ตอนนี้อายุครรภ์ของสือจิ่วห้าเดือนครึ่ง อาจื้อตัวน้อยในท้องแผลงฤทธิ์อวดตัวว่าสุขภาพแข็งแรงด้วยการเตะถีบท้องคนเป็แม่อยู่บ่อยครั้งเพราะท้องขยายใหญ่จึงเหนื่อยง่ายเวลาเดินความที่ปวดปัสสาวะบ่อยสือจิ่วจึงไม่ค่อยออกจากบ้านไปที่นาหาเก็บผักหญ้ามาทำกับข้าวได้อีก
ท้องขยายตัวความคันจึงตามมาพร้อมเริ่มแตกลายงาเหมือนเครื่องเคลือบดินเผาสือจิ่วคิดถึงเบบี้ออยล์กับครีมทาหน้าท้องลายที่เคยเห็นเสี่ยวหนิงใช้
กลางคืนเธอต้องลุกมานวดขานวดเท้าเพราะเป็ตะคริวเห็นท่าไม่ดีจึงวานอาเจ๋อไปเรียกท่านหมอเวินมาสอบถามอาการ
“เืเนื้อของแม่แบ่งสร้างเป็ร่างกายลูกเด็กดึงอาหารไปจากเ้า จับชีพจรดูแล้วเด็กค่อนข้างตัวโต แข็งแรงมากด้วยเื่กินให้เน้นเพิ่มผักใบเขียว ไข่แดง ตับป้องกันไม่ให้เด็กเกิดมาขาดเืและเ้าจะไม่เป็โรคเืจาง เนื้อ ปลาถั่วแดงอย่าให้ขาด ผลไม้กินกันท้องผูก น้ำต้องกินให้มาก”
สือจิ่วพยักหน้าเข้าใจตอนเสี่ยวหนิงท้องรั่วรั่วเธอก็เคยเปิดอ่านหนังสือคุณแม่มือใหม่และเมนูอาหารแนะนำของเพื่อนมีหลายมื้อเพื่อนรักบอกอยากจะกินกับข้าวฝีมือเธอ จึงทำใส่กล่องไปฝากเท่าที่ความจำในสมองยังทำงานได้ดี อาหารกลุ่มโปรตีนสร้างเนื้อเยื่อในตัวเด็กธาตุเหล็กสร้างเม็ดเื โฟเลทจากตับ ผักสีเขียวเข้มจะช่วยไม่ให้เด็กพิการ นมปลาเล็กปลาน้อย ธัญพืชเสริมสร้างกระดูกฟันไอโอดีนจากอาหารทะเลจะพัฒนาระบบประสาทและสมองของเด็ก
หมู่บ้านไท่โหยวห่างไกลจากทะเลมากแต่เธอมีสาหร่ายทะเลแห้งที่อาเจ๋อได้มาจากตลาดหน้าวัดอิ่นเหมิน
“แล้วเื่หน้าท้องที่มันแตกล่ะเ้าคะ”
“เ้าถามอะไรออกไปล่ะนั่น”ในห้องมีท่านย่าหลินอยู่ฟังผลตรวจด้วยกัน “เื่แบบนี้ไว้ถามข้าก็ได้”
แต่นางก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะแก้อย่างไรเพราะท้องของนางก็ลายจากการตั้งท้องเช่นกัน
ก็ชายชราคนนี้เป็หมอ ท่านย่าก็มิได้เป็หมอทำคลอดสือจิ่วยิ้มแห้งๆ คำถามเธอคงไม่เหมาะล่ะมัง หมอเวินตรวจอาการเธอเขาเพียงจับชีพจรส่องช่องปากและจ้องลูกตาเธอเท่านั้น ยุคนี้คงยังถือกฎเกณฑ์หากมิใช่สามีภรรยาไม่ได้คาบเกี่ยวความเป็ความตาย ชายอื่นไม่ควรจะเห็นร่างกายเรา
“ท้องจะแตกก็แตกไป ข้าแค่อยากลดอาการคันเ้าค่ะเกามากก็แสบผิว”
“ถ้าอยากบรรเทาคันก็ใช้น้ำมันงามีหรือไม่”
“ข้ามีเ้าค่ะ”
“ทาตรงผิวที่คันชโลมไว้สักหนึ่งเค่อค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น ผิวไม่แห้งก็ไม่คันแต่ถ้าอยากลดเลือนรอยผิวที่แตกไปแล้ว ก็ต้องใช้ใบบัวบก[1]ตำคั้นน้ำมาทาบ่อยๆก็จะพอช่วยได้”
