วันนี้มารดาให้นางไปขอพรที่วัดบนเขาก่อนงานหมั้นเพื่อเป็สิริมงคล หลังเดินออกมาได้ครู่หนึ่งเสี่ยวหงที่นั่งมาด้วยกันก็ต้องย้อนกลับไปเอาของที่ลืมไว้โดยนางสั่งให้เร่งตามมาทีหลังด้วยกลัวว่าจะค่ำไป ทำให้การเดินทางไปวัดบนูเาตามลำพังในครั้งนี้เป็โอกาสที่ หลิวเสี่ยวเหมย แอบรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ แม้จะพยายามทำตัวเป็ปกติ แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้นที่ไม่อาจซ่อนเร้นได้ นางรู้ดีว่าการเดินทางกับ เหลียงฟู ตามลำพังในรถม้าที่ปิดมิดชิดนั้น จะนำมาซึ่งสิ่งที่นางปรารถนามานานแสนนาน
รถม้าเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์ไปอย่างช้า ๆ เสี่ยวเหมยพยายามรักษากิริยาให้สงบเสงี่ยมที่สุด นางนั่งหลังตรง มือประสานกันบนตัก พยายามจดจ่ออยู่กับทิวทัศน์ภายนอกที่เคลื่อนผ่านไป แต่ความรู้สึกถึงการมีอยู่ของเหลียงฟูที่นั่งอยู่บนที่นั่งคนขับด้านหน้าก็ทำาให้นางไม่อาจสงบใจได้
เมื่อรถม้าเริ่มไต่ระดับขึ้นไปบนูเา ถนนที่ขรุขระก็ทำให้รถม้าสั่นไหวอย่างรุนแรงตามที่เหลียงฟูได้วางแผนไว้ เสียงล้อบดกับกรวดหินดังครืดคราดเป็จังหวะที่เร่งเร้าความรู้สึกของนาง
ทันใดนั้น รถม้าก็กระแทกกับหลุมใหญ่อย่างจัง ร่างของเสี่ยวเหมยกระเด็นไปกระแทกกับผนังรถม้าอย่างแรงจนเกิดเสียง “โอ๊ย!” เบา ๆ
“คุณหนู! เป็อะไรไหมครับ!” เสียงของเหลียงฟูดังขึ้นอย่างร้อนรน เขาเปิดประตูเข้ามาในห้องโดยสารด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลจอมปลอม ซึ่งเสี่ยวเหมยรู้ดีว่ามันเป็เพียงการแสดง
“ข้า… ข้าไม่เป็ไร” เสี่ยวเหมยตอบเสียงสั่น นางรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านจากฝ่ามือของเขาที่ประคองนางให้ลุกขึ้นนั่ง ความรู้สึกนี้แตกต่างจากััที่เคยได้รับในเงามืด มันเป็ััที่เปิดเผยและเร่งเร้ากว่ามาก
“ไม่ได้หรอกครับ ถนนข้างหน้ายังอีกยาวไกลและขรุขระกว่านี้อีก” เหลียงฟูพูดด้วยน้ำาเสียงที่จริงจัง “ผมขอนั่งอยู่ข้างในนี้เพื่อคอยดูแลคุณหนูดีกว่า จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก”
เขาทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ นางบนเบาะที่คับแคบ ร่างกายที่ใหญ่โตของเขาเบียดชิดกับร่างของนางจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นกายของชายหนุ่มที่ผสมกับกลิ่นเหงื่อจาง ๆ โชยเข้าจมูกของนางอย่างจัง ความใกล้ชิดที่ฉับพลันนี้ทำาให้เสี่ยวเหมยรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยความร้อนระอุ
“เหลียงฟู… นี่มันไม่เหมาะสม” นางพยายามทักท้วง แต่เสียงของนางกลับแ่เบาราวกับกระซิบ มันเป็คำาปฏิเสธที่ขาดความหนักแน่น และนางเองก็รู้ดีว่านางไม่ได้้าให้เขาจากไป
“อะไรหรือครับที่ไม่เหมาะสม” เขาถาม พลางยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ ดวงตาของเขาทอประกายความปรารถนาที่นางคุ้นเคย “หรือว่า… คุณหนูกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ไหว”
คำาพูดของเขาทำาให้นางรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งใบหน้า นางพยายามเบือนหน้าหนี แต่เขาใช้มือข้างหนึ่งโอบรอบเอวของนางไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างก็เริ่มลูบไล้ไปตามต้นแขนของนางอย่างแ่เบา ััที่ลึกซึ้งและแเีกว่าครั้งก่อน ๆ
