ภายในโถงศิลาชั้นที่เจ็ดของคุก์เก้าชั้น บรรยากาศบีบคั้นจนแทบจะกลั่นตัวเป็ก้อนน้ำแข็งอันหนาหนืด เสียงกระแสลมปราณจากค่ายกลสะกดเก้าชั้นหวีดหวิวคล้ายเสียงพร่ำบ่นของิญญาร้ายที่ถูกกักขัง โซ่ตรวนทมิฬนับร้อยเส้นที่พุ่งขึ้นมาจากสระน้ำแข็งพันปีและผนังถ้ำขยับกวัดแกว่งกลางอากาศ ดั่งอสรพิษเหล็กที่กำลังชูคอรอคอยคำสั่งเข้าฉีกกระชากเหยื่อ
หลินเฟิงยืนนิ่งสงบอยู่ใจกลางโถงศิลา มือขวายังคงกระชับด้ามกระบี่เพลิงมรรคาแน่น แววตาสีทองเื้ัหน้ากากเหล็กจับจ้องไปยังร่างของหลินเทียนห่าว บิดาผู้บังเกิดเกล้าที่ถูกพันธนาการอยู่เหนือสระน้ำแข็ง ภาพรอยแผลเป็ลึกทั่วร่างและโซ่ตรวนที่ปักตรึงดึงกระชากเนื้อหนังของบิดา ทำให้โลหิตศักดิ์สิทธิ์ในกายของเด็กหนุ่มเดือดพล่าน ทะเลิญญาร้อยส่วนส่งเสียงครืนครั่นสะท้อนความพิโรธอันยากจะระงับ
"เฟิงเอ๋อร์... เ้า... เ้าโง่นัก..." หลินเทียนห่าวเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาที่เคยองอาจในอดีตยามนี้เต็มไปด้วยความเ็ปและความกังวล "คุก์แห่งนี้เข้ามาง่ายทว่าออกยากยิ่งนัก ค่ายกลสะกดเก้าชั้นถูกสร้างขึ้นด้วยศิลาโลหิติญญา มันสามารถแช่แข็งทะเลปราณของผู้ฝึกตนในระดับแก่นแท้และหลอมรวมได้อย่างเด็ดขาด... เ้าไม่ควรมาที่นี่!"
"ท่านพ่อ... โปรดรักษาพลังกายเอาไว้เถิด" หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบทว่าเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอันไร้ขีดจำกัด "วันนี้ ลูกมาเพื่อพาท่านกลับไปหาท่านแม่ ต่อให้์เบื้องบนจะขวางกั้น หรือค่ายกลนรกใด ๆ จะฉุดรั้ง... ลูกก็จะใช้กระบี่เล่มนี้ฟาดฟันทำลายมันให้สิ้นซาก!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ช่างเป็ภาพความผูกพันพ่อลูกที่น่าประทับใจยิ่งนัก!"
มู่หรงชาง ผู้าุโสามแห่งตระกูลมู่หรงสายรอง ก้าวเท้าออกมายืนบนแท่นศิลาเหนือสระน้ำแข็ง แววตาของมันฉายประกายอำมหิตลึกล้ำ ร่างกายที่สวมเกราะไหมทองคำแผ่รังสีพลังกดดันของระดับนภาขั้นสูงสุดออกมาอย่างเต็มที่ พลังิญญาสีม่วงคล้ำอันแฝงไปด้วยไอเย็นวิหคน้ำแข็งทลายฟ้าหมุนวนรอบตัวมันดั่งพายุหมุน
"หลินเฟิง... เ้าคิดว่าการที่เ้าล้างบางห้าาุโพิทักษ์กฎที่หน้าประตูคุกได้ จะทำให้เ้าสามารถผยองในคุก์แห่งนี้ได้งั้นรึ? เ้าพวกนั้นมันก็แค่ระดับนภาขั้นต้นและขั้นกลางที่รากฐานอ่อนแอ ทว่าข้า... มู่หรงชาง อยู่ในระดับนภาขั้นสูงสุดมานานนับสิบปี อีกทั้งยามนี้ยังมีค่ายกลสะกดเก้าชั้นหนุนหลัง พลังของข้าในห้องโถงแห่งนี้... เทียบเท่าครึ่งก้าวสู่ระดับ์!"
