“ฮู้ววว จบซะที ขอบใจมาก เสี่ยวหลันวันนี้ถ้าเธอไม่ซัพได้เยี่ยมขนาดนี้ พวกเราไม่ชนะ PvP ข้ามเซิร์ฟแน่ๆ อาชีพนักบวชคลาสสิบนี่หาคนเล่นเก่งๆดีๆ ยากจริงๆ ในเกมนี่มีแทบนับคนได้” ฉีรุ่ย หัวหน้ากิลด์ ‘แท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์’ของเกม ‘บันทึก์’ เกมออนไลน์ชื่อดังที่สุดและเป็ที่นิยมที่สุดของจีนกล่าวด้วยความดีใจถึงขีดสุด
“โอยยยย ถ้าฉันไม่ได้นายกับคนอื่นนักบวชอย่างฉันก็ไม่รอดเหมือนกัน พวกกิลด์ Red Code นั่นก็โหดชิบฉันแทบจะซัพพวกนายไม่ทันอยู่แล้ว” ฮุ่ยหลันหรือที่เพื่อนในเกมเรียกเธอว่า ‘เสี่ยวหลัน’ โอดครวญให้ฟัง
“นั่นแหละ ยังไงก็ต้องขอบใจมากเออนี่ พวกเรามาดูรางวัลที่ได้มาดีกว่า ฉันจำได้ว่ามีผลึกอันหนึ่งที่เธอจะเอานี่ใช่มั้ย”
“อื้อ ใช่ ผลึกแสง์ของสำหรับเลื่อนคลาสนักบวช ฉันจะได้เลื่อนเป็สังฆราชคลาสหนึ่งเสียทีไอ้ผลึกบ้านี่ก็มีให้เฉพาะทีมที่ได้ที่หนึ่งด้วยนะ ไปตีบอสก็ยังไม่ยอมดรอปให้ ตีจนหน้าบอสกับหน้าฉันจะเหมือนกันแล้วเนี่ยเลเวลก็ตันมาจะสามเดือนแล้ว ค่าประสบการณ์ก็สะสมแล้วสะสมอีก” ฮุ่ยหลันบ่นออกมายาวเหยียดอย่างหงุดหงิด
ฉีรุ่ยยื่นส่งผลึกสีเหลืองสว่างให้ฮุ่ยหลัน“เอ้า นี่ ผลึกที่เธอต้องใช้ รีบเอาไปเลื่อนคลาสเลย เดี๋ยวอีกสามเดือนทีมเราต้องได้เจอพวกนั้นอีกแน่ๆ เดาได้เลยว่าพวกนั้นต้องไปอัพของมาอีกเพียบ”
“Thanks คุณหัวหน้ากิลด์ฉันไปเลื่อนคลาสก่อนล่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะ เลื่อนคลาสเสร็จแล้วฉันจะนอนยาวเหนื่อยมาก ตื่นแล้วค่อยมาสตรีมเกมใน YouKu กับ Iqiyiแล้วเก็บเวลต่อ เพราะฉะนั้น ห้ามโทรมาปลุกก่อนเด็ดขาด ถ้านายโทรมาฉันด่านายยับแน่”
“OK พรุ่งนี้เจอกัน เวลาเดิมมาเก็บเวลด้วยกัน”
“เลื่อนคลาสซะที”ฮุ่ยหลันกล่าวออกมาหลังจากเลื่อนคลาสเป็สังฆราชคลาสหนึ่งเรียบร้อย
“ไหนดูซิ สังฆราชคลาสหนึ่งมี Skill อะไรบ้าง”
ฮุ่ยหลันจิ้มนิ้วลงบนปลอกแขนที่สวมใส่อยู่ครู่เดียวก็ปรากฏหน้าต่าง Skill ของสังฆราชคลาสหนึ่งขึ้นมา
“ว้าววว สกิลชุบชีวิตหมู่ชุบชีวิตทุกคนในทีมได้พร้อมกันแถมเืกับพลังเวทเต็มหลอด แถมะให้อีกห้าวิ แต่...โหคูลดาวน์สิบนาที เฮ่อ นานเกิ๊น ถ้าซักห้านาทีจะแจ่มมาก”
“ไรเนี่ย มี FCT ห้าวิ แถม VCT อีกสิบห้าวิ รวมเป็ยี่สิบวิ กรรมของสังฆราชอย่างฉันเลย กว่าจะร่ายจบฉันจะตายก่อนมั้ยเนี่ย” ฮุ่ยหลันบ่นยาวหากก็ยังคงอ่าน Skillใหม่ของสังฆราชคลาสหนึ่งต่อไป
“เอาวะ Skill ใหม่ดีๆก็มีหลายอันอยู่ เดี๋ยวไปนั่งศึกษาให้ละเอียดแล้วค่อยเลือกว่าจะใช้อันไหนดีกว่า ตอนนี้ขอออกเกมก่อนเถอะจะขาดใจตายอยู่แล้ว”
ไม่นานฮุ่ยหลันก็ Logout ออกจากเกมก่อนจะออกมากินข้าวอาบน้ำ แล้วรีบเข้านอน
เราอยู่ที่ไหนเนี่ยมีแต่หมอกเต็มไปหมดเลย ฮุ่ยหลันนึกในใจ แปลกใจว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
ฮุ่ยหลันเดินไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้ทิศทางแต่ทุกแห่งรอบด้านมีแต่หมอกสีขาวเต็มไปหมด เธอรู้สึกได้แค่ว่าที่แห่งนี้ไม่มีใครเลยมีเธอเพียงผู้เดียวเท่านั้นฮุ่ยหลันเดินงงราวกับหลงทางอยู่ท่ามกลางหมอกขาวเ่าั้อยู่เนิ่นนาน
“นังหนูฮุ่ยหลัน มาตรงนี้”พลันมีเสียงแหบพร่าของชายชราผู้หนึ่งดังขึ้น
