ภายในวิลล่าหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ติดแม่น้ำสายใหญ่แถบชานเมือง ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งกุมมือหญิงสาวเ้าของดวงหน้าหวานซึ้งที่กำลังนอนอยู่บนเตียงกว้างด้วยท่าทีเป็กังวล
ผ่านไปครู่ใหญ่ร่างเล็กที่หลับใหลอยู่ก็รู้สึกตัวขึ้นมาบ้างแล้วว่าในตอนนี้เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แพขนตางอนกระพริบเบา ๆ คล้ายผีเสื้อกำลังกระพือปีก ส่งให้หญิงสาวดูละมุนตามากยิ่งขึ้นอย่างไม่อาจห้าม
ชายหนุ่มมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและเป็กังวล หากเขามาหาเธอเร็วกว่านี้อาการของเธออาจจะไม่ทรุดลงมากอย่างที่เป็อยู่ก็เป็ได้ การที่เขาต้องมาเห็นเธอล้มพับไปต่อหน้าต่อตาในตอนที่เขาเดินทางมาถึงที่นี่ทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมากกว่าเดิมไปโดยปริยาย
“เฉิงเซวียน...คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงถามขึ้นด้วยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“ถ้าเลขาผมไม่รายงาน คุณก็ไม่คิดที่จะบอกผมเลยสินะ ว่าตัวเองป่วยหนักขนาดนี้” เขาไม่ตอบแต่เลือกที่จะตัดพ้ออีกฝ่ายออกไปแทน
“คุณมีงานต้องทำ ฉันป่วยเล็กน้อยจะกล้ารบกวนคุณได้ยังไงคะ” หวงซืออิ๋งหลบตาชายหนุ่มก่อนที่จะตอบออกมาเสียงเบา
“คุณทำเหมือนผมเป็คนอื่น” เฉิงเซวียนว่า
“เพราะคุณสำคัญสำหรับฉันมากต่างหาก ฉันเลยไม่อยากรบกวนคุณ”
“ถ้าคุณคิดว่าผมสำคัญ หลังจากนี้อย่าปิดบังผม...ไม่ว่าจะเื่อะไรก็ตาม”
“ฉัน...ฉันจะไม่ปิดบังคุณอีกค่ะ” เธอตอบเสียงอ้อมแอ้ม
กงเฉิงเซวียนจุมพิตลงบนหน้าผากเนียนของหวงซืออิ๋งอย่างทะนุถนอม ก่อนที่เขาจะเดินออกไปห้องครัวเพื่ออุ่นข้าวต้มที่ซื้อมาให้เธอด้วยความใส่ใจ
ร่างสูงเดินเข้ามายังห้องนอนของคนรักก่อนที่จะพยุงเธอขึ้นนั่ง
เขาตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าเบา ๆ เพื่อให้มันคลายความร้อน ก่อนที่จะป้อนหวงซืออิ๋งอย่างช้า ๆ โดยที่ทางฝั่งหญิงสาวเองก็อ้าปากรับอย่างว่าง่าย
ทุกการกระทำของกงเฉิงเซวียนในตอนนี้นั้น เป็สิ่งที่เขาไม่เคยทำให้ใครมาก่อนสักครั้งในชีวิตเลยก็ว่าได้ แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็เรียนรู้ที่จะทำมันเพื่อคนที่ตนรักด้วยความเต็มใจโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเช่นเดียวกัน
“ขอโทษนะคะ ทั้ง ๆ ที่คุณทำงานมาเหนื่อย ๆ แท้ ๆ” หวงซืออิ๋งเอ่ย
“ผมเต็มใจ” ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ
“วันนี้...ฉันได้ยินมาว่า...” หญิงสาวเอ่ยอ้ำอึ้ง
“เื่หลี่เย่อิงใช่ไหม เป็แค่ความเข้าใจผิดกันเล็กน้อย เธอเลยได้แวะไปบริษัทด้วยก็เท่านั้น” เขาอธิบายอ้อม ๆ จะให้บอกคนรักไปตามตรงได้ยังไง ว่าที่หลี่เย่อิงได้ไปบริษัทพร้อมกับเขาในวันนี้เพราะเขาตีความคำตอบของเธอผิดจนกลายเป็การออกปากชักชวนเธอไปเสียเอง
“ค่ะ แค่มีเื่เข้าใจผิดกันนี่เอง” คนตัวเล็กพยักหน้าช้า ๆ
“คุณไม่เชื่อใจผม?”