มู่หรงชางสะบัดมือขวาชี้ตรงมาที่หลินเฟิง ทันใดนั้น ศิลาโลหิติญญาเก้าก้อนที่ลอยเด่นอยู่รอบกายมันก็เปล่งแสงวาบ
*ฟู่มมมมมมม!*
โซ่ตรวนทมิฬนับร้อยเส้นพุ่งทะยานเข้าหาหลินเฟิงจากทุกทิศทางด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาปุถุชนจะมองทัน เสียงโซ่เหล็กกระทบกันดัง *เคร้งคร้าง* สนั่นหวั่นไหว ไอเย็นะเืจากสระน้ำแข็งพันปีพุ่งทะลักเข้าเกาะกุมขาของหลินเฟิง หมายจะแช่แข็งเส้นชีพจรและพันธนาการร่างกายของเด็กหนุ่มไว้กับผืนดิน
*‘เ้าหนู... ค่ายกลนี้ไม่ธรรมดา มันแฝงด้วยไอเย็นดิบของขั้วโลกโบราณ’* เสียงของิญญามรรคาภพดังก้องขึ้นในจิตสำนึก แฝงแววเตือนภัย *‘ห้ามให้โซ่เ่าั้ััถูกกายาเด็ดขาด มิเช่นนั้นพลังปราณร้อยส่วนของเ้าจะถูกมันสูบกลืนไปหล่อเลี้ยงค่ายกล ขยับเคลื่อนไหวด้วยย่างก้าวมรรคาไร้ลักษณ์ขั้นสูงสุดซะ!’*
"รับทราบครับท่านผู้เฒ่า!"
หลินเฟิงสูดหายใจเข้าลึก จิติญญาแห่งัจักรพรรดิร่ำร้องก้อง ร่างของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็เงาพร่าเลือนขยับหลบหลีกโซ่ตรวนเ่าั้ดั่งผีสาง ย่างก้าวของเขาประหนึ่งการเหยียบย่างบนห้วงมิติที่บิดเบี้ยว โซ่ตรวนนับสิบเส้นพุ่งผ่านร่างของเขาไปทลายเข้ากับผนังถ้ำจนศิลาแตกกระจาย ทว่ากลับไม่อาจััแม้แต่ชายเสื้อคลุมของเด็กหนุ่ม
"หลบงั้นรึ? ดูซิว่าเ้าจะหลบได้นานสักเท่าไหร่! ค่ายกลสะกดเก้าชั้น: อลวนพันธนาการ!" มู่หรงชางคำรามลั่น ประสานมุทราเปลี่ยนรูปกระบวน คลื่นโซ่เหล็กเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศ ม้วนตัวกลับกลายเป็ตาข่ายเหล็กขนาดั์ครอบคลุมพื้นที่โถงศิลาทั้งหมด ปิดตายเส้นทางหลบหนีของหลินเฟิงโดยสิ้นเชิง
ในเวลาเดียวกัน ณ ตำหนักหยกเย็นภายในพระราชวังหลวงนครตี้ตู บรรยากาศกลับเงียบสงบจนน่าขนลุก ห้องโถงใหญ่ล้อมรอบไปด้วยม่านไหมสีขาวบริสุทธิ์ กลิ่นอายหอมละมุนของกำยานิญญาลอยอบอวล ทว่าลึกลงไปใต้ความสงบนั้น กลับมีกระแสพลังงานระดับ์อันหนาแน่นแผ่ซ่านออกมาคุมเชิงรอบบริเวณ
เื้ัม่านไหม ร่างของสตรีผู้หนึ่งนั่งเหยียดกายอยู่บนตั่งหยก นางสวมชุดคลุมัหงส์สีทองเจิดจ้า ใบหน้างดงามไร้ที่ติทว่าแฝงไปด้วยความเ็าและบารมีอันล้นพ้น... พระนางคือ **"อัครมเหสีมู่หรง" (มู่หรงเสวี่ย)** ผู้นำสูงสุดของตระกูลมู่หรงสายรองในปัจจุบัน ยอดฝีมือระดับ์ขั้นต้นเพียงไม่กี่คนแห่งราชอาณาจักรต้าเซี่ย
ยามนี้นางกำลังอยู่ใน่กักตนขั้นปิดวาจาเพื่อขัดเกลาแก่นแท้พลังิญญา ทว่าคิ้วเรียวงามของนางกลับขมวดแน่น แผ่นหยกิญญาคุมชะตาที่ตั้งอยู่เบื้องหน้านางบัดนี้ปรากฏรอยร้าวลึกถึงห้ารอย... ซึ่งเป็สัญญาณบ่งบอกว่าห้าาุโพิทักษ์กฎของตระกูลได้ดับสูญไปแล้ว
"เด็กเหลือขอตระกูลหลินผู้นั้น... เติบโตมาถึงระดับนี้ได้อย่างไรในเวลาเพียงสิบห้าปี?" เสียงกระซิบผ่านจิติญญาของอัครมเหสีมู่หรงดังก้องอยู่ในห้องโถงลับ แววตาของนางเต็มไปด้วยความเ็าแฝงรังสีฆ่าฟัน "หรือว่าในร่างกายของมัน... จะมีเศษเสี้ยวของ 'แก่นแท้วิหคน้ำแข็งา' ที่มู่หรงซู่ซู่แอบซ่อนไว้ตื่นขึ้น?"
