กะดึก..นึกหลอน

    ไลฟ์สดบ้านร้าง ตอนที่ 1: คืนที่ต้องกลับมาดัง

    ยอดวิวคลิปล่าสุดของผมหยุดอยู่ที่ 1,317


    ตัวเลขนั้นไม่ควรทำให้ผู้ชายอายุยี่สิบเก้าคนหนึ่งนั่งจ้องหน้าจอเหมือนรอผลตรวจโรคร้าย แต่สำหรับคนที่หาเงินจากสายตาคนอื่น มันเป็นตัวเลขที่เจ็บกว่าโดนด่าเสียอีก เมื่อสองปีก่อน แค่ผมลงคลิปเปิดประตูบ้านร้างเสียงดังเอี๊ยด ยอดก็พุ่งเกินแสนในคืนเดียว คอมเมนต์วิ่งจนอ่านไม่ทัน สปอนเซอร์ทักมาเอง แฟนคลับเรียกผมว่า "พี่ปราบ" เหมือนผมเป็นคนกล้าพาคนดูเข้าไปในที่ที่ไม่มีใครอยากเข้า


    ตอนนี้คอมเมนต์ล่าสุดใต้คลิปเขียนว่า


    เลิกเฟกเถอะพี่ เสียงผีโหลดฟรีจากเว็บไหน


    ผมนั่งอยู่ในสตูดิโอเช่าขนาดเท่าห้องเก็บของ แสงจากจอคอมทำให้ผนังที่บุฟองน้ำกันเสียงราคาถูกดูซีดและสกปรก กล้องสองตัววางอยู่บนขาตั้ง ไฟวงแหวนพิงผนัง ไมค์ไร้สายถูกชาร์จค้างไว้ทั้งที่แบตเริ่มเสื่อม กล่องอุปกรณ์ไลฟ์ กระเป๋าแบตสำรอง สาย HDMI สายชาร์จ และขาตั้งกล้องเล็กกองรวมกันเหมือนซากความฝันที่ซื้อผ่อนมาด้วยความมั่นใจว่าช่องจะโตไปเรื่อย ๆ


    ช่องผมชื่อ **คืนนี้ปราบผี**


    ฟังดูตลกตอนพูดออกเสียงในวันที่ตัวเองไม่กล้ากดดูกราฟยอดผู้ติดตาม ผมเคยทำคอนเทนต์ล่าท้าผี บ้านร้าง โรงเรียนร้าง โรงแรมร้าง ตึกที่มีข่าวคนกระโดด บางคืนเจอแค่เสียงลม บางคืนเจอวัยรุ่นแอบสูบบุหรี่ บางคืนเจอหมาจรจัดวิ่งชนขาตั้งกล้องจนคนดูคิดว่าผีผลัก ผมไม่เคยบอกว่าทุกคลิปจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่วงการนี้มันอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่าง "จัดบรรยากาศ" กับ "หลอกคนดู" และผมเคยก้าวข้ามเส้นนั้นหลายครั้งพอให้คนที่เคยเชื่อหันมาหัวเราะใส่


    คลิปที่ทำให้พังไม่ใช่คลิปใหญ่ด้วยซ้ำ มันเป็นคลิปบ้านสวนร้างที่ผมใส่เสียงเด็กหัวเราะหลังถ่ายเสร็จ เพราะคืนนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย สปอนเซอร์ต้องการคลิปให้ทันแคมเปญ ผมต้องการเงินจ่ายค่าเช่า และคนดูต้องการผี ผมจึงให้สิ่งที่ทุกฝ่ายอยากได้ ยกเว้นความจริง หนึ่งสัปดาห์ต่อมา มีคนจับได้ว่าเสียงนั้นมาจากแพ็กเสียงเอฟเฟกต์ฟรี


    จากนั้นทุกอย่างก็เริ่มไหลลง


    สปอนเซอร์ส่งอีเมลยกเลิกงาน แพลตฟอร์มหักรายได้ย้อนหลังเพราะยอดดูตกผิดปกติ ทีมงานเก่าออกไปทำช่องของตัวเอง เบสยังอยู่เพราะผมค้างเงินเขา ส่วนมิวออกไปก่อนหน้านั้นนานแล้ว ทั้งจากงานและจากชีวิตผม โทรศัพท์สั่นบนโต๊ะ


