ั์ตาสีดำคมกริบส่องดูอาหารที่ตนเองตกแต่งผ่านมือที่กำหลวมๆให้มีช่องว่างเกิดขึ้นเพื่อตรวจสอบดูความเรียบร้อยก่อนจะให้ใบบัวยกออกไปเสิร์ฟข้างนอกแล้วเขาจึงเริ่มทำอาหารรายการต่อไปขณะที่นทีเองก็กำลังทำอีกเมนูด้วยความตั้งใจเช่นกัน
กุ้งนางนำใบออร์เดอร์เข้ามาเพิ่มอีกสองใบตามด้วยต้นน้ำที่นำใบออร์เดอร์เข้ามาเพิ่มทำให้อธิปยิ้มออกที่ในครัวตอนนี้เกิดความวุ่นวายเล็กๆขึ้นอีกครั้ง หลังจากเงียบเหงามาหลายวันแล้ว
ความวุ่นวายใน่สิบเอ็ดโมงถึงบ่ายโมงได้เริ่มสงบลงอธิปเดินออกมาจากในครัวปล่อยให้นทีรับ่ต่อเพียงคนเดียวเพราะลูกค้าเริ่มบางตาลงมากแล้ว
“เกิดอะไรขึ้นวันนี้ทำไมร้านเราครึกครื้นผิดปกติ”เขาถามน้ำหนึ่งที่จัดการร้านนี้แทนเขาแทบทุกอย่าง
“แมนเชสพูดถึงร้านของเราในรีวิวล่าสุดของเขาค่ะเชฟ”เธอบอกเขาแล้วยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาเปิดความเห็นที่กล่าวถึงร้านให้อธิปได้อ่าน
เชฟหนุ่มอึ้งไปเขาดูความเห็นที่ว่านั้นแล้วประหลาดใจกับอิทธิพลการรีวิวของแมนเชสเป็อย่างมากขนาดความเห็นของแมนเชสที่กล่าวถึงร้านอาหารของเขาก็มีคนมากดไลก์มากกว่าห้าพันคนแล้ว
“ขนาดแค่กล่าวถึงลูกค้าเรายังหลั่งไหลมาขนาดนี้ถ้าคุณแมนเชสรีวิวให้ หนึ่งว่าร้านเราโต๊ะเต็มแน่นอนเลยค่ะเชฟเตรียมตัวรับสมัครเชฟผู้ช่วยรอได้เลย รวมถึงพนักงานเสิร์ฟพาร์ตไทม์ด้วยงานนี้ครัวลุกเป็ไฟแน่” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูมีความสุข
“เพราะความคิดของคุณแท้ๆ เลยหนึ่งขอบคุณนะที่ช่วยเหลือผมมาตลอด ผมคิดไม่ผิดจริงๆ ที่ไว้ใจคุณ” เขาบอกเธอด้วยน้ำเสียงที่สุภาพและเป็กันเอง
รอยยิ้มที่หาดูได้ยากผุดออกมาจากมุมปากของเขาทำให้น้ำหนึ่งดีใจมาก คิดว่าหากเป็อย่างนี้ สักวันเขาจะต้องค่อยๆ รักเธอได้ไม่ยาก
“เชฟดูหน้าแดงๆ นะคะ ไม่สบายหรือเปล่า”เธอถามขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเขาดูอาการไม่ดีเท่าไรนัก
“แค่มีไข้นิดหน่อยไม่เป็ไรมากหรอก”
“เชฟจะกลับไปพักก่อนไหมคะลูกค้าเริ่มบางตาลงมากแล้ว นทีคนเดียวน่าจะรับมือไหว”น้ำเสียงของเธอแสดงออกถึงความห่วงใยเขาอย่างเห็นได้ชัด
“ผมขอดูอาการสักพักก่อนก็แล้วกัน ถ้าไม่ไหวผมคงต้องกลับไปพัก”
“ถ้าผ่านวิกฤตนี้ไปได้ เชฟต้องหาเชฟผู้ช่วยอีกคนแล้วนะคะเผื่อล้มป่วยขึ้นมา จะได้ไม่ต้องห่วงเื่ทำครัว”
“ก็ดีนะ แต่ให้ผ่านเื่นี้ไปได้ก่อนเถอะ”อธิปยิ้มให้แก่เธอ
กุ้งนางและใบบัวที่ยืนมองดูอยู่ไกลๆหันหน้าไปยิ้มให้แก่กัน พวกเธอเองก็ลุ้นให้เขากับน้ำหนึ่งลงเอยกันอยู่
**********************
โมนิคไม่ได้ออกไปไหนในวันนี้เธอนั่งทำรีวิวร้านอาหารไทยที่ไปชิมมาเมื่อวานนี้สายตาเธอดูมุ่งมั่นกับงานตรงหน้าเป็อย่างมาก ทั้งตกแต่งรูปภาพให้อาหารดูน่าทานและข้อความบรรยายถึงรสชาติของอาหารและวัตถุดิบชั้นดีก่อนจะเขียนมันไว้ในเพจส่วนตัวแล้วกดซ่อนเอาไว้ยังไม่เผยแพร่ในตอนนี้
เธอมักเตรียมรีวิวเอาไว้ล่วงหน้าเสมอเพราะหากติดธุระด่วนจะได้เผยแพร่รีวิวที่เตรียมเอาไว้เพื่อให้เพจมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
“อืม เสร็จสักทีงั้นวันนี้ขอนอนกลางวันก็แล้วกัน”
