“แต่งงานเนี่ยนะ? ฉันยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ายัยนั่นเกิดราศีอะไร........”
เซียวเจิ้งยืนอยู่บนจัตุรัสที่มีฝูงชนพลุกพล่าน เงยหน้ารับแสงแดดที่สาดส่องมาจากอาคาริจูบนถนนฝั่งตรงข้ามด้วยความเสียใจไปถึงลำไส้
นี่มันยุคไหน สมัยไหนกันแล้ว? นอนด้วยกันแค่คืนเดียวก็ต้องรับผิดชอบ? แถมยังบังคับให้แต่งงานอีก?
ช่างหัวมันเถอะสังคมระบอบศักดินา ผู้หญิงใจง่ายพรรค์นั้นสมควรที่จะถูกขังอยู่ในกรงหมู แล้วจับถ่วงน้ำต่างหาก!
อากาศในเมืองิจูใน่เดือนกรกฎาคมนั้นทั้งร้อนทั้งอับชื้น เซียวเจิ้งที่นั่งรถประจำทางมาสองต่อเหงื่อไหลอาบท่วมตัว เสื้อผ้ายับยู่ยี่ติดร่างกายเหมือนถูกห่อด้วยพลาสติก เขารู้สึกอึดอัดเป็อย่างยิ่ง
เซียวเจิ้งเปิดขวดน้ำแร่แล้วดื่มน้ำลงไปมากกว่าครึ่งภายในอึดใจเดียวเพื่อดับความร้อนในลำคอ จากนั้นจึงหยิบหนังสือพิมพ์ที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อออกมาจากกระเป๋า แล้วกวาดตามองดูซ้ำๆ เพื่อยืนยันว่าไม่มีประกาศรับสมัครงานไหนที่เขามีคุณสมบัติในการทำงาน ก่อนที่จะเทน้ำทิ้ง แล้วเช็ดรองเท้าหนังที่สกปรกเพราะถูกคนบนรถประจำทางเหยียบด้วยความไม่ตั้งใจ
อาคาริจูมีอีกชื่อหนึ่งว่าตึกเอ็มไพร์สเตท มันสูงถึง 108 ชั้นและเป็ศูนย์รวมของเหล่าไฮโซชนชั้นสูงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองิจู การที่ได้มาทำงานในตึกเอ็มไพร์สเตทแห่งนี้ นับว่าเป็ความภาคภูมิใจของชาวเมือง บริษัทต่าง ๆ ก็ยังสามารถเช่าพื้นที่ในอาคารเพียงไม่กี่ยูนิตเพื่อแสดงทรัพยากรทางการเงินได้
เซียวเจิ้งก้าวเท้าเข้าไปในตึกเอ็มไพร์สเตทเป็ครั้งแรก เขาไม่อยากถูกบรรดาชนชั้นสูงในวงการธุรกิจดูถูกเหยียดหยามด้วยความรู้สึกที่เหนือกว่า จึงพยายามทำตัวเองให้เนี๊ยบที่สุด
“เฮ้ นั่นใคร?”
เซียวเจิ้งเพิ่งจะก้าวเท้ามาถึงประตู เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบก็รีบก้าวออกมา แล้วพูดขึ้นว่า
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่นายจะมาพักหลบแดดนะ ออกไปได้แล้ว!”
สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม เขาโบกมือราวกับปัดไล่แมลงวัน ดูเหมือนว่าใน่ฤดูร้อนแบบนี้ จะไม่ใช่แค่เซียวเจิ้งเพียงคนเดียวที่พยายามจะเข้าไปตากแอร์
“พักหลบแดด?”
เซียวเจิ้งเบิกตากว้าง แล้วกล่าวตำหนิ
“นายไม่มีตาเหรอ? ฉันดูเหมือนคนไร้ยางอายขนาดนั้นเชียวเหรอ?”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“งั้นนายมาทำอะไรที่นี่? มาทำงาน? คุยธุรกิจ? หรือว่ามาซื้อกิจการ?”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นคนฉวยโอกาสใน่ชุลมุนมาก็มาก แต่เขายังไม่เคยเจอใครที่หน้าด้านหน้าทนขนาดนี้มาก่อน จึงหัวเราะเยาะอย่างอดไม่ได้
“ฉันมีนัดกับสาวสวยต่างหาก”
เซียวเจิ้งจัดคอเสื้อด้วยท่าทางจริงจัง ดูราวกับคนที่ประสบความสำเร็จ
“โอ้ สารรูปอย่างนายเนี่ยนะมีนัดกับสาวสวย? บอกมาสิว่ามีนัดกับใคร?”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกล่าวเย้ยอย่างไร้ความปรานี
“อยากให้ฉันช่วยเรียกหลินฮั่วอินกับเฉินม่านจวินมาดื่มน้ำเย็นๆ เป็เพื่อนนายแล้วพูดคุยกับนายไหม? จากนั้นก็ถือโอกาสนี้ชี้นำประเทศไปด้วยเลย?”