    ข้อความจากสปอนเซอร์เดิมเด้งขึ้นมา


    พรุ่งนี้ 09.00 น. ถ้ายังไม่คืนเงินมัดจำ 50,000 ทางเราจะส่งเรื่องให้ฝ่ายกฎหมาย


    ผมอ่านประโยคนั้นซ้ำจนคำว่า 50,000 เหมือนยื่นมือออกมาจากหน้าจอบีบคอ ค่าเช่าสตูดิโอค้างสองเดือน ค่าอุปกรณ์ที่ผ่อนยังไม่หมด เบสทวงส่วนแบ่ง ค่าน้ำมันรถ และหนี้เล็ก ๆ อีกหลายก้อนที่รวมกันเป็นเชือกเส้นใหญ่ ผมเคยคิดว่าคนที่โดนด่าทางอินเทอร์เน็ตเจ็บที่สุด แต่พอเงินกำลังหมดจริง ๆ คำด่ากลายเป็นเสียงประกอบเท่านั้น ผมเปิดแดชบอร์ดช่องอีกครั้ง ตัวเลขผู้ติดตามลดลงไปอีกสิบสองคนในหนึ่งชั่วโมง


    "แม่งเอ๊ย"


    ผมพูดกับห้องว่าง ๆ แล้วปิดหน้าเว็บ แต่ไม่ทันได้พัก เสียงแจ้งเตือนแชตดังขึ้นจากมือถืออีกเครื่อง เครื่องที่ผมใช้รับงานนอก งานโปรโมต งานจ้างที่ไม่อยากให้ปนกับบัญชีหลัก


    ผู้ส่งไม่มีรูปโปรไฟล์


    ชื่อบัญชี: Midnight Group


    ผมนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ใช่เพราะชื่อนั้นน่ากลัว แต่เพราะเวลาที่ส่งเข้ามา


    00:03 น.


    ข้อความแรกสั้นมาก


    สนใจงานไลฟ์สดคืนนี้หรือไม่


    ผมเกือบปัดทิ้ง คิดว่าเป็นบอทหรือคนแกล้ง แต่ข้อความถัดมาทำให้ปลายนิ้วหยุด


    ค่าจ้างฐาน 50,000 บาท


    ยอดโดเนตทั้งหมดเป็นของคุณ


    สถานที่: บ้านวิภา 13


    เวลาไลฟ์: 00:13 - 03:13


    ผมอ่านซ้ำอย่างช้า ๆ ตัวเลขห้าหมื่นตรงกับจำนวนเงินที่ผมต้องหาเป๊ะเกินไป แต่คนทำคอนเทนต์ที่กำลังจะจมน้ำไม่ได้ถามก่อนว่าขอนไม้ลอยมาจากไหน เขาคว้ามันก่อน แล้วค่อยกลัวทีหลังว่ามันอาจเป็นศพ ผมพิมพ์กลับไป


    งานใครครับ รายละเอียด?


    คำตอบมาในทันที


    เปิดไลฟ์จากบ้านร้างตามพิกัด สำรวจทุกห้องตามลำดับที่ระบบกำหนด ห้ามตัดสัญญาณก่อนเสร็จงาน


    ผมมองคำว่า "ระบบ" แล้วขมวดคิ้ว


    มีใบอนุญาตเจ้าของที่ไหมครับ


    มี


    ขอดูได้ไหม


    หลังรับงาน


    คำตอบเรียบเกินไป เหมือนคนที่ไม่เคยต้องขอร้องใคร ผมควรปิดแชตตรงนั้น แต่ข้อความจากสปอนเซอร์ยังค้างอยู่ในหัว ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีเงิน ผมอาจไม่ได้แค่เสียช่อง ผมอาจโดนฟ้อง โดนยึดรายได้ที่เหลือ และต้องกลับไปอธิบายกับแม่ว่าลูกชายที่เคยบอกว่าจะดูแลตัวเองได้ กลายเป็นคนติดหนี้เพราะไล่ล่าผีปลอม ๆ ในบ้านร้าง ผมกดโทรหาเบส เขารับสายด้วยเสียงงัวเงีย "อะไรพี่ ดึกแล้ว"


    "มีงานไลฟ์คืนนี้"


    "คืนนี้ไหน"


    "ตอนนี้"


    ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงถอนหายใจยาวดังเข้ามา "พี่ปราบ ผมพูดจริงนะ ถ้าเป็นงานแก้หน้าอีก ผมไม่เอาแล้ว คนด่าผมด้วย ทั้งที่ผมไม่ได้ใส่เสียงเด็กบ้านั้น"


