ที่โรงพยาบาลศูนย์จังหวัด ในห้อง ICU หมอใส่เครื่องช่วยหายใจให้ท่านผู้การ เสียงสัญญาณเครื่องวัดต่างๆ ดังสลับเป็ระยะประสานกับเสียงหายใจเข้าออกยาวๆ ของท่านผู้การ มีผ้ากอสหนาปิดแผลผ่าตัดที่่ท้อง ถุงเื น้ำเกลือห้อยระโยงระยาง คมะุเจาะทำลายลำไส้ จนเสียเืมาก แม้แพทย์ผ่าตัดเอาลำไส้เสียหายออก แต่ท่านผู้การมีอาการติดเชื้อในกระแสเื อยู่ในภาวะวิกฤติอาการเป็ตายเท่ากัน นอกห้อง ICU
อิงอิ้งกับคุณแม่พี่อาร์ ยืนมองผ่านกระจกด้วยความห่วงใย ดาบช่วยแววตาเศร้าหมองเข้าเฝือกหลังผ่าหัวะุที่หัวไหล่ขวาออก
แพทย์ที่รักษาแจ้งอิงอิ้งคุณแม่ พี่อาร์ และดาบช่วยว่า “คนไข้ไม่ตอบสนองต่อยาฆ่าเชื้อครับแผลอักเสบมีอาการรุนแรง คนไข้เสียเืมาก ยังไม่พ้นขีดอันตราย สัญญาณชีพและความดันเืมีแนวโน้มต่ำลงนะครับ หมอรักษาอย่างสุดความสามารถแล้วครับต้องเผื่อใจครับ ภาวนาให้เกิดความมหัศจรรย์นะครับ” พูดจบอิงอิ้งที่ขณะนั้นเป็นักศึกษาปีหนึ่งโผเข้าอ้อมกอดคุณแม่ สองคนกอดกันร้องไห้ หัวใจแตกสลาย พี่อาร์น้ำตาคลอพยายามกลั้นน้ำตาซ่อนความเศร้าไม่ให้คุณแม่กับน้องสาวรู้
ดาบช่วยปาดน้ำตาภาพความทรงจำผุดขึ้นนับพัน ครั้งหนึ่งท่านผู้การปราบภัย บุกเข้าช่วยดาบช่วยขณะติดอยู่ในวงล้อมคนร้ายโดนระดมยิงจนแทบเอาชีวิตไม่รอด
เมื่อลูกสาววัยห้าขวบของเขาป่วยเป็ไข้หวัดใหญ่ มีค่ารักษาหลายหมื่นบาท เขาเป็ตำรวจชั้นผู้น้อยมีเงินไม่พอ “เ้าช่วยมาเอาเงินชั้นไปก่อน มีเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืน ถ้าไม่มีก็ไม่เป็ไร สงสารลูกสาวแก” พูดจบท่านผู้การตบบ่าดาบช่วยเบาๆ ภาพสายตาอบอุ่นให้กำลังใจ
และอีกหลายต่อหลายครั้งที่ดาบช่วยมีปัญหาเื่เงินท่านผู้การก็ยื่นมือเข้าช่วย ภาพที่ทั้งสองร่วมเป็ร่วมตายกันมาหลายครั้ง คอยช่วยเหลือเกื้อกูลดาบช่วยความรักและเมตตาต่อลูกน้องคนนี้เสมอ
สามสี่วันผ่านไปท่านผู้การลืมตา ตาหนักจนแทบลืมไม่ขึ้น อาการเจ็บแผล่ท้องทำให้ไม่สามารถขยับร่างกายได้ เสียงเครื่องวัดชีพจรดังเป็ระยะ ท่านกวาดสายตาดูโดยรอบเห็นสายน้ำเกลือ ถุงเืห้อยอยู่ข้างตัว จึงรู้ว่าตนอยู่ในโรงพยาบาล หายใจหอบถี่แม้ใช้เครื่องช่วยหายใจ
สมาชิกในครอบครัวของท่านคอยสลับกันยืนหน้ากระจกด้านนอก เมื่ออิงอิ้งเห็นท่านผู้ลืมตาขึ้น จึงยิ้มกว้างสายตาเปี่ยมด้วยประกายความหวัง พลันผลุนผลันเข้ามาในห้องจนแทบจะลืมสวมชุดป้องกันเชื้อโรคพร้อมคุณแม่พี่อาร์ ดาบช่วยท่านผู้การมองลูกสาวสุดที่รักด้วยแววตาเศร้าฝืนยิ้มออกมาช้าๆ
“อิงอิ้งเหรอลูก..พ่อขอโทษนะลูก ที่พ่อไม่ทันระวังตัว พ่อรักลูกมากนะ เสียดายที่พ่อจะอยู่กับลูกอีกไม่นานที่ผ่านมาพ่อให้เวลากับครอบครัวน้อยไป....พ่อไม่ได้เลือกอุดมการณ์นะลูก...หนูเข้าใจพ่อไหมคะ”