“อย่า… เหลียงฟู… อย่าทำแบบนี้” นางพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่การดิ้นรนของนางกลับยิ่งทำาให้ร่างกายของนางเสียดสีกับร่างกายของเขามากขึ้น
“ร่างกายของคุณหนูไม่ได้บอกว่า ‘อย่า’ เลยนะ” เขากระซิบเสียงพร่า “มันสั่นระริกไปหมดเลย… คุณหนูรู้สึกดีใช่ไหมล่ะ”
มือของเขาเริ่มซุกซนมากขึ้น มันค่อย ๆ เลื่อนจากต้นแขนลงมายังบั้นท้ายกลมกลึงของนาง แล้วบีบเคล้นอย่างแรงจนนางสะดุ้งสุดตัว “อ๊ะ!” เสียงอุทานหลุดออกมาอย่างไม่อาจควบคุม
“คุณหนูนี่ช่างนุ่มนิ่มไปทั้งตัวจริง ๆ” เขาพูด พลางหัวเราะในลำาคอ “ผมอยากจะรู้จริง ๆ ว่าถ้าไม่มีเสื้อผ้าพวกนี้ขวางกั้นอยู่ มันจะนุ่มขนาดไหน”
เขาเริ่มปลดกระดุมเสื้อของนางออกทีละเม็ดอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นผิวเนื้อขาวผ่องที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้า เสี่ยวเหมยพยายามใช้มือปัดป้อง แต่ก็ถูกเขารวบข้อมือไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว
“ปล่อยข้านะ! ไอ้คนชั่ว! ไอ้บ่าวสารเลว!” นางด่าทอเขาด้วยความโกรธและอับอาย แต่นางก็รู้ดีว่าความโกรธนี้เป็เพียงฉากบังหน้าของความตื่นเต้นที่ถาโถม
“ด่าผมอีกสิครับคุณหนู” เขาพูด พลางใช้ริมฝีปากร้อน ๆ ของเขาพรมจูบไปทั่วลำาคอระหงของนาง “ผมชอบฟังเสียงของคุณหนูเวลาโกรธ มันทำาให้ผมมีอารมณ์”
เขาจัดการปลดกระดุมเสื้อของนางจนหมดสิ้น เผยให้เห็นเอี๊ยมตัวในสีชมพูอ่อนที่ห่อหุ้มทรวงอกอวบอิ่มเอาไว้ เขาจ้องมองมันด้วยสายตาที่หิวกระหาย ก่อนจะก้มลงใช้ลิ้นร้อน ๆ ของเขาตวัดเลียยอดถันนั้นอย่างหิวกระหาย
“อ๊าาา!” เสี่ยวเหมยร้องครางออกมาอย่างสุดจะกลั้น นางรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่านร่างของนางไปทั่วทุกอณู
เขาดูดดึงและขบเม้มยอดถันของนางสลับกันไปมาอย่างชำานาญ ขณะที่มือของเขาก็ไม่ได้อยู่เฉย มันลูบไล้ไปทั่วทั้งร่างกายของนาง ก่อนจะค่อย ๆ สอดเข้าไปใต้กระโปรงของนาง
“เหลียงฟู… พอแล้ว… ได้โปรด” นางอ้อนวอนเสียงกระเส่า แต่ร่างกายกลับบิดเร่าไปมาอย่าง้ามากขึ้น
“ยังครับคุณหนู… ยังไม่พอ” เขาพูดเสียงแหบพร่า “นี่ยังแค่เริ่มต้นเท่านั้น”
นิ้วมือที่หยาบกร้านของเขาเริ่มัักับผิวเนื้ออ่อนบริเวณต้นขาด้านในของนาง ทำาให้นางสะดุ้งเฮือกและหนีบขาเข้าหากันโดยอัตโนมัติ แต่เขากลับใช้เข่าของเขาดันขาของนางให้กางออกอย่างง่ายดาย
“อย่าเกร็งสิครับคุณหนู… ผ่อนคลาย” เขากระซิบ “แล้วคุณหนูจะได้พบกับความสุขที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน”
นิ้วของเขาค่อย ๆ ลากผ่านเนินเนื้ออ่อนนุ่มที่ซ่อนอยู่ใจกลางกายของนาง มันชุ่มชื้นและร้อนระอุจนเขารู้สึกได้ถึงความปรารถนาที่คุกรุ่นอยู่ภายในตัวนาง เขาใช้นิ้วของเขาเขี่ยวนไปมาที่ปุ่มกระสันของนางอย่างแ่เบา แต่มันกลับสร้างความรู้สึกเสียวซ่านจนนางต้องกรีดร้องออกมาอย่างไม่อาจควบคุม
“อ๊ะ… อ๊ะ… เหลียงฟู… ข้า… ข้าจะ…”
“ใช่แล้วครับคุณหนู… ปลดปล่อยมันออกมา” เขาเร่งเร้า พลางเพิ่มความเร็วและน้ำาหนักของนิ้วมือมากขึ้น
เสี่ยวเหมยกรีดร้องออกมาสุดเสียงในขณะที่ร่างกายของนางกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง น้ำาหวานแห่งความปรารถนาไหลทะลักออกมาจนเปียกชุ่มนิ้วมือของเขา
ทันใดนั้น!