ฮุ่ยหลันเหลียวมองล่อกแล่ก
ผีหลอกรึเปล่าวะ
ฮุ่ยหลันคิดในใจอย่างผวาก็บรรยากาศรอบตัวมันวังเวงน้อยเสียที่ไหนล่ะ ถ้าจะมีผีโผล่มาซักฝูงเนี่ยเธอจะไม่แปลกใจเลย
“ข้าไม่ใช่ผี ไม่ต้องกลัวหรอกน่าข้าน่ะดีกว่าผีเยอะ เดินตรงมานี้ เดี๋ยวเ้าก็พบข้าแล้ว”เสียงแหบพร่านั้นตอบกลับมาทันทีราวกับรู้ว่าฮุ่ยหลันคิดอะไร
เมื่อเดินตรงต่อไปข้างหน้าได้อีกระยะหนึ่งฮุ่ยหลันจึงค่อยมองเห็นชายชราผมเผ้าคิ้วและหนวดเคราขาวโพลน หน้าตาท่าทางใจดีกำลังยิ้มให้เธออยู่แต่เป็รอยยิ้มประหลาดพิกลเพราะเธอรู้สึกว่าเป็รอยยิ้มแบบคนทำอะไรผิดแล้วรอสารภาพผิดอยู่ชายชราผู้นี้แต่งกายในชุดจีนโบราณ แม้จะเฒ่าชราแต่ท่าทีกลับสูงศักดิ์สง่างามน่าเลื่อมใส ตาเฒ่าผู้นี้นั่งเอนอิงอยู่บนเก้าอี้โยกตัวหนึ่ง
เดี๋ยวนะ ใส่ชุดจีนโบราณ แต่นั่งเก้าอี้โยกแบบฝรั่งมันมาด้วยกันได้ไง ฮุ่ยหลันคิดในใจอย่างงงๆ
“เอ่อ...คุณตา...เอ่อ...เป็ใครแล้วที่นี่ที่ไหน” เธอถามออกไป
“นั่งลงเสียก่อน อยากจะดื่มอะไรมั้ยชาหรือกาแฟ ของว่างด้วยก็ได้นะ”
ฮุ่ยหลันตาโตอ้าปากค้าง
ชาหรือกาแฟ ของว่าง นี่ฉันหูฝาดไปรึเปล่าวะเนี่ยฮุ่ยหลันคิดในใจอย่างทำตัวไม่ถูก
“เ้าจะอ้าปากอีกนานรึไม่ จะเอาชาหรือกาแฟบอกมา ของว่างด้วยมั้ย”
ฮุ่ยหลันอ้าปากพะงาบๆอยู่ชั่วครู่จึงค่อยตั้งสติได้ “เอ่อ...ชาค่ะของว่างขอเป็...เอ่อ...มาการองได้มั้ยคะ”
“ได้ จะดื่มชาอะไร มาการองแบบไหน”
ตาเฒ่าคนนี้ตอบกลับมาได้ทันควันทำเอาฮุ่ยหลันต้องหน้าเหวอ ครู่หนึ่งก็จ้องหน้าชายชราผู้นี้อย่างสงสัยสีหน้าและแววตาของเธอทอประกายวาบถึงบางความคิดที่แล่นเข้าสู่สมองอย่างรวดเร็วเหลือบตามองรอบด้านอีกหนฮุ่ยหลันค่อนข้างแน่ใจว่าไอ้ความคิดที่เพิ่งเกิดขึ้นมันเข้าเค้าอยู่ไม่น้อยแต่เธอไม่มั่นใจและไม่แน่ใจว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองจริงๆ
เอาวะ ทดสอบดูก็ไม่เสียหายถ้าไม่ใช่ก็ค่อยว่ากันตามเหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่ถ้าใช่นี่สิ เราจะเอาไงต่อดีฮุ่ยหลันคิดในใจพร้อมกับมีสีหน้ายุ่งยาก
ฮุ่ยหลันนิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ชายชราก็ปล่อยให้เธอคิดตามสบาย
“ชาร้อนขอเป็ Always Sakura Tea เป็ชาเขียวผสมกับเชอร์รี่บลอสซั่ม ขอกาใหญ่นะคะ” ฮุ่ยหลันเอ่ยปากออกมา
“ได้”
บนโต๊ะตรงหน้าเธอปรากฏชาร้อนในกาขนาดใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมของเชอรี่บลอสซั่มเสียหอมฟุ้งให้เธอได้จิบชาจนพอใจ พร้อมถ้วยชา จานรอง และช้อนคันเล็ก
ฮุ่ยหลันจ้องตาค้างมองชาร้อนกาใหญ่ตรงหน้าก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ
เอาวะ เป็ไงก็เป็กัน ไหนๆก็มาขนาดนี้แล้ว เธอนึกในใจ
“มาการองขอเป็ของร้าน Pierre Herme รสของมาการองที่อยากทานขอเป็รสIspahan ที่ตัวครีมจะเป็รสลิ้นจี่กับราสพ์เบอร์รี่และได้กลิ่นของกุหลาบส่วนมาการองของอีกร้านที่อยากทานคือร้าน Laduree ขอเป็รส OrangeBlossom, รส Pétale de Rose, รส Salted Caramel และรส Antoinetteที่ไส้เป็ชาดำกับน้ำผึ้งค่ะ”
ฮุ่ยหลันจาระไนแบบละเอียดยิบเพราะมาการองเป็ของหวานที่เธอชอบมาก แต่ราคาที่แพงชนิดหูดับตับไหม้ทำเอาเวลาจะซื้อมากินซักกล่องเล็กๆ เธอต้องน้ำตาไหลทุกครั้งเพราะความแพงของมัน
