“อวิ๋นเอ๋อร์ สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่เ้ากล่าวออกมาหรอกนะสถานที่แห่งนี้คือจวนสกุลจ้าวภายในแคว้นหนานหนิง แคว้นหนานหนิงหนึ่งในห้าแคว้นของดินแดนอู่ถง ดินแดนอู่ถงประกอบด้วยห้าแคว้น คือ แคว้นฉางเยว่แคว้นเหอเป่ย แคว้นหนานหนิง แคว้นซีิ แคว้นตงหาน และศูนย์กลางของดินแดนอู่ถงคือแคว้นฉางเยว่”
“ดินแดนอู่ถง แคว้นหนานหนิง”
‘นี่มันเื่บ้าอะไรวะเนี่ย’จูจินม่ายยังคงครุ่นคิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพลางมองผู้คนที่ยืนเรียงรายอยู่ภายในห้องแห่งนี้
“ดินแดนอู่ถง แคว้นหนานหนิง แคว้นหนานหนิง หึ!ทำอย่างกับว่าที่นี่เป็แคว้นสมมุติที่นางเอกในละครทะลุมิติเข้ามาอย่างนั้นแหละ”
‘แต่สถานการณ์แบบนี้มันเหมือนเื่ราวที่เสี่ยวหลานเคยเล่าให้ฟังเมื่อสามปีก่อนเลยแฮะแถมยังมีแคว้นฉางเยว่ซะด้วย อย่างนี้มันต้องพิสูจน์’จูจินม่ายพยักหน้าเบาๆราวกับว่าเธอตระหนักได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก่อนที่จะเหลือบหันไปมองหน้าต่างซึ่งอยู่ห่างไม่มากนักเธอจึงรีบเดินปรี่ไปหาหน้าต่างบานนั้นทันที
“ท่านคิดจะทำอะไรหรือเ้าคะ ฟูเหริน!”หรงเฟยเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนกเมื่อได้เห็นการกระทำของจูอวี้อวิ๋น
กึก
จูจินม่ายเปิดหน้าต่างบานนั้นออกมาทันทีเพื่อพิสูจน์เื่ราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองในตอนนี้ ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างจนดวงตาของเธอโตราวกับไข่ห่าน เมื่อได้เห็นบรรยากาศภายนอกจวนแห่งนี้บรรยากาศภายในตัวเมืองที่แตกต่างกับปักกิ่งอย่างเห็นได้ชัด
บรรยากาศที่เต็มไปด้วยศิลปกรรมแบบยุคสมัยโบราณที่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าอยู่ในยุคสมัยใดรวมไปถึงการดำรงชีวิตของผู้คนในเมืองแห่งนี้ ที่แตกต่างไปจาก ค.ศ. 2020 จูจินม่ายแทบอยากจะโขกหัวตัวเองกับริมหน้าต่างเมื่อได้เห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าในตอนนี้เธอส่ายหน้าเบาๆด้วยสีหน้าที่เหลือเชื่อ
ไม่จริง!
จูจินม่ายะโเสียงดังลั่นไปด้านนอกหน้าต่างเพื่อเป็การบ่งบอกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นในชีวิตของเธอเื่ราวอันน่าเหลือเชื่อที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในตอนนี้ได้มาปรากฏอยู่ตรงหน้าของเธอแล้ว
“อาการของนางเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ หมอหลวงเฉิน”
“ศีรษะของนางไม่ได้รับการกระทบกระเทือนอะไรคาดว่าอาการเช่นนี้น่าจะเกิดมาจากผลกระทบทางจิตใจ”หมอหลวงเฉินวินิจฉัยอาการของจูอวี้อวิ๋นพลางมองใบหน้าของนางที่ยังคงตกตะลึงกับเหตุการณ์อะไรบางอย่าง
