ยามอัสดงดวงอาทิตย์ได้ลับขอบฟ้าเหลือเพียงแสงรำไรทิ้งไว้ริบหรี่ก่อนความมืดจะครอบคลุมใกล้เวลาที่กำลังจะเข้าสู่่ที่มืดที่สุดของวันด้วยรอยต่อของการหมดแสงจากดวงอาทิตย์ก่อนจะมีแสงของพระจันทร์มาบรรเทาความมืดมิด
นักผจญภัยสามคนพร้อมอาวุธในมือทำท่างทางเป็ภัยคุกคามต่อเด็กหนุ่มภายใต้ชุดนักผจญภัยปกปิดหน้าตานักผจญภัยทั้งสามล้วนเป็สมาชิกของกิลด์เหยี่ยวเพลิง
โดยกิลด์นั้นจะแตกต่างกับสมาคมนักผจญภัยตรงที่สมาคมนักผจญภัยนั้นเป็หน่วยงานภายใต้การบริหารของอาณาจักรและมีสาขาอยู่ทั่วทั้งอาณาจักรซึ่งทางสมาคมจะเน้นไปที่การตั้งภารกิจกวาดล้างหรือไล่ล่าเหล่าสิ่งที่เป็ภัยคุกคามกับมนุษย์และอาณาจักรเหล่านักผจญภัยที่ลงทะเบียนกับทางสมาคมจะได้รับสิทธิพิเศษมากมายแต่ก็แลกมากับภาระผูกมัดเช่นกันหากมีข้อเรียกร้องจากทางสมาคมแล้วนักผจญภัยไม่ปฏิบัติตามจะถูกเพิกถอนสิทธิ์รวมถึงสถานะการเป็นักผจญภัยของสมาคมทันทีส่วนกิลด์นั้นเป็องค์กรณ์ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้นักผจญภัยมีภารกิจที่หลากหลายมากขึ้นซึ่งไม่ได้อยู่ในขอบเขตของภารกิจที่ทางสมาคมมุ่งเน้นส่วนใหญ่จะถูกตั้งขึ้นโดยผู้มีความมั่งคั่งเพราะการจัดตั้งกิลด์นั้นก็จำเป็ต้องลงทะเบียนขึ้นตรงต่อทางสมาคมเช่นกันซึ่งค่าธรรมเนียมในแต่ละปีนั้นสูงมากแต่ก็แลกมากับผลประโยชน์มากมายจากเหล่านักผจญภัยที่อยู่ในสังกัดซึ่งแน่นอนว่านักผจญภัยที่สามารถเข้าสังกัดกิลด์ได้ก็ต้องเป็นักผจญภัยของทางสมาคมนักผจญภัยเท่านั้นเหมือนเป็การบังคับเหล่านักผจญภัยไปในตัวว่าหาก้ารับภารกิจจากกิลด์ก็ต้องเข้าสังกัดกิลด์นั้นๆซึ่งต้องลงทะเบียนเป็นักผจญภัยของสมาคมก่อนนั่นเอง สิ่งนี้จึงช่วยจัดระเบียบให้เหล่านักผจญภัยและรักษาความสงบภายในอาณาจักรได้เป็อย่างดีเหล่านักผจญภัยที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนก็ยังสามารถทำภารกิจของทางสมาคมได้แต่ก็ไม่มีสิทธิได้รับรางวัลเท่ากับนักผจญภัยของทางสมาคมอย่างการที่ไมนาสได้รับรางวัลเพียงครึ่งเดียวนั้นเป็สิ่งยืนยันที่ชัดเจน นักผจญภัยเหล่านี้ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองใดๆจากทางสมาคมซึ่งการที่ไมนาสกำลังตกเป็เหยื่อของกลุ่มนักผจญภัยจากกิลด์เหยี่ยวเพลิงย่อมเป็ตัวอย่างที่ชัดเจนโดยปกติแล้วนักผจญภัยอิสระที่ไม่ได้ลงทะเบียนนั้นหายากอย่างยิ่งอยู่แล้ว ใครเล่าจะไม่อยากเป็นักผจญภัยของสมาคมที่มีสิทธิพิเศษมากมายเช่นนี้และข้อมูลทั้งหมดข้างต้นไมนาสเองก็ยังไม่รู้ในตอนนี้
เวลานี้่วิกฤติยังไม่ผ่านพ้น ไมนาสที่กำลังชี้มือผ่านกลุ่มของเวนดัชและกำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นอยู่ในขณะนี้เงาดำขนาดใหญ่สยายปีกพุ่งมาจากเส้นขอบฟ้ารำไร มันใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็วชนิดที่เด็กหนุ่มเห็นว่าเงาดำนั้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
“นั่นมัน...ระวังข้างหลัง!” ไมนาสพยายามชี้ไปยังสิ่งที่กำลังใกล้เข้ามาด้านหลังกลุ่มของเวนดัช
