ทว่าท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของฝูงชน หลิงเทียนกลับไม่ได้ลังเลหรือหยุดชะงักแม้แต่น้อย ใช้เวลาเพียงไม่นานเขาก็เดินมาถึงเบื้องล่างของบันไดทะยานฟ้าพร้อมกับซ่งหลิงเอ๋อร์
บนบันไดหินมีศิษย์สายนอกสิบคนยืนสงบนิ่ง ในใจของพวกเขากำลังอึดอัดอย่างถึงที่สุด เพราะวันนี้เป็วันชุมนุมใหญ่ของสำนัก และยังเป็พิธีเปิดตัวสู่ภายนอกของอันฉือเยว่ ขุมกำลังทั่วทั้งแดนใต้ต่างเดินทางมาเข้าร่วม แต่พวกเขากลับยังต้องมาคอยเฝ้าบันไดไต่์แห่งนี้
บัดนี้เมื่อมีคนเดินมาถึงเบื้องล่างของบันไดไต่์ สายตาที่มองลงมาจึงฉายแววเดียดฉันท์และโกรธเกรี้ยว นึกไม่ถึงว่าจะยังมีคนไม่เจียมตัว เข้ามาเป็กระสอบทรายให้ระบายอารมณ์อีกหรือ?
"นี่คือบันไดไต่์ ผู้ใดบังอาจบุกรุก... ตาย!"
บนขั้นบันไดที่หนึ่งร้อย ศิษย์สายนอกผู้มีพลังขอบเขตหลอมปราณขั้นแปดถือกระบี่ตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยว ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาต้องตื่นตระหนกและโมโหคือ คนผู้นั้นกลับทำเป็หูทวนลมต่อคำเตือนของเขา ชายผู้นั้นไร้ซึ่งความตระหนกใ และก้าวเท้าขึ้นสู่บันไดหินโดยตรง นี่มันคือการท้าทายเห็น ๆ !
"ขวางข้า... ต้องตาย!"
หลิงเทียนก้าวขึ้นไปทีละขั้น แววตาเ็าเยียบเย็น
"ข้าว่าเ้ารนหาที่ตายเสียมากกว่า!"
บนขั้นบันไดที่หนึ่งร้อย ศิษย์สายนอกผู้นั้นทั้งตื่นตระหนกและเดือดดาล พลันสะบัดกระบี่ยาวในมือ รังสีกระบี่อันคมกริบฟันออกไปทันที!
"ปราณกระบี่เบิกนภา!"
วิชากระบี่นี้ต่างจากวิชากระบี่ของหานซู่ก่อนหน้านี้ เพราะนี่คือวิชากระบี่ของสำนักสายนอก และพลังบำเพ็ญของคนผู้นี้ยังสูงถึงขอบเขตหลอมปราณขั้นแปด รังสีกระบี่จึงยาวกว่าหนึ่งจั้ง
แม้ในด้านพลังบำเพ็ญจะสูงกว่ากัวไท่เพียงขั้นเดียว แต่พลังการต่อสู้นั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน!
ทว่าสิ่งที่ทำให้เหล่าศิษย์รับใช้ด้านล่างต้องตกตะลึงก็คือ หลิงเทียนแม้จะเผชิญหน้ากับรังสีกระบี่ของศิษย์สายนอกกลับยังคงไม่แยแส ทั้งไม่คิดจะหลบเลี่ยงแม้แต่น้อย!
เห็นเพียงเขายกแขนขึ้นอีกครั้ง ใช้ท่าเดิมซ้ำอีกหน ยังคงเป็หมัดที่ดูธรรมดาไร้พิษสง ชกออกไปตรง ๆ
วูบ! วูบ!
เพียงชั่วครู่บรรยากาศรอบข้างพลันะเิส่งเสียงดังสนั่น ราวกับเสียงอสนีบาตฟ้าร้อง
เคร้ง!
แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา ศิษย์สำนักกระบี่สายนอกผู้นั้นกลับต้องใจนแทบสิ้นสติ เพราะรังสีกระบี่ของตนกลับถูกหมัดของหลิงเทียนชกจนแตกสลาย!
