บทที่ 17 นี่คืออะไร?
ชิวหลินเหม่ามองเห็นร่างนั้น ดวงตาของเขาเป็ประกาย เ้าน้องสามกล้าซ่อนหญิงงามไว้ที่นี่จริง ๆ คราวนี้ต้องจับได้คาหนังคาเขาแน่!
เกาะกลางทะเลสาบแบ่งออกเป็เกาะเล็กเกาะน้อย หากจะไปจากเกาะนี้ไปยังอีกเกาะหนึ่งต้องผ่านทะเลสาบเล็ก ๆ
ชิวหลินเหม่าไม่กลัวอยู่แล้ว จึงออกคำสั่งทันที
“ออกเรือ!”
เมื่อชิวหลินเหม่ายืนกรานที่พายเรือข้ามไปเองชิวหลินรุ่ยจะขัดได้อย่างไร เขาจึงยื่นมือออกไปทำท่าเชื้อเชิญให้รัชทายาทขึ้นเรือลำเล็กที่จุคนได้เพียงคนเดียวลำนั้น
ชิวหลินรุ่ยบอกไว้ก่อนแล้วว่าในจวนมีแต่เรือแบบนี้ ชิวหลินเหม่าไม่รู้วิธีพายเรือ แต่เพื่อที่จะเอาชนะชิวหลินรุ่ยเขาจึงต้องยอมเสี่ยง
ชิวหลินรุ่ยะโลงเรือเบา ๆ เสื้อผ้าสีขาวสะอาดปลิวไสวด้วยแรงลมราวกับผีเสื้อที่กำลังโบยบินท่ามกลางหมู่มวลบุปผา ท่วงท่าสง่างามราวกับแมลงปอที่แตะผิวน้ำ ทำให้ดูมีรัศมีบารมีที่กลบรัศมีขององค์รัชทายาทไปจนสิ้นอย่างไม่รู้ตัว ราวกับว่าเขาแย่งชิงแสงสว่างจากฟ้าดิน
ชิวหลินเหม่ามองไปยังชิวหลินรุ่ยที่สงบนิ่งราวกับูเา เขาก็ยิ่งโกรธแค้นมากขึ้นไปอีก ตอนนี้ปล่อยให้เ้าได้ใจไปก่อน คอยดูเถอะ อีกเดี๋ยวจะได้รู้สำนึก!
ชิวหลินเหม่าพยายามจะก้าวขึ้นเรือลำเล็กอย่างระมัดระวัง แต่เรือกลับโคลงเคลงไปมา เมื่อเขาก้าวขึ้นไปอีกเรือก็เอียงไปทางซ้ายอย่างรุนแรง องครักษ์ที่อยู่บริเวณนั้นต่างใ แต่เรือก็พลิกคว่ำลงอย่างรวดเร็วไม่มีใครทันตั้งตัว
ขณะที่เรือกำลังจะพลิกคว่ำชิวหลินเหม่าก็ก้าวเท้าอีกข้างไปทางขวา ได้อย่างรวดเร็วทำให้รอดพ้นจากการตกน้ำไปได้อย่างหวุดหวิด แต่เขาก็ดูเหมือนตัวตลกที่น่าขบขัน เหล่าองครักษ์ที่เห็นเหตุการณ์ต่างอดขำไม่ได้
แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าองค์รัชทายาทมมีอารมณ์แปรปรวน จึงทำได้เพียงกลั้นหัวเราะแต่ร่างกายก็ยังสั่นเทาเพราะควบคุมไม่อยู่
“มีอะไรให้หัวเราะกัน!” ชิวหลินเหม่าะโด่าด้วยความโมโห สีหน้าบึ้งตึงก่อนจะสะบัดชายเสื้อคลุมยาวแล้วนั่งลงกลางลำเรือ
องครักษ์ทุกนายไม่ไมีใครกล้าส่งเสียงอีก หากยังไม่หยุดก็เกรงว่าหัวจะหลุดจากบ่า
ชิวหลินรุ่ยยกชายเสื้อคลุมขึ้นและนั่งลงกลางลำเรือ ความจริงแล้วด้วยความสามารถของของเขาต่อให้เขายืน ก็สามารถใช้กำลังภายในทำให้เรือลำเล็กแล่นไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น
