บทที่ 43 คุณมาทำอะไรที่นี่คะ?
“เป็นไงบ้าง รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่มั้้ย” ไคลล์ลุกขึ้นจากที่นั่งเดินมาหาฉันเมื่อฉันเดินเข้าไปในรถบ้านหลังกลับจากไปหาหมอ บริเวณโซนรับแขกมีเขาอยู่คนเดียว คนอื่น ๆ คงกำลังเร่งทำงานกันอยู่
“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่บอบช้ำจากแรงปะทะเฉย ๆ หมอฉีดยารักษาอาการให้แล้วค่ะ” ฉันยิ้มตอบเขา “ขอบคุณคุณมากนะคะ ถ้าไม่ได้คุณเข้ามาช่วยฉันต้องโมโหตัวเองตายแน่ที่ปล่อยให้สปายหนีไปได้ แล้วได้เรื่องอะไรจากหุ่นแม่บ้านตัวนั้นบ้างคะ” ฉันเอ่ยถามเขาเรื่องที่ฉันอยากรู้มากที่สุดตอนนี้
ไคลล์ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ไม่เหลือข้อมูลอะไรให้ตามสืบได้เลย คงถูกตั้งโปรแกรมทำลายข้อมูลอัตโนมัติไว้แล้ว”
“กู้ข้อมูลอะไรกลับมาไม่ได้เลยเหรอคะ” ฉันถามเสียงเครียด
“มีนักซอฟแวร์ระบบคนนึงที่นี่เขาช่วยดูให้แล้ว เค้าบอกว่าข้อมูลไม่ได้ถูกลบไปเฉย ๆ แต่มันถูกทำลายไปหมดไม่มีอะไรเหลือให้กู้กลับคืนมาได้เลย ฉันติดต่อไปยังต้นสังกัดที่ส่งหุ่นแม่บ้านตัวนี้มาทำงานแล้ว หลายเลขซีเรียลของบริษัทที่ประทับตราไว้ตรงกับข้อมูลบริษัทจริง แต่พอพวกเขาตรวจสอบจากจีพีเอส
หุ่นก็พบว่ามันไม่ได้อยู่ที่นี่ มันแน่นิ่งสนิทอยู่ที่โกดังร้างแห่งหนึ่งไม่ไกลจากที่นี่”
“นี่หมายความว่าหุ่นแม่บ้านตัวนี้สวมรอยแทนตัวจริงมาน่ะสิ ก๊อปปี้ทุกอย่างจากหุ่นตัวจริงแล้วเข้ามาทำงานที่นี่แแทน คงเพิ่งมาวันนี้วันแรกถึงได้เพิ่งลงมือ ปกติก่อนเข้ามาจะมีการตรวจสอบก่อน แต่ก็นะ…เหมือนตัวจริงทุกอย่างซะขนาดนั้นก็ยากที่จะจับได้” ฉันรู้สึกเซ็งสุุดขีดแกมโมโหนิด ๆ “สุดท้ายก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรจากหุ่นตัวนั้นอยู่ดี แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยให้อีกฝ่ายหนีไปได้น่ะสิ”
“ก็ได้รู้อย่างนึงไงล่ะว่ามีคนกำลังสอดแนมเธออยู่ ลงทุนส่งหุ่น AI เข้ามาทำถึงขนาดนี้ ฉันคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่น่าจะเลิกราง่าย ๆ หรอก ครั้งต่อไปคงจะสรรหาวิธีการอื่นมาสอดแนมเธอต่อแน่ ๆ และคราวนี้คงไม่ยอมให้เธอจับได้ง่าย ๆ เหมือนครั้งนี้” ไคลล์ออกความเห็น
ฉันนึกถึงเรื่องที่ลุงมอริชเองก็ส่งข้อมูลที่ได้จากการไปสอดแนมจากคู่แข่งคนอื่น ๆ มาให้ฉัน รู้สึกปลงกับวงการนี้จริง ๆ ถ้าเราไม่ได้เป็นผู้ล่า เราก็ต้องเป็นเหยื่อ ไม่ก็เป็นทั้งสองอย่าง
“ฉันว่าคนที่สอดแนมฉันก็คงเป็นใครสักคนในบรรดาคู่แข่งฉันนี่แหละ” ฉันยกมือกอดอกแล้วเริ่มเดินไปเดินมาช้า ๆ “ฉันว่าฉันพอจะเดาออกค่ะว่าเป็นใคร”
“ใครล่ะ เธอรู้เหรอ” ไคลล์ถามฉัน
ฉันหันไปยิ้มแล้วพูดเย้าแหย่เขา “ก็คนที่ตกหลุมพรางเสน่ห์คุณเข้าอย่างจังแล้วแสดงออกว่าชอบคุณสุด ๆ ไงล่ะคะ”