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่ออานุภาพแห่งฝ่ามือซัดเข้าใส่ศิษย์ตำหนักกระบี่ผู้นั้นก็พบว่ากระบี่ยาวในมือสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่งจนกุมไว้ไม่อยู่ ปรากฏรอยแตกร้าวไปทั่วเล่ม
ในเวลาเพียงชั่วครู่ กระบี่ยาวพลันแตกกระจาย ก่อนร่างทั้งร่างของเขาจะถูกแรงกระแทกซัดกระเด็นปลิวออกไป
โครม!
เมื่อตกถึงพื้น ศิษย์ตำหนักกระบี่ผู้นี้ก็กระอักเืออกมาคำโต นอนาเ็สาหัสอยู่บนบันไดหินไม่ต่างจากกัวไท่ก่อนหน้านี้!
เพียงหมัดเดียวอีกแล้ว และครั้งนี้ศิษย์สายนอกก็ยังมิใช่คู่มือของชายหนุ่ม!
ซี้ด!
ในเวลานี้ เหล่าศิษย์ในหุบเขาศิษย์รับใช้ที่อยู่เบื้องล่าง ต่างพากันสูดหายใจเฮือกด้วยความตื่นตระหนก
หลิงเทียนผู้นี้พลังถึงขั้นที่จะท้าทายบันไดไต่์ได้แล้วจริง ๆ หรือ!?
ทว่าหลิงเทียนยังคงเดินตรงขึ้นไป ฝีเท้ามิได้หยุดชะงักเลยแม้แต่น้อย เพียงชั่วครู่ศิษย์สายนอกคนแล้วคนเล่าก็ถูกเขาซัดจนาเ็สาหัส บนบันไดหินมีร่างของศิษย์สายนอกนอนเกลื่อนกลาด
ท่ามกลางกองเื หลิงเทียนประหนึ่งเทพาอาบโลหิต ศิษย์สายนอกทุกคนที่ขวางหน้าเขา ล้วนถูกหลิงเทียนชกหมัดเดียวจนพ่ายแพ้
เขาถึงกับไม่คิดที่จะใช้อาวุธใด ๆ ผู้ที่ขวางหน้าเขาล้วนไร้ค่าประหนึ่งมดปลวก ในเวลาเพียงไม่นาน หลิงเทียนก็ย่างเท้าขึ้นสู่ขั้นที่สี่ร้อยของบันไดไต่์ และเบื้องหน้าเขาก็เหลือเพียงผู้าุโสายนอกคนหนึ่งเท่านั้น!
นี่คือผู้พิทักษ์คนสุดท้ายบนบันไดไต่์ ขอเพียงเอาชนะคนผู้นี้ได้ หลิงเทียนก็จะสามารถก้าวเข้าสู่สำนักสายนอก และเหยียบย่างออกจากหุบเขาศิษย์รับใช้ได้อย่างเป็ทางการ
ณ หุบเขาเบื้องล่าง ศิษย์รับใช้นับพันคนต่างมารวมตัวกันที่โคนบันไดทะยานฟ้า มองดูเรือนร่างสูงตระหง่านบนบันไดหินสีโลหิต ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงและความอิจฉา
หลิงเทียนคือผู้แข็งแกร่งที่สุดที่ก้าวออกจากหุบเขาศิษย์รับใช้ในยามนี้ แม้กระทั่งศิษย์สายนอก เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาก็ประหนึ่งไก่ป่าหมูดิน!
ยามนี้หลิงเทียนเหลือปราการสุดท้ายอีกเพียงด่านเดียว ขอเพียงผ่านไปได้ เขาก็จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่สำนักเฉียนหยวน!
"เหอะ ๆ ข้านึกออกแล้ว ที่แท้ก็คือหลิงเทียน ลูกเขยแต่งเข้าผู้เป็ศิษย์รับใช้ผู้นั้นสินะ? คิดไม่ถึงว่าเ้าจะมีฝีมือปานนี้ แต่ว่าขั้นที่สี่ร้อยสำหรับเ้ามันก็เพียงพอแล้ว สถานที่แห่งนี้ จะเป็ที่ฝังร่างของเ้า!"
ที่ปลายสุดของบันไดไต่์ ผู้าุโสายนอกยืนเอามือประสานไว้ด้านหลัง ก้มมองหลิงเทียนที่ยืนอยู่ท่ามกลางกองเื
เห็นได้ชัดว่าต่อให้หลิงเทียนผู้นี้จะแข็งแกร่งสักเพียงใด ก็เป็เพียงศิษย์รับใช้ แต่ตัวเขานั้นคือผู้มีพลังบำเพ็ญขอบเขตครึ่งก้าวสู่สร้างรากฐาน เรียกได้ว่าระดับพลังบำเพ็ญแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน!
"ท่าน้าให้ข้าตายงั้นหรือ?" หลิงเทียนกลับเลิกคิ้วพลางยิ้มเยาะอย่างชั่วร้ายและดุดัน
"เ้ายังจะมีทางรอดอีกหรือ?"
ผู้าุโสายนอกผู้นั้นยกมือขึ้น จากนั้นชูกระบี่อาคมในมือขึ้น ก่อนตัวกระบี่จะส่องประกายแสงวิบวับ พลังแห่งเต๋าและอาคมควบแน่นอยู่บนกระบี่อาคม
"หลิงเทียน วันนี้เป็วันสำคัญของสำนักเฉียนหยวน แม่นางอันฉือเยว่จะก้าวเข้าสู่โลกภายนอกในวันนี้! เ้าไม่อาจก้าวเข้าสู่สำนักได้! คมตัดลมปราณ!"
วูบ!
"ไปตายเสีย!"
ชั่วครู่รังสีกระบี่สายหนึ่งผสานเข้ากับตราประทับอาคมของผู้าุโสายนอก จากนั้นฟันลงมาหาหลิงเทียนข้ามขั้นบันไดนับร้อยขั้น!
จุดเด่นที่สุดของสายเต๋าอาคม คือระยะการโจมตีที่วิชายุทธ์ทั่วไปไม่อาจเทียบเทียมได้ ผู้บำเพ็ญสายเต๋าขอบเขตแปรแก่น สามารถปลิดศีรษะคนได้จากระยะไกลนับพันจั้ง แข็งแกร่งไร้เทียมทานอย่างยิ่ง
ทว่าหลิงเทียนเมื่อมองดูคมตัดลมปราณที่ฟันสับลงมาหาตนกลับนิ่งสงบประหนึ่งขุนเขา ไม่หลบและไม่เลี่ยง!?
ไม่หลบงั้นหรือ?!
เบื้องล่างบันไดหิน เหล่าศิษย์รับใช้ต่างสบตากันไปมา ผู้าุโสายนอกผู้นี้เป็ถึงขอบเขตครึ่งก้าวสู่สร้างรากฐาน มิหนำซ้ำยังใช้วิชาเต๋าอาคมออกมา หากไม่หลบเลี่ยง หลิงเทียนจะต้านทานได้อย่างไร
ตูม!
เพียงชั่วครู่คมตัดลมปราณสายนั้นก็กลืนกินร่างของหลิงเทียนเข้าไป
"เหอะ ๆ ศิษย์รับใช้อย่างไรเสียก็เป็ได้แค่ศิษย์รับใช้ คิดจะผ่านบันไดไต่์ เป็ได้แค่เื่ฝันเฟื่อง!"
ปลายสุดของบันไดหิน เสียงของผู้าุโผู้นั้นดังก้องไปทั่วทั้งหุบเขาศิษย์รับใช้ ประหนึ่งเสียงระฆังมรณะที่สั่นสะท้อนในใจของเหล่าศิษย์รับใช้
หากแม้กระทั่งพลังต่อสู้อันแข็งแกร่งปานหลิงเทียนยังไม่อาจผ่านบันไดไต่์ไปได้ วันหน้าคงไม่มีผู้ใดทำสำเร็จอีกแล้ว
"ท่านคิดมากไปหรือไม่!?"
ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา จากภายในกลุ่มพลังคมตัดลมปราณที่สลายตัวไป เสียงของหลิงเทียนกลับดังก้องขึ้นอย่างฉับพลัน
"ฮะ!?"
สีหน้าของผู้าุโสายนอกเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง พลันเพ่งสายตามองดู แต่กลับต้องตระหนกใเมื่อพบว่า หลิงเทียนก้าวเดินออกมาจากรังสีกระบี่ได้อย่างราบรื่น
ยิ่งไปกว่านั้น แม้เสื้อผ้าของเขาจะขาดวิ่นฉีกขาดภายใต้รังสีกระบี่ แต่ทว่าทั่วทั้งร่างกลับมองไม่เห็นร่องรอยาแเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่รับรังสีกระบี่ของตนไปเต็ม ๆ แต่กลับไร้รอยขีดข่วน!?
นี่... เป็ไปไม่ได้!
ผู้าุโสายนอกร้องอุทานด้วยความตื่นตระหนก ยกกระบี่อาคมในมือขึ้น ร่ายตราประทับอาคมออกมาอย่างต่อเนื่อง ทว่าหลิงเทียนกลับเพียงสลายมันด้วยหมัด ตราประทับอาคมทั้งหมดถูกชกจนแตกพ่ายอย่างรวดเร็ว!
เพียงไม่กี่ชั่วลมหายใจ หลิงเทียนก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้าของผู้าุโสายนอกผู้นั้น
"บัดนี้ คนที่ต้องตายคือท่านแล้ว! ไสหัวไป!"
หลิงเทียนง้างหมัดชกออกไปตรง ๆ อย่างฉับพลัน!
ผู้าุโสายนอกงงงวยไปแล้ว ร่ายเกราะปราณปกป้องขึ้นมาขวางไว้เบื้องหน้าตามสัญชาตญาณ แต่อานุภาพหมัดของหลิงเทียนหนักหน่วงนับพันจิน มีหรือจะต้านทานได้?
ตูม!
ได้ยินเพียงเสียงระฆังะเิ พลังหมัดของหลิงเทียนกระแทกเข้าใส่เกราะปราณของผู้าุโสายนอกเข้าอย่างจัง เพียงไม่นานเกราะปราณก็แตกกระจาย พลังหมัดกระแทกใส่ร่างของผู้าุโผู้นั้น
"อ๊ากกก!"
ผู้าุโผู้นั้นส่งเสียงร้องโหยหวน เพียงหมัดเดียวของหลิงเทียน ร่างทั้งร่างแหลกเป็ชิ้น ๆ นับว่าสภาพการตายอนาถยิ่งนัก
เมื่อเปรียบเทียบกับวิชาเต๋าอาคมที่มีระยะการโจมตีไกล ร่างกายของผู้บำเพ็ญสายเต๋ากลับบอบบางยิ่งกว่า แล้วมีหรือจะทนทานพลังอันบ้าคลั่งของหลิงเทียนได้
"ซี้ด~~~"
"ะเิแล้ว ผู้าุโสายนอกถูกชกจนร่างะเิแหลกละเอียด!"
"หลิงเทียนผู้นี้ชั่วร้ายและโเี้ยิ่งนัก!"
"เช่นนี้หลิงเทียนก็เอาชนะผู้พิทักษ์สายนอกทั้งหมดได้แล้ว เขาทำสำเร็จแล้ว!"
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ภายในหุบเขาศิษย์ส่ายล่างจึงดังกึกก้องไปด้วยเสียงอุทานด้วยความตกตะลึง
ในยามนี้หนังศีรษะของพวกเขาชาวาบ ในใจสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ทั่วร่างสั่นเทา
หลิงเทียนผู้นี้ ช่างน่าพรั่นพรึงถึงเพียงนี้เชียวหรือ!
ทว่าเมื่อพวกเขารู้สึกตัว หลิงเทียนก็ได้หายลับไปจากปลายสุดของบันไดไต่์ และเข้าสู่ประตูสำนักเฉียนหยวนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
หลิงเทียนได้กลายเป็ศิษย์คนแรกนับั้แ่สำนักเฉียนหยวนก่อตั้งบันไดไต่์ ที่สามารถก้าวขึ้นมาจากหุบเขาศิษย์รับใช้ได้สำเร็จ โดยมีบันไดหินย้อมแม่น้ำเืเป็ประจักษ์พยานในการผงาดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ของหลิงเทียน