บทที่ 24 เริ่มรู้จักรักมารดาแล้ว
“หลานชาย ในเมื่อร้านหยกยุ่งขนาดนี้ อารองก็อยากช่วยแบ่งเบาภาระให้ เื่การค้าครั้งนี้ส่งมอบให้อารองจัดการเถอะ รับรองว่าจะส่งถึงมือผู้มีอำนาจในเมืองหลวงอย่างปลอดภัยแน่นอน ไม่อย่างนั้น อารองเห็นหลานเหนื่อยขนาดนี้ อารองก็ปวดใจนะ”
พอไป๋จงถังได้ยินว่า หลานชายปลดคนของเขาออก แถมยังเปลี่ยนตัวสายลับที่เขาแฝงไว้ข้างกายไป๋เจ๋อออกไปจนหมดก็รู้สึกร้อนรนใจ เขาทำงานอย่างไร้ร่องรอยมาตลอด และปกติก็แสดงความห่วงใยหลานชายเป็อย่างดี ไป๋เจ๋อเริ่มสงสัยในตัวเขาั้แ่เมื่อไหร่กัน
ไป๋จงถังเป็อารองของไป๋เจ๋อ กิจการค้าหยกของตระกูลไป๋สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ พี่น้องตระกูลไป๋มีสามคน ต่างก็ส่วนแบ่งในกิจการของตระกูล
บิดาของไป๋เจ๋อเสียชีวิตั้แ่อายุยังน้อย นึกไม่ถึงว่าไป๋เจ๋อจะเป็อัจฉริยะทางการค้า พัฒนากิจการที่บิดาทิ้งไว้ให้จนขยายใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ
ผู้นำตระกูลต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า ไป๋เจ๋อจะเป็ผู้สืบทอดกิจการของตระกูลไป๋ในอนาคต
ยิ่งนานวันเข้า ไป๋จงถังก็ยิ่งไม่ยอมรับ เขายังมีชีวิตอยู่แท้ ๆ ทำไมกิจการค้าหยกของตระกูล ต้องส่งมอบให้เด็กเมื่อวานซืนที่ข้ามรุ่นมาจัดการด้วย
แม้ในใจจะไม่ยอมรับ แต่สีหน้ากลับไม่ได้แสดงออกมา
ไป๋จงถังตั้งใจจะทำให้การค้าครั้งนี้ ที่ไป๋เจ๋อลงทุนไปกว่าครึ่งชีวิตต้องล้มครืนลงกลางทาง
เขาหาคนเตรียมไว้ตั้งนานแล้วเพื่อจะสับเปลี่ยนสินค้าชุดนี้ โดยเอาของปลอมมาสวมรอยแทน
ทันทีที่สินค้าชุดนี้ถูกส่งถึงมือผู้มีอำนาจในเมืองหลวง แล้วพบว่าไป๋เจ๋อเอาของคุณภาพต่ำมาหลอกขายเป็ของดี เขาจะต้องเสียชื่อเสียงจนป่นปี้แน่นอน
เมื่อนั้น กิจการค้าหยกของตระกูลไป๋ ก็จะตกมาอยู่ในมือของเขาผู้เป็อาไม่ใช่หรือ?
“ท่านอารองก็ทราบดีว่า หยกชุดนี้หลานลงทุนไปกว่าครึ่งของทรัพย์สินที่มี หลานจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด”
ไป๋เจ๋อเคยเคารพอารองมาก แต่หลังจากได้รับคำชี้แนะจากปรมาจารย์แล้ว พอสังเกตดูอีกที อารองก็กำลังจ้องจะเล่นงานหยกชุดนี้จริง ๆ
ช่างรู้หน้าไม่รู้ใจเสียจริง เขาต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น
“ทำไม หรือว่าไม่เชื่อใจอารอง? หรือรังเกียจว่าอารองแก่แล้ว ไร้ความสามารถ?”
