จุนห่าวพูดกับจุนเช่อว่า“พี่รอง ท่านรีบบอกสถานการณ์นี้มาเร็ว! ไม่แน่ว่าข้าอาจจะมีวิธีที่แก้ปัญหานี้ได้ท่านเลิกคิดว่ามันจะเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้เถอะ พวกท่านถูกตามฆ่าจนต้องมาหาข้าถึงที่นี่ศัตรูมาใกล้ตัวขนาดนี้แล้วนะ” เขาคิดในใจ ถ้าวิเคราะห์กันจริง ๆ คือ พลังของพวกเขามีไม่มากพอตอนนี้เขาเป็นแค่นักพรตที่มีระดับลมปราณอยู่ขั้นที่สองระดับปลายเท่านั้น ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ก็คงต้องใช้พละกำลังอันป่าเถื่อนแทน ถ้าใครยังกล้ามายั่วยุเขากับครอบครัวละก็ ก็คงไม่ต้องมานั่งคิดหนักหาทางตอบโต้เช่นนี้แล้ว
“เรื่องมันเป็นอย่างนี้..." จุนเช่อเล่าเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่ตัดรายละเอียดใด ๆ ทิ้ง
เมื่อหลายปีก่อน จุนเช่อและจุนฟานทำให้พี่ใหญ่ของเขา... จุนอี้เกิดความขุ่นเคือง จึงถูกท่านพ่อจับแยกออกจากตระกูล ซึ่งในตอนนั้นแม่ของพวกเขาได้ล่วงลับไปแล้วสองพี่น้องจึงไม่มีอะไรต้องกังวลอีก หากจะเป็นกังวล ก็คงเป็นเรื่องจุนห่าวทว่าตอนนั้นจุนเช่อและจุนฟานอายุยังน้อยและมีระดับพลังปราณต่ำ ลำพังแค่เลี้ยงดูตัวเองก็ยากลำบากแล้วไม่ต้องพูดเรื่องการดูแลจุนห่าวที่อายุน้อยกว่าเลย พวกเขาจึงคิดว่า การให้จุนห่าวอยู่ที่บ้านตระกูลจุนต่อไปน่าจะดีกว่าการที่จุนห่าวจะต้องออกไปกับพวกเขาจุนเช่อและจุนฟานจึงออกจากคฤหาสน์ตระกูลจุน และเริ่มหาเลี้ยงชีพด้วยตนเอง
ถึงแม้จุนเช่อและจุนฟานจะแยกออกไปแล้ว แต่ก็ยังถือว่าเป็นนายน้อยของตระกูลจุนอยู่ และท่านปู่ของพวกเขาก็เป็นถึงประมุขของตระกูลจุนที่ไม่ว่าใครก็ให้เกียรติพวกเขาจึงอาศัยอยู่ข้างนอกได้อย่างไม่ลำบากนัก หลังออกจากคฤหาสน์ตระกูลจุนแล้วจุนเช่อก็พาจุนฟานเข้าร่วมกรมทหารรับจ้างเสือโหด ซึ่งหัวหน้ากรมทหารรับจ้างเสือโหดนี้มีนามว่า ‘จางไท่เหลย’ เขาเป็นชายวัยกลางคนซึ่งในเวลานั้นเขามีระดับพลังปราณอยู่ที่ลมปราณขั้นที่ห้า ถือเป็นนักพรตที่อยู่ในหมู่ลมปราณระดับกลางสำหรับเมืองอวี้หวาที่ห่างไกลเช่นนี้ เขาถือว่าเป็นยอดฝีมือผู้หนึ่ง
ครานั้นจุนเช่อที่มีระดับพลังปราณอยู่ที่ลมปราณขั้นที่สองระดับปลาย กับจุนฟานที่มีระดับพลังปราณอยู่ที่ลมปราณขั้นที่สองระดับต้นอีกทั้งทั้งสองยังเป็นนายน้อยจากตระกูลจุน จึงได้รับการเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง หลังจากเข้าร่วมกรมทหารรับจ้างเสือโหดพลังของทั้งสองคนก็เพิ่มขึ้น และสถานะของทั้งสองในกรมทหารรับจ้างก็สูงยิ่งขึ้นเช่นกัน