ผู้หญิงสองคนที่เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพูดถึง ขึ้นชื่อว่าเป็สองสาวน้ำแข็งและเปลวไฟในตึกเอ็มไพร์สเตท คนหนึ่งเ็าเหมือนูเาน้ำแข็ง ไม่เข้าใกล้คนแปลกหน้า อีกคนหนึ่งเร่าร้อนเหมือนกับเปลวไฟ เป็นางมารผู้โหดร้ายดุดัน ถ้าหากพนักงานในอาคารคิดที่จะสนองความ้าของตัวเองที่มีต่อพวกเธอ ก็ทำได้แค่ฝันกลางวันเท่านั้น
เมื่อเซียวเจิ้งได้ยินคำพูดของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เขาก็เอียงคออย่างคนโง่งม เป็ไปได้ไหมว่าคนที่ตามรังควานจะเป็หนึ่งในพวกเธอ?
บอกตามตรง คืนนั้นเซียวเจิ้งดื่มจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาของผู้หญิงที่เขานอนด้วยเป็ยังไง แสงไฟในผับก็มืดสลัว ยิ่งเป็ไปไม่ได้ที่จะมองเห็นอย่างชัดเจน
จะบอกว่าเป็ค่ำคืนที่แสนสับสนก็ว่าได้ มันไม่ใช่แค่เซ็กส์หลังจากที่เซียวเจิ้งเดินทางกลับสู่บ้านเกิด แต่ยังนำพาปัญหาที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ในแง่ของศีลธรรมมาให้เซียวเจิ้งอีกด้วย เขารู้สึกผิดต่อแม่เฒ่าที่อยู่ที่บ้านจริงๆ
“คิดอะไรของนายอยู่ห๊ะ?!”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถลึงตามอง สีหน้าท่าทางจริงจังราวกับเป็แฟนพันธ์แท้ของสาวๆ เ่าั้
“รีบออกไปจากที่นี่ได้แล้ว! ไม่อย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันใช้ความรุนแรง!”
เมื่อพูดจบก็ทำท่าจะหยิบกระบองยางขึ้นมาจากเอว
“เกิดอะไรขึ้น?”
ในระหว่างที่กำลังโต้เถียงกันอยู่ หญิงสาวในชุดพนักงานออฟฟิศสีเทาเงินคนหนึ่งก็เดินเข้ามา
ฝีเท้าของเธอหนักแน่นมั่นคง เดินเร็วแต่ดูไม่รีบร้อน ฟังเพียงเสียงฝีเท้าก็สามารถตัดสินได้แล้วว่า ผู้หญิงคนนี้มีนิสัยเย่อหยิ่งและมีจิตใจเข้มแข็ง
เมื่อเงยหน้ามองก็พบว่า สาวออฟฟิศคนนี้กำลังเหลือบตามองทั้งสองคนด้วยท่าทีหยิ่งยโส ใบหน้าของเธอขาวใสราวกับหยก ริมฝีปากสีแดงที่เร่าร้อนเหมือนเปลวไฟอยู่ใต้จมูกโด่งได้รูป หน้าอกอวบอิ่มคับแน่นจนแทบจะแหวกเสื้อเชิ้ตออกมา
“พี่หง”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยักหน้า ก่อนที่จะอธิบาย
“เ้าเด็กนี่คิดที่จะลอบเข้าไปในอาคาร ถูกผมจับได้ยังทำเป็เล่นลิ้นอีก ผมกำลังไล่เขาออกไปครับ”
พี่หงผู้เ็าไม่พูดอะไร เอาแต่มองเซียวเจิ้งที่ถูกขวางอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
สภาพมอมแมมไม่เรียบร้อย ดูโทรมเหมือนไม่ได้นอนมา 2 – 3 คืน ดวงตาแดงก่ำ หน้าซีดขาวเหมือนคนป่วย แม้แต่บนข้อมือที่สามารถสะท้อนรสนิยมของผู้ชายได้ดีที่สุดก็ใส่แค่นาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์สีขาวที่มีราคาไม่ถึงร้อยหยวน สภาพดูเหมือนคุณลุงที่ตกอับมานาน ยิ่งมาอยู่ในตึกเอ็มไพร์สเตทที่มีแต่กลุ่มชนชั้นสูงก็ยิ่งดูไม่เข้ากัน พลอยจะทำให้คนอื่นรู้สึกหดหู่ไปด้วย
“คุณคือเซียวเจิ้งใช่ไหม?” พี่หงเอ่ยถาม
“ครับ ผมเอง”
เซียวเจิ้งละสายตาจากหน้าอกของพี่หงขึ้นมาอย่างแเี แล้วเอ่ยถามอย่างสุภาพ
“แล้วคุณผู้หญิงชื่ออะไรครับ?”
หรือว่าผู้หญิงที่นอนกับเขาในคืนนั้นจะเป็เธอคนนี้กัน?
