"น้องกานต์ อาทิตย์นี้คุณพ่อว่างหนูอยากไปเที่ยวที่ไหนคะ" คำกล่าวที่เต็มไปด้วยความรัก ความอ่อนโยน ออกจากปากโอเมก้าชายหน้าหวานที่มีความสัมพันธ์เป็แม่ผู้ให้กำเนิดของเด็กน้อยในอ้อมกอด
นั้นสิ! นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้พูดคำนี้กับลูก นานเท่าไหร่แล้วนะที่สามีเบต้าที่ทำงานหนักแทบไม่มีวันหยุดเพื่อที่จะได้มีเงินเยอะๆมาดูแลจุนเจือครอบครัวทั้งยังเก็บไว้เพื่อเป็ทุนเรียนต่อในอนาคตของลูก
"น้องกานต์อยากไปทะเลครับแม่ น้องชอบทะเลฮะ ทะเล๊ ทะเลไปทะเลได้ไหมฮะพ่อน้องกานต์อยากไป" เสียงแสนหวานเจื้อยแจ้วออกจากปากเด็กหน้าหวานดุจดั่งผู้หญิงก็ไม่ปาน หันมาบอกผู้เป็แม่และหันหน้าะโออดอ้อนผู้เป็พ่อที่กำลังยกของลงจากรถทั้งที่ตัวเองยังอยู่ในอ้อมกอดแม่ รอยยิ้มใสซื่อจากเด็กน้อยทำให้ธนัชและภา ภรรยาโอเมก้าแสนสวยถึงกับต้องยิ้มออกมา
"คุณผมวานเก็บของให้ผมด้วยนะ พรุ่งนี้เช้าเราจะออกเดินทางกัน" เเละทันทีที่เสียงเล็กร้องขอออดอ้อนเขา ผู้เป็พ่อจึงเดินเข้ามาโอบกอดภรรยาตัวเล็กและลูกน้อยวัยหกขวบ ที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็แม่
อีกฝั่งของทวีป.....
"ตารันดร์ พรุ่งนี้มัมกับแด๊ดจะเดินทางไปพักผ่อนที่ทะเลสักสามสี่วัน ลูกจะไปด้วยไหม"
เสียงแสนหวานออกจากปาก หญิงสาวหน้าสวยพิมพ์ พิมพ์มาดา เฮโนเรดที่แม้จะอายุย่างเข้าสามสิบสามปีแล้ว แต่หน้ากลับยังเหมือนหญิงสาววัยมัธยมปลายไม่มีผิด เอ่ยถามลูกชาย รันดร์ นิรันดร์ เฮโนเรด คิงส์อัลฟ่ากลิ่นฟรีเซียวัยเพียงสิบสองปีที่กำลังนั่งเล่นกับลูกไฮยีนาตัวผู้โรมและตัวเมียเฮเลนใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ในกรงไฮยีนาแสนกว้างที่สวนหน้าคฤหาสน์
"ไปก็ได้ครับว่าแต่มัมจะไปที่ไหนหรอครับ" รันดร์ที่คิดว่ามีที่ไหนในบริสเบนที่เขาจะชอบและอยากไปบ้าง เพราะถึงบริสเบนจะเป็ที่สะดวกสบาย แต่ก็มากด้วยความมั่งคั่ง เป็ไปไม่ได้ที่การที่จะออกไปไหนแต่ละครั้งของครอบครัวหรือแม้แต่ตัวเขาจะไม่ถูกจับตามอง ก็เพราะแด๊ดของเขา เดลม่า คือ คิงส์อัลฟ่าลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูล The Henored Society หรือที่ใช้นิยมเรียกกันคือตระกูลเฮโนเรด ตระกูลมาเฟียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในออสเตรเลียน่ะสิและยังเป็ผู้ถือหุ้นเฮโนเรดกรุ๊ป สูงสุดถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ของแต่ละบริษัท เฮโนเรดกรุ๊ป ทั้ง 20 แห่งทั่วเอเชีย และกำลังขยายในฝั่งยุโรป ซึ่งเป็บริษัทผลิตเกี่ยวกับอุปกรณ์ทางการแพทย์และส่งออกอันดับหนึ่งของเอเชียและโอเชียเนีย เครื่องประดับเพรชพลอย หรือสินค้าลักซ์ชัวรี่ตั่งต่างเฮโนเรดก็ร่วมหุ้นกับแบรนด์อื่นๆจนเป็ที่รู้จักในเเวดวง ของการตลาด