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
เสียงะโที่ดังลั่นและเกรี้ยวกราดดังมาจากด้านนอกรถม้า ทำาให้ทั้งเสี่ยวเหมยและเหลียงฟูสะดุ้งสุดตัว เหลียงฟูรีบดึงมือออกจากใต้กระโปรงของเสี่ยวเหมยทันที และรีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว
“เกิดอะไรขึ้น!” เหลียงฟูะโตอบกลับไป
“ทางข้างหน้ามีหินตกมาขวาง รถม้าของเ้าไปต่อไม่ได้แล้ว!” เสียงของชายฉกรรจ์คนหนึ่งดังตอบกลับมา
เหลียงฟูสบถในลำาคออย่างหัวเสีย เขาหันมามองเสี่ยวเหมยที่กำาลังนั่งหอบหายใจด้วยใบหน้าที่แดงก่ำาและสับสน “คุณหนู… ผมต้องออกไปดูสถานการณ์ก่อน”
เสี่ยวเหมยพยักหน้าอย่างเลื่อนลอย นางรีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่อย่างลวก ๆ หัวใจของนางยังคงเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความหวาดกลัว
เหลียงฟูเปิดประตูรถม้าออกไปแล้วปิดกลับอย่างรวดเร็ว เสี่ยวเหมยได้ยินเสียงเขาพูดคุยกับชายฉกรรจ์คนนั้นอย่างเคร่งเครียด
ไม่นานนัก เหลียงฟูก็กลับมาเปิดประตูรถม้าอีกครั้งด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“คุณหนูครับ รถม้าเราเดินทางไปต่อไม่ได้แล้วจริงๆ ”
“แล้วเราจะทำาอย่างไรดี” เสี่ยวเหมยถามด้วยความกังวล
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะพาคุณหนูไปต่อเอง” เขาพูด พลางชี้ไปที่ม้าอีกตัวที่ผูกอยู่ข้างรถม้า “ผมจะให้คุณหนูขี่ม้ากับผม”
เสี่ยวเหมยใ “ขี่ม้า? ข้าไม่เคยขี่ม้ามาก่อน”
“ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะอยู่ข้างหลังคุณหนูเอง” เขาพูด พลางยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ “คุณหนูแค่เกาะผมไว้ให้แน่น ๆ ก็พอ”
เสี่ยวเหมยไม่มีทางเลือกอื่น นางจำาต้องยอมทำาตามที่เขาบอก เหลียงฟูอุ้มนางขึ้นไปบนหลังม้าอย่างง่ายดาย แล้วเขาก็ขึ้นตามมานั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง ร่างกายที่ใหญ่โตของเขาโอบล้อมร่างเล็ก ๆ ของนางไว้ทั้งหมด
“เกาะผมไว้ให้แน่น ๆ นะครับคุณหนู” เขาพูด พลางใช้มือข้างหนึ่งโอบรอบเอวของนางไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างก็จับบังเหียน
เมื่อม้าเริ่มออกวิ่ง เสี่ยวเหมยก็รู้สึกถึงการเสียดสีของร่างกายเหลียงฟูอย่างชัดเจน บั้นท้ายของนางเสียดสีกับต้นขาที่แข็งแกร่งของเขา และที่สำาคัญที่สุด นางรู้สึกถึงความแข็งขืนและใหญ่โตของความเป็ชายของเขาที่กำาลังเสียดสีกับบั้นท้ายของนางผ่านเนื้อผ้าบาง ๆ
“อ๊ะ…” เสี่ยวเหมยร้องออกมาเบา ๆ ด้วยความใและความเสียวซ่าน
“เป็อะไรไปครับคุณหนู” เหลียงฟูถามเสียงกระซิบ
“ข้า… ข้าไม่เป็ไร” นางตอบเสียงสั่น “แค่… ม้ามันวิ่งเร็วไปหน่อย”
“ม้ามันก็วิ่งแบบนี้แหละครับ” เขาพูด พลางหัวเราะในลำาคอ “คุณหนูแค่ต้องผ่อนคลายและสนุกไปกับมัน”