    "ค่าจ้างห้าหมื่น"


    เสียงผ้าห่มเสียดสีกันดังขึ้นทันที "ที่ไหน" ผมหัวเราะออกมาสั้น ๆ ทั้งที่ไม่ตลก คนเราอาจมีศักดิ์ศรีอยู่ได้จนกว่าตัวเลขจะพอดีกับหนี้


    "บ้านร้างวิภา 13 เคยได้ยินไหม"


    "ที่เขาว่ามีคนหายตอนไลฟ์เมื่อหลายปีก่อนอะนะ"


    "ข่าวเก่า ๆ มั้ง"


    "ไม่มั้งพี่ ผมจำได้ มีช่องหนึ่งเข้าไปแล้วไลฟ์ตัดตอนตีสามกว่า หลังจากนั้นเจ้าของช่องหายไปเลย เหลือแต่คลิปรีอัป"


    ผมเปิดค้นหาในคอมด้วยมืออีกข้าง ชื่อบ้านขึ้นมาไม่มาก มีแต่กระทู้เก่า คลิปตัดต่อ และรูปหน้าบ้านหลังหนึ่งที่รั้วเหล็กขึ้นสนิม ป้ายบ้านเลขที่หลุดครึ่งหนึ่ง ความจริงในอินเทอร์เน็ตบางทีก็เหมือนฝุ่นในบ้านร้าง มองไกล ๆ เหมือนมีรูปทรง แต่พอเข้าใกล้ก็แตกเป็นผง


    "ยิ่งดี" ผมพูด ทั้งที่เสียงในอกไม่เห็นด้วย "คนดูชอบของมีประวัติ"


    "คนดูหรือพี่"


    ผมไม่ตอบ เบสถอนหายใจอีกครั้ง "ไปก็ได้ แต่ผมไม่เข้าไปคนเดียวนะ และถ้ามันผิดกฎหมายพี่รับเอง"


    "กูรับเอง"


    ผมวางสาย แล้วลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนกดโทรหามิว เธอรับช้ากว่าเบส เสียงเธอนิ่งกว่าที่ผมจำได้ "มีอะไร"


    "ขอโทษที่โทรดึก"


    "ถ้ารู้ก็ไม่ควรโทร"


    ประโยคนั้นแทงนิด ๆ แต่ผมกลืนมันลงไป "มิว เคยได้ยินบ้านวิภา 13 ไหม"


    ปลายสายเงียบไป


    "ปราบ อย่าบอกนะว่านายจะไป"


    แค่นั้นก็พอให้หลังคอผมเย็นขึ้น "ทำไม"


    "เพราะทุกคนที่เข้าไปทำคอนเทนต์ที่นั่นจะได้คลิปดีเกินไปก่อนเกิดเรื่อง" เธอพูดช้า ๆ "แล้วคลิปพวกนั้นมักมีคอมเมนต์แปลก ๆ ก่อนสัญญาณตัด"


    "คอมเมนต์ปั่นไง บ้านดัง คนก็ปั่น"


    "นายยังเป็นแบบนี้อยู่เหรอ"


    ผมหัวเราะฝืด "แบบไหน"


    "หาเหตุผลให้ตัวเองตอนรู้ว่ามันไม่ควรทำ"


    ห้องเงียบลงหลังคำพูดนั้น ผมมองอุปกรณ์บนโต๊ะ ไฟวงแหวน กล้อง แบตสำรอง สายไมค์ ทุกอย่างคือเครื่องมือทำเงิน และทุกอย่างกำลังกลายเป็นของไร้ค่าถ้าไม่มีงานคืนนี้


    "มิว มันห้าหมื่น" ผมพูดเบาลง "พรุ่งนี้เขาจะฟ้องแล้ว"


    "เงินบางก้อนแพงกว่าจำนวนที่เขียนไว้"


    "พูดแบบคนที่ไม่ต้องจ่ายแทนกูมันง่าย"


    ทันทีที่พูดออกไป ผมก็รู้ว่ามันแรงเกิน มิวเงียบไปนานพอให้ผมได้ยินเสียงแอร์ในห้องตัวเองฮัมต่ำ ๆ


