"ขอโทษด้วยนะคะวันนี้ตอนบ่ายหนูลืมไปสนิทเลยค่ะ พอนึกขึ้นได้ก็เย็นมากแล้ว" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดขอโทษด้วยความจริงใจ
คุณยายกลับไม่ถือสา"ฉันเห็นหนูแล้ว รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็นเลย มาเถอะตรวจอาการให้ฉันหน่อยสิ"
คุณยายยังพูดไม่ทันจบ ก็ขมวดคิ้วแน่นมือข้างหนึ่งกุมหน้าอก รู้สึกเจ็บตรงนั้นเหมือนกับมีใครมาบีบคั้น
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรีบจับมือคุณยายใช้นิ้วสองนิ้วกดลงบนเส้นชีพจรของเธอ
แค่กดนิ้วลงไป คิ้วของเธอก็ขมวดแน่นก่อนจะใช้มือลูบเบาๆ ตามจังหวะลมหายใจของคุณยาย "คุณยายใจเย็นๆ ก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูช่วยดูอาการให้"
"คุณยายแค่มีอาการชี่ร้อนกำเริบพออายุมากขึ้น อาการเลยยิ่งกำเริบค่ะ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดพร้อมรอยยิ้มบางๆคุณยายที่กำลังกังวลใจก็ค่อยๆ สบายใจมากขึ้น
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังเตรียมเข็มเงินพลางได้ยินคุณยายบ่นพึมพำกับตัวเอง "ฉันยังตายไม่ได้หรอกเรื่องของเฉินเฉินยังจัดการไม่เรียบร้อย ฉันต้องปกป้องหลานชายจนกว่าเขาจะโต"
"จะไม่มีใครทำอะไรเขาได้ทั้งนั้น!"
ได้ยินที่คุณยายพูด ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ขอตัวก่อนจะเดินออกจากห้องไป
พอออกมาถึงข้างนอก หวังหมิงหยางก็เดินเข้ามา"เป็นยังไงบ้างครับ?"
"คุณช่วยเตรียมยาบำรุงหน่อยนะคะช่วงหลายปีที่ผ่านมาคุณยายลำบากมามาก ร่างกายเลยอ่อนแอลงไปเยอะ ต้องบำรุงให้ดีๆค่ะ"
"แล้วก็..." ต่งเสี่ยวเสี่ยวเงยหน้ามองตาหวังหมิงหยาง "คนที่อายุเยอะขนาดนี้สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคืออารมณ์ ระวังอย่าให้เกิดเรื่องไม่ดีถ้ามีอะไรให้รีบจัดการนะคะ"
หวังหมิงหยางเข้าใจในสิ่งต่งเสี่ยวเสี่ยวจะสื่อจึงรีบพยักหน้า
อีกด้านหนึ่ง
หลิวซิ่วอิงกำลังนอนเอกเขนกอย่างสบายอารมณ์จนเธอได้ยินมาว่าหวังหมิงหยางพาคนมาที่บ้านด้วย แก้วในมือเธอก็สั่นเล็กน้อย
เธอเงยหน้ามองคนที่อยู่ตรงหน้า"แน่ใจนะ?"
"ใช่ครับผมเห็นหวังหมิงหยางพาผู้หญิงคนหนึ่งเข้าไปในบ้านตระกูลหวัง" คนตรงหน้ายังคงรายงาน หลิวซิ่วอิงก็ลุกพรวดขึ้นทันทีเธอรีบจัดเสื้อผ้าหน้าผม
"บ่ายนี้ยังคุยกับคุณแม่ไม่จบเลยนี่นาพวกเราไปที่นั่นกันอีกรอบเถอะ"
คนข้างๆ เข้าใจสิ่งที่เธอกำลังพูดอยู่จึงรีบจัดเตรียมรถให้
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเตรียมพร้อมอย่างดีเธอฝังเข็มให้คุณยายไปหลายเข็ม เข็มแต่ละเข็มทำให้คุณยายรู้สึกอบอุ่นไปทั่วร่างความรู้สึกที่ถูกทำให้โกรธเคืองในตอนกลางวันก็ค่อยๆ หายไป
"เอวของฉันนี่..." คุณยายเอามือกุมเอวเอาไว้ "อาจจะมีปัญหานิดหน่อยคงต้องรบกวนหนูช่วยดูให้หน่อยแล้วล่ะ"
"ไม่ต้องห่วงนะคะ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตบมือคุณยายเบาๆเธอมองเข็มที่ฝังเข้าไปว่าใกล้จะรักษาเสร็จแล้ว เธอใช้นิ้วมือข้างหนึ่งจับเข็มเงินค่อยๆ หมุนส่วนปลายเข็ม
หมุนไปสองสามครั้งก็ดึงเข็มเงินออกก่อนจะพยุงคุณยายให้ลุกขึ้น "คุณยายลองลุกขึ้นเดินดูนะคะว่ายังรู้สึกไม่ดีเหมือนเมื่อกี้อยู่หรือเปล่า"
คุณยายเดินไปสองสามก้าว รู้สึกสบายขึ้นมาก
คุณยายจับมือต่งเสี่ยวเสี่ยวไว้แน่นมองเธอด้วยความเอ็นดูมากยิ่งขึ้น "ถ้าไม่ใช่ว่าเธอแต่งงานไปแล้วฉันอยากจะ..."
