็นคนงานทยอยกลับแต่ไม่กล้าเข้ามาบอกลาเช่นทุกวันแต่ละคนชี้นิ้วไปทางประตูโค้งให้เล็กน้อยแล้วจากไป 

    อันจื่อเทาเงยหน้ามองฟ้าพบว่าตะวันคล้อยต่ำลงแล้ว ครั้นหันกลับไปมองคนข้างกายกำลังหลับสบายจึงไม่คิดปลุกปล่อยให้นอนไปตัวเองก็มองฟ้ามองอากาศเงียบๆมือคอยคลึงแขนขาข้างที่ถูกพิงเป็นระยะ กระทั่งท้องฟ้าอาบย้อยด้วยสีส้มเจิ้งเหยียนถึงค่อยขยับตัว

    “ป่านนี้แล้ว เหตุไม่ปลุกข้า”เจิ้งเหยียนหันรีหันขวาง คนงานกลับไปหมดแล้วเหลือแค่เขาสองคน ต้นไม้ถูกปลูกลงดินหมดแล้ว เศษหินเศษดินเก็บไปหมดแล้ว รอบบริเวณสวนเรียบร้อยทุกอย่าง เจิ้งเหยียนตกตะลึง ความเคลื่อนไหวรอบกายถึงมากขนาดนั้นแต่เขากลับหลับลึกไม่รู้ตัวเลยสักนิด หากอยู่ระหว่างทำภารกิจมิใช่ทิ้งชีวิตแล้วหรอกหรือ

    "เจ้าแค่เหนื่อยเกินไปเท่านั้น จากนี้ก็ให้คนงานทำไปเราไม่ต้องทำแล้ว"

    "ได้อย่างไร นี่ยังไม่-

    อันจื่อเทาไม่รอให้เขาพูดจบเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน “หากเจ้ายังดื้อรั้นทำทุกอย่างเอง เสร็จจากโรงฝึกคงได้ทำสุสานให้เจ้าต่อ”

    “……”ในเมื่อภรรยารักห่วงใยกันถึงเพียงนี้หากไม่เชื่อฟังคงผิดต่อความหวังดีนั่นแล้ว

     

    ตะวันโพล้เพล้เจิ้งเหยียนแบกภรรยาเดินกลับเรือน อันจื่อเทาเกยคางไว้กับไหล่อย่างอ่อนแรง ร่างกายซีกซ้ายชาหนึบขยับทีเป็นต้องขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจ 

    “นวดให้หน่อย”แขนขาวขยับทุบอกเขาเบาๆ เจิ้งเหยียนรองมือกับบั้นท้ายคนบนหลังใช้แขนข้างเดียวพยุงไม่ให้ตกละมืออีกข้างมาบีบๆนวดๆหนักบ้างเบาบ้างตามแต่ภรรยาจะสั่งการ

    “ตะคริวขนาดนี้ยังไม่ยอมปลุกข้า ที่รักเจ้ากำลังลงโทษข้าอยู่หรือ”คนฟังเลิกคิ้ว ข้าเป็นตะคริวแล้วเกี่ยวอะไรกับลงโทษเจ้า เจิ้งเหยียนคล้ายรับรู้ถึงคำถามนั้นอ่อมแอ่มตอบเสียงอ่อน “ดูเอาเถิดร่างกายเจ้าซีกนี้แทบขยับไม่ได้ เห็นแล้วข้าปวดใจนัก เป็นข้าทำเจ้าเจ็บตัวแล้ว”

    อันจื่อเทาร้องอ๋อในใจไม่ได้ตอบสิ่งใดออกไป เป็นจังหวะดียวกับเสียงม้าหลายตัววิ่งตรงมาทางนี้ เจิ้งเหยียนขยับชิดข้างทางไม่นานม้ากว่าสิบตัวก็วิ่งผ่านพวกเขาไปด้วยความเร็ว หางตาเห็นประกายเกราะเงินสะท้อนแสงอาทิตย์อัสดงที่เหลือเพียงน้อยนิด ผ้าคลุมสีแดงพริ้วสะบัดตามแรงลมหายไปในเวลาไม่นาน

    อันจื่อเทายกมือขวาปิดปากกันฝุ่นให้เจิ้งเหยียนส่วนตัวเองฟุบหน้าลงกับบ่าเขาเหลือเพียงดวงตามองฝุ่นตลบอบอวนตรงหน้าก่อนจามออกมา 

