เมื่อดูของที่อธิบายไม่ถูกในอ่าง ใบหน้าของหยูยวนก็เผยสีหน้ารังเกียจออกมาให้เห็น “เสียดายเครื่องหอมของข้ายิ่งนัก”
“อันเยว่ เ้าคงไม่ได้ป่วยจนสมองเลอะเลือนไปแล้วใช่ไหม? ด้วยสิ่งนี้ เ้ายังอยากทำให้ตระกูลอันพลิกฐานะอีกหรือ? จะพลิกอย่างไร?”
เซียวสิงเยี่ยนคงคาดเดาได้ั้แ่แรกแล้วว่าคนที่สักแต่พูดอย่างนางจะสามารถประดิษฐ์ของอะไรออกมาได้
การกระทำที่ราวกับจะเป็เช่นนั้นจริง ก็เป็แค่ท่ามวยฉาบฉวยเท่านั้น
“จือฉือ เ้าเชื่อข้านะ ของสิ่งนี้หาไม่ได้จากข้างนอกแน่นอน มีก็แต่ที่บ้านหลังนี้เท่านั้น!”
อันเยว่ไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองนางเช่นไร สิ่งที่นางให้ความสนใจที่สุดในยามนี้คือความคิดเห็นของพันธมิตร ขอแค่ซูจือฉือเต็มใจร่วมมือกับนาง อย่างน้อยนางก็ยังสามารถมีชีวิตที่ดีต่อไปได้ในตระกูลอัน
“ไม่ทราบว่ามันคืออะไรหรือ”
ซูจือฉือเอ่ยขึ้นช้า ๆ หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ทว่ากลับดูดีมาก มุมปากเม้มนิด ๆ ถือได้ว่ามีหลากหลายอารมณ์
ร่างผอมบางนี้ปรากฏขึ้นราง ๆ ภายใต้เสื้อคอเปิด อันเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง นางรีบถอนสายตากลับมาและเริ่มแนะนำด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ของสิ่งนี้เรียกว่าสบู่ เพียงแต่ตอนนี้ยังร้อนอยู่ อีกเดี๋ยวเมื่อมันเย็นลงแล้วก็จะแข็ง และสะดวกต่อการใช้งาน”
“สบู่หรือ? ใช้ทำอะไร?”
หยูยวนถูกดึงความสนใจเล็กน้อย เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับจ้าวเจี่ยว ได้ข่าวว่าทางดินแดนตะวันตกนำมาใช้ทำความสะอาด มีสรรพคุณเช่นเดียวกับถั่วเ้าโต้ว
ต่างก็มีเสียงจ้าวเหมือนกัน คงมีส่วนเกี่ยวข้องกันบ้างแหละ (สบู่ในภาษาจีนเรียกว่า เฝยจ้าว ซึ่งมีเสียงคล้ายกับ จ้าวเจี่ยว ที่หยูยวนเคยได้ยิน)
“ใช้แทนถั่วเ้าโต้วที่มี อย่างไรเสียเ้าโต้วก็เป็จำพวกถั่วที่บดให้ละเอียด ต่อให้ละเอียดแค่ไหนก็ยังให้ความรู้สึกเป็เม็ดเล็ก ๆ อยู่ดี”
อย่างไรเสีย ด้วยเครื่องมือเหล่านี้ก็ไม่สามารถบดจนเป็ครีม แต่สบู่นั้นไม่เหมือนกัน
“ของสิ่งนี้ของเ้าทำจากน้ำมันหมู นำน้ำมันหมูมาทาตัว อาจจะ…”
หยูยวนชะงักไปครู่หนึ่ง แค่นึกภาพเอาน้ำมันหมูมาทาตัว เขาก็อดรู้สึกอยากอาเจียนไม่ได้
คนยุคนี้เก็บรักษาของหนึ่งอย่างและสามารถใช้ได้นับพันปี จู่ ๆ มีของประเภทนี้โผล่มา มิหนำซ้ำยังทำจากน้ำมันหมู ก็สมเหตุสมผลหากว่าพวกเขาจะยอมรับไม่ได้
“สุดท้ายแล้วผู้คนก็ต้องพัฒนา หลายปีมานี้ตระกูลอันใกล้สิ้นไร้ไม้ตอก หากไม่สามารถช่วยตัวเอง ก็ทำได้เพียงถูกผู้อื่นรังแก”
“นั่นไม่ใช่เพราะหลายปีมานี้เ้ากินดื่ม เล่นพนัน และผลาญทรัพย์สินในบ้านจนหมดหรอกหรือ มิเช่นนั้นจวนอันจะมาถึงทุกวันนี้ได้หรือ?”