"อยากอะไรคะ?"
"อยากให้เธอแต่งงานกับลูกชายคนเล็กที่เป็นง่อยของฉันแล้วให้เธอมาบริหารกิจการของตระกูลหวัง อย่างนั้นใช่ไหมคะคุณแม่?"
"ไม่หัดดูตัวเองเลยเด็กบ้านนอกอย่างแกจะมีคุณสมบัติอะไรมาบริหารกิจการของตระกูลหวัง!"
คุณยายยังพูดไม่ทันจบเสียงเย้ยหยันก็ดังมาจากข้างนอก
คนที่พูดคือหลิวซิ่วอิง
เธอสวมชุดกระโปรงยาวสีแดงสดคลุมทับด้วยผ้าคลุมไหล่ แต่งหน้าจัดจ้านดูเย้ายวนต่งเสี่ยวเสี่ยวทนดูไม่ได้จนต้องเบือนหน้าหนี
เธอแต่งตัวดูแทบจะไม่ได้เลยไหนจะกลิ่นน้ำหอมที่ฟุ้งกระจายไปทั่วร่างอีก
ถึงแม้จะอยู่ห่างกันประมาณหนึ่งแต่กลิ่นน้ำหอมก็ยังลอยมาแต่ไกล
"ฮัดชิ่ว!" ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่อยากพูดอะไรมาก แต่ร่างกายมันไม่ไหวจริงๆ เลยจามออกมา
เธออดไม่ได้ที่จะโบกมือไล่กลิ่นตรงจมูกด้วยสีหน้ารังเกียจพอหลิวซิ่วอิงเห็นเข้าก็ตวัดตามองทันที "นี่หมายความว่ายังไงกัน?"
หล่อนพูดพลางยกมือสองข้างขึ้นกอดอกบิดมือแล้วยื่นนิ้วนางออกมา "เธอไม่รู้หรอกว่าน้ำหอมของฉันพวกคนจนอย่างพวกเธอทั้งชีวิตก็ไม่มีวันได้ใช้!"
"หลิวซิ่วอิง!"
บนชั้นสองมีเสียงตะโกนดังลงมาหวังหมิงหยางเดินลงมาจากข้างบน "เรื่องวันนี้ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับเธอเลยเธอกล้าดียังไงถึงมาที่นี่อีก!"
"ทำไมฉันจะไม่กล้า ฉันยังมีหุ้น 10เปอร์เซ็นต์ ของบริษัทตระกูลหวังอยู่นะคะ"
นอกจากหลิวซิ่วอิงจะไม่โกรธแล้วเธอเชิดหน้าขึ้นยิ่งกว่าเดิม "ในเมื่อคุณพาผู้หญิงอื่นเข้าบ้านทำไมฉันจะมาไม่ได้?"
"ถึงพวกเราจะหย่ากันแล้วแต่ฉันก็ยังเป็นแม่ของเฉินเฉิน..."
"เธอไม่มีคุณสมบัติ!" หลิวซิ่วอิงยังพูดไม่ทันจบ คุณยายก็กำมือแน่น อารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมา"ถ้าไม่ใช่เพราะเธอวางแผนหลอกล่อหมิงหยางในตอนนั้นเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ยังไง"
"ไม่ว่าพวกคุณจะพูดยังไงตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจอยู่ ผู้หญิงคนนี้ไม่มีวันได้เข้ามาเหยียบในบ้านหลังนี้!"