    เจิ้งเหยียนหยุดฝีเท้าลงหันมองคนรักด้วยความห่วงใย “รอฝุ่นหายค่อยไปต่อแล้วกัน”

    อันจื่อเทาพยักหน้าเห็นด้วยทำท่าจะลงมายืนเอง เจิ้งเหยียนรีบจับบั้นท้ายไว้อย่างเหนียวแน่นไม่ยอมปล่อย

    “นั่งพักสักหน่อย แบกข้ายืนอยู่เช่นนี้กว่าฝุ่นจะหายหมดคงเป็นข้าได้แบกเจ้ากลับแทน”

    “ตัวเจ้าเบาอย่างกับอุ้มแตงโมต่อให้แบกอีกสามวันสามคืนก็ไม่เป็นปัญหา”

    ในเมื่อเจ้าตัวยืนยันคนถูกแบกก็ได้แต่ตามใจ อยากแบกก็แบกไปเหนื่อยล้าขึ้นมาทีหลังเหมือนวันนี้อีกค่อยสมน้ำหน้าทีเดียว

    กว่าจะถึงจวนแม่ทัพก็มืดค่ำแล้ว ส่วนหน้าจวนจุดคบไฟสว่างไสวส่องให้เห็นรถม้าคันใหญ่กับม้าอีกหลายสิบตัวจอดอยู่หน้าประตูใหญ่ ดูจากความหรูหราของรถม้าคงเป็นขุนนางใหญ่สักคน ขณะกำลังคิดว่าจะเข้าทางประตูหน้าหรือประตูข้างดีพ่อบ้านชราที่ไม่รู้ออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ตรงดิ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยท่าทางเร่งร้อน ครั้นเมื่อเห็นอันจื่อเทาอยู่บนหลังก็ถามขึ้นอย่างตื่นตระหนก

    “ฮูหยินน้อยไม่สบายหรือ ให้บ่าวเรียกหมอไหมขอรับ”

    อันจื่อเทาเคยชินกับคำเรียกนี้นานแล้วตอบกลับก่อนพ่อบ้านจะไปเรียกหมอจริงๆ “เป็นตะคริวนิดหน่อยเท่านั้น พ่อบ้านหลิ่วอย่าใส่ใจเลย”

    หลิ่วฝูตอบรับคำหนึ่งแล้วหันไปเอ่ยกับเจิ้งเหยียน “ท่านแม่ทัพให้บ่าวมารอคุณชาย หากกลับมาแล้วให้ไปหาที่ห้องหนังสือ”

    “ข้าทราบแล้ว แต่ตอนนี้ตัวข้าเปื้อนดินโคลนไปทั้งอย่างนี้คงไม่เหมาะนัก ท่านกลับไปก่อนผลัดเปลี่ยนอาภรณ์แล้วข้าจะรีบตามไป”

    หลิ่วฝูมองดูก็เป็นจริงดังว่า แต่ท่านผู้นั้นไม่แน่จะรอได้ บ่าวชราหนักใจยิ่งนักจะเลือกทางไหนก็ดูไม่เหมาะสมสักทาง ขณะกำลังใช้ความคิดอย่างหนักเสียงของซั่งกวนติงก็นำมาก่อนตัวคนแล้ว

    “ให้ฮูหยินเจ้าไปต้มน้ำรอ สนทนากับท่านแม่ทัพเสร็จคงได้อาบพอดี”ขาดคำก็เห็นตัวคนก้าวออกจากจวน ซั่งกวนติงชะงักมองด้วยสายตาแปลกประหลาด พึ่งหัวค่ำเองสองสามีภรรยาคู่นี้ก็แบกกันกลับจวนอย่างโจ่งแจ้งแล้วหรือ

    บนหน้าผากซั่งกวนติงราวกับแปะคำว่าไร้ยางอาย อันจื่อเทามุมปากกระตุกสะกิดให้เจิ้งเหยียนวางตนลง “เขาบอกไปได้เจ้าก็รีบไปเถอะ”