การโจมตีอย่างทันควันของเซียวสิงเยี่ยนทำให้อันเยว่ถึงกับสำลัก
อันเยว่จึงทำได้เพียงเบนสายตาไปยังใบหน้าของซูจือฉือ เื่ทำอาหารในบ้านมอบหมายให้เขารับผิดชอบ ใบหน้าสะอาดสะอ้านและมือที่อ่อนนุ่มของเขาทำให้ผู้คนอยากปกป้องจริง ๆ
“ข้าจะยกตัวอย่างให้พวกเ้าฟัง ในครัวนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำมัน และเป็เื่ยากมากที่จะทำความสะอาดให้เกลี้ยง อย่างเช่น เตานี่…”
อันเยว่เอานิ้วกวาดไปบนเตา แล้วมองนิ้วสะอาดของตัวเองด้วยความรู้สึกประหลาดใจมาก เหตุใดบนเตาถึงไม่มีเขม่าน้ำมันเลยล่ะ?
นางจึงถูนิ้วติดต่อกันถึงสองครั้ง แต่ก็ยังสะอาด ไม่มีอะไรติดมาเลยเหมือนเดิม
“จือฉือชอบความสะอาด ในห้องครัวต้องทำความสะอาดทุกวัน จะมีเขม่าน้ำมันได้อย่างไรล่ะ?”
เซียวสิงเยี่ยนเพิ่งพูดจบ อันเยว่ก็เห็นผ้ากันเปื้อนที่วางอยู่ด้านข้าง แม้ว่าจะซักหลายหนแล้ว แต่ก็ยังเหลือคราบน้ำมันติดอยู่นิดหน่อยอย่างเลี่ยงไม่ได้
อันเยว่จึงคว้ามันมา นางถูสบู่เล็กน้อย ซักขยี้กลับไปกลับมา ล้างด้วยน้ำสะอาดและหยิบมันขึ้นมา
“พวกเ้าดูสิ!”
สายตาประหลาดใจของเซียวสิงเยี่ยนดึงดูดให้หัวคิ้วของซูจือฉือขมวดมุ่นขึ้นเรื่อย ๆ หยูยวนยกยิ้มมุมปาก ทว่าปนด้วยรอยยิ้มชื่นชม
อันเยว่ผู้นี้เคยเป็มารร้ายไปสักหน่อย แต่สบู่ที่นางทำในครั้งนี้กลับเห็นผลทันตาจริง ๆ
“สบู่ในครั้งนี้ใช้ซักผ้าได้ไม่เลวเลย ส่วนการนำมาชำระร่างกายก็ดีกว่าถั่วเ้าโต้วร้อยเท่าเช่นกัน อีกสองสามวันข้าจะพัฒนาสูตรให้เหมาะกับการอาบน้ำมากขึ้น”
อันเยว่คล้ายกับจะจมดิ่งลงไป และไม่สนใจสายตาของทุกคนที่มองมา นางถืออ่างใส่ของสิ่งนั้นไปยังลานกว้างหน้าเรือน หลังจากหาบริเวณที่อากาศถ่ายเทได้แล้วก็บิดี้เี
เสียงร้องของแมลงดังไปทั่วทุกหนแห่ง บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยดาววับวาวราวกับภาพวาด อันเยว่ไม่รีบกลับไปยังห้องปีกที่ชำรุดของตัวเอง แต่กลับนั่งลงตรงบันไดหน้าห้องโถง
เสียงฝีเท้าหยุดลงไม่ไกลจากด้านหลังของนาง และเงียบไปครู่หนึ่ง อันเยว่จึงตบลงที่บันไดข้างกาย “นั่งสิ”
โดยปราศจากลม เรือนร่างขาวราวหิมะก็ย่างเท้ามานั่งลงข้างนางอย่างนุ่มนวล
“นาง…กลับมาไม่ได้แล้วใช่ไหม?”
ตอนนี้ซูจือฉือแน่ใจอย่างยิ่งว่าอันเยว่ที่อยู่ตรงหน้าเขาผู้นี้ไม่ใช่ภรรยาของเขา
สตรีโง่ที่ไม่ทำอะไรนอกจากกินดื่ม เที่ยวหอคณิกาชาย และเล่นพนันคนนั้นจะมีคารมคมคายในชั่วพริบตาได้อย่างไร มิหนำซ้ำยังทำสบู่นั่นเป็อีกด้วย
อันเยว่ลังเลเล็กน้อย นางไม่รู้ว่าควรบอกเื่ทั้งหมดของตัวเองกับเขาดีหรือไม่ หากว่าเขาไว้ใจได้ก็คุยกันง่าย แต่หากไว้ใจไม่ได้ แล้วขายนางภายในไม่กี่นาทีล่ะ
“เ้าหมายถึงใครหรือ?”