“เฮอะ!! ลูกไม้ตื้นๆของเ้าเอาไปหลอกเด็กสามขวบเถอะ” เวนดัชหัวเราะเย้ยหยัน
ทั้งเวนดัชและไทเรสต่างก็คิดตรงกันว่านักผจญภัยอิสระตรงหน้าเพียงแค่้าหลอกล่อเบี่ยงเบนความสนใจของพวกตนเพื่อที่จะฉวยโอกาสหนีไปเท่านั้นเว้นแต่อันเนสผู้ขี้ระแวงเป็เพียงผู้เดียวที่หันกลับไปภาพที่ปรากฎตรงหน้าทำเอาตัวมันแทบจะแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น
“ฮึ่ม... ย้ากกก!!” แต่ด้วยความเป็นักผจญภัยมืออาชีพและปฏิกิริยาตอบโต้ที่ฉับไว อันเนสจึงรีบใช้หอกในมือโจมตีรับการมาเยือนของร่างขนาดใหญ่ทันทีโดยไม่มีเวลาที่จะเอ่ยเตือนพักพวกของตน
เคร้ง!!! “อ๊ากกก!...”
เสียงราวกับโลหะปะทะกันมีสิ่งที่คล้ายกับขนนกขนาดใหญ่หลุดลุ่ยออกมากระจุกหนึ่งพร้อมทั้งเสียงร้องโหยหวนของอันเนสที่ในขณะนี้ถูกกรงเล็บเกี่ยวร่างลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าการปะทะและเสียงร้องดึงดูดสายตาของคนที่เหลือให้หันไปมองในทันที
“กริฟฟ่อนราตรี!!อันเนสสส!!!”เสียงแผดร้องด้วยความไม่อยากจะเชื่อของเวนดัชดังก้องไปทั่วบริเวณก่อนที่จะมีบางสิ่งร่วงลงมาปะทะกับพื้น
ตุบ!!ร่างของอันเนสตกลงมาแน่นิ่งอยู่ที่พื้น
สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ทำเอาคนทั้งหมดราวกับจู่ๆก็ถูกน้ำเย็นราดรดทำให้ต้องรีบตั้งสติกับสิ่งที่กำลังเผชิญไมนาสที่อยู่ห่างจากทั้งสามคนอยู่แล้วไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่การเห็นร่างของคนตกลงมาจากฟ้าก็ทำเอาเด็กหนุ่มตะลึงไปชั่วขณะการปรากฎตัวของภัยคุกคามใหม่ที่คาดไม่ถึงนี้ดูท่าจะร้ายแรงยิ่งกว่าเก่า
แกว๊กกกกก!!เสียงที่ดังลงมาจากฟากฟ้าราวกับโกรธแค้นเริ่มใกล้เข้ามาอีกครั้ง
ไมนาสที่ชักมีดออกมาั้แ่อันเนสถูกโจมตีและกำลังคิดหาทางออกจากสถานการตรงหน้าทางด้านเวนดัชและไทเรสที่เหลือเพียงสองคนก็ะโอย่างเคียดแค้นราวกับเสียสติที่เห็นเพื่อนของตนต้องตายไปต่อหน้า
“บัดซบ มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”ไทเรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากความโกรธ
“เตรียมรับการโจมตี พวกเราต้องหนีไปจากที่นี่ก่อนอันเนสถูกมันจัดการไปแล้วพวกเราคงไม่มีโอกาสรับมือมันได้นานนัก”
เวนดัชรีบออกความเห็นเพราะมันคิดว่าคนที่พอจะรับมือกับสัตว์อสูรประเภทนี้ได้ก็คืออันเนสที่ใช้หอกแต่กลับถูกจัดการเป็รายแรกโดยไม่ทันตั้งตัว คนที่เหลือก็ถนัดเพียงอาวุธระยะประชิดอย่างดาบและมีดเท่านั้นหากฝืนดึงดันจะต่อสู้คงต้องมีการสูญเสียที่คาดไม่ถึง จึงตัดสินใจที่จะหลบหนีไปก่อนเพื่อขอกำลังเสริมจากกิลด์แล้วค่อยกลับมาเพื่อแก้แค้นก็ยังไม่สาย
แต่ใครจะคาดคิดว่าการไล่ตามไมนาสเป็เวลานานอาการเหนื่อยล้ายิ่งทำให้อ่อนแอเกินกว่าจะรับมือการโจมตีไหวและเป้าหมายการโจมตีครั้งนี้ก็คือไทเรสเมื่อเวนดัชเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาขวางเพื่อช่วยรับการโจมตี
‘ตอนนี้แหละ’