“จะไม่เชื่อใจคุณได้ยังไงคะ แค่ได้ยินมาบ้าง...ว่าคุณหลี่เธอทั้งสวยและเหมาะสมกับคุณก็เท่านั้น”
“ทำไมคุณต้องสนใจคำพูดคนอื่นด้วย” เฉิงเซวียนถามพลางขมวดคิ้ว
“ฉันไม่สนใจได้เหรอคะ ในเมื่อเธอคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณ” หวงซืออิ๋งเอ่ยพลางก้มหน้าปิดบังดวงตาที่ปริ่มไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ
เฉิงเซวียนวางถ้วยข้าวต้มในมือลง ก่อนที่จะย้ายตัวเองขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วกอดหวงซืออิ๋งเอาไว้เพื่อปลอบประโลมอีกฝ่ายทันทีที่เขาได้เห็นน้ำตาของเธอ เขาเองก็รู้สึกเ็ปมากเช่นกันที่เป็ต้นเหตุที่ทำให้คนรักต้องเสียน้ำตาเช่นนี้
“ผมกับหลี่เย่อิงไม่ได้มีอะไรเกินเลยกัน ผมขอโทษ...ที่ทำให้คุณต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ความจริงแล้วผมเองก็คิดที่จะคุยเื่หย่ากับเธออยู่ แต่ระยะนี้คุณปู่สุขภาพไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ ผมเลยกังวลว่าการหย่าของผมอาจทำให้อาการป่วยของท่านแย่ลง” กงเฉิงเซวียนอธิบายเื่ทุกอย่างที่ตัวเองคิดให้คนรักได้ฟังอย่างตรงไปตรงมา เขารู้ดีว่าหากเธอรู้เื่ราวทั้งหมดแล้วหวงซืออิ๋งต้องเลิกคิดมากอย่างแน่นอน
ร่างเล็กที่กำลังถูกโอบกอดอย่างอ่อนโยนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อราวกับกำลังอดกลั้นกับความรู้สึกบางอย่าง ในขณะเดียวกันเธอก็ช้อนตามองชายหนุ่มพลางพยักหน้าเข้าใจเขาอย่างเชื่อฟังไปด้วย
“นายท่านผู้เฒ่ากงตอนนี้อาการเป็ยังไงบ้างเหรอคะ ท่านป่วยหนักเลยเหรอ” หวงซืออิ๋งเปลี่ยนหัวข้อการสนทนา
กงเฉิงเซวียนเมื่อเห็นว่าคนรักไม่ได้สนใจพูดเื่ของหลี่เย่อิงในวันนี้ และยังถามไถ่ไปถึงอาการของคุณปู่ที่เป็ญาติผู้ใหญ่ที่เขาให้ความเคารพและผูกพันมากก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจในตัวของเธอมากขึ้นไปอีก เพราะเธอเข้าอกเข้าใจเขาทั้งยังว่านอนสอนง่ายแบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้เขาอยากใช้ชีวิตคู่หลังจากนี้กับเธอเพียงคนเดียว
“ไม่ได้ป่วยหนักอะไร แค่โรคชราทั่วไปเท่านั้น ดีที่คุณปู่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและใส่ใจ เลยทำให้อาการยังคงที่อยู่” ชายหนุ่มตอบออกไปโดยไม่คิดที่จะอธิบายเพิ่มเลยสักนิด ว่าคนที่ดูแลปู่ของเขาอย่างใส่ใจอยู่นั้นคือหลี่เย่อิง ภรรยาในนามของตน
“ท่านพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไหนเหรอคะ”
“คุณอยากรู้เื่นั้นไปทำไมงั้นเหรอ หรือว่าคุณอยากไปเยี่ยมท่าน ถ้าแบบนั้นคุณแค่บอกผม ถ้าผมว่างเมื่อไหร่ผมจะพาคุณไปแนะนำตัวกับท่านเองแน่นอน” เขาเสนอตัวอย่างไม่คิดมาก
“ตอนนี้ฉันจะมีหน้าไปแนะนำตัวกับท่านได้ยังไงกันคะ ฉันเห็นคุณบอกว่าที่นั่นใส่ใจคนไข้ดี เลยถามเผื่อเอาไว้หากวันไหนต้องรักษาตัวเท่านั้นเองค่ะ” เธอเอ่ยด้วยท่าทีติดตลก
“โรงพยาบาลที่คุณเข้ารับการรักษาไปเมื่อครั้งก่อนไงครับ ผมเองก็เพิ่งรู้ว่าท่านย้ายไปพักที่นั่นด้วยเหมือนกัน เดี๋ยวผมจะเอานามบัตรของวีไอพีมาให้นะ ตอนที่คุณไปที่นั่นจะได้ไม่ต้องรอคิวรวมถึงได้รับการต้อนรับจากทางโรงพยาบาลเป็พิเศษด้วย” กงเฉิงเซวียนบอกกับคนรักอย่างไม่ปิดบัง
“ขอบคุณคุณมากเลยนะคะ ที่ใส่ใจฉันมากขนาดนี้” คนตัวเล็กเอ่ยพลางซบลงบนอกแกร่งของชายหนุ่มอย่างคุ้นเคย
“ผมเต็มใจ”
หนึ่งหญิงหนึ่งชายใช้เวลาอยู่ร่วมกันเพื่อบ่มเพาะความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นโดยไม่สนใจโลกภายนอกอยู่ถึงสามวัน ก่อนที่กงเฉิงเซวียนจะเดินทางกลับไปสะสางงานที่บริษัทต่อ
พอรู้ว่าเมียเขาไปที่บริษัทก็ป่วยขึ้นมาเชียวนะสาวววว
o( ̄ヘ ̄o#)