จู้เจียงเจียง แม่ม่ายผู้มั่งคั่ง

    ตอนที่ 29 ชั่วพริบตานางก็ดูสวยขึ้น

    “แม่นาง พวกเราเห็นหมดแล้ว” หมิงจี่เตือนอย่างใจดี


    เผยจี้เงียบไม่พูดจา ก้าวเท้าใหญ่ไปข้างหน้า สีหน้าเคร่งเครียดประคองเผยเสี่ยวอวี๋ที่หดตัวอยู่บนพื้นขึ้นมาพร้อมกับจู้เจียงเจียง “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”


    เห็นรอยฝ่ามือบนหน้าของเผยเสี่ยวอวี๋ จู้เจียงเจียงก็รู้สึกโมโห “มาหาท่าน ไม่เจอท่านก็เลยทำร้ายคน”


    “มาหาข้า?”


    เผยจี้มองจู้ซูเฟินแวบหนึ่ง “ข้าไม่รู้จักนาง”


    “ข้าไม่สน ดอกท้อเน่าของท่าน แก้ปัญหาเอาเอง ข้าจะพาเสี่ยวอวี๋กลับห้องไปทายา”


    หวังซื่อสองคนวันนี้เอ่ยปากก็ตามหาเผยจี้ ไม่ใช่คนตามจีบเขาแล้วอะไร?


    วิธีการพูดแบบนี้ เผยจี้รีบแสดงออกว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ในเวลาเดียวกันก็เหมือนจะได้กลิ่นน้ำส้มสายชูนิด ๆ?


    “ใต้เท้า ตัดสินแทนข้าน้อยด้วย...”


    จู้ซูเฟินยังไม่เข้าใจสถานการณ์ พยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีลุกขึ้นจากพื้น ลากมือที่บาดเจ็บของตัวเอง ร้องไห้อย่างเสแสร้ง


    บาดเจ็บหนักเช่นนี้ก็พลันรู้สึกว่าตัวเองมีเหตุผล ในตอนที่คิดว่าเผยจี้จะต้องกล่าวโทษจู้เจียงเจียงแทนตัวเองอย่างแน่นอนนั้น ก็เห็นเพียงเผยจี้ยกมือถือดาบที่พกติดตัวขึ้นมา กดลงบนไหล่ของจู้ซูเฟิน พลางกล่าวอย่างรังเกียจว่า “อย่าเข้ามา”


    ภรรยาของเขาโกรธแล้ว น้องสาวของเขาก็ถูกทำร้าย และเหมือนผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ก็คือผู้ร้าย เผยจี้จะไม่ชักสีหน้ากับนางได้อย่างไร?


    “ท่านแม่ทัพ นางแพศยาคนนั้นทำร้ายข้า” จู้ซูเฟินอึ้งอยู่กับที่ ยังมิวายพยายามโยนความผิดไปให้จู้เจียงเจียง


    “แม่นางท่านนี้ โปรดระวังคำพูดของเจ้าด้วย!”


    ดูแคลนภรรยาของเขาแบบนี้ สีหน้าของเผยจี้ยิ่งเข้มจนน่ากลัว “ยังมีอีก หากเจ้ามีเรื่องร้องทุกข์ก็ไปศาลาว่าการ ข้าไม่ออกหน้าให้คนที่ไม่เกี่ยวข้อง”


    คำเหล่านี้ของเขาลำเอียงและเหน็บแนมอย่างเปิดเผย ทำให้ชาวบ้านรอบ ๆ ปิดปากหัวเราะเยาะ


    หมิงจี่มองประเมินเผยจี้แวบหนึ่ง เขาเหมือนจะได้รู้เรื่องลับสุดยอดบางอย่างเข้าแล้ว


    ในบ้าน จู้เจียงเจียงทายาให้เผยเสี่ยวอวี๋เสร็จ ก็ให้นางเปลี่ยนชุดสะอาด รวมถึงตัวเองก็เปลี่ยนของตัวเองด้วย


    หมิงจี่มาแล้ว วันนี้รับปากว่าจะไปชงชาที่สำนักศึกษาตระกูลหมิง จะชักช้าไม่ได้ นางต้องเตรียมตัวเดี๋ยวนี้


    “เสี่ยวอวี๋ วันนี้เจ้าไปรอข้าที่บ้านปู่สวี่ หากมีใครมาหาอีก ห้ามวู่วามออกไปเหมือนเมื่อครู่เข้าใจไหม?”