ไมนาสที่เห็นว่าตนยังไม่ใช่เป้าหมายของสัตว์อสูรบินได้ร่างสีดำจึงรีบหาที่หลบภัยในทันทีหวังเพียงว่านักผจญภัยที่หวังจะปล้นตนและกริฟฟ่อนราตรีจะต่อสู้พัวพันกันไม่สนใจสิ่งอื่นส่วนตนจะคอยหาโอกาสหนีไปอย่างเงียบๆว่าแล้วเด็กหนุ่มก็เริ่มถอยออกจากสถานการณ์ตรงหน้าอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้ใครรู้ตัว
แกว๊กกก!! ฟู่วววว!! เสียงร้องคำรามพร้อมกับลมกระโชกแรงทำเอาคนทั้งคู่เสียหลักก่อนที่กรงเล็บจะกวาดตามลงมา
“อั่ก” เสียงของไทเรสที่หลักไม่มั่นคงกระเด็นจากแรงลมไปกระแทกกับต้นไม้
“บ้าเอ๊ย!! เวทย์ลมของมันรุนแรงจริงๆ” เวนดัชบ่นอย่างหัวเสียขณะที่แรงลมผลักให้ถอยไปหลายก้าวแต่ก่อนที่จะได้บ่นต่อไปการโจมตีด้วยกรงเล็บที่ตามมาติดๆก็ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
กริฟฟ่อนราตรีที่โถมลงมาเปลี่ยนเป้าหมายการโจมตีไปยังเวนดัชที่เข้ามาขวางทางมันพร้อมทั้งกางกรงเล็บเตรียมที่จะขย้ำเหยื่อเวนดัชเองก็ยกดาบขวางลำตัวเพื่อรับกรงเล็บคู่หน้าของมัน แม้จะมีไอเทมชุดเกราะชั้นดีก็ยังต้องเพลี่ยงพล้ำเพราะความเหนื่อยล้าสะสมกำลังในการจะตั้งรับก็ยังไม่ฟื้นคืนจึงทำให้ได้รับาเ็เป็แผลขนาดใหญ่ข้างลำตัวจากอานุภาพของกรงเล็บกริฟฟ่อนราตรีไทเรสที่ตั้งหลักได้เห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปจู่โจมหวังเบนความสนใจของกริฟฟ่อนราตรีเพื่อให้เวนดัชถอยออกไปได้
ไมนาสที่กำลังค่อยๆถอยห่างจากวังวนการต่อสู้ออกมาอย่างเงียบเชียบได้เห็นเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าก็รู้สึกตื่นตากับวิธีการต่อสู้ของนักผจญภัยกับสัตว์อสูรหากเป็ตนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เองคงได้แต่ยืนทื่อคิดอะไรไม่ออกเป็แน่
การต่อสู้ดิ้นรนของสองนักผจญภัยที่หมายจะปล้นชิงไมนาสกับกริฟฟ่อนราตรีผ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ความเหนื่อยล้าสะสมจากการวิ่งไล่ตามเด็กหนุ่มเป็เวลานานก็ถาโถมเข้ามาโอกาสที่จะหนีไปได้ก็ริบหรี่เต็มทนทำให้พวกมันทั้งสองเริ่มสิ้นหวังและได้แต่โทษเด็กหนุ่มที่ทำให้พวกมันต้มาตกอยู่ในสถานการณ์นี้อย่างโกรธแค้นเขาเสียยิ่งกว่าโกรธกริฟฟ่อนราตรีเสียอีก
“บัดซบ ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้หัวขโมยนั่น! อั่ก!!!” เวนดัชกล่าวโทษไมนาสอย่างเห็นแก่ตัวก่อนที่จะถูกกรงเล็บอันยาวใหญ่ทะลวงร่าง
“เวนดัช!!” น้ำเสียงสั่นเครือของไทเรสดังมาหลังถูกกระแทกกระเด็นไปอีกรอบ
ในทันทีที่เห็นพวกพ้องตายไปอีกคนมันจึงรีบหันหลังหนีทันทีถ้ายังต่อสู้กับกริฟฟ่อนราตรีต่อไปคงไม่พ้นจะลงเอยเช่นเดียวกับพวกของมันและหากไม่เป็เพราะตอนที่รับการโจมตีในครั้งแรกเวนดัชไม่าเ็ไปเสียก่อนพวกมันคงมีโอกาสหนีรอดได้มากกว่านี้
