มาถึงวันที่ช่างจะเข้ามาดูพื้นที่สร้างบ้าน เทียนหรงตัดสินใจที่จะสร้างบ้านขึ้นมาใหม่บนที่ดินหนึ่งหมู่ที่ยังว่างอยู่ด้านหลัง ส่วนบ้านที่อาศัยอยู่ตอนนี้เขาตั้งใจว่าจะรื้อออกหลังจากสร้างบ้านใหม่เสร็จ เพราะมันเก่ามากแล้ว เนื่องจากเป็สมบัติตกทอดมาั้แ่รุ่นปู่ของเขา
บ้านหลังใหม่จะสร้างชั้นเดียวมีทั้งหมดห้าห้องนอน ห้องครัว ห้องเก็บของ ห้องโถง และทำชานยื่นออกมาด้านนอกสำหรับนั่งเล่นรวมถึงเอาไว้ทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกัน ยังมีห้องอาบน้ำ ห้องส้วม ห้องเก็บฟืน ที่สร้างแยกออกจากตัวบ้านด้วย
ก่อนหน้านี้เสี่ยวหลินเคยกระซิบบิดาเื่ทำปล่องไฟสำหรับก่อไฟให้ความอบอุ่นในหน้าหนาว เขาจึงแจ้งนายช่างในเื่นี้ด้วย ยังมีรั้วดินล้อมรอบบริเวณตัวบ้านเพื่อความเป็ส่วนตัว ใช้จ่ายไปทั้งสิ้นสิบตำลึงทอง
หน้าที่ดูแลงานก่อสร้างถูกยกให้กับฮุ่ยสง ส่วนสองพี่น้องบ้านถังนั้นหอบหมอนกับผ้าห่มไปนอนพักที่กระท่อมเล็กๆ ริมชายหาด แผงตากปลาถูกตั้งไว้รอบบริเวณกระท่อมเรียงรายกันอยู่หลายแผง โดนมีนายหญิงตัวน้อยตามไปดูแลงานด้วยตนเองพร้อมกับสหายคู่ใจตัวสีน้ำตาล
"เดี๋ยวตอนกลางวันข้าจะเอาข้าวมาส่งให้นะเ้าคะท่านพี่" ฮุ่ยหนิงเอ่ยบอก นางเดินมาดูที่หลับนอนของสามีที่จะใช้เป็ที่พักอาศัยชั่วคราวใน่นี้ก็เห็นว่าแข็งแรงพอใช้ได้ อีกทั้งยังมากำชับบุตรสาวไม่ให้ซุกซนด้วยเพราะสามีกับน้องสามีต้องทำงานคงไม่ได้มองดูเด็กน้อยอยู่ตลอดเวลา
"เดี๋ยวพี่หรือเสี่ยวเฉินเดินไปเอาเองก็ได้ เ้าไม่ต้องลำบากหรอกนะ" เทียนหรงเดินไปพูดคุยตกลงกับภรรยา ทิ้งให้เทียนเฉินนั่งทำความสะอาดปลาหมึกและล้างด้วยน้ำทะเลก่อนจะนำไปตากบนแผง
พวกเขาเริ่มออกเรือั้แ่เมื่อคืน่กลางยามโฉ่ว (01:00-02:59) ได้หมึกมาหลายถัง ส่วนใหญ่เขาเลือกเพียงหมึกตัวยาว (หมึกกล้วย) แต่ก็ยังเก็บหมึกตัวใหญ่ (หมึกกระดอง) มาสองตัวสำหรับให้ภรรยาทำอาหาร ยังมีปลาทะเลอีกจำนวนหนึ่งที่นำกลับไปขังไว้ที่บ้านด้วย
"ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะท่านพี่ อยู่ที่บ้านข้าก็ไม่มีอะไรทำ แป้งมันเทศก็ทำเสร็จหมดแล้ว เหลือเอามาบดอีกนิดหน่อย" นางกล่าวถึงแป้งที่นำไปตากแห้งแล้ว ยังต้องเอามาบดให้เป็ผงแป้งอีกเพราะมันยังเป็ก้อนแข็งๆ อยู่ **