ไคลล์แสดงสีหน้าแบบคนเหนื่อยหน่ายใจ เขาเดินกลับไปนั่งที่โซฟาพร้อมกับพูดว่า “ญาติผู้พี่ของเธอคนนั้นก็ตามเซ้าซี้ฉันไม่เลิกราจริง ๆ นั่นแหละ ถ้าไม่เห็นว่าตระกูลพวกเราเกี่ยวดองกันทางธุรกิจ ฉันคงตอกหน้าเธอยับไปแล้ว”
ฉันหัวเราะแล้วแกล้งพูดแหย่เค้าอีกรอบ “คุณไม่ลองคบกับเธอหน่อยเหรอคะ เธอออกจะเป็นคนสวย แล้วอีกอย่าง…” ฉันนึกถึงคำพูดประโยคนึงที่ยัยแซนด้าเคยว่าฉันไว้ “เธอก็เป็นลูกสาวคนใหญ่คนโตในตระกูล สามารถช่วยสนับสนุนธุรกิจบ้านคุณได้”
“เฮอะ! เลือกคนรักที่ช่วยซัพพอร์ตธุรกิจที่บ้านได้เนี่ยนะ” ไคลล์แค่นเสียง “ถ้าหล่อนอยากได้ผู้ชายประเภทนั้นคงมาหาผิดคนแล้ว ไปชอบพี่เวย์น่าจะเข้าท่ากว่า”
“ฉันบอกได้เลยว่าคุณคงสลัดเธอยาก ญาติผู้พี่ของฉันคนนี้เป็นคนประเภทที่ว่าอยากได้อะไรแล้วล่ะก็ต้องเอามาเป็นของตัวเองให้ได้” ฉันบอกไคลล์
“ก็ถ้ามาล้ำเส้นฉันมากเกินไป ฉันก็ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้นเหมือนกันแหละ ถึงตอนนั้นก็อย่ามาหาว่าฉันโหดร้ายก็แล้วกัน”
“แต่เธอแสดงออกว่าชอบคุณมากขนาดนั้น คุณไม่รู้สึกหวั่นไหวบ้างเลยเหรอคะ” ฉันยิ้มถามเขา
“ไม่อ่ะ มันดูมากเกินไป รู้สึกสยองมากกว่า” ไคลล์ตอบติดตลกก่อนจะยิ้มมุมปากมองฉันนิ่ง ๆ “แต่ถ้าเป็นเธอก็ว่าไปอย่าง” ท่าทางแบบนั้นทำราวกับกำลังโปรยเสน่ห์ใส่ฉันยังไงอย่างนั้น
ฉันแกล้งกระแอม “พูดเล่นอะไรของคุณ”
ไคลล์ยิ้มกว้างขึ้น “ฉันไม่ได้พูดเล่น”
อยู่ ๆ ฉันก็รู้สึกเก้อกระดากหน้าร้อนวูบขึ้นมาจึงเปลี่ยนเรื่องพูด “แล้วตอนนี้หุ่นแม่บ้านตัวนั้นอยู่ที่ไหนแล้วล่ะคะ”
เขายิ้มมองฉันเหมือนคนรู้ทันก่อนจะตอบคำถามฉันว่า “ฉันไปแจ้งความไว้แล้ว หุ่นนั่นก็ส่งให้ตำรวจไปจัดการต่อเรียบร้อย เก็บไว้ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์”
“แล้วแผ่นฟิล์มเล็ก ๆ นั่นล่ะคะ ใช่กล้องสอดแนมอย่างที่ฉันคิดรึเปล่า”
“ใช่ มันเป็นกล้องสอดแนมพิเศษ เครื่องมือทั่วไปไม่สามารถตรวจจับได้ ถ้าไม่มีอุปกรณ์พิเศษหรือพลังพิเศษที่ตรวจจับได้ล่ะก็คงหาไม่เจอจริง ๆ”
“หึ…พวกนั้นคงอยากจะรู้รายละเอียดทุกอย่างของโครงการที่ฉันทำล่ะสิ จะได้ไปวางแผนมาเล่นงานฉันถูก งั้นก็เอาสิ…ถ้าอยากรู้นักฉันก็จะให้พวกเขาได้รู้” ฉันเหยียดยิ้มแล้ววางแผนการไว้ในหัวอย่างรวดเร็ว
“เธอแน่ใจแล้วเหรอว่าคนที่สอดแนมเธอคือญาติผู้พี่ของเธอน่ะ”
“ก็ไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกค่ะ ตอนนี้คนที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับฉันอย่างเปิดเผยก็คือครอบครัวของญาติผู้พี่คนนี้ของฉัน แต่ถึงไม่ใช่เธอแต่กลับเป็นคนอื่น ฉันก็จะตั้งรับแบบเดียวกันนี้อยู่ดี”
“เธอคิดจะทำอะไร”