แต่ชิวหลินรุ่ยรู้ถึงหลักการของการซ่อนความสามารถและรอเวลา เขาจึงต้องซ่อนความแข็งแกร่งของตนเอาไว้ในตอนนี้ เพื่อไม่ให้รัชทายาทและมารดาของเขาหวาดระแวงเขามากไปกว่านี้
มีเพียงไม้พายง่าย ๆ สองอันที่องค์ชายทั้งสองต้องใช้เพื่อพายเรือไปยังเกาะเล็ก ๆ ตรงข้าม ในครั้งนี้ชิวหลินเหม่าไม่ได้ให้ผู้ติดตามคนอื่น ๆ มาด้วย เขาพายเรือไปยังเกาะเล็ก ๆ นั้นพร้อมกับชิวหลินรุ่ยเพียงลำพัง
ภายใต้สายตาของคนมากมาย ชิวหลินรุ่ยไม่กล้าทำอะไรเขาแม้จะมีความคิดเช่นนั้นอยู่ในใจก็ตาม
ชิวหลินเหม่าพายเรือด้วยท่าทางเงอะงะ ชิวหลินรุ่ยไม่อยากแสดงความสามารถที่โดดเด่นเกินไป จึงได้แต่พายเรืออย่างช้า ๆ เพื่อรอเขา
ในที่สุดทั้งสองคนก็มาถึงเกาะเล็ก ๆ ที่ฝั่งตรงข้ามแล้ว
แต่ร่างระหงในชุดสีเหลืองนั้นกลับหายไป!
ชิวหลินเหม่ามั่นใจว่าลู่จือฉิงเห็นว่าเขากำลังมาจึงไปหลบซ่อนตัว เขาจึงคิดที่จะจับชิวหลินรุ่ยมาสอบถามให้รู้เื่
ทันใดนั้นเขาก็พบว่ามีสตรีนางหนึ่งที่สวมชุดสีเหลืองปรากฏตัวขึ้นด้านหลังชิวหลินรุ่ย สตรีนางนั้นมองซ้ายมองขวาราวกับกำลังมองหาบางสิ่งบางอย่าง และดูเหมือนว่านางจะจงใจเดินเข้ามาหาพวกเขา
ดวงตาของชิวหลินเหม่าเป็ประกาย คราวนี้ดูสิว่าเ้าจะแก้ตัวอย่างไรได้อีก
“เ้าเป็ใคร!” ชิวหลินเหม่าะโถามด้วยความโกรธ
เ้าของร่างบางนั้นก็ใจึงหันหน้ามามองทางนี้ เมื่อชิวหลินเหม่า เห็นใบหน้านั้น เขาก็ถึงกับตกตะลึงตาค้าง
ไม่น่าเป็ไปได้! คนผู้นี้ไม่ใช่ลู่จือฉิงนี่
คุณหนูเยว่ชูหลิงแห่งตระกูลเยว่ ผู้มีรูปโฉมงดงามและมีไหวพริบปฏิภาณ นางก้าวเท้าอย่างรวดเร็วแล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ
ลู่จือฉิงบอกว่าของเล่นของเซี่ยมู่หายไปที่บริเวณเกาะกลางทะเลสาบ เยว่ชูหลิงทนไม่ได้ที่ต้องเห็นลู่จือฉิงคิดถึงบุตรชายทุกวัน จึงอาสามาช่วยนางหาของเล่นที่นี่
เมื่อครู่เห็นนางเห็นว่าชิวหลินรุ่ยกำลังมาจึงคิดจะมาถามเขาดู แต่ไม่คิดว่าชิวหลินเหม่าจะตามมาด้วย
เยว่ชูหลิงรู้สึกไม่ค่อยชอบหน้าองค์รัชทายาทองค์นี้เท่าไรนัก ตัวเองไม่มีความสามารถอะไรเลยแท้ ๆ แต่ที่ได้ตำแหน่งองค์รัชทายาทมาก็เพราะอาศัยตำแหน่งของพระมารดา ยังไม่รู้จักสำรวมตน เอาแต่คอยก่อกวน
ชิวหลินรุ่ยท่านพี่ของนางอยู่เสมอ