โมนิคบิดี้เีแล้วปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของคนเองพับเก็บเอาไว้แล้วนอนหลับตาลงด้วยความอ่อนล้า
เธอตื่นมาอีกครั้งในตอนเย็นเพราะทนต่อเสียงร้องของกระเพาะไม่ไหวจึงเดินไปหาอาหารในครัว แล้วถือวิสาสะใช้วัตถุดิบของอธิปมาทำอาหารทานเพื่อรองท้อง
“ทำอะไรดีนะ” เธอมองดูวัตถุดิบในตู้ที่มีอยู่น้อยนิดเพราะส่วนใหญ่แล้วอธิปจะทานอาหารที่ร้าน ของในตู้ส่วนมากจึงเป็อาหารแช่แข็งจำพวกแฮม เบค่อน เนื้อสัตว์แปรรูปเป็ส่วนใหญ่
แต่ยังไม่ทันลงมือทำอะไรเสียงเปิดประตูก็ทำให้เธอใ แล้วถือกระทะในมือเตรียมเอาไว้เพราะอธิปเคยบอกเอาไว้ว่าเขาอยู่คนเดียว และห้ามเธอรับคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน
เธอเดินออกไปดูพอเห็นว่าเป็เขาจึงซ่อนกระทะไว้ด้านหลังแต่อธิปก็รู้ทันอยู่ดี
“คิดว่าผมเป็โจรเหรอ”
“ก็คุณเคยบอกว่าไม่มีใครมาที่นี่และคุณก็อยู่คนเดียว ฉันก็นึกว่าโจรนะสิ” เธอบอกเขาแล้วเดินเอากระทะเข้าไปเก็บในครัว
อธิปนั่งลงที่โซฟารับแขกแล้วเอนตัวพิงกับพนักพิงด้วยความไม่สบายตัวจากพิษไข้
โมนิคเดินออกมาจากห้องครัวเธอเห็นเขาหลับตาลงจึงไม่อยากรบกวนแต่ใบหน้าที่แดงก่ำและเสียงหายใจหอบถี่นั้นทำให้เธอเอะใจจึงเดินไปถามไถ่เขาเพื่อแสดงความมีน้ำใจ
“คุณอธิป คุณไม่สบายเหรอคะ”
“อืม นิดหน่อย” เขาตอบทั้งที่ยังไม่ลืมตา
เธอใช้เวลาสำรวจบ้านของเขาทุกซอกทุกมุมตอนที่ทำความสะอาดบ้านเมื่อเช้านี้และรู้ว่าอะไรวางตรงไหนบ้างเธอจึงรีบเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาแล้วนำปรอทมาวัดไข้ให้กับเขา
“คุณมีไข้นะคะ คุณทานยาหรือยัง”
“ยัง”
“งั้นเดี๋ยวฉันทำอาหารให้คุณทานนะคะคุณจะได้ทานยา” เธอบอกเขา แต่อธิปเงียบไป เธอจึงเดาเอาว่าเขาคง้าพักผ่อนจึงรีบเข้าครัวไปทำอาหารอ่อนๆ ให้กับเขา
“เวลาที่เราป่วย มัมมักจะให้ทานข้าวต้มงั้นทำข้าวต้มนี่แหละ” เธอพึมพำออกมาแล้วพบว่าข้าวยังไม่หุง ถ้าทำข้าวต้มตอนนี้ก็คงยังไม่สุกง่ายๆ
โมนิคเอาหมูบดออกมาจากช่องแช่แข็งจำนวนหนึ่งนำหมูบดเข้าไปละลายน้ำแข็งในไมโครเวฟ แล้วนำข้าวสารไปปั่นกับโถปั่นแห้งเพื่อให้ปั่นหยาบๆให้ข้าวสารง่ายต่อการต้ม
ขณะที่ตั้งน้ำให้เดือดและใส่ข้าวสารปั่นหยาบนั้นลงไปต้มโมนิคนำพริกไทยดำและกระเทียมมาตำให้เข้ากันเธออยากใส่รากผักชีแต่ของในตู้มีจำกัดจึงทำได้เพียงเท่านี้แล้วนำมาคลุกกับหมูบดที่ละลายน้ำแข็งแล้วปั้นเป็ก้อนหยอดลงไปในน้ำข้าวต้มที่กำลังเดือด ปรุงรสด้วยเกลือเพียงอย่างเดียวตามที่มารดาเคยสอน
หลังจากนั้นเธอจึงนำกระเทียมสับหยาบแล้วเจียวให้หอมเพื่อนำมาโรยที่ข้าวต้ม แล้วตักเสิร์ฟใส่ถ้วยยกไปให้เขาที่โต๊ะอาหาร คนจนมันเริ่มอุ่นแล้วเดินไปปลุกเขา
“คุณอธิปคะ ข้าวต้มเสร็จแล้ว มาทานก่อนสิคะจะได้ทานยาแล้วพักผ่อน”
แม้จะไม่ค่อยชอบท่าทางและคำพูดของเขาในบางทีแต่เมื่อยามป่วยไข้ น้ำใจของเพื่อนมนุษย์คือสิ่งที่เธอควรแสดงออกมาต่อเขา
อธิปลืมตาขึ้นมาแล้วพ่นลมหายใจเบาๆไม่อยากติดหนี้บุญคุณเธอ แต่มันก็จำเป็เพราะตอนนี้เขาไม่สบายอยู่และอีกอย่างนี่ก็เป็บ้านของเขา วัตถุดิบก็ของในบ้านตัวเองมันคงไม่ถือเป็บุญคุณอะไรมากนัก
**********************