เพียงฮุ่ยหลันบอกความ้าจบ บนโต๊ะตรงหน้าเธอก็ปรากฏจานกระเบื้องสีขาวที่จัดวางมาการองรสชาติที่เธออยากกินไว้อย่างละสามชิ้น
ฮุ่ยหลันจ้องมองขนมหวานตรงหน้าตาแทบถลนก่อนจะเหลือบมองตาเฒ่าผมขาวอีกทีอย่างไม่แน่ใจอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อยจัดการรินชาใส่ถ้วย แล้วค่อยๆ ละเลียดจิบชา สูดกลิ่นหอมของชาอย่างสบายใจกัดมาการองกินไปหนึ่งชิ้นพร้อมกับหลับตาซาบซึ้งกับทั้งกลิ่นหอมของชาและรสชาติหวานน้อยๆของมาการองที่เข้ากันอย่างพอดิบพอดีที่สุด
“เอาล่ะค่ะคราวนี้คุณตาอยากคุยอะไรกับหนูคะ เลี้ยงชากับขนมซะเลิศหรูดูแพงขนาดนี้คงไม่เลี้ยงหนูฟรีๆ หรอก” ฮุ่ยหลันถามขึ้นหลังจากกลืนมาการองชิ้นที่สองลงไปพร้อมกับจิบชาตามหลังอีกสามคำ
“ฟรี”
ฮุ่ยหลันตาโตหากก็นึกขึ้นได้ทันที
“ถ้าฟรีแสดงว่าคุณตาต้องมีเื่อะไรจะใช้หนูล่ะสิ แต่จะใช้หนูทั้งทีเลี้ยงแค่ชากับมาการองนี่ น้อยไปนะคะ คุณตาบอกหนูมาตามตรงดีกว่าว่าอะไรหนูจะได้เรียกค่าจ้างได้ถูกต้อง” ฮุ่ยหลันเข้าประเด็นทันที
“นี่ข้ายังไม่ทันพูดอะไรเ้าก็จะคิดค่าจ้างแล้วเรอะ”
“แน่นอนค่ะ เลี้ยงชาแพงๆ ขนมหรูๆแถมบอกฟรี ชัวร์เลยว่าที่คุณตาจะจ้างหนูทำอะไรซักอย่างนี่ น่าจะงานยากระดับงานโอลิมปิกเลยล่ะมั้งที่สำคัญนะคะ ไม่มีใครหว่านพืชแล้วไม่หวังผลหรอกค่ะ”
ตาเฒ่าคนนี้ต้องยิ้มออกมาอย่างชอบใจ“ก็ดี งั้นข้าก็จะบอกเ้าตามตรง คือว่า...”
“...ยามนี้เ้าตายแล้ว”
“เดี๋ยวนะคะคุณตา มุขนี้ไม่ตลกค่ะ เอาใหม่”
“เ้าตายแล้วจริงๆ คือที่จริงคนที่จะต้องตายจะเป็ยายแก่คนนึง แต่เผอิญข้าทำพลาด เข้าใจผิดว่าเป็เ้าจึงนำิญญาเ้าออกจากร่าง กว่าข้าจะรู้ตัวว่าทำผิดก็ผ่านไปแล้วสามวันร่างเ้าก็ถูกทำพิธีศพและฝังในสุสานเรียบร้อยแล้วส่วนยายแก่ที่ถึงฆาตแล้วต้องไปเกิดใหม่ข้าก็เพิ่งจัดการเสร็จไปก่อนหน้าจะเรียกิญญาของเ้ามาคุยนี่แหละ”
คราวนี้ฮุ่ยหลันตาโตอ้าปากค้างแล้วจริงๆเพราะไอ้ที่เธอสงสัยดันใช่ เธอเองก็เป็นักอ่านนิยายเหมือนหลายๆ คนแล้วไอ้แนวตายแล้วไปเกิดในโลกใหม่ มันก็ต้องมาอยู่ในที่ที่มีหมอกควันคล้ายๆ แบบนี้แล้วก็ต้องเจอพระเ้าที่เป็ผู้สร้างโลกทั้งหมดนี่เป็แนวนิยายที่ฮิตสุดๆ แนวหนึ่งเลยทีเดียว ใครจะไปคิดล่ะว่าจะมาเกิดกับตัวเองจริงๆ
“ที่เรียกิญญาเ้ามาคุยเนี่ย คือข้าก็เตรียมจะรับผิดชอบที่ข้าทำผิดพลาด”
ฮุ่ยหลันยังนั่งนิ่งอึ้งไปหมดนี่เป็เื่ที่เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลย
“เอ่อ...อย่างนั้นคุณตาก็คือพระเ้าผู้สร้างโลกซึ่งก็รวมโลกที่หนูอยู่ด้วยใช่มั้ยคะ”ฮุ่ยหลันถามออกมาหลังจากตั้งสติได้
“ใช่”
“แล้วทำไมคุณตาถึงทำพลาดล่ะ”นี่เป็สิ่งที่ฮุ่ยหลันสงสัยที่สุด ระดับพระเ้าเนี่ยนะทำพลาด !
“ทุกทีมันไม่ใช่หน้าที่ข้า แต่เผอิญ ‘ฉินกวงหวาง’ ติดธุระสำคัญ เขาจึงฝากให้ข้าช่วยดูแลแทนเขาหนึ่งวันแล้ว...เอ่อ...ข้าก็ใช้กระจกส่องกรรมไม่ชำนาญ พอส่องดูเ้า เลยเกิดข้อผิดพลาดขึ้น”น้ำเสียงตอนท้ายของตาเฒ่าผู้นี้พลันอ่อยลง
ฮุ่ยหลันถอนหายใจเฮือกสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก “แล้วคุณตาจะชดเชยให้หนูยังไงคะ”
“ข้าจะให้เ้าไปมีชีวิตแทนนางเซียนผู้หนึ่ง”
คำตอบนี้ทำให้ฮุ่ยหลันนิ่งอึ้งนางเซียน !
