เสียงกระซิบข้างหู แหบพร่า ราวกับเสียงลมพัด ลมหายใจอุ่นๆ ยังคงรดรินอยู่แถวแก้ม จนรู้สึกจั๊กจี้
ตัวของฉันในตอนนี้แข็งทื่อไปนานแล้ว
รู้สึกตัวอีกที เปลือกตาก็ปิดลงเองอย่างช้าๆ ราวกับถูกมนต์สะกดให้ไร้เรี่ยวแรง…
วินาทีแห่งความลุ้นระทึกค่อยๆ เคลื่อนตัวต่อไป…
ทันใดนั้น ััอุ่นชื้นจากริมฝีปากของพี่นอร์ทก็ประทับลงมายังริมฝีปากฉัน มันแ่เบา ราวกับปุยนุ่น เหมือนกลัวว่าฉันจะแตกสลาย
แล้วจูบนั้นก็ค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนขึ้นทีละน้อย ทีละน้อย ราวกับไฟสวาทที่ค่อยๆ ลุกลาม แผดเผาร่างกายของฉันไปทั้งตัว จนแทบจะหลอมละลาย
ฉันขบริมฝีปากแน่น จนกรามสั่น จิกเล็บลงบนอุ้งมือตัวเอง จนเป็รอย
ฉัน… ในเวลานี้ แทบจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกแล้ว
ให้ตายเถอะ… จูบนี้มันเร่าร้อน เร้าใจ และน่าตื่นเต้นเกินกว่าจะบรรยาย เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ราวกับตัวฉันล่องลอยหลุดเข้าไปในห้วงอวกาศ
จูบนี้มันหวานล้ำ เกินกว่าจินตนาการ ราวกับน้ำผึ้งพระจันทร์ สมกับที่ฉันรอคอยมาทั้งชีวิต…
“อื้อ…”
เสียงครางแ่เบา หลุดรอดออกจากลำคอ อย่างไม่ตั้งใจ ฉันห้ามมันไม่ได้จริงๆ ลมหายใจก็เริ่มติดขัด ขาดห้วง รู้สึกหายใจแทบไม่ทัน เหมือนคนจมน้ำ
ทว่าใน่เวลาที่เหมือนเส้นด้ายบางๆ กั้นกลาง ของสถานะ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะเลยเถิด เกินกว่าจะถอยกลับ
จู่ๆ ภาพใบหน้าของหญิงสาวที่ฉันคุ้นเคยก็ฉายวาบเข้ามาในหัว คมชัด ราวกับภาพถ่าย มันเกิดขึ้นเร็ว ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ
ทันใดนั้น ฉันใช้เรี่ยวแรงทั้งหมด ผลักพี่เขาออกห่างสุดแรง จนพี่นอร์ทเซถอยหลัง
“พอ… พอก่อนค่ะ”
ฉันรีบเบนหน้าหนี หลบสายตา หายใจหอบถี่ เหมือนนักวิ่งที่เพิ่งเข้าเส้นชัย
“ทำไม?”
พี่นอร์ทมองหน้าฉัน ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความงุนงง และสับสน เหมือนเด็กน้อยที่ไม่เข้าใจ ถามด้วยเสียงกระซิบแ่เบา แทบไม่ได้ยิน
“…”
ฉันเงียบ ไม่ตอบ ริมฝีปากเม้มแน่น เพราะความรู้สึกมันจุกแน่นอยู่ที่อก เหมือนมีก้อนสะอื้น คิดในใจว่าพี่เขาน่าจะรู้แก่ใจดีอยู่แล้ว
“ถ้าไหมเป็ห่วงเื่นั้น…งั้นพี่พูดขอตรงๆ นะ”
“เรากำลังจะเลิกกัน!”