“ข้าอยู่ที่จวนอันประมาณห้าปีได้แล้ว เ้าไม่ใช่นาง”
ซูจือฉือเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจมาก สายตาของเขาสำรวจใบหน้าของอันเยว่ นี่เป็ครั้งแรกในรอบห้าปีเช่นกันที่เขาได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของนาง หน้าตาสะสวยโดยธรรมชาติ เพียงแต่มีความเหงาที่บอกไม่ถูก
“เลิกล้อเล่นเถอะ ข้าก็แค่เข้าใจเื่บางอย่างหลังจากได้รับาเ็เท่านั้น หรือว่า เ้าไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ของข้า แต่ชอบข้าสมัยก่อน?”
เห็นได้ชัดว่ากำลังปิดบังและไม่อยากเปิดเผยตัวตน กลับยังแสดงทีท่าคล้ายว่าเขาคิดเพ้อเจ้อไปเองเสียอย่างนั้น
ทว่าซูจือฉือไม่เชื่อเลยสักนิด เขาไม่เชื่อทั้งหมดที่นางพูด
อันเยว่ค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้เขา มีความหยอกล้อในดวงตาของนาง นิ้วของนางแตะลงบนหน้าอกของเขาและค่อย ๆ เลื่อนลง พร้อมเอ่ยทีละคำ “ในปีที่เ้าเพิ่งมาที่นี่ ข้าได้บีบบังคับเ้า มิหนำซ้ำยังทำร้ายเ้า หรือว่าผู้อื่นก็รู้เื่นี้?”
“เ้า…”
ใบหน้าขาวซีดของซูจือฉือขึ้นสีแดงเป็ริ้ว ๆ แม้จะเคยเป็คณิกาชายมาก่อน แต่เขาก็รับไม่ได้กับการหยอกล้อเช่นนี้
เขาจึงลุกขึ้นด้วยความโกรธและสะบัดชายเสื้อจากไป
เหลือแต่อันเยว่ที่หัวเราะคิกคัก จากนั้นก็กลับมาสงบดังเดิมและค่อย ๆ เงยหน้า
นางไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับที่นี่ แต่ก็ต้องยอมรับมัน นางในยามนี้ไม่มีหนทางให้กลับไปแล้ว และนางยังต้องคิดว่าจะทำอะไรในวันพรุ่งนี้
เช้าวันต่อมา ซูจือฉือทำอาหารเช้าเสร็จ ก็เห็นว่าประตูห้องอันเยว่เปิดอยู่ เขาเดินไปโดยไม่ตั้งใจและลังเลอยู่ตรงประตูทางเข้าสักครู่ก่อนเอ่ย “ฮูหยิน ได้เวลากินข้าวแล้ว”
หลังจากกลับไปที่ห้องเมื่อคืนเขานอนพลิกตัวไปมาเพราะนอนไม่หลับ ถ้านางไม่ใช่อันเยว่ ก็ย่อมไม่รู้เื่ในคืนวสันต์
แต่กลิ่นอายที่ออกมาจากตัวของนางชวนให้รู้สึกสงสัยจริง ๆ
ผ่านไปนานในห้องไม่มีเสียงขานรับใด ๆ เขาจึงมองเข้าไปก็พบว่าในห้องสะอาดมาก ซึ่งมันไม่เคยสะอาดและเป็ระเบียบเช่นนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าเสื้อผ้าในตู้หายไปไหน มิหนำซ้ำยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ออกมาจากในห้อง
“จือฉือ เ้าทำอะไรที่หน้าห้องของนาง?”
กู่หยางกลัวว่าซูจือฉือจะถูกอันเยว่เอาเปรียบ จึงดึงอีกฝ่ายมาที่ข้างกาย
“นางไปไหนแล้ว?”
“ไม่รู้ว่าไปเล่นลูกไม้ที่ไหนแล้ว”
ณ ริมแม่น้ำชิงเหลียง อันเยว่ร้องทำนองเพลงสายน้ำ นางซักเสื้อผ้าด้วยสบู่และหัวเราะในใจอย่างมีความสุข เครื่องหอมของหยูยวนไม่เลวเลยจริง ๆ