ถึงอย่างไรนางก็เป็คนในยุทธภพ และสำนักปี้หรงก็ไม่ได้ขึ้นตรงกับราชสำนักอยู่แล้ว ดังนั้นนางจึงทำความเคารพองค์รัชทายาทพอเป็พิธี
ชิวหลินเหม่าเห็นผู้ที่มาเยือนไม่ใช่ลู่จือฉิงก็ใจนพูดไม่ออก แต่ก็ไม่อาจแสดงออกมากเกินไป จึงได้แต่เก็บซ่อนความไม่พอใจไว้ข้างใน
ชิวหลินรุ่ยยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง เขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะเป็เช่นนี้ จึงได้ให้คนพาลู่จือฉิงออกไปจากที่นี่ก่อนแล้ว ต่อให้องค์รัชทายาทคิดจะหานางอย่างไรก็ไม่มีทางเจอแน่
“เ้ามาที่นี่ทำไมกัน?”
เยว่ชูหลิงรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างชิวหลินรุ่ยและชิวหลินเหม่าดี นางไม่มีทางหักหลังพี่ชายของตัวเองและเพื่อนสนิทของเขาได้ นางจึงฝืนยิ้ม “หม่อมฉันมาที่นี่เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ เคยได้ยินมาว่าทิวทัศน์กลางทะเลสาบในจวนท่านอ๋องรุ่ยนั้นงดงามมาก หรือว่าองค์รัชทายาทไม่ได้มาที่นี่เพื่อจุดประสงค์เดียวกันหรือเพคะ?”
ชิวหลินเหม่าย่อมไม่อาจเปิดเผยความตั้งใจที่แท้จริงของตนได้ เขาจึงหัวเราะและกล่าวว่า “ฮ่า ๆๆ คุณหนูเยว่พูดถูกแล้ว ข้าเห็นว่าทิวทัศน์ที่นี่งดงามมาก จึงชวนน้องสามมาล่องเรือชมทะเลสาบด้วยกัน”
ส่วนชิวหลินรุ่ยนั้นได้แต่ยิ้มไม่ได้พูดอะไร
เยว่ชูหลิงจึงเป็ฝ่ายพูดต่อ “ถ้าเช่นนั้น ไม่ทราบว่าองค์รัชทายาททรงพอพระทัยกับการล่องเรือชมทะเลสาบหรือไม่เพคะ?”
รอยยิ้มบนใบหน้าของชิวหลินเหม่าเริ่มดูร้ายกาจมากขึ้น “ข้ารบกวนน้องสามมานานแล้ว ถึงเวลาที่ข้าต้องกลับแล้วละ”
ชิวหลินรุ่ยรีบประสานมือคำนับทันที โดยไม่มีทีท่าว่าจะรั้งคนไว้แต่อย่างใด เขาพร้อมที่จะส่งแขกกลับอยู่แล้ว
ชิวหลินเหม่ามาที่นี่เพื่อตามหาลู่จือฉิง ในเมื่อหาคนไม่พบก็ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ต่อ แต่เดิมที่ฮ่องเต้พระราชทานทะเลสาบนี้ให้ชิวหลินรุ่ยเขาก็ไม่พอใจอยู่แล้ว จะมีอารมณ์มาล่องเรือชมทิวทัศน์ได้อย่างไร
ชิวหลินเหม่าสะบัดแขนเสื้อทำท่าจะจากไปแล้วชิวหลินรุ่ยจึงรู้สึกโล่งอก วันนี้ถือว่าองค์รัชทายาทมาเสียเที่ยวแล้ว
แต่ระหว่างทางกลับชิวหลินเหม่าก็สังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติ มีอะไรบางอย่างอยู่ในพุ่มหญ้า เขาหยุดและถอยหลังไปสองสามก้าว ดูเหมือนว่าในพุ่มหญ้านั้นจะมี... กลอง?