“ไว้คุณรอดูแล้วกันค่ะ” ฉันหันไปตอบไคลล์ “ว่าแต่…ฉันยังไม่ได้ถามคุณเลยว่าอยู่ ๆ ทำไมวันนี้คุณถึงมาที่นี่ได้ล่ะคะ แถมยังไม่บอกไม่กล่าวกันล่วงหน้าอีกต่างหาก”
ไคลล์ยิ้มเจ้าเล่ห์มองฉัน “แล้วเธอคิดว่าฉันมาทำไมล่ะ”
ฉันรู้สึกขัดตากับรอยยิ้มแบบนั้นของอีกฝ่ายจึงตอบเขาเสียงห้วน “ฉันจะไปรู้ความคิดคุณได้ยังไงกันล่ะ” ตานี่ก็ดันเป็นคนที่ฉันใช้พลังพิเศษกับเขาไม่ได้เสียด้วย จะอยากล่วงรู้ความคิดของอีกฝ่ายก็ทำไม่ได้ น่าโมโหจริง ๆ
“แล้วเธออยากรู้มั้ยล่ะว่าฉัน…คิดอะไรอยู่” ไคลล์พูดเย้าฉันแล้วส่งมือมาให้ฉัน “ลองดูมั้ย” เขายิ้มมองฉันกึ่งท้าทายนิด ๆ
ฉันมองมือเขาก่อนจะมองสบตาอีกฝ่ายแล้วต้องเป็นฝ่ายหลบตาเสียเอง จู่ ๆ ก็รู้สึกขึ้นมาว่าไม่อยากรู้แล้วว่าเค้ากำลังคิดอะไร “ไม่ดีกว่าค่ะ วันนี้ฉันเหนื่อยมาก ใช้พลังไปเยอะแล้ว”
ไคลล์เลิกคิ้วนิดหน่อยก่อนจะปล่อยมือลงแล้วลุกเดินมาหาฉัน “ก็ตามใจ งั้นฉันบอกเธอเองด้วยปากฉันก็ได้” เค้ายิ้มแล้วชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ฉันจนฉันเผลอก้าวถอยหลังจ้องหน้าเขานิ่ง ๆ โดยไม่รู้ตัว
“ฉันคิดถึง…” ฉันกลั้นหายใจ รู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองจะเต้นแรงขึ้นนิดหน่อย “...การสอนทักษะการต่อสู้ตัวต่อตัวกับเธอ” พอพูดจบเขาก็ถอยออกไปก่อนจะหัวเราะออกมา คงเพราะเห็นท่าทางตลก ๆ ของฉันที่ทำท่าเหมือนกำลังเกร็งตัวลุ้นอะไรบางอย่างก่อนจะถอนใจเหมือนคนโล่งอก
“เป็นอะไรของเธอ”
“ไม่มีอะไรค่ะ” ฉันรีบตอบ “จริง ๆ สอนผ่านโปรแกรมเวอร์ชวลไลฟ์เหมือนทุกวันที่ผ่านมาก็ได้นี่คะ ไม่เห็นคุณต้องลำบากเดินทางมาไกลถึงนี่เลย หุ่นฝึกต่อสู้ที่คุณให้มาก็ใช้งานได้ดีอยู่นะคะ”
“มันไม่เหมือนกันหรอก…ยังไงสอนตัวต่อตัวก็ต้องดีกว่าอยู่แล้ว อีกอย่างช่วงสุดสัปดาห์ฉันก็หยุดงานไม่ได้ทำอะไร เดินทางมานี่ก็ใช้เวลาไม่เท่าไหร่ แล้วก็ถือเป็นการมาพักผ่อนสูดอากาศท่ามกลางธรรมชาติไปในตัวด้วย”
“งั้นก็แล้วแต่คุณเถอะค่ะ แต่ไม่มีที่ให้คุณพักนะคะ ห้องพักที่นี่ไม่มีว่างแล้ว คุณไม่ได้บอกฉันก่อนล่วงหน้าว่าจะมา ฉันก็เลยไม่ได้เตรียมไว้ให้”
“ถ้าบอกเธอก่อนก็ไม่เซอร์ไพรส์น่ะสิ แล้วเรื่องที่พักก็ไม่ต้องห่วง ฉันขนเต็นท์บ้านพักชั่วคราวมาเรียบร้อย นอนแค่คืนสองคืนไม่ต้องพิถีพิถันอะไรมากนักหรอก”
“งั้นเดี๋ยวฉันให้คนไปช่วยคุณวางเต็นท์นะคะ คุณรีบไปพักผ่อนเถอะ วันนี้รบกวนคุณมามากแล้ว เดินทางมาเหนื่อย ๆ แล้วยังต้องมาจัดการเรื่องต่าง ๆ แทนฉันเยอะแยะอีก วันนี้ต้องขอบคุณคุณมากจริง ๆ ค่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอก เรื่องเล็กน้อย งั้นฉันขอตัวก่อนแล้วกัน เหนียวตัวมากอยากอาบน้ำ ไว้เย็น ๆ เจอกัน”
“ค่ะ ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกนะคะ”
-------------------------