“นางเซียนผู้นี้วาสนาน้อยนักถือกำเนิดในครรภ์ของมารดาได้เพียงสามเดือนก็หมดวาสนาแต่เพราะมารดาของนางและทุกคนรอบข้างยังไม่มีผู้ใดทราบว่าทารกน้อยนี้ได้ดับสูญไปแล้วประกอบกับตัวเ้าที่ข้าตรวจดูจากกระจกส่องกรรมเ้าประกอบแต่บุญกุศลและช่วยเหลือผู้อื่นมาตลอด ทำแต่ความดีมาตลอดทั้งยังกตัญญูต่อบิดามารดาอย่างยิ่ง เ้าจึงมีวาสนาสูงพอที่จะได้บังเกิดเป็เซียนแต่เ้าจะเลื่อนระดับเป็เซียนขั้นสูงต่อไปได้เพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความประพฤติของเ้ายามที่ใช้ร่างนางเซียนนี้”
“หากเ้าประพฤติดี ประพฤติชอบอย่างสม่ำเสมอ ทั้งหมั่นฝึกฝนเพิ่มพูนปราณเซียนการเลื่อนระดับขั้นเซียนของเ้าก็ย่อมทำได้ง่ายดาย”
ฮุ่ยหลันทำตาปริบๆ
“เอ่อ...แล้วเป็นางเซียนต้องทำอะไรมั่งคะ”
“เ้าก็ใช้ชีวิตตามปกติเช่นยามที่เ้าเป็มนุษย์นั่นแหละ”
“เอ่อ...แต่ตอนที่หนูยังมีชีวิตอยู่หนูเป็สตรีมเมอร์นะคะ”
“สตรีมเมอร์คืออะไร”คราวนี้คุณตาพระเ้าต้องถามออกมาถึงแม้ว่าเขาจะเป็พระเ้าผู้สร้างแต่รายละเอียดเล็กน้อยเช่นนี้ที่มนุษย์พัฒนาขึ้นเขาย่อมไม่ทราบ
“ขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการเลยนะคะหนูชื่อ ‘ฮุ่ยหลัน’ อายุ 34 ปี เป็สตรีมเมอร์ (Streamer) เกมออนไลน์แบบ MMORPG มา 10 ปีแล้วค่ะ หนูผลิตสื่อต่างๆให้คนดูเป็จำนวนมากแล้วมีผู้ติดตามจำนวนมาก ช่องสตรีมเมอร์ของหนูมีคนติดตามห้าล้านคนค่ะส่วนเกมคือ...อย่างคุณตาเนี่ย หนูเดาว่าคงชอบเล่นหมากล้อมในโลกมนุษย์ที่หนูอยู่ก็มีคนเล่น แต่เราเรียกว่าเกมหมากล้อม พูดง่ายๆ ก็คือหนูเล่นเกมให้คนจำนวนมากดู พวกเขาก็ได้ Trick ต่างๆในการเล่นเกมจากการดูหนูเล่น แล้วหนูก็มีรายได้จากการที่มีคนดูหนูเล่นเกมประมาณนี้ค่ะ” ฮุ่ยหลันพยายามอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด
พระเ้ามองฮุ่ยหลันอย่างนึกทึ่ง
“แปลกดี” คุณตาหลุดปากออกมา
“ข้าชื่อ ตว๋อเทียน”คุณตาพระเ้าแนะนำตัวเองบ้าง
“เ้าก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนอย่างตอนเป็มนุษย์แต่เมื่อเ้าเป็เซียน เ้าก็ต้องมีภาระหน้าที่ข้าจะอธิบายระดับขั้นของเซียนให้เ้าฟัง”
“ระดับขั้นเซียนมีทั้งหมดห้าขั้นได้แก่ กุ่ยเซียน เหรินเซียน ตี้เซียน เสินเซียน และเทียนเซียนระดับขั้นเซียนนี้จะเกี่ยวกับระดับปราณเซียนที่เ้าต้องฝึกฝนและบำเพ็ญตน”
“ระดับปราณจะมีทั้งหมดสิบเก้าขั้นแต่ละขั้นมีสิบขั้นย่อย แบ่งแยกตามระดับขั้นเซียน นั่นคือ กุ่ยเซียนประกอบด้วยลมปราณในระดับสร้างลำต้น แตกหน่อ ผลิดอก รวมปราณ”
“เหรินเซียน ประกอบด้วยพิชิต มองทะลุนักพรต พ้นบาป”
“ตี้เซียน ประกอบด้วย ขึ้น์แปลงเซียน และเซียนกนก”
“กุ่ยเซียนและเหรินเซียนคือปราณในขอบเขตมนุษย์ตี้เซียนคือปราณในขอบเขตครึ่งเทพ”
“ขอบเขตแห่งเทพแบ่งลำดับเพียงสองคือเสินเซียนและเทียนเซียนเสินเซียนประกอบด้วย เซียนเมธี เซียนปฐี และเซียนนภา”
“เทียนเซียนประกอบด้วย เ้าเซียนจอมเซียน าาเซียน จักรพรรดิเซียน และเทพเทวา”