“ผลกระทบทางจิตใจ จอมเสแสร้งจอมเ้าเล่ห์นี่คืออาการของนางในตอนนี้สินะ”จ้าวหลี่เถิงจ้องมองจูอวี้อวิ๋นด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจอย่างเช่นเคย ผิดกับจูจินม่ายที่ในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับร่างที่ไร้ิญญาและจิตใจ
“อาการเป็เช่นนี้ แล้วนางจะหายเมื่อไหร่หรือเ้าคะ”
“ไม่มียาขนานใดรักษาจิตใจได้นอกเสียจากคนภายในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด อาจจะต้องใช้เวลานานพอควร หรือไม่…อาจจะเป็เช่นนี้ตลอดไป”
“อาการของนางข้าจะเป็คนรักษาเอง ต้องขออภัยหมอหลวงเฉินที่รบกวนท่าน”
“ไม่เป็ไรขอรับท่านแม่ทัพหากไม่มีอะไรแล้วข้าต้องขอตัวก่อน”หมอหลวงเฉินกล่าวลาก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอกห้องนอนของจูอวี้อวิ๋น พร้อมกับสาวใช้ผู้หนึ่ง
“ฟูเหริน ท่านไม่ต้องกังวลนะเ้าคะ ข้าน้อยจะดูแลท่านเป็อย่างดีอาการของท่านจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน”หรงเฟยลูบหลังมือของจูอวี้อวิ๋นเบาๆเพื่อให้กำลังใจนาง
‘ขนาดปิงเฉียวยังเป็เทพเซียน คุณเจียงยังเป็หัวหน้ายมทูตเื่นี้ก็คงไม่ใช่เื่แปลกสินะ’จูจินม่ายยังคงตกอยู่ในสภาวะที่รับตัวเองในตอนนี้ไม่ได้เพราะเื่ที่เกิดขึ้นกับเธอในตอนนี้ มันน่าเหลือเชื่อเกินไปจนคนอย่างเธอคาดคิดไม่ถึง
จ้าวหลี่เถิงยังคงจ้องมองจูอวี้อวิ๋นอย่างไม่วางตาท่าทางของนางในตอนนี้และก่อนหน้านี้แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด แต่วิธีการเช่นนี้คงไม่ใช่เื่ยากสำหรับจูอวี้อวิ๋นเขาจึงไม่ได้มีความสงสัยหรือกังวลดั่งเช่นผู้คนภายในจวนก่อนที่เขาจะหันไปมองเหล่าพ่อบ้าน เพื่อให้สัญญาณอะไรบางอย่าง
กึก
จูจินม่ายรู้สึกตัวและได้สติขึ้นมาทันทีเมื่อรับรู้ได้ถึงพันธนาการที่คล้องข้อเท้าของเธอเอาไว้เธอหันไปมองเหล่าพ่อบ้านที่ล่ามโซ่ไว้ที่ข้อเท้าของเธอก่อนที่จะหันไปมองชายหนุ่มจอมโหดที่คอยหาเื่เธอั้แ่ฟื้นขึ้นมาพบกับเื่ประหลาดเหล่านี้สายตาของเขาจ้องมองเธออย่างเย้ยหยัน ราวกับว่าเธอเป็หมูที่ถูกล่ามโซ่รอความตาย
“เหตุใดต้องล่ามโซ่ข้าไว้เช่นนี้ ท่านแม่ทัพ”
“เ้ามีอาการป่วยทางจิตใจจำเป็ต้องล่ามโซ่เอาไว้เพื่อความปลอดภัยของตัวเ้าเอง”
‘อาการป่วยทางจิตใจฉันควรจะรู้สึกยังไงกับคำพูดของผู้ชายที่มีอาการเริ่มต้นแบบนี้ทั้งที่ฉันเรียนจิตวิทยาโดยตรงมาแท้ๆ’
“ท่านคิดเช่นนั้นจริงๆหรือ ท่านแม่ทัพ”
“ย่อมเป็เช่นนั้นอย่างแน่นอนอวี้อวิ๋น”จูจินม่ายจ้องมองแววตาอันเ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายพลางพยักหน้าเบาๆก่อนที่จะหันไปมองสือฟูเหริน
“ท่านแม่เ้าคะ การกระทำของเซี่ยงกง[10] ที่กระทำต่อข้ามันสมควรแล้วหรือเ้าคะ หากท่านแม่คิดเช่นนั้น ข้าจะไม่โต้เถียงเขาเกี่ยวกับเื่นี้”
