"มันยังไม่เอาจริงเลยงั้นหรือ!?"
หญิงสาวชุดฟ้าเร่งสะสมพลังเพื่อเตรียมป้องกันการโจมตีแต่สายตาของเธอกลับเผลอมองไปยังชายหนุ่มที่ยังคงยืนนิ่งไม่หวั่นไหว
ในขณะที่สายฟ้าหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ตั๊กแตนยักษ์ยกขาหน้าอันแหลมคมขึ้นราวกับเตรียมเข้าปะทะกับศัตรูที่คู่ควรเป็นครั้งแรก!
"ได้เวลาแล้ว"
หญิงสาวชุดฟ้าสบตากับอีชอนเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่นางจะโคจรพลังเปิดใช้งาน พลังมิติ
"ชึ่บ!"
พริบตานั้น ร่างของเธอกับอีชอนพลันหายไปจากสายตา ราวกับไม่เคยมีอยู่
ตั๊กแตนยักษ์สะดุดไปชั่วขณะ ดวงตาเรืองแสงสีทองกวาดมองหาเป้าหมายแต่แล้วมันก็ต้องตื่นตัวขึ้นอีกครั้ง
เพราะชายหนุ่มเบื้องหน้ากำลังเคลื่อนไหว!
นาฟก้าวเดินไปข้างหน้า ก้าวย่างมั่นคง แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยกระแสสายฟ้าที่สั่นสะเทือน
"ชี่....!"
เสียงโลหะกรีดอากาศดังขึ้น กำไลที่ข้อมือขวาของเขา ค่อย ๆเปลี่ยนสภาพอย่างน่าตื่นตะลึง โลหะพิเศษและไม้โบราณรวมเข้าหากัน ก่อเกิดเป็น ดาบใบใหญ่
ใบดาบสีเงินเปล่งประกาย ลวดลายไม้โบราณถูกสลักอยู่บนตัวดาบดูวิจิตรและน่าเกรงขามในคราวเดียวกัน
รัศมีคมดาบแผ่กระจายออกมาเป็นคลื่นพลังอันหนักหน่วงกดดันบรรยากาศรอบข้างจนตั๊กแตนยักษ์เองยังต้องชะงักมันเพ่งมองศัตรูตรงหน้าด้วยสัญชาตญาณของนักล่า
ทั้งคู่สบตากันเพียงเสี้ยววินาที
แล้วก็พุ่งเข้าใส่กันอย่างรวดเร็ว!
"ฟ้าวววว!"
สายฟ้าสีม่วงพุ่งทะยานไปทั่วทุกทิศทางพร้อมกับเงาดาบที่ฟาดฟันลงมาอย่างดุดัน!
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดเปรี้ยง!
เสียงปะทะของเหล็กกับเหล็กดังสนั่น ดาบใหญ่ในมือของนาฟปะทะเข้ากับขาหน้ารูปเคียวของตั๊กแตนสายฟ้าสองเงาร่างเคลื่อนไหวรวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน
"เคร้ง!"
"เปรี้ยง!"
"ฟ้าววว!"
ทุกครั้งที่คมดาบและขาเคียวปะทะกันคลื่นพลังมหาศาลก็แผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าทั้งคู่แตกร้าวลมพายุสายฟ้ากระหน่ำทั่วบริเวณ
นาฟออกแรงเหวี่ยงดาบสุดกำลัง
ดาบใบใหญ่ฟาดฉับไปด้านข้างแต่ตั๊กแตนสายฟ้าสบัดขาคู่หน้าของมันอย่างรวดเร็ว
"เคร้ง!"
ต้านรับการโจมตีได้อย่างเฉียบขาด ก่อนจะฉวยโอกาสกระโจนขึ้นกลางอากาศ
"เปรี้ยงงงง!!!"
สายฟ้าสีม่วงสาดลงมาจากฟ้าในเสี้ยววินาที นาฟกระโดดหลบฉับพลัน เขาพุ่งตัวสวนขึ้นไปดาบในมือสะบัดเป็นแนวโค้งต้านแรงสายฟ้าทะลวงเข้าใส่ร่างของสัตว์แปลง!
"ฟ้าววว!........ เคร้งงงง!!"
ตั๊กแตนสายฟ้ากวัดแกว่งขาคู่หน้าเข้าปะทะอีกครั้งแรงปะทะทำให้เกิดระเบิดพลังสะท้อนกลับ
“ซ่าาา!!
เศษดินและหินปลิวกระจัดกระจาย พื้นดินแตกกระจายเป็นวงกว้าง
แรงสั่นสะเทือนแผ่ไปไกลทั่วหุบเขา!