    จู้เจียงเจียงเปียผมให้ตัวเองไปพลาง กำชับเผยเสี่ยวอวี๋ไปพลาง


    แต่น่าจะไม่มีใครกล้ามาอีกกระมัง จู้ซูเฟินกับหวังซื่อนอนนิ่งอยู่ข้างนอกขนาดนั้นแล้ว


    “พี่สะใภ้สวยจัง”


    ถึงแม้บนหน้ายังแดงแสบ แต่เผยเสี่ยวอวี๋ก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา


    ไม่บ่อยนักที่พี่สะใภ้ของนางจะสวมกระโปรงสวย ๆ แบบนี้ ทั้งยังแต่งหน้าแต่งตัว ต่างจากวันปกติสิ้นเชิง สวยจนนางไม่อยากจะเชื่อ


    “จริงหรือ?” จู้เจียงเจียงหันกลับไปลูบศีรษะของเผยเสี่ยวอวี๋ “เสี่ยวอวี๋สบายใจได้ รอเราสร้างบ้านเสร็จ พี่สะใภ้จะซื้อผ้าสวย ๆ มากมาย และของในห้องทั้งหมดให้เจ้าใหม่ดีไหม?”


    เพราะในบ้านเก่าทั้งในและนอกของตระกูลเผยล้วนเป็นดินโคลน ดังนั้นพวกนางพี่สะใภ้และน้องสามีจึงไม่เคยสวมกระโปรง และไม่ได้ซื้อ


    ชุดฮั่นฝูที่นางสวมวันนี้ก็ซื้อมาในชาติก่อน วางทิ้งไว้ในช่องว่างมิติมาโดยตลอด วันนี้จำใจต้องหยิบมาช่วยแก้ฉุกเฉิน


    ไม่รู้ว่าชุดฮั่นฝูที่มีองค์ประกอบของยุคปัจจุบันเล็กน้อยนี้ จะถูกคนในยุคนี้ยอมรับหรือไม่?


    ช่างเถอะ ออกไปก่อนค่อยว่ากัน


    จู้เจียงเจียงใช้ผ้าไหมสีแดงผูกเป็นโบคู่กับผมเปีย แล้วจัดระเบียบชุดตั้งแต่หัวจรดเท้าของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจูงมือเผยเสี่ยวอวี๋ออกมา


    ชาวบ้านข้างนอกยังดูเรื่องสนุกหัวเราะขำขันกันอยู่ หมิงจี่พิงรออยู่ข้างรถม้าอย่างเบื่อหน่าย เผยจี้ลดสถานะตัวเองลงและกำลังเก็บราวใบชาที่ถูกจู้ซูเฟินผลักล้ม


    ดูเป็นธรรมชาติมาก!


    จนกระทั่งตอนจู้เจียงเจียงปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนอีกครั้ง เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เหมือนหยุดนิ่งไปในชั่วพริบตา


    “โอ๊ะ...” เสียงร้องตกใจค่อย ๆ ดังขึ้น เสียงหนึ่งต่อเสียงหนึ่ง เนิ่นนานไม่หยุด


    เผยจี้นั่งยอง ๆ เก็บใบชาบนพื้นได้ยินก็พลันเงยหน้าขึ้น เห็นจู้เจียงเจียงปิดประตูเดินมาทางเขาพอดี ชั่วพริบตานั้น หน้าอกเขาเหมือนถูกกระแทกเจ็บปวดจี๊ด ๆ


    ก็แม้แต่หมิงจี่ที่ก้มหน้าเล่นนิ้วอยู่ข้างรถม้า แม้จะไม่เคยรู้สึกอะไรกับจู้เจียงเจียงมาก่อน ตอนเห็นนางยามนี้ก็ยังละสายตาไม่ได้


    ครึ่งเดือนก่อน เขาเคยไปดื่มชาที่ร้านชาของนาง จู้เจียงเจียงตอนนั้นทั้งดำทั้งผอม แห้งเหี่ยวเหมือนไม้ท่อนหนึ่ง


    ทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนแปลงไปได้มากขนาดนี้!


    ไม่เพียงแค่หมิงจี่ที่คิดแบบนี้ ทั้งหมดที่อยู่ในสถานที่นี้ก็ตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงของจู้เจียงเจียงทั้งสิ้น


    ภาพในความทรงจำของพวกเขา จู้เจียงเจียงเหมือนผู้หญิงบ้าน ๆ ส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน


    ถึงแม้หลังจากนางหาเงินได้ ไม่สวมเสื้อผ้าเย็บปะ กลับยังสวมชุดโบราณผ้าป่านเนื้อหยาบ ผมคลุกฝุ่นใบหน้าเปื้อนโคลน ไม่มีอะไรแตกต่างกับคนอื่นเลยสักนิด


    ก็ก่อนเข้าบ้านเมื่อกี้ นางยังเป็นรูปร่างหน้าตาเหมือนสาวชนบท เหตุใดออกประตูมาอีกครั้ง ทำไมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงแบบนี้?