"อย่างนั้นเ้าก็พักสักหน่อยเถิด กินให้อิ่มนอนหลับให้เพียงพอร่างกายจะได้แข็งแรง พอบ้านใหม่เสร็จเราจะได้ทำน้องให้เสี่ยวหลินกัน" เทียนหรงมองภรรยาด้วยสายตากรุ้มกริ่มจนนางหน้าขึ้นสี
"ท่านพี่ พูดอะไรเ้าคะเสี่ยวเฉินก็อยู่ตรงนี้" ฮุ่ยหนิงมองค้อนสามี ส่วนเทียนเฉินที่นั่งหูผึ่งแอบฟังอยู่ก็สะดุ้งนิดๆ แล้วรีบก้มหน้าทำความสะอาดหมึกต่อ
ด้านเสี่ยวหลินกับเสี่ยงจงนั้นก็กำลังวิ่งเล่นอยู่บนชายหาด ไกลออกไปสักระยะเป็แผงตากปลาของชาวบ้านคนอื่นๆ คราวก่อนนางไม่ได้สังเกตอะไรจึงไม่เห็น มีบางคนกำลังเดินเก็บหอยอยู่บนชายหาดเช่นเดียวกัน
"เสี่ยวจงอย่าวิ่งไปไกลนะ" นางะโบอกเ้าวัวตัวอ้วนที่วิ่งเล่นอย่างร่าเริง
ร่างเล็กเดินเตาะแตะเข้าไปหาเด็กชายวัยประมาณสิบขวบที่กำลังเดินเก็บหอยอยู่ริมชายหาด ตัวของเขาผอมแห้งไม่ต่างจากคนในครอบครัวของนางเมื่อก่อนหน้านี้
เด็กชายเองก็รู้สึกว่ามีคนจ้องอยู่จึงหันกลับมอง เขาขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นว่าเป็เด็กหญิงตัวกลมผิวขาวแก้มป่องยืนมองมาตาแป๋ว เด็กชายหันมองไปรอบๆ ก็พบเพียงเ้าวัวแปลกตาที่กำลังวิ่งเข้ามา
"เด็กน้อย เ้ามาเดินที่นี่คนเดียวหรือ มันอันตรายนะ" เขาเดินเข้าไปหาเด็กน้อยตัวกลมแล้วเอ่ยตักเตือน
"บิดากับมารดาของข้าอยู่ตรงนั้นเ้าค่ะ พี่ชายมาทำอะไรหรือเ้าคะ" นิ้วป้อมชี้ไปยังกระท่อมของบิดา เด็กชายเองก็มองตามก่อนจะพยักหน้ารับ
"ถึงอย่างไรก็ไม่ควรออกมาเดินไกลขนาดนี้ หากตกน้ำตกท่าไปจะทำอย่างไร" เขาถอนหายใจเมื่อเห็นเด็กน้อยมองมาตาแป๋วไม่มีท่าทางเกรงกลัวคนแปลกหน้าเลยแม้แต่น้อย
"ข้ามาเก็บหอยน่ะ" เขายื่นถังใบเล็กให้ดู เสี่ยวหลินเองก็ชะโงกหน้ามาส่องดูก็เห็นเป็หอยตลับอยู่จำนวนหนึ่ง
"พี่ชายมาจากหมู่บ้านเซินหลินหรือเปล่าเ้าคะ"
"ไม่ใช่ ข้าอยู่หมู่บ้านไห่ปิน เ้าเป็คนหมู่บ้านเซินหลินหรือ" เมื่อเห็นเด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงักจนแก้มกระเพื่อมเขาก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะเดินเก็บหอยต่อ
"พี่ชายจะเก็บหอยไปขายหรือเ้าคะ" นางเดินตามเด็กชายต้อยๆ เป็ครั้งแรกที่นายเห็นเด็กวัยใกล้เคียงกันกับนาง เพราะนางเองก็ไม่ค่อยได้เข้าไปในหมู่บ้านนัก เคยเข้าไปแค่ตอนไปซื้อที่ดินกับบิดาเท่านั้น
"ไม่หรอก เก็บไปกินน่ะ"