นางสะบัดมือเบา ๆ ส่งกระแสจิติญญาสายหนึ่งทะลวงผ่านห้วงอากาศตรงไปยังหอองครักษ์หลวง "สั่งการหน่วยเสื้อแพรพิฆาตที่เหลือทั้งหมด และยอดฝีมือตระกูลมู่หรงสายรองระดับนภาที่ยังประจำการในเมืองหลวง... จงไปสมทบที่คุก์ หากมู่หรงชางพลาดท่า... จงล้างบางพวกมันพ่อลูกอย่าให้เหลือรอดชีวิตออกจากประตูเมืองไปได้แม้แต่คนเดียว!"
ความกังวลเริ่มเกาะกุมจิตใจของยอดฝีมือระดับ์ นางรู้ดีว่าหากปล่อยให้สายเืของหลินเทียนห่าวและมู่หรงซู่ซู่เติบโตต่อไป ราชบัลลังก์และอำนาจที่นางแย่งชิงมาด้วยคราบเืเมื่อสิบหกปีก่อน... อาจจะต้องสั่นคลอนล่มสลายลงด้วยน้ำมือของเด็กหนุ่มผู้มีนามว่าหลินเฟิง!
กลับมายังโถงศิลาชั้นที่เจ็ด ตาข่ายโซ่ตรวนทมิฬขนาดั์บีบอัดวงล้อมเข้ามาจนเหลือพื้นที่ไม่ถึงสามวา หลินเฟิงหยุดยืนนิ่ง แววตาของเขาไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
"ในเมื่อไม่มีทางให้หลบ... เช่นนั้นก็ไม่จำเป็ต้องหลบ!"
หลินเฟิงขยับมือขวา วาดกระบี่เพลิงมรรคาขึ้นเหนือศีรษะ เปลวไฟสีทองและแดงเพลิงะเิทะลักออกมาผสานเข้ากับไอเย็นเยือกของแก่นแท้วิหคน้ำแข็งที่เพิ่งหลอมรวม ก่อเกิดเป็ประกายพลังงานสองสีที่หมุนวนดั่งจักรวาลจำลองรอบใบกระบี่
"เพลงกระบี่มรรคาภพ: ทลายกรงขังอัมพร!"
*บรึ้มมมมมมมม!*
หลินเฟิงฟาดกระบี่ออกไปเป็วงกลม คลื่นพลังงานดาบเหมันต์เพลิงขนาดั์หมุนวนะเิพุ่งออกไปรอบทิศทาง ปะทะเข้ากับตาข่ายโซ่ตรวนทมิฬอย่างรุนแรง เสียงะเิของพลังงานสองขั้วดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก โซ่ตรวนเหล็กกล้าที่ถูกสร้างขึ้นจากเหล็กเย็นใต้โลกหนานับนิ้ว พลันถูกไอเย็นของหลินเฟิงแช่แข็งจนเปราะบาง ก่อนจะถูกเพลิงมรรคาแผดเผาซ้ำจนะเิแตกกระจายเป็เศษเหล็กชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงหล่นลงสู่สระน้ำแข็งดั่งห่าฝน!
"อะไรกัน?!" มู่หรงชางเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ ค่ายกลสะกดเก้าชั้นที่แม้แต่ระดับนภาขั้นสูงยังต้องสยบกลับถูกเด็กหนุ่มระดับแก่นแท้ขั้นกลางทำลายลงง่ายดายปานฉีกกระดาษ!