“ระดับปราณยังมีขอบเขตอีกขั้นคือขอบเขตสุญญตานี่เป็ขอบเขตในระดับเทพผู้สร้างโลกเช่นข้า ยามนี้ยังไม่มีผู้ใดฝึกฝนได้ถึงขอบเขตนี้ขอบเขตสุญญตาประกอบด้วย วิถีเริ่มต้น วิถีควบคุม วิถีเผาจิต วิถีจิตเทพ วิถี์วิถีสูงสุด วิถีวัฏจักร มหายาน และสุดท้ายคือสุญญตาแต่ละขั้นของขอบเขตสุญญตาย่อมมีสิบขั้นย่อยเช่นกัน”
“เข้าใจแล้วค่ะแล้วภาระหน้าที่ของหนูคืออะไรคะ”
“กำจัดมาร”
“หยุดก่อนเลยค่ะขอถามเหตุผลก่อนว่าทำไมต้องกำจัดมาร”
“เพราะมันเป็มาร”
“เหตุผลแค่นี้เหรอคะ”
“ใช่ แค่นี้”
“ถ้าเหตุผลแค่นี้ หนูขอปฏิเสธค่ะหนูไม่กำจัดมาร และจะช่วยมารด้วย”
“นังหนู !”คุณตาพระเ้าลงเสียงหนักทันที
“ทำไมล่ะคะก็หนูถามแล้วนี่ว่าทำไมต้องกำจัดมาร คุณตาก็บอกเองว่าเพราะเป็มารถ้าเหตุผลมีแค่นี้ หนูว่าไม่ยุติธรรม แค่คนๆ นี้เป็มารก็ต้องกำจัดทั้งๆ ที่เขายังไม่ได้ทำผิดอะไรเลยถ้าอย่างนั้น สมมติว่าคุณตาเป็มาร หนูก็ควรกำจัดคุณตาเสียั้แ่ตอนนี้เลยถูกมั้ยคะ”
“แล้วถ้าหากว่ามารสังหารมนุษย์ฆ่าเทพเซียนล่ะ”
“นั่นก็ต้องดูก่อนค่ะว่าเขาทำแบบนั้นทำไมหนูเชื่อว่าทุกการกระทำมีเหตุผลในตัวของมัน ไม่ว่าจะเป็เหตุผลงี่เง่าแค่ไหนก็ตามหากเขาถูกบีบคั้นจนไม่มีทางเลือกทำให้ต้องลงมือสังหารด้วยความจำเป็ โทษที่เขาควรได้รับก็ต้องพิจารณาไปตามเหตุแห่งการกระทำไม่ใช่ตัดสินบนสิ่งที่เขากระทำแต่เพียงอย่างเดียว”
“แต่หากเขาลงมือสังหารโดยไร้เหตุผลกระทำไปเพียงเพราะความพอใจ แบบนี้ถ้าจะต้องกำจัดมารก็ถูกต้องค่ะ”
“แต่ถ้าเ้าคิดและกระทำเช่นนี้เหล่าเทพเซียนทั้งหลายย่อมไม่พอใจหาว่าเ้าเข้าข้างมารและจะกล่าวหาว่าเ้าเป็มารไปด้วยนะ” คุณตาพระเ้ากล่าวเตือน
“แล้วไงคะ หนูต้องแคร์? ถ้าเป็เทพเซียนแล้วไม่พิจารณาเหตุและผลให้ถูกต้องเช่นนั้นก็ไม่ควรเรียกว่าเทพเซียนแล้วค่ะ ควรเรียกว่ามารต่างหากความเห็นของคนหมู่มากใช่ว่าจะถูกต้องเสมอไปนะคะ”
“ถ้าคุณตายังยืนยันว่านางเซียนคนนั้นต้องกำจัดมารอย่างงั้นหนูก็ไม่ไปเกิดเป็นางเซียนนั่นหรอกค่ะ ถ้าต้องไปเกิดเป็นางเซียนงี่เง่าขนาดนั้นหนูไปเกิดเป็มารซะเลยดีกว่า ไหนๆ ก็หาว่ามารชั่วแล้ว หนูก็จะไปป่วน์ซะให้เข็ดเอาให้์ะเิกันไปเลย ช่วยเข้าใจให้ตรงกันนะคะ”
“ดี เ้าตอบได้ดี เ้าไปเกิดเป็นางเซียนผู้นั้นเถิดไม่ต้องกังวลกับเื่กำจัดมาร เมื่อถึงเวลาเ้าก็พิจารณาด้วยเหตุและผลอันแท้จริงให้ดี”
“แบบนี้ก็ได้ค่ะแต่จะให้หนูไปเกิดเฉยๆ แล้วไม่มีแถมอะไรให้มั่งเลยเหรอคะ ตามนิยายที่หนูอ่านมาความผิดพลาดแบบนี้ มันต้องมีของชดเชยให้ด้วยนะคะ”
“เ้าอยากได้อะไรล่ะ”
“เอ่อ...”ฮุ่ยหลันคิดอย่างรวดเร็วที่สุดเธอเคยชินกับการต้องตัดสินใจอะไรที่รวดเร็วและไม่เสียเปรียบฝ่ายตรงข้ามหรือเสียเปรียบให้น้อยที่สุดอยู่แล้วจากการเล่นเกมที่ต้องมีการตัดสินใจเฉพาะหน้าอยู่บ่อยครั้ง
“ไหนๆ หนูก็เป็สตรีมเมอร์เกมคุณตามอบระบบแบบเกมให้หนูได้มั้ยคะ อย่างเช่น ค่าสถานะของร่างกายที่ดีกว่าคนอื่น Skillที่เจ๋งกว่าคนอื่น อุปกรณ์สวมใส่ อาวุธ ยาต่างๆ ทักษะดำรงชีพอะไรพวกนี้ค่ะไม่อย่างนั้นหนูก็ไม่รู้ว่าหนูไปเกิดเป็เซียนแล้วจะไปทำอะไรดีเหมือนกัน”
คุณตาพระเ้านิ่งคิดไปครู่หนึ่ง“ก็ได้ ข้ามอบระบบแบบเกมให้ เ้าสามารถเลือกและปรับเปลี่ยนค่าสถานะได้ตาม้าตลอดเวลา”
“เยี่ยมไปเลยค่ะ ! !”