“น้องไหมเชื่อพี่นะครับ”
พี่นอร์ทสบตาฉัน อย่างแน่วแน่ ดวงตาคมกริบ ส่องประกายความมุ่งมั่น ราวกับจะให้คำสัญญา แล้วฉันก็พยักหน้าลงช้าๆ อย่างว่าง่าย เหมือนหุ่นเชิดที่ถูกสะกดจิต
“เด็กดี… ต้องน่ารักแบบนี้สิ…”
เสียงของพี่เขาแ่ลงอีกครั้ง ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจ ที่ทำให้ฉันอ่อนระทวย เหมือนขี้ผึ้งลนไฟ
ทันใดนั้น ริมฝีปากร้อนผ่าวของพี่เขาก็เคลื่อนมาทาบทา ประกบจูบฉันอีกครั้งอย่างรวดเร็ว คราวนี้มันแนบสนิท ลึกซึ้ง และเร่าร้อนกว่าเดิมเป็ทวีคูณ
จูบนี้ไม่ใช่แค่เร่าร้อนธรรมดา
แต่มันลึกซึ้ง เกินกว่าทุกครั้งที่เคยัั ราวกับพายุคลั่งที่หมุนกระหน่ำ โถมทับเข้ามาในโพรงปากของฉัน อย่างไม่ปรานี
ลิ้นร้อนระอุของพี่เขาสอดแทรกเข้ามา เกี่ยวพัน ขยี้เคล้า และรุกราน อย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะ่ชิง ทุกลมหายใจของฉันให้หมดสิ้น
ฉันในเวลานี้… ได้แต่กำเสื้อคลุมตัวนอกแน่น จนมือสั่น ราวกับเป็สิ่งยึดเหนี่ยวสุดท้ายในโลกที่กำลังหมุนคว้าง และปั่นป่วน เหมือนลูกข่าง
ในจังหวะที่เรากำลังจูบกัน อย่างดูดดื่ม จนแทบขาดใจ เหมือนคนกระหายน้ำ
มือของพี่นอร์ทก็ค่อยๆ ไล้จากบ่า ลากต่ำลงมา อย่างช้าๆ ปลดเปลื้องเสื้อคลุมตัวนอกของฉันออกอย่างแ่เบา ราวกับกลัวว่าฉันจะแตกสลาย
ััอุ่นร้อนจากมือของพี่เขา ทำให้ผิวเนื้อของฉันลุกชัน เป็ปุ่มปม เหมือนโดนกระแสไฟฟ้า แล่นซ่านไปทั้งตัว
ทันทีที่เสื้อคลุมหลุดร่วงจากบ่า ลงไปกองกับพื้น ฉันก็รู้สึกเหมือนยืนเปลือยเปล่า ไร้สิ่งปกปิด ต่อหน้าสายตาคมกริบคู่นั้น
ความร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย วูบวาบราวกับเปลวไฟแล่นลามไปตามผิวเนื้อ
เืในกายสูบฉีดพลุ่งพล่าน จนหัวใจเต้นระรัวแทบจะหลุดออกมาจากอก ความประหม่าแล่นปราดเข้าจู่โจมจนสมองขาวโพลน ร่างกายราวกับถูกตรึงไว้ด้วยน้ำหนักมหาศาล ขยับเขยื้อนได้เพียงปลายนิ้ว
“พี่… พี่คะ!”
เสียงที่เปล่งออกไปแ่เบา แหบแห้ง และสั่นเครืออย่างน่าอับอาย ราวกับคนขาดอากาศหายใจ
ในตอนนี้ฉันอยากจะแทรกแผ่นดินหนีจากความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้ใจเตลิดไปไกล แต่ร่างกายกลับทรยศ ตอบสนองต่อัันั้นอย่างไม่อาจควบคุม
ริมฝีปากของพี่นอร์ทผละออกเพียงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกลงมา ราวกับจะทะลวงผ่านเข้าไปในส่วนลึกที่สุดของจิตใจ ค้นหาความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน
“พี่ขอโทษนะ… ที่ทำแบบนี้”
เสียงทุ้มนุ่มกระซิบแ่เบาข้างหู ประโยคที่ตามมายังคงแ่เบา ราวกับกลัวจะทำลายความเงียบ
“ถ้าพี่ทำอะไรที่ไหมไม่ชอบ… บอกพี่ได้เลยนะครับ”
ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้ม ััได้ถึงไออุ่นจากร่างสูงใหญ่ที่โอบล้อม แววตาที่ทอดมองมานั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น ลึกซึ้ง และห่วงใย จนก่อเกิดความรู้สึกปลอดภัยขึ้นในใจอย่างน่าประหลาด
…
นึกย้อนกลับไปตอนนั้นเมื่อหนึ่งปีก่อน...