แต่เมื่อออกฝีเท้าอย่างเต็มกำลังได้ไม่ไกลนักเงามัจจุราชก็มาถึงพร้อมกรงเล็บที่ทะลุร่างของมันแล้วหากไม่เป็เพราะความเหนื่อยล้าจากการไล่ตามไมนาสเป็เวลานานจนผลาญมานาของพวกมันจนแทบหมดสิ้นและไม่ถูกตัดกำลังทีเผลอบางทีสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อาจเปลี่ยนไปก็เป็ได้คงได้แต่โทษความโลภและโชคร้ายของพวกมันที่พามาให้พบเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้แต่อย่างไรเสียในความคิดสุดท้ายของมันก็โยนความผิดไปให้นักผจญภัยอิสระที่แย่งผลงานภารกิจตัดหน้าพวกมันจนทำให้พวกมันตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
ไมนาสที่เห็นว่าการต่อสู้นั้นจบลงไปอย่างรวดเร็วได้แต่ชะงักเท้าเพราะตนยังไม่ได้ออกห่างจากจุดที่มีการต่อสู้มากนักจึงรีบซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้ภาวนาให้สัตว์อสูรรีบจากไป แต่เ้ากรรมที่กลิ่นหอมของเนื้อย่างในกระเป๋าลอยโชยอยู่ตามลมดึงดูดความสนใจของกริฟฟ่อนราตรีทันทีแม้ว่ามันจะไม่ได้มีััรับกลิ่นที่ดีมากนักก็ตาม
กริฟฟ่อนราตรีเป็สัตว์อสูรสี่เท้ามีปีกขนาดใหญ่มีขนสีดำทั้งตัวั้แ่หัวจรดเท้าคู่หน้ารวมทั้งปีกมีลักษณะคล้ายนกอิทรีลำตัวครึ่งหลังคล้ายลำตัวของสิงโตในสายตาเด็กหนุ่มมันกำลังย่างเท้ามาทางพุ่มไม้ที่ตนซ่อนอยู่อย่างสงสัย
ฟุ่บ!! ไมนาสที่เห็นมันกำลังใกล้เข้ามาจึงรีบชิงโอกาสพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ก่อนที่มันจะเข้ามาใกล้มากกว่านี้
แกว๊กกก!! ฟู่วววว!! กริฟฟ่อนราตรีใช้เวทย์ลมของมันอีกครั้งใส่เด็กหนุ่มที่กำลังวิ่งหนีทันที
ไมนาสที่หันหลังให้กับเวทย์ลมที่กระโชกใส่อย่างรุนแรงทำให้เขาถึงกับม้วนกลิ้งไปหลายตลบจนไปปะทะกับขอนไม้จึงหยุดลงขณะที่กำลังมึนงงอยู่เขาก็รีบเรียกสติตนเองและเห็นว่ากริฟฟ่อนราตรีพุ่งเข้าหาตนด้วยความรวดเร็วพร้อมกรงเล็บที่กางออกไมนาสไม่รอช้ารีบพลิกตัวไปด้านข้างด้วยความร้อนรนผสมตื่นตระหนก
โครม!! เสียงขอนไม้ที่เด็กหนุ่มพิงอยู่เพียงชั่วครู่ถูกกรงเล็บของกริฟฟ่อนราตรีฝังจมลงไป
ไมนาสที่หลบพ้นกรงเล็บอย่างฉิวเฉียดได้เหลือบไปเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็ยิ่งทำให้รู้สึกร้อนรนยิ่งขึ้นแต่จังหวะที่กริฟฟ่อนราตรีกำลังดิ้นรนดึงกรงเล็บข้างหนึ่งที่ติดอยู่กับขอนไม้ เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจรีบฉวยโอกาสนี้ในทันทีรวบรวมกำลังแทงมีดในมือเพื่อโจมตีดูสักตั้ง
เคร้ง!!! ‘อะไรกัน!!’ไมนาสที่ฉวยโอกาสโจมตีไปยังหน้าอกด้านที่กรงเล็บของมันยังติดอยู่กลับพบเพียงความแข็งและประกายไฟที่แลบออกมาชั่วพริบตาจากการโจมตีโดนแผงขนของมันแสงสว่างที่เกิดขึ้นทำให้เขายิ่งเห็นลักษณะเด่นชัดของกริฟฟ่อนราตรีตัวนี้เขาสูดหายใจอย่างหนาวเหน็บตัดสินใจที่จะออกวิ่งอีกครั้งในทันทีก่อนที่มันจะหลุดจากขอนไม้
กริฟฟ่อนราตรีดึงกรงเล็บของมันออกจากขอนไม้ได้ในที่สุดและพุ่งติดตามไมนาสอย่างรวดเร็วเด็กหนุ่มที่ตอนนี้หัวใจเต้นแทบกระดอนออกจากอกมองเห็นต้นไม้ใหญ่เยื้ยงอยู่เบื้องหน้าจึงมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวจึงรีบหันเหทิศทางวิ่งตรงไปยังต้นไม้ต้นนั้น
แกว๊กกก!! ฟุบ!!