จางไท่เหลยมีบุตรชายหนึ่งคน นามว่า ‘จางเป่า’ และบุตรซวงเอ๋อร์อีกหนึ่งคนนามว่า ‘จางหนิง’ บุตรชายของท่านจางมีความสามารถในการบำเพ็ญเพียรอ่อนด้อย ไม่เรียนรู้ ไม่มีวิชามักเอาแต่กินดื่ม และเล่นเสี่ยงโชคไปวัน ๆ ดูจากชื่อก็รู้ได้ว่าจางไท่เหลยปฏิบัติต่อเขาราวกับลูกอันเป็นที่รัก จางไท่เหลยตามใจจางเป่าจนเสียนิสัยในเมื่อจางเป่าไร้ซึ่งความสามารถ จางไท่เหลยจึงตั้งใจว่า จะยกกรมทหารรับจ้างนี้ให้แก่จางเป่าแต่ในความเป็นจริงที่เห็นกันอยู่นั้น คือ จางเป่าทำตัวแย่เกินกว่าที่จะทำหน้านั้นได้กรมทหารรับจ้างจึงสรุปผลออกมาเพียงหนึ่งเดียว นั่นก็คือ จางเป่าต้องพ่ายแพ้ไป
ต่อมาจางไท่เหลยไตร่ตรองอยู่นาน สุดท้ายก็คิดวิธีที่ตนเองคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายได้บุตรชายของเขาไร้ซึ่งความสามารถ แต่บุตรซวงเอ๋อร์ของเขากลับมีพรสวรรค์ในด้านการบำเพ็ญเพียรอย่างแท้จริงหากหาตระกูลสามีที่ดีให้กับจางหนิงได้ จากนี้ไปอีกร้อยปีก็จะยังมีจางหนิงที่คอยปกป้องจางเป่าแบบนี้สู้ให้จางหนิงดูแลกรมทหารแทนจางเป่าไปเลยไม่ดีกว่าหรือแล้วให้จางหนิงเป็นผู้ออกหน้าแทนจางเป่า เพียงเท่านี้ปัญหาทุกอย่างก็จะถูกแก้ไขยามนี้มีเขาคอยปกป้อง ส่วนจากนี้ก็ให้จางหนิงคอยปกป้องต่อไปในอนาคตลูกชายของจางเป่าก็จะปกป้องเขา คงไม่ต้องกังวลอะไรอีก และจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปแล้ว
จางไท่เหลยเริ่มดำเนินการ โดยเริ่มตามหาคนที่โดดเด่น เขารู้สึกว่า จุนเช่อและจุนฟานสองพี่น้องนั้น มีความเหมาะสม เมื่อเทียบระหว่างจุนเช่อและจุนฟาน เขาคิดว่า จุนฟานมีความเหมาะสมกว่าเพราะว่าจุนเช่อเป็นคนซับซ้อนและดูควบคุมได้ยาก แต่จุนฟานเป็นคนตรง ๆ จนสามารถมองออกได้อย่างทะลุปรุโปร่งและมีนิสัยที่ไม่งี่เง่าคนแบบนี้แหละ ถึงจะควบคุมได้ง่าย อีกอย่างทั้งจุนเช่อและจุนฟาน เป็นพี่น้องแท้ ๆ ที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแน่นแฟ้นมาก จุนเช่อคงจะไม่มีทางปล่อยปละละเลยจุนฟานแน่ตราบใดที่จุนฟานลงเรือลำเดียวกับกรมทหารรับจ้างของเขาละก็จุนเช่อย่อมต้องช่วยกรมทหารรับจ้างแห่งนี้อย่างถึงที่สุดเป็นแน่