"มัมว่าจะกลับไทยกลับบ้านมัมน่ะ มัมคิดถึงธรรมชาติที่นั่นสวยมากเลยนะตารันดร์ " พิมพ์พูดแล้วก็ได้แต่ยิ้ม ที่นั่นสวยมากจริงๆเขาจำได้ว่าพาลูกกลับไปล่าสุดก็ตอนที่คุณพ่อท่านป่วยและขอให้พาหลานไปหาท่านบ้างเพราะท่านก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ ซึ่งตอนนี้ท่านก็ได้จากไปถึง 11 ปีแล้วเขายังไม่กลับไปเหยียบที่นั่นอีกเลย
"รันดร์เคยไปหรือเปล่าอ่ะมัมคุ้นมากมัมเคยเล่าให้รันดร์ฟังหรือเปล่าครับ" รันดร์ที่กำลังเดินออกจากกรงเ้าโรมและเ้าเฮเลนลูกไฮยีนาที่เขาเพิ่งซื้อมาได้ไม่นานก็รู้สึกเหมือนตัวเองเคยไปที่นั่นเขาจำได้แค่ว่ามัมเคยบอกว่าคุณตาอยู่ที่นั่นแต่เขาเคยไปหรือเปล่านะหลังจากออกมาจากกรงเ้าสองตัวเขาจึงเดินกลับมานั่งคุยกับผู้เป็เเม่ภายในบ้าน
"ใช่จ้ะ มัมเคยพาตารันดร์ไปตอนที่ตารันดร์อายุยังไม่ถึงหนึ่งขวบเลยส่วนตาวากับน้องขวัญตอนนั้นมัมยังไม่มีน้องเลยจ้ะ"
"งั้นเดี๋ยวมัมไปทำอาหารเย็นก่อนนะเดี๋ยวแด๊ดก็กลับมาแล้ว ตารันดร์ก็ขึ้นไปเก็บของจะได้ลงมาทานข้าวกัน มัมฝากถามตาวากับน้องขวัญด้วยนะถ้าน้องไปก็บอกน้องเก็บของได้เลย"
"ครับมัม"
รันดร์ที่เก็บของเสร็จแล้วจึงเดินไปที่ห้องด้านขวาของคฤหาสน์ที่ภายในตกเเต่งห้องสีครามเรียบแต่หรูด้วยเส้นสีทองตัดผ่านสีขาวของฝ้าสี่เหลี่ยมจัตุรัสลายดอกไม้คลาสสิคก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตูห้อง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก.
"พันวาเปิดห้องให้พี่หน่อย มีเื่จะคุยด้วย"
"เข้ามาก่อน มีอะไรจะคุยกับผมหรอ.. "
อัลฟ่ากลิ่นต้นสนความหล่อนั้นได้พ่อภายนอกถึงแม้จะดูมนุษย์สัมพันธ์ดีแต่กลับกันโลกส่วนตัวค่อนข้างสูงด้วยเื่ความเชื่อใจคืออันดับหนึ่งของคนคนนี้ ไม่เชื่อใจใครเพราะด้วยงานของผู้เป็พ่อและในนามลูกชายคนที่สองของตระกูลที่มีอายุเพียงเก้าปีแต่ความคิดความอ่านเฉียบขาดประหนึ่งผู้ใหญ่ มือหนึ่งด้านไอทีด้วยที่เป็อีกคนที่จะต้องช่วยผู้เป็พี่ที่ต้องสืบตระกูลต่อจึงต้องช่วยดูเเลธุรกิจอีกเเรง ทำให้พันวานั้นโดนฝึกฝนทุกอย่างมาตั้งเเต่จำความได้เพียงเเต่พันวามีความสามารถเด่นทางด้านนี้ทำให้ประธานบริษัทเฮโนเรดกรุ๊ปอย่างผู้เป็พ่อมั่นใจและให้พันวาไปช่วยป้องกันระบบให้บ่อยๆ