"ทำไมไม่ไปเก็บปลาหรือสัตว์น้ำแถวแอ่งหินล่ะเ้าคะ หรือว่าท่านชอบกินหอย"
"ข้าไม่กล้าไปเก็บหรอก เคยไปเก็บแล้วโดนเขาไล่ออกมาน่ะ"
"เอ๋ ทำไมถึงโดนไล่ล่ะ ทะเลไม่มีใครเป็เ้าของสักหน่อย"
เด็กชายได้ยินอย่างนั้นก็ไม่ได้ตอบอะไร คนในหมู่บ้านของเขาไม่ค่อยน่าคบหาเท่าไหร่นัก อีกทั้งยังชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่า โดยเฉพาะครอบครัวของเขาที่ค่อนข้างจะยากจนมากกว่าคนอื่นๆ เพราะฉะนั้นหากเลี่ยงได้เขาก็เลือกที่จะเลี่ยง
"อย่างนั้นไปเก็บสัตว์น้ำด้านนั้นกันเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะบอกท่านเองว่าตัวไหนกินได้" เสี่ยวหลินเห็นร่างผอมแห้งของเด็กชายนางก็อยากช่วยเหลือ เขาผอมจนแทบจะเหลือแต่หัวแล้ว มือน้อยดึงแขนเสื้อของพี่ชายตัวโตกว่าแล้วลากไปยังกระท่อมของตน
เด็กชายเองก็เดินตามไปเงียบๆ ชายหาดด้านที่เด็กหญิงตัวน้อยพาไปนั้นเป็ฝั่งของหมู่บ้านเซินหลิน อีกทั้งยังเป็คนในหมู่บ้านที่ชักชวนเขาเข้าไป มันคงไม่มีปัญหาอะไรกระมังหากเขาจะขอแบ่งปันสัตว์น้ำสักเล็กน้อย
"ไปพาใครมาล่ะลูก" ฮุ่ยหนิงที่นั่งดูสามีกับน้องสามีทำงานก็หันมาถามบุตรสาวที่จูงเด็กชายแปลกหน้ามาด้วย
"เสี่ยวหลินเจอพี่ชายเดินเก็บหอยอยู่เ้าค่ะ" นางยิ้มกว้างให้มารดา ก่อนจะหันไปมองคนข้างๆ ที่โค้งตัวให้กับมารดาและบิดารวมถึงท่านอาของนาง
"ไม่คุ้นหน้าเลย อยู่หมู่บ้านไห่ปินหรือ" เทียนหรงเอ่ยถาม
"ขอรับท่านอา ข้าชื่อหลิงไห่ขอรับ"
"แล้วเสี่ยวหลินพาเขามาทำไมล่ะ" เทียนเฉินเอ่ยถามบ้าง
"เสี่ยวหลินจะพาพี่ชายไปจับกุ้งเ้าค่ะ"
"อาไปด้วย!" เทียนเฉินทิ้งมีดแล้วลุกขึ้นไปหยิบถังทันทีโดยไม่ได้เห็นสายตาของพี่ชายที่แทบจะลุกเป็ไฟ
"แอบอู้ล่ะสิ"
"แหะๆ พี่ใหญ่ ข้าไม่ได้กินกุ้งมาหลายวันแล้วนะขอรับ" เขาเกาหัวแล้วหัวเราะแห้งๆ เมื่อเห็นสายตาดุๆ ของพี่ชาย
"ช่างเถอะ จับมาเยอะๆ ล่ะ จะได้ให้พี่สะใภ้เ้าเอากลับบ้านด้วย" เทียนหรงเอ่ยกลับไป เขาเองก็อยากกินเช่นกันแค่แสร้งดุน้องชายไปอย่างนั้นเอง
"ได้เลยขอรับ ไปกันเสี่ยวหลินน้อย เสี่ยวไห่" เทียนเฉินเดินนำออกไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้เด็กน้อยทั้งสองมองตาปริบๆ