“ส่วน Skill เ้าจะได้เพิ่มขึ้นเมื่อเ้าเลื่อนระดับลมปราณสำเร็จและจะได้เพิ่มเป็พิเศษเมื่อเ้าเลื่อนขั้นระดับเซียน อย่างอื่นนอกเหนือจากนี้เ้าก็ไปหาในดินแดนที่เ้าต้องไปอยู่ ที่สำคัญคือ ของต่างๆ ไม่มีการแบ่งอาชีพสามารถใส่ได้หมด”
“ใส่ได้หมด !” ฮุ่ยหลันตาลุกทันที
“เทพเซียนและทุกเผ่าพันธุ์ในดินแดนแห่งนั้นพวกเขาจะมีค่าสถานะลักษณะนี้เช่นกัน เพียงแต่พวกเขาไม่สามารถปรับเปลี่ยนหรือมองเห็นสถานะได้เช่นเ้าถือว่าเ้าโกงกว่าพวกเขามากนะ”
“เอ่อ...แล้วให้หนูสามารถเห็นค่าสถานะของพวกเขาได้มั้ยคะ”ฮุ่ยหลันกะลิ้มกะเหลี่ยขอออกมา
“ได้ แต่เ้าจะเห็นได้เมื่อลมปราณของเ้าอยู่ในระดับขึ้น์ขั้นที่หนึ่ง”
“แล้วหนูสามารถปรับค่าสถานะให้พวกเขาได้มั้ยคะ”
“ได้ แต่นั่นเป็ Questหลักอันหนึ่งที่เ้าต้องทำภารกิจให้สำเร็จ”
“OK ค่ะ แล้วหนูจะฝึกฝนเพิ่มลมปราณและเปิดจุดชีพจรได้ไงคะ”
“การฝึกฝนเพิ่มลมปราณเ้าต้องอาศัยปราณทิพย์ในการฝึกฝน ดังนั้น จงหาสถานที่ที่มีปราณทิพย์เป็จำนวนมากนั่นจะช่วยให้เ้าเพิ่มพูนลมปราณได้ดี ส่วนการเปิดจุดชีพจรบิดามารดาของเ้าจะเป็ผู้เปิดให้เอง”
ฮุ่ยหลันพยักหน้าหงึกหงัก
“เ้าอยากได้อะไรอีกมั้ย”
“ให้หนูทำอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มทุกชนิดได้เก่งที่สุดอร่อยที่สุดเลยได้มั้ยคะ” ฮุ่ยหลันแน่ใจว่าถ้าเธออยากกินมาการองของโปรดแดนเซียนหรือแดนมารก็ไม่มีมาการองให้กินแน่
“ได้ ทักษะการทำครัวนี้ข้าให้เ้าได้เลย เ้าควรรู้ไว้ว่าของที่เ้าปรุงจะสามารถเพิ่มพูนค่าสถานะของผู้ที่รับประทานเข้าไปได้นะและถ้ากินเป็ประจำล่ะก็ มันจะเพิ่มค่าสถานะให้เ้าได้ถาวร”
“OK เลยค่ะ”
“แล้วเ้าไม่อยากได้อะไรอีกแล้วหรือ”
“เอาแบบนิยายจีนได้มั้ยคะ แบบแค่เห็นหรือได้ยินผ่านหูก็จดจำได้แม่นยำไม่ลืมเลือนเข้าใจได้ในทันที ฝึกอะไรก็สำเร็จขั้นสูงสุดได้ภายในเจ็ดวัน อะไรทำนองนี้น่ะค่ะ”
“เอ้า ! ข้าให้”
ฮุ่ยหลันยิ้มร่าทันที
“จะเอาอะไรอีกมั้ย”
“ไม่มีแล้วค่ะ ได้มาแค่นี้หนูก็โกงมากแล้ว อย่าเอาเปรียบคนอื่นมากเกินไปเลยดีกว่าค่ะ”
“เช่นนั้น ตอนนี้เ้าก็นั่งศึกษาสิ่งที่ข้าให้ไปและจัดการเสียให้เรียบร้อยข้าให้เวลาเ้ากับเื่พวกนี้สามชั่วยาม เมื่อครบแล้วเ้าจะไปถือกำเนิดในครรภ์ของมารดาในดินแดนแห่งนั้นทันที”
คุณตาตว๋อเทียนหายไปแล้วยามนี้จึงมีเพียงฮุ่ยหลันนั่งจิบชาและกินมาการองอย่างสบายใจ มือวาดออกเบื้องหน้าก็ปรากฏPlatform ของระบบขึ้นมาฮุ่ยหลันนั่งศึกษาและทำความเข้าใจอยู่ราวหนึ่งชั่วยามจึงเข้าใจทั้งหมด
ดินแดนเซียนที่เธอต้องไปเกิด ไม่มีระบบอาชีพนั่นจึงทำให้อุปกรณ์ทุกอย่าง ทุกคนสามารถใช้ได้หมดอยู่ที่ว่าผู้ใช้จะชำนาญอาวุธใดและชอบแบบไหน
Skillมีหลากหลายมากมายจนลานตา ฮุ่ยหลันคิดว่าไว้ให้เธอไปเกิดเสียก่อนค่อยมาเลือก Skill ที่เธอควรใช้ สิ่งสำคัญคือ Skill เหล่านี้แต้มที่ใช้ในการอัพสกิลนั้น มีสูงสุดเพียง 200แต้มเมื่อลมปราณของเธออยู่ในระดับเทพเทวาขั้นสิบ หากอยากได้มากกว่านี้เธอต้องหาหรือสร้างของวิเศษขึ้น
เผ่าพันธุ์ในแดนเซียนแห่งนั้นมีเจ็ดเผ่าได้แก่ ั กิเลน จิ้งจอกเก้าหาง หงส์แดง สิงโต เต่าั และเสือขาว