ชิวหลินเหม่ามีสีหน้าเคร่งขรึมและรีบแหวกพุ่มไม้ออกราวกับพบสมบัติล้ำค่า
บนหนังกลองยังมีรูปเด็กน้อยนำโชคที่แกะสลักอย่างประณีตเพียงมองก็รู้ว่าผู้ให้ใส่ใจมากแค่ไหน ของเล่นเด็กแบบนี้จะมาอยู่ในที่เช่นนี้ได้อย่างไร?
ชิวหลินเหม่าพลันนึกถึงข่าวที่สายสืบรายงานมาว่าจวนรุ่ยอ๋องไม่เพียงแต่มีหญิงสาวหน้าตาเหมือนลู่จือฉิงกลับมาเท่านั้น แต่ยังพาเด็กอายุสี่ห้าขวบกลับมาด้วย
ชิวหลินเหม่าแสยะยิ้มอย่างผู้มีชัย มองไปที่ชิวหลินรุ่ยพลางเขย่ากลองน้อยในมือเบา ๆ “นี่อะไรหรือ?”
เยว่ชูหลิงรีบเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ในใจก็เต้นระรัวเหมือนกลองใบนั้น ให้ตายสิเหตุใดถึงทำของชิ้นนี้หล่นอยู่ตรงนี้ได้? นี่มันของเซี่ยมู่ชัด ๆ!
ทว่าก็ได้ยินเสียงของชิวหลินรุ่ยพูดอย่างใจเย็นว่า “เมื่อไม่นานมานี้มีสหายจากแดนไกลมาพักที่จวนรุ่ยอ๋อง เพราะเขาชอบความสงบ กระหม่อมจึงจัดให้เขาพักที่ศาลากลางน้ำแห่งนี้ เขาพาลูกชายวัยสามขวบมาด้วย ของเล่นชิ้นนี้อาจจะเป็ของลูกชายเขาทิ้งไว้ก็เป็ได้”
เพื่อนเก่าจากแดนไกล? ใครจะไปเชื่อคำพูดเหลวไหลของเขา!
“จริงหรือ?” เสียงของชิวหลินเหมาเต็มไปด้วยความสงสัยและอาฆาต
“หรือพระองค์คิดว่าไม่จริงล่ะพ่ะย่ะค่ะ?” ชิวหลินรุ่ยตอบอย่างตรงไปตรงมาและใจเย็น ใบหน้าหล่อเหลาของเขาสงบนิ่งราวกับน้ำ
“เ้า!” ชิวหลินเหม่ารู้ว่าเขาไม่มีหลักฐานอะไร ตราบใดที่ชิวหลินรุ่ยสามารถอธิบายได้ ไม่ว่าคำอธิบายนั้นจะเป็อะไร ชิวหลินเหมาก็ทำได้เพียงเชื่อเท่านั้น
ทั้งสองสบตากันราวกับมีสายฟ้าฟาดกลางอากาศ ชิวหลินรุ่ยยังคงสงบนิ่งและดูเฉยเมย ชิวหลินเหม่าส่งเสียง “ฮึ!” แล้วเดินจากไปพร้อมกับกลองใบน้อยในมือ
เยว่ชูหลิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่ชิวหลินรุ่ยฉลาด ถึงแม้จะเสียของเล่นไป แต่อย่างน้อยก็รอดพ้นวิกฤติมาได้นางกำลังจะยกมือขึ้นขอบคุณเขา
แต่พอเงยหน้าขึ้นกลับพบว่าชิวหลินรุ่ยเดินออกไปไกลแล้ว
ฮึ่ม! เ้าหน้าน้ำแข็งนี่!