    ชุดกระโปรงยาวสีขาวหุ้มถึงตาตุ่มถูกลมพัดเบา ๆ ไปตามการก้าวเดินของนาง ทิ้งเงาสีขาวเป็นแผ่น ๆ ไว้ในอากาศ


    เสื้อสีแดงสั้นกระดุมจีนบนตัว แขนเสื้อยาวถึงแค่ข้อศอก เผยแขนเสื้อสีขาวด้านในออกมา


    บนเสื้อสั้นสีแดงปักดอกไม้สีขาวดอกเล็ก ๆ ไว้หลายดอก ยามสายลมพัดมากลีบดอกก็ร่วงหล่นลงมาตามสายลม ทำให้เห็นเหมือนยืนอยู่ในทุ่งดอกไม้


    ผ้าไหมสีแดงที่ผูกในเส้นผมและเอว เมื่อตัดกับชุดสีขาวที่กินพื้นที่ส่วนใหญ่ของสายตา ก็ช่างดูพอดิบพอดี และยิ่งตัดกับเสื้อสีแดงจึงช่วยกันขับเน้นให้ชวนมองและดูสวยสะดุดตา


    สีแดงที่จู้เจียงเจียงสวมใส่นี้ ช่างไม่เข้ากันกับดินสีเหลืองของหมู่บ้านเสี่ยวฮวงเลยสักนิด


    และยังขัดกับผู้คนในหมู่บ้านเสี่ยวฮวงอีกด้วย


    “ปู่สวี่ วันนี้ข้าต้องไปชงชาที่สำนักศึกษาตระกูลหมิง เสี่ยวอวี๋คงต้องรบกวนท่านดูแลแทนข้าแล้ว” จู้เจียงเจียงมาหยุดตรงหน้าสวี่เหล่าเกิน เอ่ยปากกับเขาด้วยความเกรงใจ


    สวี่เหล่าเกินมองค้าง พักหนึ่งถึงพยักหน้าช้า ๆ “ได้ ได้...”


    จัดการเผยเสี่ยวอวี๋เรียบร้อย จู้เจียงเจียงถึงหมุนตัวเดินไปหาเผยจี้


    รับตะกร้าใบชาที่เขาเก็บขึ้นมาพูดว่า “วันนี้แม่ทัพเผยมา มีธุระอะไรหรือ? อีกเดี๋ยวข้ายังต้องออกไปข้างนอก ถ้าหากไม่รีบร้อนละก็ พรุ่งนี้แม่ทัพค่อยมาใหม่เถอะ” 


    เขามาหานางเกือบทุกวัน ก็ไม่แปลกที่จู้ซูเฟินจะเข้าใจผิดคิดว่านางซ่อนเผยจี้ไว้ในบ้าน


    เผยจี้เงียบไม่พูด แค่มองสำรวจนางตั้งแต่หัวจรดเท้าหนึ่งรอบ จดจำลักษณะตอนนี้ของนางไว้


    “แม่ทัพเผย?” จู้เจียงเจียงเห็นเขาเหม่อ จึงเรียกชื่อเขาออกมาอีกครั้ง


    เผยจี้ถึงได้สติ “วันนี้ข้ามาเพราะอยากไปสำนักศึกษาตระกูลหมิงพร้อมกับเจ้า”


    ก็ได้ เขายอมรับ เขาเป็นห่วงกลัวว่านางจะถูกสมาคมผู้รู้อะไรนั่นรังแก ดังนั้นจึงรีบมาเป็นพิเศษอยากไปพร้อมกับนาง


    ในสมาคมผู้รู้นั้นมีแต่ปัญญาชน นางเป็นสาวชนบทไม่มีความรู้ ไปแล้วอาจจะรู้สึกกลัวและน้อยเนื้อต่ำใจอย่างห้ามไม่ได้


    หากเขาไปด้วย บางทีอาจปลอบใจนางได้นิดหน่อย เพราะเขาก็ไม่เคยเรียนหนังสือ


    “ท่านก็ไปด้วย?” จู้เจียงเจียงทำหน้าตกใจ สายตาหมุนไปบนตัวหมิงจี่ที่อยู่ไม่ไกล ยืนยันความจริงเรื่องนี้กับเขา


    ระหว่างทางที่มาหมิงจี่เจอเขาพอดี เผยจี้จึงพูดเรื่องนี้ขึ้น ซึ่งเขาก็ตอบรับแล้ว 


    ในเมื่อทางเจ้าบ้านไม่คัดค้าน เช่นนั้นนางก็ไม่มีอะไรต้องพูด “งั้นก็ไปเถอะ”


    คล้ายกับเรื่องจู้เจียงเจียง แม่ม่ายผู้มั่งคั่ง ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801