    "ถ้านายจะไปจริง" เธอพูดในที่สุด "ตั้งดีเลย์ไว้ อย่าอ่านแชตเร็วเกินไป แล้วถ้าคอมเมนต์บอกให้หันหลัง อย่าหันตามทันที"


    ผมนั่งตัวตรง "ทำไม"


    "เพราะคลิปที่หายไปคืนนั้น คนดูเห็นบางอย่างก่อนคนถือกล้องสิบกว่าวินาที"


    ผมอยากถามต่อ แต่หน้าจอมือถือรับงานสว่างขึ้นเอง ข้อความจาก Midnight Group เพิ่มมาอีกชุด


    เงื่อนไขเบื้องต้น:


    ตั้งดีเลย์สตรีม 13 วินาที


    เปิดไมค์ตลอดเวลา


    ห้ามปิดไลฟ์ก่อน 03:13


    ห้ามอ่านคอมเมนต์ที่ระบบปักหมุดออกเสียง


    ผมไม่ได้ส่งข้อมูลเรื่องมิวให้ใคร


    แต่เงื่อนไขมันตอบเหมือนฟังสายเราอยู่


    "ปราบ?" มิวเรียก


    "ไม่มีอะไร" ผมโกหก


    "ถ้าเห็นชื่อบัญชีไม่มีรูปโปรไฟล์ อย่าอ่านออกเสียง"


    "มิว เธอรู้เรื่องนี้ได้ไง"


    "เพราะฉันเคยเป็นม็อดให้ช่องที่หายไปก่อนนายดัง" เธอตอบ "และฉันลาออกก่อนคืนสุดท้ายแค่หนึ่งวัน"


    ผมนั่งนิ่ง มือเย็นขึ้นทันที


    "ส่งลิงก์ไลฟ์มาให้ฉัน" มิวพูด "ฉันจะดูหลังบ้านให้ แต่ถ้าฉันบอกให้หยุด นายต้องหยุด"


    "ตกลง"


    คำว่า ตกลง หลุดจากปากง่ายกว่าความจริงมาก เพราะผมรู้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าถ้าเงินยังอยู่ปลายทาง ผมอาจไม่หยุดแม้มิวจะขอ


    ก่อนออกจากสตูดิโอ ผมใช้เวลาเกือบสิบห้านาทีเช็กของเหมือนกำลังจะไปออกรบ กล้องหลักต้องมีแบตเต็ม เมมโมรี่การ์ดต้องเหลือพื้นที่ ไมค์ไร้สายต้องจับคู่กับมือถือสำรอง ไฟวงแหวนเล็กต้องไม่ร้อนเกินไป power bank สองก้อนต้องชาร์จเต็ม และแอปไลฟ์ต้องตั้งค่าดีเลย์ 13 วินาทีตามที่งานระบุ ผมทำทุกอย่างด้วยมือที่คุ้นเคย แต่ในหัวกลับมีเสียงมิววนอยู่เรื่อย ๆ อย่าหัน อย่าอ่านชื่อบัญชีไม่มีรูป อย่าปล่อยให้แชตลากเราไป


    เบสมาถึงสตูดิโอด้วยเสื้อยืดยับ ๆ กับตาดำเหมือนคนถูกปลุกจากฝันร้าย เขายืนมองผมยัดอุปกรณ์ลงกระเป๋าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบเทปกาวกับไฟฉายสำรองใส่เพิ่มโดยไม่พูดอะไร นั่นเป็นนิสัยของเขา ถึงปากจะบ่น แต่พอเริ่มงาน เขาจะเช็กของละเอียดกว่าผมเสมอ


    "พี่เอาไมค์สำรองไปด้วย" เขาพูด


    "เอาไปแล้ว"


    "เอาไปอีกตัว"


    ผมหันไปมอง เขาหลบตา "เผื่อมันเสีย" คำว่า มันเสีย ฟังเหมือนหมายถึงอุปกรณ์ แต่เราทั้งคู่รู้ว่าคืนนี้ไม่มีใครกล้าระบุชัด ๆ ว่าอะไรอาจเสียกันแน่ สัญญาณ กล้อง เสียง หรือคน เราถึงหน้าบ้านวิภา 13 ตอน 00:06 น.