พูดแล้วก็ช่างบังเอิญนัก ในขณะที่จางไท่เหลยกำลังหาวิธีให้จุนฟานและจางหนิงใกล้ชิดกันจุนฟานก็ได้ช่วยชีวิตจางหนิงไว้ในภารกิจหนึ่งพอดี ตั้งแต่นั้นมาจางหนิงจึงเริ่มสนใจและค่อยๆ ตกหลุมรักจุนฟาน แม้ว่าจางหนิงจะไม่ใช่ซวงเอ๋อร์ที่สวยที่สุด แต่เขามีบุคลิกที่ดีและมีนิสัยที่แข็งขันอันที่จริงแล้วจุนฟานก็หลงรักจางหนิงมานาน แต่เขาลังเลที่จะสารภาพออกไปทว่าจางหนิงที่มีนิสัยรวดเร็วฉับไว หลังจากที่เขาตกหลุมรักจุนฟาน เขาก็สารภาพรักกับจุนฟานทันทีเมื่อคนที่แอบรักมานานสารภาพรักกับตนเอง จุนฟานจึงตอบรับทันทีแทบไม่ต้องคิดเลย ตั้งแต่นั้นมาทั้งสองก็เริ่มคบหากันแบบคู่รัก
ในครานั้นพวกเขายังไม่รู้ถึงความคิดของจางไท่เหลย ต่อให้รู้ จางหนิงก็คงไม่ทำในสิ่งที่จางไท่เหลยต้องการจางหนิงไม่ใช่ลูกที่กตัญญูเท่าไหร่ และไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครมาบงการง่าย ๆเขาเป็นคนมีความคิดเป็นของตัวเอง เขารู้มาตั้งแต่เด็กแล้วว่า ท่านพ่อรักพี่ชายมากกว่าและมักจะมอบสิ่งดี ๆ ให้กับจางเป่าก่อนเสมอ เวลาเขาต้องการอะไร มีต้องพึ่งแต่ตนเองเขาจึงเย็นชากับจางไท่เหลยมาเนิ่นนานแล้ว และยังเกลียดชังจางเป่า พี่ชายที่ชอบกลั่นแกล้งเขายิ่งนัก
หากจางหนิงรับรู้ได้ถึงความคิดของจางไท่เหลย เขาจะต้องรู้สึกขบขันเป็นแน่ จางหนิงไม่มีวันขายชีวิตให้แก่จางเป่าและยิ่งไม่ยอมให้คนรักของตนเองต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เป็นแน่ แต่ทว่าจางหนิงในยามนี้ไม่รู้เรื่องอะไรเลยและเอาแต่ดื่มด่ำอยู่กับความรัก หลังจากที่ทั้งสองคนคบหากันมาระยะหนึ่ง พวกเขาก็ได้แจ้งเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาให้จางไท่เหลยทราบเมื่อจางไท่เหลยรู้ก็เห็นดีเห็นงามอย่างปลาบปลื้ม เขาคิดว่า จางหนิง ช่างเป็นลูกที่ดีที่ใส่ใจ และเข้าใจเขาจริง ๆ เขารอให้ทั้งสองคนได้พบกับท่านพ่อของจุนฟานก่อน ก็จะให้พวกเขาแต่งงานกัน
เรื่องราวดำเนินไปแบบนี้ แม้ว่าตอนจบจะไม่เป็นดั่งที่คิดไว้ แต่ก็ถือว่าจบอย่างสมบูรณ์แบบเช่นกันทั้งสองคนกำลังดื่มด่ำในความรัก โดยไม่รู้ว่า พายุกำลังใกล้เข้ามาในเร็ววันอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้พวกเขาทีละน้อย และพวกเขาใกล้ที่จะต้องลาจากกันชั่วนิรันดร์