ไป๋จงถังถามด้วยท่าทางที่ดูน่าเกรงขามและกดดัน
“ท่านอารองคิดมากไปแล้ว หลานจะไม่เชื่อใจท่านได้อย่างไร? แต่ถ้าท่านยังยืนกรานจะเข้ามาแทรกแซงการค้าหยกชุดนี้ หลานคงต้องเริ่มสงสัยแล้วว่า ท่านอารองคิดเป็อื่น”
ไป๋เจ๋อไม่ยอมอ่อนข้อ เื่นี้เกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สินของเขา จะมักง่ายไม่ได้
“หลานชายพูดเล่นไปได้ อารองหวังดีต่อเ้านะ กลัวว่าทำการค้าใหญ่โตคนเดียวจะรับมือไม่ไหว”
แววตาของไป๋จงถังฉายแววอำมหิตวาบขึ้นมาครู่หนึ่ง แต่บนใบหน้ากลับแสยะยิ้มแบบหน้าชื่นอกตรม
“เื่นี้ท่านอารองวางใจได้ หลานรับมือไหวแน่นอน หลานจะต้องทำให้กิจการค้าหยกของตระกูลไป๋เจาะตลาดเมืองหลวงให้ได้ และในอนาคตจะทำให้มันยิ่งใหญ่กว่าเดิม”
ไป๋เจ๋อมองหน้าท่านอารองแล้วพูดออกไป
ไป๋จงถังได้ฟังก็แทบกระอักเือั้นอยู่ในอก ไม่กล้าเอ่ยปากเื่ขอแทรกแซงอีก ได้แต่สะบัดหน้าหนี
แน่นอนว่า เขาไม่ยอมมือเพียงเท่านี้ เพียงแต่ต้องคิดหาวิธีอื่น
เดิมที เขาตั้งใจจะเอาของปลอมมาเปลี่ยนกับสินค้าชุดนี้ แล้วตัวเองก็นำสินค้าจริงไปขายต่อ กอบโกยกำไรมหาศาล
แต่ตอนนี้ไป๋เจ๋อไม่ยอมให้เขาแตะต้องสินค้า คนของเขาก็ไม่สามารถเข้าใกล้สินค้าได้ นับประสาอะไรกับการสับเปลี่ยน
ลูกผู้ชายถ้าไม่โเี้ก็ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ในเมื่อเขาไม่ได้สิ่งนี้ ก็อย่าหวังว่าเ้าเด็กไป๋เจ๋อจะได้ประโยชน์
ไป๋จงถังมีความคิดที่ชั่วร้ายขึ้นมา เขาจะทำลายสินค้าหยกชุดนี้ทิ้งเสีย
หลังจากกลับไป เขาได้จ้างนักเลงมาจำนวนหนึ่ง กำชับให้พวกเขาฝังะเิไว้ตามเส้นทางที่สินค้าต้องผ่านในเช้าวันพรุ่งนี้ เพื่อะเิสินค้าชุดนี้ให้พินาศ ดูสิว่า ไป๋เจ๋อจะมีความสามารถอะไรกลับมาพลิกฟื้นได้อีก
......
ทางด้านไป๋เจ๋อ หลังจากท่านอารองไปแล้ว เขาก็ตรวจสอบสินค้าด้วยตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด
“คุณชาย ยอดฝีมือที่จ้างมาคุ้มกันสินค้ามารออยู่ที่หลังบ้านแล้วขอรับ”
เสี่ยวไป๋ คนสนิทเดินเข้ามากระซิบที่ข้างหูคุณชาย
ไป๋เจ๋อเดินไปที่หลังบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขจิ้งจอกเฒ่าอย่างท่านอารองเล่นตลก เขาจึงยอมทุ่มเงินมหาศาลจ้างยอดฝีมือมาคุ้มกันสินค้า
ภายนอกเขาประกาศว่าจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ แต่จริง ๆ เขาตั้งใจจะส่งสินค้าออกไปทันทีที่ฟ้ามืด เพื่อตบตาคนเขาจึงแบ่งสินค้าออกเป็สองชุด ออกเดินทางห่างกันหนึ่งชั่วยาม แม้แต่รถม้าที่ใช้ขนก็ไม่มีตราสัญลักษณ์ของตระกูลไป๋
เพื่อความแเี ไป๋เจ๋อได้จ้างรถม้าใหม่เพิ่มอีกสองคันจากที่อื่น แต่คนขับรถยังคงเป็คนของเขาเอง
.....
“ท่านแม่ ข้าอยากกินน้ำตาลปั้นเ้าค่ะ”
หยวนเป่าจ้องมองน้ำตาลปั้นที่แผงลอยริมถนนตาไม่กะพริบ นางดึงชายเสื้อมารดาแล้วมองด้วยสายตาอ้อนวอนน่าสงสาร
ฉู่ชิงเฉินยิ้มบาง ๆ ลูบหัวหยวนเป่าเบา ๆ ผมของเด็กน้อยช่างนุ่มลื่นมือยิ่งนัก
“ได้ แม่จะซื้อให้ ท่านลุง ขอน้ำตาลปั้นรูปคนสองไม้”
“แม่นาง ทั้งหมดสี่อีแปะขอรับ”
ฉู่ชิงเฉินหยิบเงินหนึ่งตำลึงออกมาจากแขนเสื้อส่งให้
พ่อค้ารับมา แล้วควานหาเหรียญทองแดงในกล่องเก็บเงินอยู่นาน กว่าจะรวบรวมเงินทอนให้ครบ
“แม่นาง นี่คือเงินทอน 996 อีแปะ ลองนับดูก่อน”
“ไม่ต้องนับหรอก ท่านลุงคิ้วเข้มตาเรียว แววตามีแต่ความจริงใจ เป็คนน่าเชื่อถือ”
ฉู่ชิงเฉินเพียงแค่กวาดตามองโหงวเฮ้งของพ่อค้าก็รู้ว่าเป็คนซื่อสัตย์ นางรวบเงินเกือบหนึ่งกวนใส่เข้าไปในแขนเสื้อ แต่จริง ๆ แล้วคือส่งเข้าไปในมิติ คนรอบข้างจึงมองไม่ออก
ฉู่ชิงเฉินแบ่งน้ำตาลปั้นให้เด็กทั้งสองคน พอแหยวนเป่าได้มาก็รีบเอาเข้าปากทันที
“ท่านแม่ หวานจังเลย”
“เ้าเด็กคนนี้ หมายถึงน้ำตาลปั้นหวาน หรือว่าแม่หวานกันแน่?”
ฉู่ชิงเฉินก้มลงถามหยวนเป่าที่กำลังกินอย่างมีความสุขด้วยน้ำเสียงล้อเล่น
“ท่านแม่หวานกว่าน้ำตาลปั้นอีก”
เด็กน้อยไม่รู้สึกว่ามีอะไรไม่เหมาะสมในคำพูดนี้เลย
ถวนเป่าที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับกลอกตา มองน้องสาวด้วยสายตาละเหี่ยใจ
“ข้าไม่ชอบกินของหวาน ท่านเก็บไว้กินเองเถอะ”
ถวนเป่าชูน้ำตาลปั้นส่งคืนให้แม่เลี้ยง จริง ๆ แล้วเขาเสียดายไม่อยากกินเองต่างหาก
“ไม่น่าเป็ไปได้นะ เด็ก ๆ ปกติก็ชอบของหวานกันทั้งนั้นไม่ใช่หรือ?”
ฉู่ชิงเฉินก้มตัวลงจ้องมองตาเขา ราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง
“ข้าไม่ใช่เด็กเสียหน่อย ท่านไม่กินข้าจะทิ้งแล้วนะ”
ถวนเป่าเริ่มลนลานเมื่อโดนแม่เลี้ยงจ้องมอง จึงรีบหาข้ออ้าง
“พี่ชาย ถ้าท่านไม่กินก็ให้ข้าสิ ทิ้งไปเสียดายของแย่”
หยวนเป่าเอื้อมมือจะไปแย่งน้ำตาลปั้นจากมือพี่ชาย แต่ก็ถูกพี่ชายถลึงตาใส่จนต้องหดมือกลับ
ฉู่ชิงเฉินกังวลว่าหยวนเป่าจะกินน้ำตาลมากไปจนฟันผุ นางจึงจำต้องรับน้ำตาลปั้นจากมือถวนเป่ามาเข้าปาก
หวานจนแสบคอจริง ๆ ทำมาจากน้ำตาลอะไรเนี่ย ทำไมถึงได้หวานขนาดนี้
ฉู่ชิงเฉินพาลูกทั้งสองเข้าร้านขายผ้าเพื่อซื้อผ้า ในตำบลเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่มีร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป ต้องซื้อผ้ากลับไปเย็บเองเท่านั้น
เพียงแต่ในฐานะคนยุคปัจจุบันอย่างนาง จะไปเย็บปักถักร้อยเป็ได้อย่างไร สู้ซื้อกลับไปแล้วขอให้พี่สะใภ้จางข้างบ้านช่วยเย็บให้ดีกว่า
“แม่นาง จะดูผ้าหรือขอรับ?”
เถ้าแก่ในร้านเห็นมีคนมาเยือนจึงรีบเข้าไปต้อนรับและถามทันที
“ใช่แล้ว ที่นี่มีผ้าเนื้อนุ่ม ๆ บ้างหรือไม่? ข้าจะเอาไปตัดเสื้อผ้าให้เด็กสองคน เน้นใส่สบายเป็หลัก”
“ท่านแม่ ท่านจะตัดเสื้อผ้าให้ข้ากับพี่ชายหรือ ท่านแม่ดีที่สุดเลย”
หยวนเป่าพูดอู้อี้เพราะมีน้ำตาลปั้นอยู่ในปาก แต่ใบหน้าปิดความตื่นเต้นไว้ไม่มิด
ในหมู่บ้านเถาฮวา เด็ก ๆ จะได้ใส่เสื้อผ้าใหม่ก็ต่อเมื่อถึงวันปีใหม่เท่านั้น แต่นี่ไม่ใช่เทศกาลอะไรเลย ท่านแม่กลับจะตัดเสื้อผ้าให้พวกเขา จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไร
“มีขอรับ ผ้าที่ร้านข้าครบครันที่สุดในตำบลซีหยางแล้ว แม่นางเชิญดูทางนี้เลย”
เถ้าแก่เป็คนอัธยาศัยดี พอได้ยินว่าจะซื้อผ้าก็ยิ่งกระตือรือร้น
“หยวนเป่า ดูสิว่าเ้าชอบลายไหน แม่จะซื้อให้”
ฉู่ชิงเฉินอุ้มลูกสาวขึ้นมาขอความเห็น นางเป็มารดาที่ใจกว้างเสมอ
“ท่านแม่ เอาผืนนี้เ้าค่ะ”
ฉู่ชิงเฉินมองตามนิ้วเล็ก ๆ ของลูกสาวที่ชี้ไป มันคือผ้าพับสีชมพูอ่อนกลีบบัว
อืม... ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เด็กหญิงตัวน้อยล้วนชอบสีชมพูอ่อนนุ่มนวลกันทั้งนั้น