หลิวซิ่วอิงยังพูดไม่ทันจบเธอกระดิกปลายนิ้ว คนที่อยู่ข้างหลังก็พุ่งเข้ามาทันที
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอยหลังไปก้าวหนึ่งหวังหมิงหยางก็รีบเรียกยามที่อยู่ข้างนอกเข้ามา แต่ก็ยังช้าไปหนึ่งก้าว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวสามารถป้องกันตัวจากคนข้างหน้าได้แต่พลาดท่าเสียทีให้คนข้างหลัง ทำให้เธอถูกกระชากผมไปข้างหลัง
เธอเหยียบเท้าผู้ชายคนนั้น แล้วพูดว่า"ปล่อยนะ!"
ชายคนนั้นเพิ่งถูกเธอถีบกระเด็นออกไปได้ไม่นานยามก็รีบวิ่งเข้ามา แต่หลิวซิ่วอิงเหมือนคนเสียสติสะบัดผ้าคลุมไหล่ออกแล้วพุ่งเข้ามาจัดการกับต่งเสี่ยวเสี่ยวทันที
แต่เธอก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของต่งเสี่ยวเสี่ยวอยู่ดี
ถึงเธอจะข่วนหน้าต่งเสี่ยวเสี่ยวจนเป็นรอยสองรอยแล้วแต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็กดไหล่เธอไว้แล้วเตะเข้าที่หัวเข่า
สถานการณ์วุ่นวายไปหมดหวังหมิงหยางจึงโทรแจ้งตำรวจ
ตำรวจมาถึงด้วยสีหน้าดุดันพอรู้ว่าเป็นหลิวซิ่วอิงที่เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อนก็จับคนที่ทำร้ายร่างกายทั้งหมดออกไป แถมยังตักเตือนหลิวซิ่วอิงอย่างหนัก
หลังจากที่ตำรวจไปแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวทำแผลบนใบหน้าของตัวเองเรื่องแผลไม่ได้สำคัญอะไร แต่เธอไม่รู้ว่าจะบอกกับฉินซู่ยังไงดี
"ขอโทษด้วยนะครับคุณหมอเทวดา"หวังหมิงหยางพนมมือทั้งสองข้าง "ผมไม่คิดเลยว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้"
เขาพูดพลางรีบหยิบเงินออกมาปึกใหญ่"นี่เป็นค่าชดเชยให้คุณ ส่วนค่ารักษาของคุณแม่กับลูกผมจะให้คุณพรุ่งนี้นะครับ"
"พรุ่งนี้รบกวนคุณมาอีกรอบนะครับ"
พอเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความนับถือของหวังหมิงหยางแล้วมองไปที่คุณยายที่นั่งอยู่ข้างๆ ที่กำลังโกรธจัด
ต่งเสี่ยวเสี่ยวลูบหลังคุณยายเบาๆ"คุณยายคะ หนูขอตัวกลับก่อนนะคะพรุ่งนี้หนูจะมาดูอาการให้คุณยายใหม่ แต่คุณยายลองคิดดูดีๆ นะคะอย่าโกรธคนอื่นจนทำให้สุขภาพตัวเองแย่ลง มันไม่คุ้มค่าเลยค่ะ!"
ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้วถ้าไม่รีบกลับไปตอนนี้ ฉินซู่กับคนอื่นๆ คงเป็นห่วง
หวังหมิงหยางก็รู้ว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวยังต้องดูแลคนป่วยที่โรงพยาบาลอีกจึงรีบให้คนไปส่งเธอ
พอเธอออกไปได้ไม่นานคุณยายก็เอามือกอดเข่าแล้วร้องไห้ออกมา "ชีวิตฉันมันอาภัพจริงๆถึงได้มีลูกสะใภ้อย่างหลิวซิ่วอิง!"
"ถ้ามีคนอย่างต่งเสี่ยวเสี่ยวบ้างเรื่องมันจะเลวร้ายแบบนี้ได้ยังไง?"
หวังหมิงหยางได้ยินเสียงของแม่ก็ปวดหัวขึ้นมาเขากุมขมับแล้วขึ้นไปข้างบน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งลงจากรถที่หน้าโรงพยาบาลก็เห็นศีรษะเล็กๆ ของฉินไห่หยาง
เขากำลังยืนมองอยู่ที่หน้าโรงพยาบาล
พอเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวก็แค่นเสียงใส่"ผมนึกว่าคุณหนีไปแล้วซะอีก!"