เมื่อวิ่งเข้าใกล้กับต้นไม้ใหญ่ก็เป็เวลาเดียวกับที่การโจมตีด้วยกรงเล็บจะมาถึงตนไมนาสรีบพุ่งเปลี่ยนทิศทางหลบฉากออกไปอย่างเฉียดฉิว
ด้วยการเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหันไมนาสคิดว่ากริฟฟ่อนราตรีจะต้องโจมตีเข้าที่ต้นไม้ต้นใหญ่แทนที่จะเป็เขาและกรงเล็บของมันที่ฝังอยู่ในต้นไม้ย่อมยากที่จะดึงออกมามากกว่าขอนไม้แห้งแน่นอนแต่ความคิดเหล่านี้ต้องเป็หมันเพราะมันตวัดกรงเล็บไปเฉี่ยวต้นไม้แค่เล็กน้อย ถึงจะเสียจังหวะไปบ้างแต่มันก็ใช้ต้นไม้ต้นนั้นในการถีบส่งร่างของมันพุ่งตามมายังทิศทางของเขาเพื่อไล่ล่าอีกครั้ง
“เวรแล้วไง!!” ไมนาสอุทานออกมาและรีบโกยฝีเท้าอีกครั้ง
เขาได้แต่นึกหาสาเหตุว่าเพราะอะไรมันจึงไม่โจมตีใส่ต้นไม้เมื่อเขาพยายามหลอกล่อมันทันใดนั้นก็จำได้ว่าเมื่อครู่การโจมตีของมันไม่ได้เต็มที่เหมือนกับครั้งแรกที่โจมตีเขาคงเป็เพราะเขาไม่ได้อยู่ในสภาพจนมุมหรือคอยตั้งรับการโจมตีของมันมันจึงทำเพียงโจมตีขัดขวางเขาเพื่อต้อนให้จนมุมเท่านั้น
คิดได้ดังนั้นไมนาสจึงรีบหยุดอยู่หน้าต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งทันทีพร้อมทั้งหันไปเผชิญหน้ากับกริฟฟ่อนราตรีโชคดีที่ยามนี้เขาวิ่งเข้ามาในแนวป่าถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ป่าทึบแต่ก็พอขัดขวางไม่ให้กริฟฟ่อนราตรีใช้เวทย์ลมและบินไล่ตนได้สะดวกทำให้มันได้แต่วิ่งไล่เท่านั้นจึงพอที่จะทำให้เด็กหนุ่มสร้างระยะห่างจากมันได้พอสมควร แต่การหนีต่อไปก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีเพราะป่าแถบนี้เป็ป่าโปร่งทั้งสิ้นแถมเขาจะหลุดออกจากแนวป่าเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบการทำเช่นนี้มีความเสี่ยงแต่อย่างน้อยมันคงจะคุ้มค่ากว่าให้เขาวิ่งไปเรื่อยๆจนหมดแรง
แกว๊กกกก!!! เสียงที่ใกล้เข้ามาพร้อมกับร่างใหญ่โตของมันยิ่งทำให้เด็กหนุ่มใจระทึก แต่ก็พยายามรักษาความสงบเอาไว้อย่างเต็มที่กริฟฟ่อนราตรีที่เห็นว่าเหยื่อของมันยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับยอมจำนนต่อโชคชะตายิ่งทำให้มันคึกคักโถมพุ่งไปยังเป้าหมายอย่างสุดกำลังด้วยกรงเล็บคู่หน้าที่กางออกรอเสียบให้ทะลุร่างเป้าหมายพร้อมขาหลังที่ถีบส่งอย่างสุดกำลัง
‘หือ?!!’ ในขณะที่การโจมตีของกริฟฟ่อนกำลังจะมาถึงตนไมนาสกลับพบว่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อตอนเผชิญหน้ากับหมาป่าเขี้ยวทมิฬกำลังเกิดขึ้นอีกครั้งในตอนนี้ภาพทุกอย่างที่ดูเชื่องช้าลงทำให้เขาสังเกตเห็นหลายๆสิ่งในพริบตา
ทันใดนั้นเขาก็ถีบตัวเองออกทางด้านซ้ายของตนหลบกรงเล็บที่ใกล้จะทะลวงหน้าอกแล้วแทงมีดในมือสวนเข้าไปยังโคนต้นขาหน้าข้างขวาในจุดที่เคยมีขนของมันที่เปรียบเสมือนเกราะเหล็กอยู่
ฉึก!! ปิ้งงง!!!
