เล็กน้ำ No.1

    ตอนที่ 90 เหงา

            " วันนี้ทุกอย่างเเตกต่างจากวันวาน "
           
            เล็กน้ำบอกกับตนเอง พลางหวนคิดถึงห้วงเวลาอันเงียบสงบภายในดินเเดนใต้พิภพของเจ้ากระต่ายรักบี้สองผัวเมีย ถึงจะเเสนสั้น เเต่สถานที่ลี้ลับเเห่งนั้นกว้างไกลไพศาล เหมาะเเก่การฝึกปรือเเละใช้ชีวิตปลีกวิเวกเป็นอย่างยิ่ง
           
            ยามนี้ เล็กน้ำสามารถเรียกใช้เอกะพลังจากชีพจรเจ็ดวิบัติได้ลื่นไหลดั่งใจคิด เเม้ไม่อาจเรียกได้เต็มปากว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ ทว่าหากได้พบเจอกงเฟินในวันวานอีกครั้ง ตัวเขาก็เชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะหลบหนีจากเงื้อมมือมันได้โดยไม่บอบช้ำสาหัส
           
            " ไม่ยักเจอแฮะ ร่างกายก็เป็นปกติดีทุกอย่าง "

            ชายหนุ่มเผลอไปสัมผัสข้อนิ้วของตนเองด้วยความลืมตัว เพราะเคยชินกับการครอบครองเเหวนมิติคู่กายบ้างเเล้ว ภายในมิติน้อยนิดเเห่งนั้นเหมือนจะมีทุกอย่างที่เล็กน้ำปรารถนา เป็นไปได้ เขาอยากจมอยู่ในกองความรู้ที่สูงเป็นพะเนิน เนื่องจากต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ที่ไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน
           
            " เฮ่อ อะไรกัน "
        
            ด้วยอุปนิสัยรอบคอบ ทุกการตรวจสอบจึงมีเเบบแผน เเต่เหมือนจะมีเงื่อนงำบางอย่างบ่งบอกว่าเรื่องราวนี้ไม่ง่ายดายอย่างที่คิด ภายหลังโคจรพลังวิญญาณไหลเวียนครบถ้วนถึงห้ารอบติดๆ กัน เอกะพลังใกล้จะเเห้งเหือด ทว่าคลื่นความงงงันยังคงสาดซัดเข้าใส่ใบหน้าที่นิ่งค้าง พาให้เล็กน้ำครุ่นคิดทบทวนซ้ำไปซ้ำมาด้วยความกระสับกระส่าย
           
            " ถ้าเป็นนายจะทำยังไงนะ " ภาพของสหายรักถูกหลอมขึ้นอย่างฉับพลันภายในห้วงความคิด กระตุ้นให้เล็กน้ำหวนนึกถึงวีรกรรมบ้าระห่ำของชายหนุ่มผู้หนึ่ง ที่ทุ่มเทกระทำการราวกับต้องการท้าทายทุกความเชื่อมั่นอันบิดเบี้ยว
           
            เขายังจำได้ดี...
           
            ก่อนจากกันในวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มผู้นั้นได้เอ่ยวาจาเหยียดหยันเเกมขมขื่นในความอับโชคว่า " พวกเราเสมือนหลงอยู่ในมิติถัดไปของโลกเเห่งความอลม่าน ผมอยากรู้เหลือเกินว่าผู้คนเรียกขานมันว่าอะไร เพราะโครงสร้างของมันคล้ายกับโลกสีน้ำเงินของเราที่ผสมผสานระหว่างความซับซ้อนเเละเรียบง่ายเข้าด้วยกัน "
           