    บ้านเดี่ยวสองชั้นตั้งอยู่ท้ายซอยที่ไฟถนนเสียไปครึ่งหนึ่ง รั้วเหล็กขึ้นสนิมเปิดแง้มเหมือนมีคนเพิ่งเดินเข้าไป ทั้งที่พื้นหน้าบ้านมีใบไม้แห้งทับหนาจนไม่น่ามีใครแตะมานาน ป้ายเลขบ้านหลุดเหลือแต่เลข 13 เอียงติดอยู่กับเสาปูน เถาวัลย์เลื้อยขึ้นผนังชั้นสอง หน้าต่างบางบานแตก บางบานปิดสนิท ด้านในมืดจนเหมือนบ้านไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังกลั้นหายใจ เบสดับเครื่องรถตู้แล้วหันมามองผม "พี่ ผมพูดจริงนะ ถ้ามีตำรวจมา ผมไม่รู้เรื่อง"


    "มีเอกสารแล้ว" ผมชูไฟล์ PDF ที่ Midnight Group ส่งมาให้ก่อนออกจากสตูดิโอ เอกสารดูเรียบร้อยเกินไป มีตราบริษัท ไม่มีชื่อคนเซ็น มีเพียงประโยคว่า อนุญาตให้ถ่ายทอดสดพื้นที่ระหว่าง 00:13-03:13 เพื่อการสำรวจสภาพทรัพย์สิน


    "บริษัทอะไรวะชื่อ Midnight Group"


    "บริษัทจัดการทรัพย์สินมั้ง"


    เบสมองหน้าผมเหมือนไม่เชื่อ แต่ก็ลงจากรถไปช่วยยกของ กล้องหลัก กล้องสำรอง ไฟ LED เล็ก ไมค์ไร้สาย power bank สองก้อน มือถือสำหรับอ่านแชต และแท็บเล็ตที่มิวจะใช้ดูหลังบ้าน ผมตั้งค่าดีเลย์ 13 วินาทีตามเงื่อนไข มือคุ้นเคยกับขั้นตอนพวกนี้จนทำได้โดยไม่ต้องคิด เปิดแอปไลฟ์ เช็กสัญญาณ ตั้งชื่อไลฟ์ ใส่ thumbnail เปิดรับโดเนต ตั้งม็อดให้มิว


    ชื่อไลฟ์ขึ้นบนหน้าจอ


    คืนนี้ปราบผี LIVE: บ้านวิภา 13 คืนพิสูจน์ของจริง คำว่า ของจริง ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังท้าทายอะไรบางอย่างที่ไม่ควรท้า มิวส่งข้อความเข้ามาในแชตหลังบ้าน


    สัญญาณชัดเกินไป


    ผมหันไปมองแท่งสัญญาณบนมือถือ เต็มทุกขีด ทั้งที่ซอยนี้ควรอับสัญญาณ


    อีกข้อความจากมิวตามมา


    ยังไม่เริ่มไลฟ์ใช่ไหม


    ผมพิมพ์ตอบ


    ยัง รอ 00:13


    มิวส่งกลับทันที


    แล้วทำไมฉันเห็นผู้ชม 1 คนในระบบแล้ว


    ผมหยุดมือ บนหน้าจอไลฟ์หลัก ปุ่ม "เริ่มถ่ายทอดสด" ยังเป็นสีแดง ยังไม่ได้ถูกกด แต่ข้างล่างมีตัวเลขเล็ก ๆ ที่ปกติไม่ควรขึ้นก่อนเริ่ม


    ผู้ชมรออยู่: 313


    ผมคิดว่าแอปรวน คิดว่าคนกดรอล่วงหน้า คิดว่าระบบนับพรีวิว คิดทุกอย่างที่พอทำให้ตัวเองไม่ต้องยอมรับว่ามันผิดปกติ


    เวลาเปลี่ยนเป็น 00:13


    ผมยื่นนิ้วไปแตะปุ่มเริ่มไลฟ์


    แต่ก่อนนิ้วจะถึง หน้าจอก็สว่างวาบเอง


    เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น


    LIVE STARTED


    กล้องหน้าจับภาพผมยืนแข็งอยู่หน้ารั้วบ้าน เสียงหัวใจเต้นกระแทกอยู่ในหู ขณะที่แชตบรรทัดแรกเด้งขึ้นมาโดยไม่มีชื่อคนส่ง


    ยินดีต้อนรับกลับเข้าบ้าน


    ยอดผู้ชมแรกไม่ใช่หนึ่ง


    มันคือ 313 คนพอดี


    คล้ายกับเรื่องกะดึก..นึกหลอน ที่คุณอ่าน