โชคร้ายที่การต่อสู้ทั้งหมดนี้ คนภายนอกไม่มีโอกาสได้เห็น เพราะหุบเขาสายฟ้าถูกปกคลุมด้วยม่านพลังที่บดบังสายตาทำให้ทุกคนได้ยินเพียงเสียงฟ้าร้องและแรงปะทะอันน่าสะพรึง
"เปรี้ยงงงงงงงง!!!!"
การปะทะอย่างรุนแรงทำให้เกิดระเบิดพลังมหาศาล แรงลมกดทับจนต้นไม้ล้มเป็นแนวกลุ่มเมฆบนท้องฟ้ายังสะเทือนตามแรงต่อสู้
เสียงดาบปะทะกับขาหน้ารูปเคียวดังสนั่นไปทั่วหุบเขาอีกครั้งก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะผละออกจากกัน
นาฟถอยไปหลายก้าว ปลายดาบใหญ่ปักลงกับพื้นเล็กน้อยมือขวาของเขาที่กำดาบไว้แน่นถึงกับสั่นไหว เหงื่อไหลซึมตามไรผม บ่งบอกถึงความตึงเครียดของการต่อสู้
สายตาของนาฟจับจ้องไปยังตั๊กแตนยักษ์เบื้องหน้า ตอนนี้มันยืนนิ่ง ขาหน้าคู่ใหญ่ที่เคยแกร่งดุจโลหะสวรรค์ปรากฏรอยแตกร้าวเต็มไปหมด แต่แทนที่มันจะดูเจ็บปวด สัตว์แปลงกลับส่งเสียงร้องออกมา—เสียงแหลมสูงปนไปด้วยความสะใจ!
"กี๊ซซซซซ!!"
ดวงตาของมันเปล่งประกายวาวโรจน์สายฟ้าสีม่วงยังคงล้อมรอบร่างของมันไม่ลดลงแม้แต่น้อยราวกับว่าความเสียหายที่ได้รับกลับยิ่งกระตุ้นให้มันฮึกเหิมขึ้นไปอีก!
นาฟหรี่ตา
“นี่มัน...กำลังสนุกกับการต่อสู้หรือไง?
"หึ...แบบนี้ก็ไม่แย่"
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะกระชับดาบใหญ่ในมือแม้จะรู้สึกถึงอาการเมื่อยล้าแผ่ซ่านไปทั่วแขน แต่ดวงตาของเขายังคงแน่วแน่
ตั๊กแตนยักษ์เริ่มขยับอีกครั้ง ขาหน้าของมันยกขึ้นช้าๆ ก่อนที่ สายฟ้าจะเริ่มแผ่ซ่านออกมาจนทั่วบริเวณ
แต่อยู่ๆ
“เปรี้ยงงงง!”
เสียงฟ้าคำรามดังก้องไปทั่วหุบเขาสายฟ้า พื้นดินสั่นสะเทือน ราวกับมิติทั้งมิติกำลังสะท้อนรับแรงสั่นของกฎเกณฑ์บางอย่าง
สัญญาณหมดเวลาของชั้นนี้กำลังใกล้เข้ามา!
นาฟเงยหน้าขึ้นมอง ผืนฟ้าที่เคยปกคลุมด้วยเมฆดำ ตอนนี้ปั่นป่วนราวกับถูกฉีกกระชากสายฟ้าฟาดลงมาเป็นเส้นยาว เขารู้ดีว่าหากเลยเวลาที่กำหนด ทุกคนที่ยังอยู่ในชั้นนี้จะถูกบังคับให้ออกจากมิติทันทีและหากเขายังไม่ข้ามผ่านสัตว์พิทักษ์ไปได้ในตอนนี้ทุกสิ่งที่เขาลงแรงมาจะสูญเปล่า!
“ไม่มีเวลามากกว่านี้แล้ว...”
เขาล้วงมือเข้าไปในบัตรมิติ หยิบ ระเบิดควัน ออกมาอย่างรวดเร็ว โยนไปยังพื้นที่โดยรอบ!
ปัง! ปัง! ปัง!
ม่านควันหนาทึบแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ แม้แต่สายฟ้าที่ล้อมรอบร่างของตั๊กแตนยักษ์ยังถูกบดบังแสงสีม่วงที่เคยวูบวาบในอากาศถูกกลืนหาย
พรึบ!
ร่างของนาฟเคลื่อนที่ทันที เขาไม่ปล่อยให้โอกาสนี้สูญเปล่า!