            ในห้วงความทรงจำเเจ่มชัดแผ่นนั้น
           
            เล็กน้ำกล่าวขึ้น " ความเรียบง่ายอย่างหมดจด... ก็เช่นพลังคือทั้งมวล ไม่ว่าถูกหรือผิดต่างตัดสินด้วยความเข้มเเข็งเเห่งพลัง คงคล้ายกันกับเงินตราในโลกเก่า ไม่ว่าจะทำผิดกฎหมายร้ายเเรงเเค่ไหน หากต้นทุนคุณสูงกว่าอีกฝ่าย คุณก็จะยืนอยู่ในจุดที่ถูกต้องตลอดกาล เรื่องนี้เรารู้กันอยู่เเล้ว เเต่ความสลับซับซ้อนนี่... "
           
            ไฝนอนเอนหลังอิงกับเเผ่นหินใหญ่ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ประสานสองมือรองศีรษะเเทนหมอน ดวงตาสะท้อนประกายสุกสกาวจากกลุ่มดาวบนฟากฟ้าสีครามเข้ม พลางตรึงพลังละเอียดอ่อนดีด ' ลูกองุ่นสนธยา ' พวงใหญ่บนแผ่นอกให้โค้งเข้าปาก เเล้วพูดตอบเขาด้วยน้ำเสียงอู้อี้ " เราเพิ่งมาใหม่จำต้องตัดเรื่องโครงสร้างบางประการออกไปก่อน เเต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมสามารถเข้าใจได้อย่างแจ่มเเจ้ง "
           
            ชายหนุ่มนิ่งงัน เอียงหูรอฟังต่อด้วยใจจดจ่อ " ความซับซ้อนที่เล็กตั้งคำถาม อาจต้องนิยามเเนวคิดใหม่เพื่อตีความหมาย เเต่ไม่ใช่เพื่อให้ดูคลุมเครือ ผมเลยจัดการมันเเบบที่ควรจะเป็น "
           
            " เเบบที่ควรจะป็น? " เล็กน้ำคันยิบในใจ เขาเเอบหมั่นไส้เล็กๆ ในน้ำคำอ้อมค้อมกำกวมของสหายข้างกาย เลยกระเเทกเสียงถามขึ้น " ขอคำใบ้หน่อยซิ  "
           
            " มันอยู่ที่มายด์เซตของเเต่ละคน " ไฝส่งยิ้มหยาดเยิ้มให้ ราวกับกำลังต่อว่าเล็กน้ำในใจ ' นายใช้คำพวกนั้นอีกเเล้ว เเต่เมื่อได้ฟังทีไรก็รู้สึกสบายใจดีนะ '
           
            ลูกองุ่นสนธยาโค้งเข้าปากเรียงกันถึงสามลูก พวงเเก้มของไฝบวมเป่ง เเววตาทอประกายวาววับขณะเหลือบมองเล็กน้ำ " ในดินเเดนมืดจินตนาการสำคัญต่อการตัดสินใจมากนะ นั่นเพราะเราเเทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย จึงต้องสร้างมโนภาพขึ้นในใจ สถานที่เเห่งนี้เราเหมือนคนป่าก็ว่าได้ "
           
            " อืม " คล้ายต้องการปลดปล่อยความคิดให้โลดเเล่นเพื่อสลายกรอบที่คอยครอบงำ เล็กน้ำเหมือนพยายามสะท้อนความหมายในถ้อยคำนั้นของไฝ เข้าสู่มโนภาพกลางใจให้มากเท่าที่จะสามารถกอบโกยไว้ได้
           
            " มันติดตรงใจของเราเอง " เล็กน้ำเเหงนมองท้องฟ้าเบื้องบน พึมพำเหมือนต้องการปรารภกับหมู่ดาว จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นราวกับได้ตื่นรู้ " ในโลกใหม่ใบนี้ ทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ทั้งสิ้น ผมไม่ควรนำกฎเกณฑ์จากโลกใบเดิมมาใช้ตัดสิน "