    เจิ้งเหยียนลังเล แต่ภรรยาให้ปล่อยเขาก็ปล่อย อันจื่อเทายังคงเหลืออาการชาอยู่เล็กน้อยเมื่อลงมายืนเองทรงตัวไม่ได้อยู่บ้าง โชคดีเจิ้งเหยียนมือไวคว้าเอวเขาเอาไว้ทันไม่อย่างนั้นคงได้ลงไปนั่งกับพื้นขายหน้าเพิ่มขึ้นเป็นแน่

    ซั่งกวนติงร้องโอ้คำหนึ่งเข้าไปพยุงคนช่วย “เจ้ารีบไปหาท่านแม่ทัพเถอะ ส่วนฮูหยินเจ้าหมออย่างข้าจะช่วยดูแลให้ชั่วคราว”

    เจิ้งเหยียนมองหน้าภรรยาตัวเอง เห็นอีกคนพยักหน้าจึงยอมปล่อยแล้วตามพ่อบ้านหลิ่วไป ลับหลังคนทั้งสองซั่งกวนติงก็เริ่มวิจารสามีผู้อื่นให้ภรรยาเขาฟัง “ช่างเป็นสามีดีเด่นเชื่อฟังภรรยายิ่งนัก”

    “ท่านแม่ทัพไม่เชื่อฟังอย่ามาพาลริษยาผู้อื่น”จบคำร่างของอันจื่อเทาก็ลงไปกองกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว 

    “พะพะพะพะพูดอะไรของเจ้า!”

    อันจื่อเทาไหวไหล่เปลี่ยนมานั่งขัดสมาธิ “ปากว่างเลยพูดไปเรื่อย….”

    ซั่งกวนติงรู้สึกว่าตัวเองร้อนตัวเกินไปแล้ว กระแอมคราหนึ่งวางท่านิ่งสงบแล้วเข้าไปพยุงคนบนพื้นขึ้นมา “ขออภัยแขนข้าไร้ความรู้สึกไปชั่วขณะ”

    อันจื่อเทาไม่ถือสากล่าวต่อ “…..วันนั้นเดินผ่านกระโจมแม่ทัพได้ยินเสียงเจ้าบอกเบาหน่อย แต่เหมือนเสียงความเคลื่อนไหวจะดังขึ้นกว่าเดิมเลยคิดว่าเจ้าอาจอิจฉาที่สามีตัวเองไม่เชื่อฟังเหมือนสามีผู้อื่นบ้าง”

    ซั่งกวนติงตัวแข็งทื่อมือที่จับอันจื่อเทาไร้ความรู้สึกขึ้นมาจริงๆ ร่างของอันจื่อเทาโงนเงนอีกครั้งแต่คราวนี้พยุงตัวเองได้แล้วจึงไม่ได้ล้มพับลงไปอีกรอดูชมความสนุกตรงหน้าแทน 

    นานสองนานใบหน้าซั่งกวนติงค่อยๆแดงกล่ำไปจนถึงลำคอจากนั้นหันหลังวิ่งเข้าจวนไปทิ้งคนที่พึ่งรับปากสามีเขาว่าจะช่วยดูแลยืนตากหมอกหน้าจวนแม่ทัพคนเดียว

    อันจื่อเทาเขาพรืด ย่ำเท้ากับที่สักพักจนหายชาแล้วใช้วิชาตัวเบากระโดดไม่กี่ทีก็ถึงเรือน ตั้งใจเลยไปหลังเรือนจุดไฟต้มน้ำทีเดียว ผ่านโถงหน้าเห็นผู่เยว่นั่งเอนกายบนตั่งกินของว่างด้วยสีหน้าชื่นมื่นจึงเปลี่ยนเส้นทางลากเก้าอี้เข้าไปนั่งคุยด้วย

    “ทานสิ่งใดอยู่หรือ ถูกใจขนาดนั้นเชียว”

    ผู่เยว่เงยหน้าเห็นอันจื่อเทาก็ยิ้มกว้างยื่นรังนกต้มน้ำตาลให้ “หวาน อร่อย”

    อันจื่อเทาไม่ชอบของหวานจึงดันกลับไป “ชอบก็ทานให้หมด ส่วนของข้าเลี่ยงชิงน่าจะเตรียมไว้ให้แล้วไม่ต้องกลัวข้าไม่ได้กิน”

    ได้ยินว่าอีกคนจะได้ทานของอร่อยแน่ๆผู่เยว่จึงรั้งชามกลับไปทานต่อด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