ั เป็เผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังและศักดิ์สิทธิ์แห่งฟ้าและดินเป็าาของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง เป็สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่สามารถต้านทานการโจมตีของเผ่าอื่นได้
กิเลน เป็เผ่าที่เกิดจากธาตุทั้งห้าคือ ดิน น้ำ ไฟ ไม้ และทองผสมกัน มีนิสัยอ่อนโยนและขี้อาย แต่ก็คล่องแคล่วว่องไวเปี่ยมด้วยพละกำลัง
จิ้งจอกเก้าหาง เป็เผ่าที่มีพลังในการแปลงกายและล่อลวงมีไหวพริบสูง ยิ่่งมีจำนวนหางมากเท่าไร ก็ยิ่งหลักแหลม และทรงอำนาจมากเท่านั้น
หงส์แดง เป็เ้าแห่งปักษา มาพร้อมกับเปลวเพลิงที่ส่องสว่างและเสียงขับขานอันน่าหลงใหล
สิงโต เป็เผ่าผู้พิทักษ์และขับไล่ิญญาร้ายสามารถสลายพลังปราณชี่พิฆาตต่างๆ
เต่าั เป็เผ่าที่มีพลังอำนาจ มีเกราะป้องกันอันตราย
เสือขาว เป็เผ่าแห่งการต่อสู้ การปกป้องการคุ้มครอง
เมื่ออ่านจบก็ตัดสินใจได้ทันทีเธอเลือกจิ้งจอกทองเก้าหาง จิ้งจอกสายพันธุ์ที่หายากที่สุดและยังไม่เคยปรากฏในแดนเซียนแห่งนั้นจิ้งจอกเก้าหางคือเผ่าที่มีพลังในการแปลงกายและล่อลวง มีไหวพริบสูง ที่สำคัญคือจิ้งจอกทองเก้าหางมีความเร็วในการเคลื่อนที่สูงสุดและพรางตัวได้ไร้ร่องรอยที่สุดนี่จึงจะตรงกับความ้าที่แท้จริงของเธอ
เอ !ว่าแต่ครอบครัวใหม่ของฉันเผ่าอะไรกันล่ะ ลืมถามคุณตาเสียด้วยสิแต่ฉันเลือกเผ่าจิ้งจอกเก้าหางไปแล้วนะ เอาไงดีล่ะ
ช่างมันเหอะ เผ่าอะไรก็ช่าง ไม่สนอ้ะฉันเลือกจิ้งจอกเก้าหางไปแล้ว ฉันไม่เปลี่ยนใจ
ดินแดนในแดนเซียนแห่งนั้น ถูกเรียกว่าสี่ทะเลแปดดินแดนสี่ทะเลได้แก่ทะเลอุดร ทะเลบูรพา ทะเลทักษิณ และทะเลประจิมเผ่าพันธุ์ที่ทะเลทั้งสี่คือเผ่าั
แปดดินแดนนั้น ประกอบด้วยแดนอุดรที่เป็ฤดูหนาวตลอดทั้งปีโดยเผ่าเต่าั
แดนอีสานเป็ของเผ่ากิเลนเป็ฤดูหนาวครึ่งปีและฤดูใบไม้ผลิครึ่งปี
แดนบูรพาเป็ของเผ่าัมีฤดูใบไม้ผลิตลอดทั้งปี
เผ่าัยังแดนอาคเนย์ที่มีฤดูใบไม้ผลิครึ่งปีและฤดูร้อนครึ่งปี
แดนทักษิณเป็ของเผ่าหงส์แดงมีฤดูร้อนทั้งปี
แดนหรดีเป็ของเผ่าสิงโตมีฤดูร้อนสี่เดือนฤดูใบไม้ร่วงสี่เดือน และฤดูฝนสี่เดือน
แดนประจิมเป็ของเผ่าเสือขาวมีฤดูใบไม้ร่วงทั้งปี
และแดนพายัพเป็ของจิ้งจอกเก้าหางมีฤดูใบไม้ร่วงสี่เดือนฤดูหมอกสี่เดือน และฤดูหนาวสี่เดือน
จากดินแดนทั้งหมดจึงบอกชัดว่าเผ่าัแข็งแกร่งและทรงอำนาจเพียงใดส่วนเผ่าที่เหลือนั้นมีความเข้มแข็งพอๆ กัน
ฮุ่ยหลันนั่งตรวจเช็คความเรียบร้อยของทุกอย่างจนแน่ใจเมื่อเธอวาดฝ่ามือเพื่อปิด Platform ได้เพียงครู่เดียว รอบด้านของเธอก็กลายเป็มืดมิดไปหมดแล้วสติของเธอก็ดับวูบ
ร่างของผู้เฒ่าตว๋อเทียนปรากฏขึ้นทันที
คงเป็ชะตาลิขิตสินะ นังหนูฮุ่ยหลันถึงเลือกจิ้งจอกทองเก้าหางถึงแม้จะเลือกไปเพื่อให้ได้เปรียบมากที่สุดแต่นังหนูนี่ย่อมไม่รู้ว่าแดนเซียนอันไพศาลนั้นไม่เคยปรากฏจิ้งจอกทองเก้าหางมาก่อนจิ้งจอกที่เป็ดั่งตำนานของแดนเซียน
เ้าหยางหลงลูกชายซื่อบื้อของข้าจะทำอย่างไรกันนะเมื่อได้พบเจอจิ้งจอกน้อยจอมเฮี้ยวดูท่าทางนังหนูฮุ่ยหลันไม่ยอมลงให้ง่ายๆ แน่ ผู้เฒ่าตว๋อเทียนได้แต่ครุ่นคิดพร้อมกับยิ้มอย่างขบขัน