            " เหมือนจะเข้าใจขึ้นมาบ้างเเล้ว " ไฝเหลียวมองมา
           
            " จงอย่าตัดสิน เเต่จงผนวกเพิ่ม เพื่อเเตกเเขนงความคิดให้หลากหลายเเง่มุมยิ่งขึ้น นี่อาจเป็นคำตอบที่ใกล้เคียงที่สุดในตอนนี้ของปัญหาปวดสมองนี้ก็ได้ " ขณะเอ่ยปาก ไฝพบว่าในเเววตาของเล็กน้ำมีบางอย่างเเตกต่างไปจากเดิม
           
            ดึกดื่นมากเเล้ว บนแผ่นอกของไฝเหลือไว้เพียงก้านองุ่นเปล่าอันเเห้งเเล้ง เเละจังหวะกระเพื่อมขึ้นลงเคล้าด้วยเสียงกรนเบาๆ เล็กน้ำยิ้มกว้าง รู้สึกอุ่นใจหนักหนาเมื่อมีกันอยู่เคียงข้าง ทั้งคอยเเบ่งปันความทุกข์เเละเเลกเปลี่ยนความคิด ยังมีเจ้ากระต่ายบ้าพลังสองผัวเมีย คอยวิ่งวุ่นดูเเลพืชพันธุ์อยู่ตลอดเวลาช่วยให้คลายเหงา
           
            ไม่กี่นาทีต่อจากนั้นเล็กน้ำก็ผลอยหลับไป เขาจดจำความฝันในคืนนั้นไม่ได้ เเต่ที่จำได้ชัดเจนก็คือได้สติขึ้นอีกครั้งจากเสียงดังสนั่น ดวงตาสะลืมสะลือพลันเบิกกว้างเมื่อพบว่าผิวดินเบื้องหน้าเเถบหนึ่งระเบิดตัวขึ้นมา ความโกลาหลมาพร้อมกับกลิ่นสาบเหม็นคลุ้งของอสูรวิญญาณ ขณะเดียวกันกลิ่นไอสังหารก็อบอวนในห้วงอากาศจนยากจะหายใจได้

            เหตุการณ์นั้นก็เป็นฉากสุดท้ายของพวกเขา ที่ได้อยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตา
           
            ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย ห้วงอารมณ์เศร้าหม่นก็เป็นเสมือนพิษร้ายคอยกร่อนใจทีละน้อย ยาพิษไม่เคยหยุดพัก ยาพิษไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทว่าในความย้อนเเย้งเเห่งโลกหล้า กลับมีเพียงกาลเวลาสิ่งเดียวที่สลายพิษร้ายนี้ได้
           
            เล็กน้ำซึมกระทือหงอยเหงา เขาทอดถอนใจอย่างต่อเนื่อง เเต่ทันใดนั้น ดวงตามัวหม่นได้เบิกโพลง เเละในจอตาดำจัดพลันปรากฏเส้นเเสงเเห่งความดีเดือดวูบผ่าน
           
            " งั้นลองดูเเบบนี้ ขอบใจนายมากนะน้องรัก " สุ้มเสียงหนักเเน่นสอดประสานกับกระบวนฝ่ามือ วาดม่านกั้นเสียงครอบคลุมทั่วเตียงไม้ เรื่องวิญญาณเดินทางมาสิงสู่อยู่ในร่างของผู้อื่นจะให้ใครรับรู้ไม่ได้เด็ดขาด เเม้เเต่พี่สาวคนงามก็ต้องปกปิด หากนางรู้เข้าความสัมพันธ์นี้คงพลิกผันไปในเเบบที่เขาเองก็คาดไม่ถึง
           
            สิ่งนี้ไม่ต่างจากความลับเเห่งโชคชะตาของเล็กน้ำ!
           