“เ้าทำเกินไปแล้วนะ จูอวี้อวิ๋น”
“เื่นี้ข้าเห็นด้วยกับอวิ๋นเอ๋อร์ เถิงเอ๋อร์เ้าอย่าได้ล่ามโซ่นางเลย แค่เพียงอาการที่นางเป็อยู่ก็มากเกินพอแล้ว”
“อาการเสแสร้งแกล้งทำ รักษาให้หายต้องใช้เวลายาวนานขอรับท่านแม่ ท่านอย่าได้กังวลเลย และถ้าหากนางลงนามในหนังสือหย่าข้ายินดีปล่อยนางให้เป็อิสระในทันที”
‘สิ่งเดียวที่ผู้ชายคนนี้้าคือหนังสือหย่าเขาไม่ได้มีอาการเริ่มต้นของผู้ป่วย แต่เป็อาการของคนเป็สามีทั่วไปที่มีภรรยาคบชู้สู่ชาย ก็คงไม่ใช่เื่แปลกที่เขาอยากจะฆ่าจูอวี้อวิ๋นในสังคมผู้ชายเป็ใหญ่ ภรรยานอกใจแบบนี้ สามีคงจะฆ่าภรรยาและชู้รักซะั้แ่จับได้แล้วนับว่าเขายังเป็คนใจดีอยู่ ถึงได้้าให้ภรรยาลงนามในหนังสือหย่าหมายความว่าฉันสามารถโต้เถียงเขาได้น่ะสิ’
“อาการของเ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความ้าและวันเวลาที่ผ่านไปได้ อย่างไรเสียเ้าจะต้องลงนามหนังสือหย่าให้ข้าภายในวันนี้ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเ้าทิ้ง และหั่นร่างของเ้าเป็ชิ้นๆแล้วส่งคืนแก่บิดาของเ้า พร้อมกับหลักฐานทั้งหมดที่ข้ามี”
‘จูอวี้อวิ๋นเป็ภรรยาคาวโลกีย์อย่างที่เขาพูดเอาไว้จริงๆนับว่าเขาอดทนอดกลั้นได้ดีมาก ถึงได้ทนมองหน้าผู้หญิงคนนี้ได้จนถึงตอนนี้แต่ก็เกือบจะฆ่าฉันอยู่หลายครั้งเหมือนกัน แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะฉันไม่ใช่จูอวี้อวิ๋นนี่หน่า ถ้ายัยนั่นกลับมาคงสาปแช่งฉันแน่ๆ’
“ไม่ใจร้ายเกินไปหน่อยหรือ เถิงเอ๋อร์ท่าทางของนางดูเหมือนไม่รับรู้เื่ราวเหล่านี้เลยเสียด้วยซ้ำ”
“ใจร้ายอย่างนั้นหรือการกระทำของนางนั้นโหดร้ายเสียยิ่งกว่าการกระทำของข้าข้า้าแค่เพียงหนังสือหย่า ้าให้นางหลุดพ้นไปจากจวนสกุลจ้าวเพราะความคาวโลกีย์ของนางคละคลุ้งไปทั่วแคว้นหนานหนิงแล้วข้าจะไม่ปล่อยสิ่งที่น่ารังเกียจ มาแปดเปื้อนสกุลจ้าวและชีวิตของข้าอีกต่อไป”
__________________________________________________
[5]ผีอิ่ง (皮影) คือ เป็การละเล่นกับแสงเงาเป็ศิลปะการแสดงพื้นเมืองดั้งเดิมที่เป็การเล่าเื่จากนิทานผ่านตัวละครที่แกะจากหนังสัตว์ ผสมผสานไปกับเครื่องดนตรีและแสงสีเข้าไว้ด้วยกันถือว่าเป็การละเล่นที่ให้ทั้งความบันเทิงและการศึกษา โดยการแทรกคำสอนด้านคุณธรรมที่ช่วยบ่มเพาะให้ประชาชาติจีนรักในงานศิลปะและวัฒนธรรมดั้งเดิม
[6]ต้าเกอ (大哥)แปลว่า พี่ใหญ่ (ผู้ชาย)
[7]ต้าไป๋เส่า (大伯嫂)แปลว่า ภรรยาพี่ชายสามี
[8]ต้าไป๋จื่อ (大伯子)แปลว่า พี่ชายสามี
[9]เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง (广西壮族自治区)เป็เขตปกครองตนเองแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน
[10] เซี่ยงกง(相公) เป็คำที่ภรรยายุคโบราณใช้เรียกสามีในเชิงยกย่อง