เขาจงใจให้ม้าวิ่งเร็วขึ้นและช้าลงสลับกันไปมา ทำาให้ร่างกายของนางเสียดสีกับความเป็ชายของเขาอย่างรุนแรง เสี่ยวเหมยรู้สึกเหมือนกำาลังถูกทรมานด้วยความสุข นางพยายามเกร็งร่างกายเพื่อไม่ให้เสียดสีกับเขา แต่ก็ทำาได้ยากเหลือเกิน นางรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่างกายทุกครั้งที่เกิดการเสียดสี นางกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงครางที่กำาลังจะหลุดออกมา
“คุณหนูครับ” เขาพูด พลางโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของนาง “คุณหนูรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่กำลังแข็งขันอยู่ข้างหลังคุณหนูไหมครับ”
เสี่ยวเหมยหน้าแดงก่ำา นางไม่กล้าตอบ นางทำาได้เพียงพยักหน้าเบา ๆ
“นั่นแหละครับคือสิ่งที่ผมอยากจะมอบให้คุณหนู” เขาพูด “มันใหญ่โตและแข็งแกร่งมาก และมันกำลังรอคอยที่จะได้เข้าไปในตัวคุณหนู”
คำพูดของเขาทำให้นางรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งตัว นางรู้สึกเหมือนกำลังจะละลายไปกับอ้อมกอดของเขา
“เหลียงฟู… อย่าพูดจาเช่นนี้” นางพูดเสียงแ่เบา
“ทำไมล่ะครับ” เขาถาม “คุณหนูไม่ชอบหรือ”
“ข้า… ข้าไม่รู้” นางตอบอย่างสับสน
“คุณหนูไม่ต้องรู้หรอกครับ” เขาพูด “คุณหนูแค่ต้องรู้สึก”
เขาจงใจให้ม้าวิ่งผ่านก้อนหินก้อนใหญ่ ทำให้ร่างกายของนางกระแทกเข้ากับความเป็ชายของเขาอย่างรุนแรง “อ๊าาาา….ซี๊ด!” เสี่ยวเหมยกรีดร้องออกมาด้วยความเสียวซ่าน นางรู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังจะะเิออกมาจากภายใน นางเกร็งขาเข้าหากันอย่างแรง แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาได้ นางรู้สึกถึงความชื้นที่ไหลซึมออกมาจากหว่างขาของนาง มันเป็ความรู้สึกที่น่าอับอายแต่น่าพึงพอใจอย่างที่สุด
“อ๊ะ! เหลียงฟู!”
“ใช่แล้วครับคุณหนู… เรียกชื่อข้าอีกสิ” เขาเร่งเร้า
การเดินทางบนหลังม้าเป็ไปอย่างทรมานและสุขสมในเวลาเดียวกัน เสี่ยวเหมยรู้สึกเหมือนกำาลังถูกทรมานด้วยความสุขที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน นางรู้สึกเหมือนกำาลังจะบ้าไปกับความปรารถนาที่คุกรุ่นอยู่ภายในตัวนาง “พอแล้ว… เหลียงฟู… ข้า… ข้าไม่ไหวแล้ว…” นางกระซิบเสียงแหบพร่า ร่างกายของนางกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ความสุขสมที่เกิดจากการเสียดสีภายนอกทำาให้ร่างกายของนางถึงจุดสูงสุดอย่างไม่คาดคิด นางซบหน้าลงกับแผ่นหลังของเหลียงฟู ปล่อยให้ความรู้สึกวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วร่าง นางรู้ดีว่านางได้สูญเสียการควบคุมตัวเองไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
ในที่สุด ม้าก็หยุดลง
“ถึงแล้วครับคุณหนู” เหลียงฟูพูด
เสี่ยวเหมยลงจากหลังม้าด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วน ขาของนางยังคงสั่นเทาไม่หยุด นางรีบเดินเข้าไปในวัดโดยไม่หันกลับมามองเขาอีกเลย
เหลียงฟูมองตามร่างของนางที่เดินหายเข้าไปในวัด มุมปากของเขายกขึ้นเป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ เขารู้ว่าบัดนี้ดอกบัวดอกงามดอกนี้ได้ตกเป็ของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว และมันจะเป็เพียงจุดเริ่มต้นของเื่ราวอีกมากมายที่จะตามมา