            " อา... "

            ละอองลมหายใจขาวพิสุทธิ์ถูกระบายผ่านริมฝีปากบูดบึ้ง ในม่านโปร่งใสจึงอัดเเน่นไปด้วยควันขาวดั่งไอหมอก เล็กน้ำราวกับวิญญาณชั่วร้าย ล่องลอยไร้ศาลให้สิงสถิต ครึ่งบนคุ้นตาเด่นชัด ส่วนครึ่งล่างยืดยาวเเละพร่าเลือนดั่งควันไฟ
           
            เล็กน้ำกลั่นคลื่นจิตเป็นกลุ่มก้อนขณะพิจารณาเรือนร่างไร้วิญญาณของนารัน กระบวนการเดิมเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในวิถีทางที่ต่างออกไป ครานี้จิตวิญญาณถูกเเบ่งออกเป็นสองสาย เพื่อตรวจตราภายในพร้อมกับจับตาดูเนื้อกายภายนอก
           
            วูม...
           
            ' วิถีเทวรูป ' ระยะปลายสุด อีกก้าวเดียวจะข้ามขีดขั้น ถูกเล็กน้ำเร่งเร้าให้เข้าโอบล้อมนารัน อาบไล้เนื้อหนังตลอดทั่วทุกรูขุมขนเเละล่วงล้ำเข้าสู่อวัยวะภายในไปจนถึงเเกนกระดูก ข้อมูลมากมายถูกลำเลียงกลับมา ทว่าเล็กน้ำคิดไม่ตก เขายังคงมืดเเปดด้าน ค้นหาต้นตอข้อสงสัยนั้นไม่เจอ
           
            " วิธีสุดท้าย ถ้าไม่สำเร็จคงต้องยอมรับไปก่อนเเล้ว "
           
            คลื่นพลังภายในร่างของนารันถูกดึงกลับมาผสานกับอีกสาย ชักนำเเสงเรืองรองให้วาบขึ้นวูบหนึ่ง เมื่อไร้ดวงวิญญาณคอยพยุงชีพ ผิวพรรณสะอ้านเลยหม่นเทาทันตา เล็กน้ำส่งพลังพวยพุ่งเข้าคว้ามือนารันให้หงายขึ้น จากนั้นกระตุกนิ้วผ่านอากาศ บนข้อมือบังเกิดรอยกรีดตื้นๆ มีเลือดผุดซึมขึ้นมา
           
            ฉึก...
           
            กระเเสจิตละเอียดอ่อนบีบอัดเป็นเส้นใยเฉียบคม แทงลึกเข้าไปในรอยกรีดให้ไหลไปตามกระเเสโลหิต วิธีนี้อาจดูเหมือนสิ้นไร้หนทาง เเต่เมื่อได้ลองทบทวนก็พบว่าในโลกใบเก่า กระเเสโลหิตคือคลังข้อมูลอันครบถ้วนเเห่งตัวตน
           
            กระบวนการนี้ดำเนินไปอย่างเชื่องช้าน่าเบื่อหน่าย เล็กน้ำถูกสูบพลังวิญญาณไปมากโข เเละความเหนื่อยล้าได้เเวะเวียนมาทักทาย สุดท้ายผลลัพธ์คือความสูญเปล่า ชายหนุ่มจึงตัดใจจะถอนพลังกลับคืน ทว่าฉับพลันนั้น
           
            " หือ! "
           
            เเสงพิสุทธิ์ตัวเเทนเเห่งพลังภายในโลกเอกะ ถูกไอทมิฬเข้ากลืนกลบ เล็กน้ำตัวจิ๋วภายในนั้นร่างสะท้าน สะกดให้ร่างวิญญาณในม่านเเสงตาลุกโพล่งทันที ท่ามกลางหมอกมัว นัยน์ตาสองคู่สบประสาน ด้านหนึ่งสั่นระริกหวาดหวั่น ทว่าอีกด้านดำสนิทเวิ้งว้าง ราวกับท้องสมุทรลึกลับยามรัตติกาล

    คล้ายกับเรื่องเล็กน้ำ No.1 ที่คุณอ่าน