สือจิ่วจะทำตามคำแนะนำของหมอเวินน้ำมันงาเทียบกับเมล็ดงาราคาต่างกันเป็สิบเท่า มีน้อยใช้น้อยหน้าท้องที่แตกลายแล้วก็ค่อยไปเก็บบัวบกมาตำคั้นน้ำทาทีหลังหญิงหม้ายลูกติดใบหน้ามีปานแดง บวกหน้าท้องลายอีกนิดจะเป็ไร
ค่ำนั้นสือจิ่วเข้าครัวทำไข่ตุ๋นต้มน้ำแกงเจินจูไช่ใส่สาหร่ายกินกับข้าวสวยเมื่อบ่ายอาเจ๋อจับปลามาให้เธอตัวใหญ่เท่าแขนขังไว้อยู่ในอ่างพรุ่งนี้ท่านย่าหลินบอกจะเข้าหมู่บ้านไปซื้อตับหมูกับเืหมูที่ชาวบ้านเชือดแบ่งขายมาให้เธอ
ปลาสดเหมาะทำปลานึ่งส่วนตับหมูเธอจะผัดกับไข่ใส่ต้นหอม เืหมูเก็บไว้ต้มกับเจินจูไช่
ได้รับน้ำใจมาสือจิ่วก็อยากปันน้ำใจกลับ กลางวันงีบหลับมาก กลางคืนจึงตาสว่างหลังจากท่านย่าหลินกลับบ้าน เธอก็เข้าครัวล้างถั่วเหลืองกับถั่วลิสงจนสะอาดเก็บเปลือกบางส่วนที่ลอกทิ้งแล้วแช่น้ำไว้ ก่อนนอนคืนนี้จะต้มน้ำถั่วเหลืองผสมถั่วลิสงลงไปหนึ่งในสามเพื่อลดกลิ่นเหม็นเขียว อีกทั้งช่วยเพิ่มความหอมมันหวังว่าคนบ้านถานจะชอบรสชาติน้ำถั่วของเธอ
พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าหลังจากท้องอิ่มสือจิ่วก็กรอกเมล็ดถั่วลงในรูของโม่หิน ผสมน้ำเล็กน้อยเริ่มต้นบดน้ำถั่วจากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบางแยกกากถั่วบีบน้ำที่ได้ใส่กระทะต้มกากถั่วที่แยกไว้ก็พรมน้ำแล้วกรอกลงในรูเพื่อโม่อีกรอบได้น้ำนมถั่วสีข้นก็กรองด้วยผ้าอีกรอบก่อนเติมน้ำแล้วต้มด้วยไฟอ่อนสือจิ่วยกเก้าอี้มานั่งเคี่ยวน้ำถั่วอยู่ข้างเตาคนกระบวยไม่หยุดมือป้องกันกลิ่นไหม้ และกันน้ำถั่วตกตะกอนเหนียวอยู่ก้นกระทะ
หลังจากเคี่ยวน้ำถั่วได้ที่หญิงสาวก็เติมน้ำตาลพอมีรสหวานคนให้ละลายแล้วตักใส่ขวดกระเบื้องที่นึ่งฆ่าเชื้อรอไว้เตรียมไปให้ครอบครัวถานเจ๋อตอนเช้าหากพวกเขาอยากกินแบบอุ่น ท่านย่าหลินก็หยิบขวดขึ้นนึ่งหลังทำมื้อเช้าได้เลยเสร็จจากดูแลสวนผักริมรั้วและทำงานบ้าน ่บ่ายเธอจะทำโต้วฝุ[2]
เช้าที่พระอาทิตย์เพิ่งขึ้นสือจิ่วหิ้วตะกร้าเดินออกประตูด้านข้างที่ถานเจ๋อทำขึ้นใหม่เพื่อที่สองบ้านจะได้ไปมาหาสู่กันง่ายขึ้นกำลังจะเดินเข้าบ้านสกุลถาน ก็พบเสี่ยวซู่หิ้วตะกร้าเดินผ่านซุ้มจินอิ๋นฮวาเข้ามา
สือจิ่วสบตาเสี่ยวซู่แวบหนึ่งนั้นเธอรู้สึกว่าถูกเด็กสาวค้อนขวับเข้าให้ก่อนนางจะเอ่ยเรียกอาเจ๋อที่ตอนนี้ออกมายืนอยู่ข้างหลังเธอแล้ว
“พี่ต้าเจ๋อ”เด็กสาววัยประมาณสิบหกปีก้าวเข้ามายื่นตะกร้าให้อาเจ๋อดู “ท่านแม่กับข้าทำเปาจื่อ[3]มาให้เ้าค่ะ”
เปิดผ้าคลุมในตะกร้ามีเปาจื่อห้าลูกถานเจ๋อกล่าวรับน้ำใจของเสี่ยวซู่ดังเช่นทุกครั้งเขากำลังคิดว่าจะหยิบของสิ่งใดมอบตอบแทนนางกลับไป