**ซัพ หมายถึง support การช่วยเหลือผู้เล่นในทีมเดียวกันด้วย Buff และ Debuff ซึ่ง Buff คือ การเสริมให้ตัวละครใดๆ ของฝ่ายตนเองมีสถานะที่ดีขึ้นส่วน Debuff ก็ตรงข้าม คือ การทำให้ตัวละครใดๆ ที่อยู่ในสถานะติดBuff อยู่ แล้วทำให้ Buff นั้นๆ หายไปเช่น ทำให้สถานะผิดปกติของฝ่ายเราหายไป เป็ต้น
Guild (กิลด์) เป็ระบบหนึ่งในเกมออนไลน์ทั่วไปมีไว้สำหรับจัดการผู้เล่นที่้าอยู่รวมกันเป็หมู่คณะในจำนวนมากโดยเป็ระบบที่ดีกว่าระบบปาร์ตี้ เพราะระบบปาร์ตี้นั้นเป็ระบบที่สามารถรับคนได้ไม่เกิน3-6 คน และบางทีก็อยู่ด้วยกันเพียงครั้งคราวหรือเพียงวัตถุประสงค์เื่การเก็บเลเวลทำเควส เท่านั้นบางคนเมื่อทำสิ่งที่้าเสร็จก็ออกจากปาร์ตี้ไปต่างจากระบบกิลด์ ที่มีการรับสมาชิกเป็จำนวนมากจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นตามระดับเลเวลกิลด์ คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาสมัครในกิลด์คือกลุ่มคนที่้าอยู่ร่วมกันในระยะเวลานานๆ มีกิจกรรมร่วมกัน โดยไม่จำเป็ต้องเกี่ยวข้องกับเควสหรือ เื่เก็บเลเวล ก็ได้
PvP ข้ามเซิร์ฟหมายถึง Cross-Server PvP ซึ่ง PvP คือPlayer versus Player จะให้ตัวละครของผู้เล่นต่อสู้กันเองมักจะอยู่ในเกมประเภทออนไลน์เป็หลักบางเกมก็จะเป็เกม PvP ล้วนๆหรือบางเกมก็มีแยกโหมดนี้ออกมาต่างหากเป็สนามประลอง Arena ก็แล้วแต่ผู้พัฒนาเกมจะออกแบบการ PvP ไม่จำเป็ต้องเป็การดวล 1 vs 1 บางเกมก็มีการต่อสู้แบบ 2 vs 2 หรือ 3 vs 3 กระทั่ง 6 vs 6
ดังนั้น Cross-Server PvP เป็การต่อสู้กันระหว่างผู้เล่นต่างพื้นที่เช่น ประลองระหว่างผู้เล่นใน Serverหนึ่งกับผู้เล่นที่อยู่อีก Server หนึ่ง
Cast Time (ระยะเวลาร่าย)จะเห็นได้ขณะที่ใช้สกิลจะมีหลอดสีเขียวบนหัวตัวละคร ระยะเวลาร่ายมี 2 ประเภท คือ Variable Cast Time (VCT) และ Fixed Cast Time (FCT) การที่จะร่ายไร้หลอดจำเป็ต้องทำให้ระยะเวลาร่ายทั้ง2 แบบหมดไป (บางสกิลอาจจะมีแค่แบบเดียว บางสกิลมีสองแบบต้องดูรายละเอียดของแต่ละ Skill)
ฉินกวงหวาง คือเทพผู้มีหน้าที่ตรวจสอบบาปบุญคุณโทษที่ทุกคนได้กระทำมาทั้งหมดโดยจะใช้ “กระจกส่องกรรม”เป็อาวุธวิเศษส่องดูความดีความชั่วของดวงิญญาว่าตอนมีชีวิตทำกรรมไว้มากแค่ไหนถ้าไม่ทำกรรมชั่วเลย (ทั้งชีวิตทำแต่ความดี)ก็จะได้รับการปล่อยตัวให้เดินข้ามสะพานทองคำไปสู่์ทางตะวันตกที่มีแต่ความสุขถ้าทำกรรมชั่วน้อยก็เดินข้ามสะพานเงินไปสู่์ทางทิศใต้พอบุญหมดก็จะต้องกลับมารับโทษเบาแล้วได้ไปเกิดใหม่ และถ้าใครทำสิ่งที่ไม่ดีไว้เยอะก็ต้องถูกส่งไปยังนรกอีก 9 ขุมต่อไป
MMO ย่อมาจาก MassiveMultiplayer Online ซึ่งจะแปลได้ตรงตัวว่าออนไลน์รวมกันเป็จำนวนมาก นั่นคือเกมประเภทเกมออนไลน์ต่างๆ ที่เอาทุกคนมารวมตัวกันเหมือนการสร้างโลกเสมือนจริงขึ้นมา โดยมีผู้เล่นสวมบทเป็หนึ่งในโลกเสมือนจริงนั้นๆขึ้นอยู่กับรูปแบบเกมที่ผู้พัฒนาเกม้า
Role Playing Game หมายถึงเกมประเภทหนึ่งที่ผู้เล่นรับบทเป็ตัวละครหนึ่งในเกมโดยเล่นตามกฎกติกาของเกมผ่านการป้อนคำสั่งและเลือกเงื่อนไขที่เกมกำหนดมาโดยผลลัพธ์ที่เกิดจะแตกต่างกัน ตามเงื่อนไขที่เลือก
เมื่อเอาคำสองคำมารวมกันจะได้ชื่อเต็มก็คือ MMORPG ย่อมาจาก Massive Multiplayer OnlineRole-Playing Game ก็จะแปลให้ได้ความหมายที่เข้าใจง่ายก็คือเกมส์ออนไลน์ที่เล่นตามท้องเื่