"มัมให้มาถามว่าจะไปพักผ่อนที่ทะเลกับมัมหรือเปล่า แด๊ดก็ไปด้วยมัมว่าจะอยู่พักผ่อนสักสามสี่วัน"
"ทะเลที่ไหนหรอในบริสเบนผมไม่ไปหรอกนะ ผมไปมาหมดละ" พันวาจำได้ั้แ่เขาเกิดมามัมก็จะพาขวัญไปเที่ยวแทบทุกมุมของบริสเบนแล้วซึ่งเขาก็ต้องไปด้วยตลอด เพราะมัมบอกว่าเราจะต้องรู้จักทุกมุมของบริสเบนยิ่งรู้จักมากยิ่งดีเพราะงานของแด๊ดก็ที่เรารู้ๆกันอยู่
"เออฉันรู้แล้วมัมบอกว่าไม่ใช่ในบริสเบนมัมจะพากลับไทยบ้านเกิดมัมอยู่ที่นั่นอ่ะ มัมจะพาไปเยี่ยมคุณตาพิศาส์น"
"อะไรนะ มัมมีบ้านเกิดอยู่ที่นั่นด้วยหรอไม่เห็นจะเคยรู้ แล้วพี่รู้หรอว่าที่ไหน"
"มัมบอกว่าเคยพาฉันไปตอนยังไม่ถึงขวบน่ะ มัมบอกตอนนั้นคุณตาป่วย ก็เลยพาฉันไป มัมยังไม่ท้องแกเลย"
"อืม แล้วไปวันไหน"
"พรุ่งนี้ มัมบอกถ้าไปก็เก็บของด้วย"หลังจากที่คุยกับน้องเสร็จรันดร์นึกขึ้นได้ว่ามีงานที่พ่อมอบหมายให้เขาต้องเคลียร์ต่อ
"แกไปถามน้องขวัญด้วย ถ้าไปก็ให้น้องเก็บของได้เลย" ว่าจบรันดร์จึงเดินกลับห้องฝังซ้ายของคฤหาสน์ ห้องสีขาวเรียบง่ายแต่มีกลิ่นอายของห้องตามแบบฉบับสไตล์สแกนดิเนเวียนของฝั่งทวีปยุโรปทำให้รู้สึกสบายไม่ต้องคิดอะไรมากเพื่อให้เวลาที่เขาต้องพักผ่อนจะมีความรู้สึกว่าเป็ที่ที่เขาจะได้พักผ่อนจริงๆ
………...........………....
"คุณเสร็จยัง เราจะออกเดินทางกันแล้ว" ธนัชว่าขึ้นขณะเดินกลับเข้ามาภายในบ้าน หลังจากที่นำของไปเก็บที่รถ
"เสร็จแล้วค่ะ ชู่ส์ ลูกหลับอยู่ คุณเบา เบาหน่อยสิคะ" ภาอุ้มลูกออกมาจากห้องพอดี จึงดุสามีเนื่องจากเด็กน้อยในอกหลับอยู่จึงไม่อยากให้ลูกตื่น
"งั้นเรารีบออกเดินทางกันดีกว่าเดี๋ยวจะถึงกันมืดค่ำเอา"
"เอาสิคุณ ไปๆ" และแล้วการเดินทางก็สิ้นสุดครั้งนี้เราลงใต้กันพอดีธนัชเขามีบ้านที่นั่นน่ะ
"คุณถึงแล้วลงจากรถได้แล้วครับ" ภาที่หลับระหว่างเดินทางลืมตาขึ้นมาก็ต้องยิ้มกับภาพตรงหน้า สามีที่อุ้มลูกและลูกหลับซบอยู่บนไหล่สามี แม้จะขับรถมานานแต่สามีของเขานั้นก็ไม่บ่นสักคำมิหนำซ้ำยังช่วยจัดการทุกอย่าง
"คุณไปพักเถอะเดี๋ยวผมดูลูกเอง เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปเที่ยวเกาะกันนะ"
ธนัชมองคนที่เพิ่งลืมตาได้ไม่นานพร้อมรอยยิ้มที่มองมาที่เขา ภรรยาตัวเล็กของเขาช่างน่ารักจริงๆเห็นเขาตั้งใจดูแลทุกอย่างเพื่อผมแล้วผมอดไม่ได้ที่จะเป็ห่วงผมจะต้องดูแลเขาให้ดีที่สุด