น้ำตาอิงอิ้งไหลพรากพูดด้วยเสียงสะอิ้น “หนูก็รักคุณพ่อค่ะคุณพ่อต้องไม่เป็อะไร คุณพ่อต้องอยู่กับหนูไปนานๆ” ท่านผู้การฝืนยิ้มโดยไม่ตอบคำมองไปลูกชายคนเดียว “อาร์ดูแลคุณแม่กับน้องแทนพ่อด้วยนะลูก” พี่อาร์น้ำตาคลอ กลืนก้อนแข็งที่จุกอกลงไป“ครับคุณพ่อ....คุณพ่อไม่ต้องห่วง....คุณพ่อต้องหายครับ”ท่านผู้การส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาไหลออกมาหางตาทั้งสองข้าง หันไปทางดาบช่วย
“บุญช่วยชั้นฝากให้แกดูแลอิงอิ้งด้วยนะ...ชั้นไม่ไหว...หมดแรงอยากนอนยาวๆแล้ว” ดาบช่วยจุกอกสะอื้น “ครับนาย”
“คุณขา....คุณไม่ต้องห่วงชั้นจะดูแลลูกเองค่ะ”คุณนายริศา บีบมือท่านผู้การแน่น น้ำตาไหลอาบสองแก้ม ท่านผู้การฯยิ้มรับอย่างอ่อนแรง เสียงเครื่องวัดชีพจรและความดันดังเตือนลั่น ทีมแพทย์เข้ากู้ชีพกระตุ้นหัวใจ แต่ไม่ตอบสนองสิ้นใจอย่างสงบ คล้ายแสงเทียนยามต้องลมแสงไฟหรี่ลงเกือบดับแต่ปลายเทียนพยายามลุกโชนขึ้นอีกครั้ง แต่กลับแพ้แรงลม อิงอิ้งกราบที่เท้าท่านผู้การน้ำตานองหน้า หัวใจแหลกสลาย
ในงานพระราชทานเพลิงศพ ต่างคราคร่ำไปด้วยชุดขาวเต็มยศของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นายตำรวจ ตำรวจชั้นประทวนจากสำนักงานตำรวจปราบปรามยาเสพติด พลตำรวจตรีปราบภัยได้รับการปูนบำเหน็จเลื่อนยศเป็พลตำรวจเอกด้วยเสียชีวิตในหน้าที่
บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความหม่นหมอง ครอบครัวท่านผู้การต่างโศกเศร้า อิงอิ้งอิงริศา สวมชุดนักศึกษา ได้กล่าวคำไว้อาลัยต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ก่อนพิธีพระราชทานเพลิงศพจะเริ่มขึ้น
“คุณพ่อเป็พ่อที่สมบูรณ์ที่สุด รักครอบครัวมาก สมัยเด็กๆ แม้เหนื่อยจากภารกิจก็ยังหาโอกาสใช้เวลากับครอบครัว ส่งหนูเข้านอนเกือบทุกคืน พอหนูรู้ความพ่อมักจะบอกว่า ‘พ่อรักลูกมากนะ แต่พ่อก็รักอุดมการณ์ รักงานของพ่อด้วยนะลูก’
...หนูไม่เคยรู้สึกขาดความรักจากคุณพ่อ หนูไม่เคยรู้สึกว่าคุณพ่อรักงานและอุดมการณ์จนลืมหนู หนูขอสานต่ออุดมการณ์และงานที่คุณพ่อรักมาก....ถ้าคุณพ่อยังอยู่แถวนี้” เสียงสะอื้นดัง..สั่นเครือ พูดต่อไม่ไหว พลางสูดหายใจเข้าแรงๆกลืนก้อนที่จุกอก พูดต่อทั้งน้ำตาอาบแก้ม
“ขอให้รู้ว่าหนูรักพ่อมากนะคะ แม้จะไม่เท่าที่คุณพ่อรักหนู” จบประโยคอิงอิ้งร้องไห้โฮออกมาดังๆจนคุณแม่เข้ากอดลูกสาวไว้แน่นทั้งน้ำตา “คุณพ่อจะอยู่ในใจหนูเสมอนะคะ จนกว่าเราจะได้พบกันณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง...
และขอกราบคารวะพลตำรวจเอกปราบภัยวิลาวรรณ ผู้บัญชาการกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติดภาค 4ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ที่ยอมสละชีพเพื่อชาติ”
ท่ามกลางบรรยากาศเศร้ากลับมีสายตาของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คู่หนึ่งฉายแววโล่งใจผสมกับความริษยาและสะใจในการจากไปของท่านผู้การปราบภัยมุมปากมีรอยยิ้มน้อย ๆ ซ่อนไว้ ก่อนจะเดินขึ้นเมรุไปวางดอกไม้จัน