ฮุ่ยหนิงมองสองพี่น้องแล้วก็ส่ายหัวยิ้มๆ นางลุกขึ้นมานั่งแทนที่น้องสามีแล้วก็จัดการผ่าท้องปลาหมึก ตัดตา ดึงฟัน ดึงเส้นหลังออก รวมถึงถุงเครื่องในหมึกออกอย่างชำนาญโดยมีสามีของนางนั่งมองอย่างโง่งม เพราะกว่าเขาจะทำคล่องก็บูดเบี้ยวน้ำหมึกแตกตัวดำไปหลายตัว
หลิงไห่เดินตามสองอาหลานที่พูดคุยกันอย่างร่าเริง โดยมีเ้าวัวขนปุยมาเดินอยู่ด้านข้าง เขามองวัวน้อยอย่างสนใจ เขาไม่เคยเห็นวัวขนปุยเช่นนี้มาก่อน เคยเห็นแต่วัวผอมแห้งของหัวหน้าหมู่บ้านเท่านั้น
ครู่หนึ่งสองอาหลานก็มาหยุดอยู่บริเวณกลุ่มหินที่ขึ้นกันอยู่กระจัดกระจาย บางที่ยังมีน้ำขังอยู่รวมถึงมีสัตว์น้ำติดอยู่ในแอ่งเล็กๆ นั้น หลิงไห่มองเด็กหญิงตัวน้อยที่กวักมือหยอยๆ เพื่อเรียกให้เขาเข้าไป ส่วนท่านอาของนางนั้นก็รีบพับขากางเกงกับแขนเสื้อแล้วเดินลงแอ่งหินไป
"มาเร็วเข้าเสี่ยวไห่ เ้ากุ้งพวกนี้มันอร่อยมากเลยนะ มีปลาด้วยเ้ามาจับไปเร็วเข้า" เทียนเฉินเอ่ยเรียกเด็กชายที่ยืนเงียบอยู่
เด็กชายตัดสินใจเดินลงไปในแอ่งหิน มองดูท่วงท่าการจับสัตว์น้ำตัวประหลาดของพี่ชายตัวโตแล้วก็ลองทำตาม พอจับได้หลายตัวเข้าก็เริ่มสนุก บวกกับเสียงให้กำลังใจเย้วๆ ของเด็กหญิงตัวเล็กที่ะโไปมาอยู่ด้านนอกก็ยิ่งทำให้เขาฮึกเหิม บางครั้งยังหัวเราะเมื่อเห็นเทียนเฉินวิ่งไล่จับปลาอย่างโมโห เพราะจับไม่ได้สักที
"เฮ้อ! เปียกไปหมด ว่าแต่พอกินหรือไม่เล่าเสี่ยวไห่" เทียนเฉินบ่นออกมาอย่างไม่จริงจังนักเมื่อเห็นสภาพของตนเอง ไม่ลืมหันไปถามเด็กชายที่ยืนใบหน้าเปื้อนยิ้มมองดูถังใส่ปลาของตน
"พอแล้วล่ะขอรับ เท่านี้ครอบครัวของข้าก็น่าจะอิ่มไปสักสองสามวัน ข้าขอบคุณพี่ชายกับน้องสาวตัวน้อยมากเลยนะขอรับ" เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง ดีใจที่ครอบครัวจะได้กินอิ่มท้องในรอบหลายวัน
"ขอบคุณอะไรกัน สัตว์น้ำพวกนี้ใครก็สามารถจับได้ทั้งนั้น" เทียนเฉินโบกมือไปมา เสี่ยวหลินเองก็พยักหน้าเห็นด้วย
"พี่ชายรีบเอาปลากลับไปที่บ้านเถอะเ้าค่ะ" นางเอ่ยบอกเพราะคนที่บ้านของเขาน่าจะกำลังรออยู่
"อื้ม! อย่างนั้นข้าขอกลับก่อนนะขอรับ" หลิงไห่เอ่ยลาก่อนจะเดินจากไป ก่อนกลับยังแวะไปลาเทียนหรงกับฮุ่ยหนิงด้วย
สองอาหลานเองก็ยกถังกุ้งเดินกลับไปยังกระท่อมหลังน้อยอย่างอารมณ์ดี เพราะวันนี้ได้กุ้งมาเกือบเต็มถัง ตัวตะกละที่อยู่ในท้องต่างส่งเสียงร้องประท้วงออกมาทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาทานมื้อเที่ยงเลยด้วยซ้ำ