เสียงของเนื้อฉีกขาดจากมีดที่เสียบเข้าไปตามด้วยเสียงใสกังวาลจากมีดที่หักเพราะรอยร้ายจากการโจมตีครั้งแรกของเด็กหนุ่ม
แกว๊กกกก!!!
เสียงร้องโหยหวนของกริฟฟ่อนราตรีดังสะท้านไปทั่วป่าและดิ้นพล่านด้วยความเ็ปขณะเดียวกันไมนาสก็ถูกปีกของมันกวาดกระแทกกระเด็นไปติดกับต้นไม้นั่งมึนงงและจุกอยู่ตรงโคน
พรึ่บบบ!! แกว๊กกกก!!!
เมื่อกริฟฟ่อนราตรีดิ้นพล่านด้วยความเ็ปครู่หนึ่งมันบินขึ้นไป้าโดยไม่สนใจกิ่งไม้ที่ขวางอยู่อย่างลนลาน มันร้องเสียงโหยหวนอย่างเ็ปไม่น้อยขณะพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าและค่อยๆห่างออกไปไกลเรื่อยๆปล่อยให้เด็กหนุ่มที่มันเห็นในตอนแรกว่าเป็เหยื่อนั่งมึนงงอยู่อย่างนั้น
“อูยยยยย...”
ไมนาสที่นั่งจุกและรู้สึกเ็ปไปทั่วร่างส่งเสียงครางโอดโอยนั่งมองกริฟฟ่อนราตรีบินจากไปอย่างฉงนจึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วมองมีดในมือที่ตอนนี้ใบมีดมันหักหายไปเกือบทั้งเล่มเหลือเพียงส่วนโคนติดด้ามที่ตนยังกำอยู่ในมือโดยที่หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่ามีดหักได้อย่างไรทั้งๆที่ตนใช้โจมตีไปเพียงสองครั้งเท่านั้นคงเป็เพราะของไม่ได้คุณภาพเป็แน่ถึงได้เปราะบางเช่นนี้แต่ราคาของมันก็ไม่ใช่ธรรมดามันมีมูลค่าถึงห้าเหรียญทอง เขารู้สึกเจ็บแปลบอยู่ในใจการใช้เงินห้าเหรียญทองเพื่อซื้อมีดที่ใช้งานได้สองทีนี่มันเกินทนจริงๆ
แต่เมื่อคิดได้ว่าห้าเหรียญทองที่เสียไปกับมีดที่โจมตีได้สองครั้งแต่ก็ทำให้ตนรอดชีวิตมาได้ห้าเหรียญทองแลกกับชีวิตของตนก็ถือว่าเกินคุ้มเช่นกันความรู้สึกเจ็บแปลบจากการเสียเงินห้าเหรียญทองได้รับการเยียวยาในที่สุด
ต้องขอบคุณการโจมตีสวนกลับของอันเนสที่ใช้หอกแทงจนถึงขนาดกับทำให้ขนของกริฟฟ่อนราตรีที่เทียบได้กับเกราะชั้นดีหลุดออกมาได้แสดงให้เห็นว่าการโจมตีของอันเนสผู้ใช้หอกนั้นรุนแรงเพียงใด ส่งผลให้ไมนาสเห็นช่องที่เผยถึงเนื้อหนังและโจมตีซ้ำเข้าไปในจุดเดียวกันจนทำให้กริฟฟ่อนราตรีาเ็ในที่สุดแต่การที่จู่ๆมันก็บินหนีไปก็ทำให้เด็กหนุ่มแปลกใจอยู่ไม่น้อย