ความทรงจำในวันนั้นยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
เสียงโห่ร้องของรุ่นพี่ดังกระหึ่มก้องบริเวณลานกว้างด้านหน้าหอสมุด กลบเสียงอื่นๆ จนหมดสิ้น
หากแต่ยังคงััได้ถึงบรรยากาศคึกคักของ กิจกรรมรับน้อง ทั้งเสียงหัวเราะ เสียงปรบมือที่ดังขึ้นเป็จังหวะ และเสียงประกาศจากไมโครโฟนที่ดังแทรกขึ้นมาเป็ระยะ
แม้อากาศ่ต้นฝนจะอบอ้าว ไอร้อนแผ่ซ่านจนเหงื่อเม็ดเล็กเริ่มผุดซึมตามไรผม แต่ความตื่นเต้นในใจกลับรุนแรงกว่า ทำให้ความร้อนเ่าั้แทบไม่มีผล
และแล้ว... ภาพที่ฉันไม่คาดฝันก็ปรากฏขึ้น
ภาพที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำตราบจนทุกวันนี้
“พี่นอร์ท”
ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษา แขนเสื้อถูกพับขึ้นอย่างลวกๆ เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแกร่ง ที่เต็มไปด้วยเส้นเืปูดโปน
เขาโดดเด่นอยู่ท่ามกลางกลุ่มรุ่นพี่ปีสอง เพียงแค่ริมฝีปากหยักยกขึ้นเป็รอยยิ้ม หรือเพียงแค่เขาสบตาใครบางคน เสียงกรี๊ดของสาวๆ ก็จะดังขึ้นเป็ระลอก ราวกับคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า
ไม่ใช่แค่ใบหน้าคมเข้มที่หล่อเหลาตามแบบฉบับชายหนุ่ม
แต่...มีบางสิ่งที่ลึกลงไปกว่านั้น บางสิ่งที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้จับจ้องไปทางพี่เขา
ฉันก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่รุ่นพี่คนนี้กลับดึงดูดสายตาฉันเป็อย่างมาก ทั้งๆ ที่หลายปีมานี้ฉันไม่เคยมองผู้ชายคนไหนแบบนี้มาก่อน…
“เอาล่ะน้องๆ”
“เดี๋ยวแยกกลุ่มแล้ว ให้เดินไปที่ฐานต่อไปได้เลย!”
เสียงของรุ่นพี่ฝ่ายกิจกรรมดังขึ้นขัดจังหวะความคิด
ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างกายก็ถูกผลักดันให้ไปอยู่ในกลุ่ม...กลุ่มที่มี พี่นอร์ท เป็รุ่นพี่ดูแล
หัวใจฉันตอนนั้นเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ความรู้สึกประหม่าเริ่มก่อตัวในทันที
ฉันไม่ใช่คนที่จะตกหลุมรักใครง่ายๆ หรอกนะ
แต่กับ พี่เขา... มันมีอะไรมากกว่านั้น
มากกว่ารูปร่างหน้าตา มากกว่ารอยยิ้มที่เขาส่งให้ใครต่อใคร หรือแม้แต่เสียงหัวเราะที่ฟังดูสบายๆ
ทุกการกระทำ ทุกคำพูด ที่รุ่นพี่คนนั้นแสดงออกมา แม้จะเป็เพียงเื่ธรรมดา แต่กลับทำให้ฉันต้องเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ราวกับกลัวจะพลาดอะไรไป
“น้องกลุ่มนี้ดูเงียบจังเลยแฮะ!”
เสียงทุ้มๆ นั้นดังขึ้นตรงหน้า ราวกับเสียงกระซิบจากระยะไกล
ฉันค่อยๆ เงยหน้าขึ้น และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...สายตาของเราก็ประสานกัน
ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ความคิดทั้งหมดหยุดชะงัก ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอแสดงสีหน้าแบบไหนออกไป รู้เพียงแต่ว่า...ลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะ
“ชื่ออะไรเหรอเรา?”
ร่างสูงตรงหน้ายิ้มถาม ทำลายความเงียบงัน ทุกสายตาจับจ้องมาที่ฉัน ยัยนิดที่อยู่ข้างๆ ก็สะกิดฉันไม่หยุด แม้เราจะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน