EP18: พันธมิตรผู้ทรยศ (The Traitorous Ally)
ผมวิ่งสุดชีวิตจนรู้สึกเหมือนปอดจะะเิ เสียงฝีเท้าและเสียงะโของเ้าหน้าที่ขององค์กรลับที่ตามมายังคงดังอยู่เื้ั แต่การใช้ความมืดและภูมิประเทศที่ขรุขระทำให้ผมทิ้งห่างพวกเขาไปได้ชั่วขณะ
น้าฉัตร... ผู้สมรู้ร่วมคิดที่ร้ายกาจที่สุด
การถูกหักหลังโดยคนในครอบครัวทำให้ผมโกรธแค้น แต่ตอนนี้ความรู้สึกนั้นถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด ผมต้องไปให้ถึง มอเตอร์ไซค์ ที่ซ่อนไว้ให้เร็วที่สุด
ผมมาถึงจุดที่ซ่อนรถไว้ในสภาพที่เสื้อผ้าขาดวิ่นและมีาแเล็กน้อยตามร่างกาย ผมรีบสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าวิงคันเก่าทันที เสียงเครื่องยนต์ที่ดังสนั่นในความเงียบยามดึกเหมือนการส่งสัญญาณเตือนไปทั่วทั้งตำบล
ผมเร่งความเร็วออกไปจากบริเวณนั้นอย่างไม่คิดชีวิต มุ่งหน้าไปยัง อู่ดอนยางพร โดยไม่สนใจถนนที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อใด ๆ
ผมมาถึงอู่ของไอ้ดอนในสภาพที่เต็มไปด้วยดินโคลนและเหงื่อท่วมตัว เวลาประมาณตีสาม ผมกระแทกประตูร้านอย่างแรงจนไอ้ดอนสะดุ้งตื่นและรีบวิ่งออกมา
“เกิดอะไรขึ้นวะเชียร! นั่นมันชุดอะไรของมึงวะ!” ไอ้ดอนเบิกตากว้างเมื่อเห็นสภาพของผม
ผมรีบดึงไอ้ดอนให้เข้ามาในร้านและล็อคประตูอย่างเร่งรีบที่สุด
“ดอน... เราไม่มีเวลาแล้ว! มาบดงงู แตกแล้ว! ผมทำลายเครื่องมือของพวกเขาได้สำเร็จ!” ผมหายใจหอบถี่
ผมเล่าเื่ที่ผมทำลายเครื่องกำเนิดมิติและ กล้อง Rolleiflex ตามคำขอของลุงเชียร แต่ในที่สุด ลุงเชียรตัวจริง ก็ยังคงติดอยู่ในรอยแยกมิติที่ปิดตัวลง
ใบหน้าของไอ้ดอนซีดเผือด “หมายความว่า... เชียรไปแล้วจริง ๆ ใช่ไหม? แล้วพวกมันล่ะ?”
“พวกมันกำลังตามล่าผมอยู่! น้าฉัตร... เขาคือคนขององค์กรนี้! เขาเป็คนที่จัดซื้อที่ดินและอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้พวกมัน! และเขารู้ว่าผมมาหาคุณ!” ผมพูดด้วยเสียงที่ต่ำและหนักแน่น
ไอ้ดอนยืนนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่ความใจะแปรเปลี่ยนเป็ความมุ่งมั่น
“ไอ้ฉัตร... ไอ้หน้ากาก! มันเป็คนเงียบ ๆ ไม่ชอบยุ่งกับใคร... ใครจะไปคิดวะ!”
“เราต้องหนีดอน! พวกเขาจะมาที่นี่ในไม่ช้า! คุณคือพยานคนเดียวของผม!”
ไอ้ดอนรีบคว้ากุญแจรถยนต์เก่า ๆ คันหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เคาน์เตอร์ “รถมอเตอร์ไซค์ของมึงมันช้าเกินไป! ใช้รถคันนี้! เป็รถกระบะเก่าที่กูซ่อมไว้เผื่อฉุกเฉิน มันไม่น่าจะมีใครตามรอยได้ง่าย ๆ”
ขณะที่ไอ้ดอนกำลังเก็บข้าวของและอาวุธที่จำเป็ ผมก็รู้สึกถึงความสิ้นหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกาะกินหัวใจ
“ผมล้มเหลวในการช่วยลุงเชียร” ผมกล่าวอย่างเ็ป “ตอนนี้ผมต้องอยู่ในร่างของลุงเชียรไปตลอดกาล และต้องทิ้งพ่อแม่... และ ตัวผมเองในวัยเด็ก ไว้เื้ั”
ไอ้ดอนหยุดการเคลื่อนไหว และมองมาที่ผม “มึงไม่ได้ล้มเหลวเกล้า! ถ้ามึงไม่ทำลายเครื่องมือนั้น... พวกมันก็จะเปิดช่องว่างมิติครั้งที่สอง และอาจจะทำลาย อนาคตของมึง ไปแล้ว! สิ่งที่มึงทำคือการซื้อเวลาให้โลก!”
“แต่ผมจะทิ้งพวกเขาไว้แบบนี้ไม่ได้! น้าฉัตรอยู่ที่บ้านผม!”
“มึงต้องเชื่อในความแข็งแกร่งของครอบครัวมึงสิ! ไอ้ฉัตรมันจะทำอะไรไม่ได้ ถ้ามันไม่เจอหลักฐานอะไร!” ไอ้ดอนตอบ “ตอนนี้มึงต้อง รอด ก่อน! และมึงต้องไปที่ที่พวกมันหาไม่เจอ! ไปที่ที่เราจะสามารถสืบหาที่มาขององค์กรนี้จากระยะไกลได้!”
ไอ้ดอนยื่น กระป๋องเหล็กใบเล็ก ใบหนึ่งให้ผม
“นี่คือเงินสดทั้งหมดที่กูมี... และ... ที่อยู่”
ผมเปิดกระป๋องเหล็กออก ภายในมีเงินจำนวนหนึ่ง และ กระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่มีชื่อและที่อยู่เขียนไว้
> อาจารย์อุดม สถาวร
> มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ (คณะวิศวกรรมศาสตร์)
> [2480]
>
“อาจารย์อุดม?” ผมถามอย่างไม่เข้าใจ
“อาจารย์อุดมเป็อดีตอาจารย์ของเชียรที่มหาวิทยาลัย” ไอ้ดอนอธิบาย “เชียรบอกกูว่า อาจารย์อุดมเป็คนเดียวที่เชื่อในทฤษฎีการเดินทางของมิติของมัน และเป็คนเดียวที่รู้เื่ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ผิดปกติ”
“คุณลุงเชียรเตรียมทางหนีนี้ไว้แล้ว...”
“ใช่! เขาเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว! ตอนนี้มึงต้องรับ่ต่อ” ไอ้ดอนพูดอย่างหนักแน่น “เป้าหมายของเราไม่ใช่การกลับบ้าน แต่คือการ เปิดโปง องค์กรลับนี้!”
ไอ้ดอนรีบเข็นรถกระบะเก่าที่ดูไม่สะดุดตาออกจากอู่ทันที
ผมมองไปที่มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าวิงคันสีฟ้าของลุงเชียรที่จอดทิ้งไว้ด้วยความรู้สึกหวั่นไหว และมองย้อนกลับไปที่เส้นทางสู่บ้านของตัวเองเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะะโขึ้นรถกระบะ
รุ่งอรุณกำลังจะมาถึง และแสงแรกของวันที่ 19 พฤศจิกายน 2533 กำลังจะขึ้นพร้อมกับ ชีวิตใหม่ ของผมในฐานะ วิเชียร ขจรเดช ผู้หลบหนีคดี
ภารกิจได้เปลี่ยนไปแล้ว... จากผู้ถูกสลับร่าง กลายเป็ ผู้กอบกู้อนาคต...!
*โปรดติดตามตอนต่อไป*