“แล้วพี่หิ้วอะไรมา”ถานเจ๋อหันมาถามสือจิ่ว เห็นขวดกระเบื้องเรียงรายในตะกร้าก็รีบฉวยจากมือนางมาถือ“หนักนะนี่ คราวหลังเรียกข้าไปเอาที่บ้านก็ได้ แต่พี่มาก็ดี กินข้าวด้วยกันเถอะยังไม่ได้ทำมื้อเช้าใช่ไหม”
สือจิ่วส่ายหน้า“อิ่มเพราะกินน้ำถั่วไปแล้ว สักหน่อยค่อยจะทำเผื่อมื้อเที่ยง”
“อย่าทำให้เหนื่อย กินกับพวกข้าเถอะ”ถานเจ๋อบอก กำลังจะเดินนำหญิงสาวเข้าบ้านจังหวะนั้นสือจิ่วเหยียบหินก้อนหนึ่งรองเท้าพลิกยังไม่ทันจะล้มอาเจ๋อก็ปราดเข้าประชิดตัวพยุงหญิงสาวไว้
“ข้าไม่เป็ไร แค่เซนิดหน่อย”
“ถ้าล้มแล้วไม่นิดนะพี่เสี่ยวจิ่ว”อุบัติเหตุนี้อาจจะทำให้นางคลอดก่อนกำหนด
เธอขอบคุณความห่วงใยของเขาแล้วเดินตามเข้าไปหาท่านปู่กับท่านย่า
“พี่ต้าเจ๋อเ้าคะ”น้ำเสียงเสี่ยวซู่เจือความไม่พอใจนางรู้สึกอับอายกับความรู้สึกไร้ตัวตนที่เขามอบให้
“อ้อ...ขอโทษด้วย เอาตะกร้ามาข้ามีของจะให้” ถานเจ๋อหันมารับตะกร้าจากเด็กสาว
“ข้าขุดไหวซาน[4]ได้มาเต็มหลัวเ้าแบ่งไปทำกินนะ”
นางไม่ได้อยากได้ของแลกเปลี่ยนแล้วจากไปนางแค่อยากใช้เวลาร่วมกับเขาบ้าง เสี่ยวซู่เห็นท่านย่าหลินกำลังจัดโต๊ะมื้อเช้าจึงเข้าไปอาสาช่วยหญิงสูงวัย
“เ้ากินข้าวมาหรือยัง”
“เสี่ยวซู่คงอยากกลับไปกินที่บ้านน่ะขอรับท่านลุงท่านป้าต้องรอกินข้าวอยู่แน่ๆ” ถานเจ๋อหยิบเปาจื่อจากตะกร้าวางบนจาน“เดี๋ยวข้าหยิบไหวซานให้ นางก็จะกลับแล้วขอรับ”
เสี่ยวซู่หน้าเจื่อนเหตุใดเขาต้องพูดหรือทำเหมือนอยากจะไล่นางอยู่เรื่อย
[1] จีนกลางเรียก 积雪草จีเสวี่ยเฉ่ามีฤทธิ์เย็นเหมือนหิมะ ช่วยขับพิษร้อน แก้อักเสบ รักษาาแและิัมักใช้เป็ส่วนผสมของครีมบำรุงผิวพรรณ
[2] น้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลือง ภาษาจีนกลางเรียกโต้วเจียงส่วนเต้าหู้ก้อนเรียกโต้วฝุ โต้วฟุ
[3] ขนมชนิดหนึ่งทำด้วยแป้งสาลีปั้นเป็ลูกกลม ข้างในใส่ไส้ มีทั้งไส้หวานและไส้เค็มคนไทยเรียกว่าซาลาเปา
[4] พืชตระกูลกลอยจีนกลางเรียกแตกต่างกันแล้วแต่ท้องที่ 淮山ไหวซาน 山药ซานเย่าเถี่ยกุ้นซานเย่าไหวชานเย่า คนไทยเรียกกลอยจีนหรือฮ่วยซัวนิยมขายแบบตากแห้งใช้เป็ส่วนผสมในเครื่องยาจีน สรรพคุณขับของเสีย แก้ร้อนในแก้หวัด คนญี่ปุ่นและเกาหลีนิยมกินไหวซานแบบสดหรือนำมาทำเป็เส้นหมี่
*****
คำศัพท์พืชผักสมุนไพรที่มีชื่อไทยเจาะจง เช่น ใบบัวบก ต้นหอม บวบฯลฯ กะรัตจะใช้คำไทยเลยนะคะ เว้นแต่คำที่คุ้นกันมีแต่คำแต้จิ๋วหรือสำเนียงถิ่นอื่น กะรัตจะแปลงเป็คำจีนกลางเช่น จิงจูฉ่าย ก็เป็ เจินจูไช่ เว้นแต่ว่าคำไทยในเนื้อหาตอนนั้นๆ จะเป็การใช้เกี่ยวยา ก็จะแทรกเชิงอรรถอธิบายเพิ่มค่ะ