    อันจื่อเทามองภาพนั้นด้วยสายตาอ่อนโยนก่อนรั้งสายตาลงไปยังท้องที่นู้นขึ้นกว่าก่อนหน้าไม่รู้กี่เท่า โตเร็วขนาดนี้นี้ต้องเป็นเด็กที่แข็งแรงมากแน่แล้ว

    “เจ้าหนูในนี้วันนี้ซุกซนหรือไม่”นิ้วเรียวชี้ไปยังหน้าท้อง ผู่เยว่มองตามตักรังนกเข้าปากอีกคำพยักถี่รัว

    “ดิ้นไม่หยุด ข้าเจ็บไปหมดแล้ว”ผู่เยว่ยู่ปากก่อนตักรังนกเข้าปากอีกหลายคำ หมดแล้ววางชามไว้โต๊ะข้างตั่งนอนเอนกายลงลูบท้องไปมา 

    “เจ้าหนูผู้นี้ออกมาต้องเก่งกาจเหมือนน้าเขาแน่เลย”

    “เก่งเหมือนอาเหยียน เก่งเหมือนอาฮ่าว”ผู่เยว่หัวเราะชอบใจก้มลงคุยกับสิ่งมีชีวิตในท้องสลับกับถามอันจื่อเทาซ้ำไปมาด้วยคำถามเดิม อันจื่อเทาตอบอย่างไม่เบื่อหน่าย เห็นผู่เยว่มีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากก็เบาใจไปหลายส่วน ซั่งกวนติงแม้จะกวนโมโหอยู่บ่อยครั้งแต่ฝีมือรักษายอดเยื่ยมไร้ที่ติ เพียงครึ่งเดือนอาการคลุ้มคลั่งก่อนหน้าหายไปแล้วหากไม่มีเรื่องสะกิดใจขึ้นมาก็ไม่ต่างจากเด็กน้อยผู้หนึ่ง สดใสและมีชีวิตชีวา

    นั่งคุยกับผู่เยว่อีกเล็กน้อยอันจื่อเทาก็ปลีกตัวไปต้มน้ำตามความตั้งใจแรก น้ำร้อนได้ที่เจิ้งเหยียนกลับมาถึงเรือนจริงๆตามคำของซั่งกวนติง อันจื่อเทาประหลาดใจอยู่บ้างคิดเข้าไปถามไถ่ทว่าสีหน้าของเจิ้งเหยียนไม่ดีนักจึงเลือกจะกลืนคำพูดลงไปให้อีกคนไปอาบน้ำแทน

     

    ภายในห้องหนังสือเยี่ยเจิ้งสิงจิบชาพลางทอดถอนใจ กล่าวด้วยความระอายใจสุดแสน “เขาอยู่ใกล้เพียงเท่านี้ข้ากลับมองไม่ออกเลย”

    “เขาเหมือนบิดามาก มีเพียงดวงตาที่เหมือนข้า”สตรีในชุดเกราะเงินทั้งตัวนั่งหลังตรงเป่าชาในมือพออุ่นยกขึ้นจิบอย่างสงบตรงข้ามกับภายในที่ว้าวุ่นเต็มที “ยี่สิบห้าปีแล้ว….”

    เยี่ยเจิ้งสิงคิดตามก็เป็นจริงดังว่า เมื่อครั้งพบกันคราแรกเขารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดคงเป็นเพราะประกายในดวงตาเด็ดเดี่ยวหนักแน่นเหมือนสตรีตรงหน้าราวกับเคาะออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ถึงจะรู้สึกได้แต่ไร้สามารถ ในคราที่เฉินซือเยว่เล่าถึงที่มาของสองพี่น้องก็ยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้เลย ช่างไม่ได้ความโดยแท้จริง

    “เอาล่ะข้าต้องไปแล้ว”

    “ท่านจะกลับจวนมู่หรงหรือวังหลวง”

    “แน่นนอนย่อมเป็นจวนมู่หรง”นางวางถ้วยชาลงหันไปหยิบดาบคู่กายแล้วลุกยืน“คงต้องให้สวามีไม่ได้ความช่วยเหลือแล้ว”

    ***************

     

    คล้ายกับเรื่องจันทราลิขิตรัก ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367