รูปร่างเซ็กซี่ หน้าตาไม่เลวร้ายอะไร ถึงจะแตกต่างไปจากสาวงามล่มเมืองในจินตนาการของเซียวเจิ้งไปค่อนข้างมาก แต่ควงออกไปไหนก็นับว่าไม่อายคน ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกคนอื่นติฉินนินทา
อืม ถือว่าเป็คู่รักที่ตรงตามบรรทัดฐานของสังคมล่ะนะ
เซียวเจิ้งพยายามลดช่องว่างขนาดใหญ่ที่เกิดมาจากความไม่สมดุลทางจิตใจของตัวเอง
“คุณไม่จำเป็ต้องรู้หรอก ตามฉันมา”
พี่หงหมุนตัวด้วยท่าทีผิดหวัง และเดินนำไปยังลิฟต์ส่วนกลางภายในอาคาร ดูท่าทางความอดทนสุดท้ายของเธอจะหายไปแล้ว น้ำเสียงเ็าราวกับน้ำแข็ง ทำให้คนฟังรู้สึกอึดอัด
“นายเห็นหรือยัง?”
เซียวเจิ้งจุดบุหรี่ ในขณะที่เหลือบมองเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้วยแววตาภาคภูมิใจ
“เธอคือสาวสวยที่นัดกับฉัน ไปเก็บกระเป๋าซะไป วันพรุ่งนี้นายเตรียมตัวรับหนังสือลาออกได้เลย”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตะลึงงัน ทัศนคติพลันพังทลาย
ติ๊ง!
ลิฟต์หยุดที่ชั้น 88 พี่หงเดินนำออกจากลิฟต์ไปเป็คนแรก ดูเหมือนว่าเธอไม่อยากจะใช้เวลาร่วมกับเซียวเจิ้งผู้แสนสิ้นหวังคนนี้แม้แต่วินาทีเดียว
เซียวเจิ้งล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามเธอไปเพื่อไม่ให้สถานการณ์กระอักกระอ่วนไปมากกว่านี้ เขาพูดออกมาอย่างสงบนิ่งว่า
“คุณทำงานอยู่ที่นี่เหรอ? บรรยากาศดีทีเดียว เดือนนึงได้ถึง 10,000 หยวนเลยใช่ไหม?”
“ฉันได้เงินเป็รายปี”
พี่หงไม่หันหลังกลับไป ฝีเท้าเร่งรีบและดูว้าวุ่นไม่ต่างอะไรไปจากอารมณ์ที่ไม่อาจต้านทานได้ของเธอ
“ปีละเท่าไหร่ล่ะ?”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมให้ความร่วมมือเช่นนี้ เซียวเจิ้งก็อดทนต่อความอึดอัดทรมานและแสร้งทำตัวผ่อนคลาย
“สัก 50,000 ได้ไหม? ตอนนี้ตลาดกำลังซบเซา งานก็หายากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับสาว ๆ อย่างพวกคุณ มันคงจะยากยิ่งกว่าที่จะหางานที่ไม่เลือกปฏิบัติได้”
“สองล้าน” พี่หงกล่าวอย่างไม่แยแส
“สองล้าน!?” เซียวเจิ้งนิ่งอึ้งไปด้วยความใ
ไม่จำเป็ต้องหันหลังไปมอง พี่หงก็คาดเดาได้ถึงสีหน้าอันซับซ้อนของเซียวเจิ้ง ในใจยิ่งเกิดความรู้สึกอยากแก้แค้นมากขึ้น
ตกอับขนาดนี้ยังกล้าดูถูกผู้หญิงอีกเหรอ? อยากจะหัวเราะให้กับลัทธิผู้ชายเป็ใหญ่จริง ๆ!
จิตใจของพี่หงรู้สึกผ่อนคลายขึ้น แต่ทว่าคำถามที่แสดงความไม่พอใจและความโกรธกลับดังขึ้นมาจากด้านหลังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“เธอรวยขนาดนี้ ยังจะให้ฉันเป็คนจ่ายค่าห้องอีก คนรวยอย่างเธอเขาทำแบบนี้กันเหรอ? ตอนนี้เธอยังขี้งกขนาดนี้ แล้วถ้าอยู่ด้วยกันในอนาคตจะเป็ยังไง? ฉันผิดหวังในตัวเธอจริง ๆ!”
พี่หงตัวสั่นเทิ้ม เกือบจะหงายหลังลงไปกับพื้น
จ่ายค่าห้อง?
อยู่ด้วยกันในอนาคต?
พี่หงทั้งโกรธทั้งอับอาย ในขณะเดียวกันก็ยิ่งรู้สึกนับถือคนในห้องเบื้องหน้าที่กำลังจะอยู่ร่วมกับผู้ชายแปลก ๆ ที่น่าสิ้นหวังคนนี้
“อย่างแรก ถึงฉันจะตาบอด ฉันก็ไม่มีวันไปชอบคนอย่างนาย”
พี่หงหันหลังกลับมาอย่างช้าๆ แววตาของเธอนั้นเ็าไร้ความปรานี
“และอย่างที่สอง คนที่อยากเจอนายไม่ใช่ฉัน แต่เป็นายใหญ่ของพวกเรา”