"เราย่างกุ้งกินกันที่นี่ดีหรือไม่เ้าคะท่านอา" ใบหน้าน้อยๆ แหงนมองท่านอาตัวสูง มือป้อมลูบพุงน้อยๆ เพราะด้านในนั้นกำลังเกิดการประท้วงอย่างหนักหน่วง
"ไหนว่าจะพาอามาทำหมึกตากแห้ง" เทียนเฉินก้มมองหลานสาวพร้อมกับหัวเราะอย่างขบขัน ยังไม่ทันข้ามวันหลานสาวก็เห็นเื่กินสำคัญกว่าเสียแล้ว
เสี่ยวหลินได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย แต่ใครใช้ให้ท้องของนางหิวกันล่ะ กองทัพยังต้องเดินด้วยท้อง เพราะฉะนั้นก่อนทำงานก็ต้องกินให้อิ่มเสียก่อนจึงจะทำงานได้อย่างเต็มที่
"ถ้าท้องหิวจะมีแรงทำงานได้อย่างไรล่ะเ้าคะ" นางเชิดใบหน้าน้อยๆ ขึ้นก่อนจะเดินนำหน้าไป ทิ้งให้เทียนเฉินหัวเราะตามหลัง
ร่างกลมป้อมวิ่งดุ๊กๆ เข้าไปกอดหมับที่แผ่นหลังของมารดา นางถูไถแก้มกลมๆ ไปกับแผ่นหลังนั้นอย่างออดอ้อน ก่อนจะซุกอยู่อย่างนั้น
"มีอะไรหรือลูก หืม" ฮุ่ยหนิงหันมาเอ่ยถามบุตรสาว ส่วนมือก็ยังคงล้างหมึกกับน้ำทะเลเพื่อทำความสะอาดและลดคาว
"เสี่ยวหลินหิวเ้าค่ะท่านแม่ ขอย่างกุ้งกินได้ไหมเ้าคะ" ได้ยินเสียงอู้อี้สองสามีภรรยาก็หัวเราะเบาๆ
"ยังไม่ทันได้ทำงานก็หิวแล้วหรือลูก"
"ต้องกินให้อิ่มท้องก่อนถึงจะมีแรงทำงานเ้าค่ะ"
"อย่างนั้นหรือ" เทียนหรงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะล้างมือแล้วลุกไปก่อไฟให้บุตรสาวตัวน้อยอย่างตามใจ
เสี่ยวหลินเห็นอย่างนั้นก็ร้องะโพร้อมกับะโดึ๋งๆ อย่างชอบใจ ดูเหมือนตอนนี้นางจะติดนิสัยเด็กๆ เข้าไปจนเกือบหมด นางแทบจะกลายมาเป็เด็กน้อยวัย 5 ขวบ เต็มตัวเสียแล้ว
ร่างน้อยนั่งจุมปุ๊กรอยคอยกุ้งที่ถูกเสียบไม้วางไว้เหนือกองถ่านร้อนๆ ก่อนหน้านี้เทียนเฉินวิ่งตามพี่สะใภ้กลับไปเอาน้ำจิ้มเผ็ดเพื่อมากินกับกุ้งย่าง ฮุ่ยหนิงไม่ลืมตักข้าวใส่โถมาให้ด้วย พวกเขาจะได้กินข้าวไปด้วยเลยเพราะใกล้ได้เวลากินมื้อเที่ยงแล้ว ส่วนนางก็ต้องอยู่ทำอาหารให้บิดาและมารดาอยู่ที่บ้าน
เทียนหรงนั่งมองร่างกลมป้อมของบุตรสาวที่จ้องไม้เสียบกุ้งย่างไม่วางตา เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะนั่งชำแหละหมึกอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้แดดกำลังดี จะได้นำหมึกไปตาก เท่าที่บุตรสาวบอกมาก็ต้องใช้เวลาตากราวสามถึงสี่วันกว่าจะแห้งดีจนสามารถเก็บไว้ได้นาน
"เสี่ยวจงมาเร็วเข้า ข้าเอานมมาให้เ้าด้วย" เทียนเฉินเอ่ยเรียกเ้าวัวอ้วนที่นอนอาบแดดอย่างสบายอารมณ์
เมื่อได้ยินว่ามีอาหารของตนก็รีบลุกอย่างรวดเร็ว เ้าตัวอ้วนสะบัดแกว่งหางดุ๊กดิ๊ก รีบวิ่งสลับะโอย่างร่าเริงไปหาเทียนเฉินที่กำลังเทน้ำนมออกจากกระบอกไม้ไผ่ใส่ในกะละมังใบเล็ก
เด็กหนุ่มเดินมายังกองไฟเพื่อดูกุ้ง เมื่อเห็นว่าสุกดีแล้วจึงหยิบมาวางบนถาดแล้วแกะเปลือกวางเนื้อกุ้งสีสวยลงในชามข้าวใบเล็กของหลานสาวที่นั่งรอคอยไม่ยอมห่าง
"พี่ใหญ่ รีบล้างมือมากินข้าวเถิด"
เสี่ยวหลินหยิบกุ้งมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย เนื้อกุ้งหนึบเด้งช่างถูกใจเสียจริง แก้มกลมๆ ขยับยุบยับตามการเคี้ยวของนาง ปากน้อยมันแผล่บจากมันกุ้งที่ไม่ต้องแกะเปลือกเองเพราะมีบิดาและท่านอาคอยแกะส่งให้
"งืมมๆ" เมื่อกินจนอิ่มนางก็นั่งลูบท้องป่องๆ อยู่หน้ากระท่อม มองดูบิดากับท่านอาจัดการหมึกอย่างขมักเขม้น
"กินอิ่มกันแล้วหรือเ้าคะ"
"น้องหญิง เ้ามาทำไมหรือ ทำไมไม่พักอยู่ที่บ้านเล่า" เทียนหรงเงยหน้าขึ้นมาถาม ฮุ่ยหนิงมานั่งช้อนเอาหมึกที่ชำแหละเสร็จเรียบร้อยแล้วใส่ในตะกร้าถือใบเล็กที่นางนำมาด้วย
"ข้าอยากมาช่วยเ้าค่ะ จะได้มีหมึกตากแห้งเก็บไว้เยอะๆ" นางตอบสามียิ้มๆ ก่อนจะลุกเดินออกไปยังแผงตาก หยิบหมึกมาวางตากทีละตัว
เทียนหรงได้ยินอย่างนั้นก็ส่ายหน้าเบาๆ เขาอยากให้นางพักผ่อนสบายๆ แต่นางกลับอยากทำงานเสียนี่
ครอบครัวถังทำงานกันอยู่จนเย็นย่ำก็เอาผ้าหยาบมาปิดแผงหมึกไว้ไม่ให้โดนน้ำค้าง ฮุ่ยหนิงกลับไปทำอาหารมาส่งให้สองพี่น้องก่อนจะจูงมือบุตรสาวกลับบ้านหลังน้อย โดยมีเสี่ยวจงวิ่งนำหน้าไปจนพุงกระเพื่อม
############################################
** (แป้งแบบที่เรากล่าวถึงนั้น เราดูมาจากช่องของไอดอลจีนแล้วมาปรับเอานะคะ เป็การเอามันเทศไปบดแล้วกรองด้วยผ้า นำน้ำที่กรองแล้วมาตั้งไว้ให้ตกตะกอน เทน้ำใสๆ ออกจะได้แป้งที่นอนก้นอยู่ด้านล่าง แล้วนำแป้งที่ได้มากรองกับผ้าอีกรอบเพื่อรีดน้ำออก พอแห้งแล้วมันก็จะเป็ก้อนแข็งเป็ทรงตามผ้าค่ะ พอนึกภาพออกไหมคะ)
เสี่ยวจง : กลิ่นอะไรหอมๆ กันนะ