"น่าเสียดายที่ระดับปราณยุทธต่ำเตี้ยเรี่ยดินเกินไป นับว่าไร้พรสวรรค์ด้านการฝึกยุทธ กลัวว่าต่อไปคงมิอาจเอาตัวรอดได้ หากเปล่งประกายด้านโอสถจนเป็นที่สนใจของผู้ที่คิดจะหาผลประโยชน์จากเจ้าหนุ่มคนนี้ ลองสืบหาข้อมูลความเป็นมาของเจ้าหนุ่มคนนี้ ดูภูมิหลัง ว่าเป็นมาอย่างไรบ้าง และหาทางเกลี้ยกล่อมมาสู่เส้นทางโอสถ อายุยังน้อยเช่นนี้ หากมีพรสวรรค์จริง ถ้าได้รับการส่งเสริมที่ดี อยู่ภายใต้การคุ้มครองของสมาคมโอสถเราภายหน้าคงลดทอนปัญหาความยุ่งยากลงได้และย่อมสามารถเป็นกำลังสำคัญให้สมาคมโอสถเราได้ไม่มากก็น้อย"
"แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรอดูผลการทดสอบขั้นที่สามก่อน ว่าจะมีความสามารถติดอันดับหนึ่งในได้สามหรือไม่ หากแม้นไม่สามารถทดสอบติดอันดับหนึ่งในสามได้ก็ไม่มีค่าพอที่จะส่งเสริมแล้ว ผู้อาวุโสซุนรีบดำเนินการต่อให้เสร็จสิ้นโดยไวเถอะ ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องเตรียมการหลังจากค้นหาอัจฉริยะที่จะเป็นตัวแทนของอาณาจักรครานี้ "
"ถ้าเช่นนั้นข้าจะรีบดำเนินการทดสอบให้เสร็จสิ้นโดยไว" ผู้อาวุโสซุนกล่าว และกลับไปยังกลางเวทีทดสอบในทันที
"ผลการทดสอบความสามารถด้านสมุนไพรและด้านโอสถได้ออกมาแล้ว ผู้เข้าทดสอบทุกท่านได้คะแนนเรียงลำดับจากมากไปน้อย ผู้ที่ได้คะแนนตั้งแต่อันดับที่หนึ่งถึงอันดับที่สิบจะมีสิทธิ์เข้าทดสอบในขั้นสุดท้ายทันที ผลคะแนนจะปรากฏให้ทุกท่านเห็นพร้อมกันบนจอแสดงผล ณ บัดนี้"
ทันใดนั้นจอแสดงผลได้ปรากฏรายชื่อจำนวนสิบแถวเรียงลงมา
"อันดับที่หนึ่ง กังหลง ยี่สิบคะแนนเต็ม ใช้เวลาทดสอบทั้งหมด สิบหกลมหายใจ"
"อันดับที่สอง นงคราญสุรางค์สวรรค์ เหมี่ยวเซี๊ยะ ยี่สิบคะแนนเต็ม ใช้เวลาทดสอบทั้งหมด สามสิบลมหายใจ"
"อันดับที่สาม หยางเสี่ยวเอ๋อร์ ยี่สิบคะแนนเต็ม ใช้เวลาทดสอบทั้งหมด สี่สิบลมหายใจ"
"อันดับที่สี่ ลู่หนายเฟิน สิบแปดคะแนน ใช้เวลาทดสอบทั้งหมด ห้าสิบหกลมหายใจ"
"................................."
เมื่อผลคะแนนแสดงออกมาเสียงพูดคุยก็เริ่มดังขึ้นแล้วแผ่ขยายไปเรื่อย ๆ
"โอ้ !..เป็นไปอย่างที่คาดไว้เชียว เจ้าหนุ่มนั่นตอบถูกหมดภายในเวลาอันสั้น คราแรกข้านึกว่าเจ้าหนุ่มนั้นจะแสร้งแสดงเพื่อเรียกร้องความสนใจ ที่ไหนได้กลับตอบถูกหมดภายในเวลามิถึงสิบลมหายใจ"
"แม่นางทั้งสองนั่นก็ใช่จะธรรมดาไม่ถึงกับตอบถูกทั้งหมดด้วย แต่ใช้เวลาไปมากกว่าเจ้าหนุ่มกังหลงนั่นเกือบเท่าตัวเลย นี่เป็นเพียงการทดสอบความรู้ การทดสอบขั้นสุดท้ายนี่สิถึงจะตัดสินความสามารถที่แท้จริงแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"การทดสอบขั้นสุดท้ายเป็นการทดสอบอะไรรึ ? ข้ายังมิทราบ ช่วยบอกข้าให้หายสงสัยหน่อย"
"เจ้างั่งเอ้ย..!!..เจ้าช่างไม่รู้อะไรเลย การทดสอบขั้นสุดท้ายได้ข่าวว่าเป็นการปรุงโอสถ ใครสามารถปรุงโอสถที่มีระดับที่สูงกว่า คุณภาพโอสถสูงกว่า ก็จะเป็นผู้ชนะไปทันที"
"..........."
ผู้อาวุโสซุนได้ยกมือขึ้นห้ามปรามการพูดคุย เสียงทั้งหลายจึงเงียบสงบลงทันที พร้อมกล่าวขึ้น
"ต่อไปจะเป็นการทดสอบขั้นสุดท้าย เป็นการทดสอบด้านการปรุงโอสถ ทางสมาคมได้จัดเตรียมสมุนไพรไว้ให้อย่างเพียงพอถึงห้าสิบชนิด แต่ละชนิดมีจำนวนให้แต่ละคนสามารถจัดเป็นส่วนผสมได้คนละไม่น้อยกว่าสามชุด โดยใครจะสามารถเตรียมสมุนไพรกี่ชุดก็ได้ จะปรุงโอสถระดับใดก็ได้ที่ตัวเองสามารถปรุงสำเร็จ แต่จะมีเวลาให้เพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้นในการเตีรยมส่วนผสมและการปรุงโอสถ ใครสามารถปรุงโอสถได้รวดเร็วที่สุดและมีระดับสูงที่สุด จะถือเป็นผู้ชนะ การทดสอบครานี้ต้องการเพียงผู้ที่มีคะแนนสูงสุดสามอันดับแรกเพื่อเป็นตัวแทนเข้าแข่งขันระดับอาณาจักรที่จะมีขึ้นในอีกหกเดือนข้างหน้า อีกทั้งผู้ที่ได้รับอันดับหนึ่ง สอง และสามก็จะมีรางวัลสำหรับความสามารถแต่ละอันดับแตกต่างกันไป "
"ส่วนผู้ที่ได้อันดับที่สี่เป็นต้นไป แม้จะไม่มีรางวัลให้ แต่ทางสมาคมโอสถก็จะรับเข้าเป็นศิษย์เพื่อศึกษาเรียนรู้ด้านโอสถ อนาคตจะมีความก้าวหน้าเช่นไรนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคนแล้ว"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ผู้ที่เข้ารอบทั้งสิบคนต่างแสดงสีหน้าดีใจให้เห็นกันถ้วนหน้า อย่างน้อยแม้ไม่มีโอกาสติดอันดับหนึ่งในสาม แต่ยังมีโอกาสได้เป็นศิษย์ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมโอสถ นี่ถือเป็นสิ่งที่ทุกผู้คนต่างล้วนปรารถนา การได้เป็นศิษย์ของสมาคมโอสถนั้น ภายภาคหน้าโอกาสที่จะสำเร็จเป็นนักปรุงโอสถระดับต่าง ๆ ย่อมเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน และด้วยฐานะของนักปรุงโอสถ อำนาจ ลาภ ยศ ชื่อเสียง ต่าง ๆ ย่อมจะตามมาอย่างมากมาย นักปรุงโอสถจึงนับเป็นผู้ที่ถือว่ามีอิทธิพลและเป็นตัวตนที่สำคัญยิ่งในเส้นทางของการต่อสู้
"บัดนี้ การทดสอบได้เริ่มแล้วขอเชิญผู้ผ่านเข้ารอบทั้งสิบ แสดงความสามารถให้เต็มที่ เชิญ !"
สิ้นเสียงกล่าวของผู้อาวุโสซุน ทุกคนต่างกรูกันเข้าไปเลือกหาสมุนไพรและส่วนผสมที่ตนเองต้องการจะปรุงโอสถ บางคนเลือกมามากมายหลายชนิด จำนวนหลายชุดเพื่อป้องกันความผิดพลาด แต่เนื่องด้วยเวลาอันจำกัดเพียงหนึ่งชั่วยาม หากแม้นเกิดผิดพลาดล้มเหลวก็คงทำได้ไม่เกินสามครั้ง ทุกผู้คนเมื่อคำนวนเวลาแล้ว จึงเตรียมส่วนผสมไปสูงสุดเพียงแค่สามชุดเท่านั้น
กังหลงมองดูการเตรียมส่วนผสมของแต่ละคน หลายคนเตรียมส่วนผสมสำหรับปรุงโอสถระดับหนึ่งระดับต่ำที่คิดว่ามีโอกาสล้มเหลวน้อยที่สุด คิดไปตัดสินกันด้วยคุณภาพของโอสถว่าของใครมีระดับสูงกว่า เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เตรียมส่วนผสมสำหรับปรุงโอสถระดับหนึ่งระดับกลางและระดับสูง มีเพียงนงคราญสุรางค์สวรรค์ เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ๋อร์ที่ดูจากการเตรียมส่วนผสมแล้วแตกต่างจากคนอื่น ๆ
นงคราญสุรางค์สวรรค์เลือก บัวกลีบเมฆา หญ้าหยกมังกร โสมหิมะพิรุณ .... ส่วนผสมหลักเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนผสมของโอสถระดับสองระดับสูง "โอสถหยาดพิรุณมังกรเมฆา" นับเป็นโอสถเสริมปราณชนิดหนึ่ง ที่สามารถยกระดับปราณได้คราวละหนึ่งระดับย่อย แต่จะใช้ได้เฉพาะผู้ที่อยู่ช่วงปราณขุนพลระดับสองเท่านั้นและการกินโอสถแต่ละครั้งต้องห่างกันอย่างน้อยหกเดือน
แต่การปรุงนี้ยากเย็นแสนเข็ญยิ่ง โอกาสสำเร็จมีเพียงห้าในสิบส่วนเท่านั้น ดังนั้นโอสถชนิดนี้จึงมิค่อยมีผู้ใดปรุงมากนัก แม้มีความจำเป็นเฉพาะผู้ที่อยู่ช่วงปราณขุนพลระดับสองขั้นหนึ่งขั้นต้น ซึ่งกว่าจะไปถึงระดับปราณขุนพลระดับสองขั้นครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นสุดต้องกลืนกินโอสถหยาดพิรุณมังกรเมฆาถึงยี่สิบหกเม็ดและต้องใช้เวลาถึงสิบสามปีจึงจะสามารถยกระดับไปถึงปราณขุนพลระดับสองขั้นครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นสุด
แต่ก็นับว่าคุ้มค่าหากสามารถไปอยู่ระดับอีกเพียงครึ่งก้าวก็จะไปสู่ขอบเขตที่ผู้ฝึกยุทธต่างใฝ่ฝันจะไปถึง ปัจจุบันในอาณาจักรเนตรอสูรผู้ที่เปิดเผยตนว่าอยู่ที่ระดับปราณราชันย์นั้นยังไม่มีให้เห็นมากนัก หรือถ้ามีก็คงเดินทางออกจากอาณาจักรไปสู่โลกที่กว้างใหญ่กว่านี้ซึ่งก็มิมีใครจะทราบได้
ระดับปราณยุทธของผู้ฝึกยุทธในอาณาจักรเนตรอสูรก่อนหน้านี้เมื่อยี่สิบที่แล้วที่ได้รับการเปิดเผยนั้น ระดับปราณสูงสุดเป็นเพียงแค่ ปราณขุนพลระดับห้าขั้นเก้าช่วงชั้นสูงสุดเท่านั้น ซึ่งคือผู้นำตระกูลหยาง ส่วนผู้นำตระกูลอื่น ต่างอยู่ในระดับที่ตำ่กว่านี้แทบทั้งสิ้น นี่จึงเป็นสาเหตุที่ตระกูลหยางได้ครองอิทธิพลอยู่ในอันดับหนึ่งของสี่ตระกูลในอาณาจักรเนตรอสูรมาเป็นเวลาเนิ่นนานหลายสิบปี
หยางเสี่ยวเอ๋อร์สตรีคลุมหน้าชุดขาวร่างบอบบางเปี่ยมเสน่ห์ผู้นี้ ดูจากการเตรียมส่วนผสม ดอกทานตะวันม่วง โสมมนุษย์อายุห้าสิบปี ผลอัคคีพิสุทธิ์ ...ส่วนผสมหลักเหล่านี้ก็เป็นส่วนผสมของโอสถระดับสองระดับสูงเช่นกัน "โอสถปราณอัคคีพิสุทธิ์" เป็นโอสถเสริมปราณชนิดหนึ่ง ที่สามารถยกระดับปราณได้คราวละหนึ่งขั้นย่อย สามารถใช้ได้ในทุกระดับใหญ่เพียงครั้งเดียวเท่านั้นเช่นกัน
โดยจะเพิ่มระดับย่อยให้หนึ่งระดับทันทีโดยมิมีผลข้างเคียง ปราณขุนพลมีเก้าระดับ จึงสามารถใช้โอสถได้เพียงเก้าเม็ดเท่านั้น ซึ่งในแต่ละระดับที่ใช้โอสถสามารถยกระดับไปหนึ่งขั้นย่อย เช่นการเพิ่มจาก ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นหนึ่งไปสู่ ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสอง และสามารถใช้โอสถครั้งต่อไปได้เมื่ออยู่ที่ปราณขุนพลระดับสองขั้นหนึ่ง..โอสถชนิดนี้จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก เนื่องจากนานครั้งถึงจะสามารถใช้ได้และโฮกาสในการปรุงสำเร็จก็อยู่ที่สี่ในสิบส่วนเท่านั้น
หลังจากดูผู้อื่นเตรียมส่วนผสม กังหลงก็วางแผนที่จะปรุงโอสถเพียงระดับสี่ระดับสูงเท่านั้น เพื่อมิให้เกิดความแตกตื่นและก่อปัญหาให้กับตนจนเกินไป ถ้าหากตนเปิดเผยความสามารถด้านโอสถอย่างเต็มกำลัง