เยว่ชูหลิงกลับมาถึงสวนสั่วเสวี่ยท้องฟ้าก็มืดแล้ว นางเดินเตร่อยู่ข้างนอกทั้งวันถึงได้กลับมาบอกข่าวให้ลู่จือฉิง
เมื่อรู้ว่าของเล่นถูกองค์รัชทายาทเอาไปจือฉิงก็ใมากรีบถามว่า “จะไม่เป็อะไรใช่หรือไม่? องค์รัชทายาทจะทำร้ายเซี่ยมู่หรือไม่? เซี่ยมู่จะมีอันตรายหรือไม่?”
“บอกไม่ได้หรอก องค์รัชทายาทกับท่านอ๋องรุ่ยเป็ศัตรูกันมาตลอด ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะใช้โอกาสนี้จัดการกับท่านอ๋องรุ่ยอย่างไรอีก”
ลู่จือฉิงไม่สนใจว่าชิวหลินเหม่าจะจัดการกับชิวหลินรุ่ยอย่างไร ตอนนี้นางกังวลแต่ความปลอดภัยของเซี่ยมู่ จึงถามต่อว่า “แล้วเซี่ยมู่ล่ะ?
เซี่ยมู่ไม่เกี่ยวอะไรกับชิวหลินรุ่ยเลยนะ”
“เฮ้อ...” เยว่ชูหลิงทำหน้าเหมือนคนที่ผ่านโลกมานาน “การต่อสู้แย่งชิงอำนาจ ใครจะสนกันล่ะว่าท่านจะเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ตราบใดที่ท่านถูกลากเข้าไปในแผน ท่านก็เป็ได้แค่เหยื่อที่ใช้สำหรับปูเป็เส้นทางสู่บัลลังก์”
ลู่จือฉิงเข้าใจว่าสิ่งที่เยว่ชูหลิงพูดนั้นมีเหตุผล นางอ่านนิยายและดูละครทีวีสมัยใหม่มามากพอ ในเวลานี้เซี่ยมู่ต้องเป็เสี้ยนหนามในสายตาขององค์รัชทายาทอย่างแน่นอน เขาคงอยากจะกำจัดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ลู่จือฉิงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ในเมื่อตัวนางเองยังถูกจองจำอยู่ที่นี่ แล้วจะไปรับรองความปลอดภัยของเซี่ยมู่ได้อย่างไร?
เยว่ชูหลิงเห็นลู่จือฉิงทำท่าร้อนใจจึงรีบปลอบใจนาง “ไม่เป็ไร ๆ ข้าแค่ล้อท่านเล่น อีกอย่างองค์รัชทายาทเมื่อเทียบกับท่านอ๋องรุ่ยก็เหมือนฟ้ากับเหว ท่านอ๋องรุ่ยน่ะเหนือกว่าเขาไม่รู้กี่ขุมแล้ว ยิ่งท่านอ๋องรุ่ยรักเซี่ยมู่เพียงนี้ ต้องช่วยให้เขาปลอดภัยได้แน่นอน”
“จริงหรือ?” ลู่จือฉิงเอ่ยเสียงอ่อนแรง ตอนนี้นางได้แต่ฝากความปลอดภัยของเซี่ยมู่ไว้กับชิวหลินรุ่ยแล้ว
“แน่นอนสิ!” เยว่ชูหลิงลุกขึ้นยืนทำท่าสาบาน “ข้าขอสาบานในฐานะจอมยุทธ์หญิง!”
ลู่จือฉิงยังคงกังวล แต่เมื่อเห็นท่าทางของเยว่ชูหลิงนางก็ส่ายหัวและถอนหายใจทันที ‘ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เื่จริงสินะ’