"มู่หรงชาง... หมดเวลาเล่นสนุกของเ้าแล้ว" หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ ร่างของเขาพุ่งทะยานผ่านเศษซากค่ายกลตรงเข้าหามู่หรงชางดั่งสายฟ้าแลบ
"อย่าดูถูกข้านัก ไอ้เด็กเหลือขอ! วิชายุทธ์วิหคน้ำแข็ง: ดาบเหมันต์ทลาย์!" มู่หรงชางคำรามลั่นด้วยความโกรธเกลียด มันชักดาบยาวสีเงินยวงออกมา รีดเค้นพลังปราณระดับนภาขั้นสูงสุดทั้งหมดควบแน่นกลายเป็นกั์น้ำแข็งขนาดั์ร้อยเมตร ล้อมรอบใบดาบแล้วฟาดฟันเข้าใส่หลินเฟิงสุดแรงเกิด คลื่นดาบแผ่ไอเย็นจนสระน้ำแข็งเบื้องล่างเดือดพล่าน
หลินเฟิงไม่แม้แต่จะแสร้งหลบเลี่ยง เขากระชับกระบี่เพลิงมรรคาด้วยสองมือ รอยสักัทองที่แผ่นหลังทอแสงทะลุชุดคลุมสีดำจนกลายเป็ร่างแสงสีทองอร่าม **"กายาัจักรพรรดิมรรคา ขั้นที่สาม!"** พลังทางกายภาพและพลังิญญาร้อยส่วนรวมเป็หนึ่งเดียว พุ่งทะยานเข้าปะทะกับดาบของมู่หรงชางโดยตรง!
*เคร้งงงงงงงงงง!*
เสียงอาวุธระดับตำนานปะทะกันดังก้องสะท้านไปทั่วทั้งเจ็ดชั้นของคุก์ คลื่นทำลายล้างะเิออกจนเสาศิลาสะกดิญญาโดยรอบหักโค่นล้มระเนระนาด ดาบวิหคน้ำแข็งของมู่หรงชางปะทะเข้ากับกระบี่เพลิงมรรคา ทว่าในวินาทีที่อาวุธทั้งสองแตะกัน ใบดาบสีเงินของผู้าุโสามกลับเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
*เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ...*
"นี่มัน... พลังบ้าอะไรกัน?! เหตุใดแรงกดดันิญญาของเ้าถึงได้บริสุทธิ์และหนักหน่วงเช่นนี้?!" มู่หรงชางหน้าถอดสี มันรู้สึกดั่งกำลังใช้ดาบฟาดฟันเข้ากับขุนเขาจักรพรรดิโบราณ พลังสะท้อนกลับกระแทกเอาฝ่ามือของมันจนกระดูกแตกละเอียด เืสดพุ่งทะลักออกจากง่ามมือ
"เพราะว่าสัจธรรมแห่งมรรคาภพของข้า... อยู่เหนือสายเืทรยศของพวกเ้าอย่างไรเล่า!" หลินเฟิงตวาดเสียงต่ำ พร้อมทั้งกดดันพลังกระบี่ลงไปอีกส่วน
*เพล้ง!*
ดาบยาวิญญาระดับปฐีของมู่หรงชางหักสะบั้นกลายเป็เศษเหล็กในพริบตา! คมกระบี่เพลิงมรรคายังคงพุ่งทะยานต่อไป วาดผ่านไหล่ขวาของมู่หรงชางอย่างเด็ดขาด ตัดเอาแขนขวาของผู้าุโสามจนขาดสะบั้นปลิวละลิ่ว เืสดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดรดแผ่นศิลา!
"อ๊ากกกกกกกก!" มู่หรงชางร้องโหยหวนด้วยความเ็ปรวดร้าว ร่างของมันปลิวละลิ่วกระแทกพื้นถ้ำ คลานกระเสือกกระสนด้วยความหวาดกลัวอันไร้ขีดจำกัด ยามนี้มันตระหนักแล้วว่า เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่คนที่มันหรือตระกูลมู่หรงสายรองจะสามารถต่อกรได้ลำพังอีกต่อไป!
หลินเฟิงไม่ได้ตามไปปลิดชีพมู่หรงชางในทันที เขาหันหลังกลับมาทะยานร่างขึ้นสู่กลางเวหา เดินหน้าเข้าหาหลินเทียนห่าวผู้เป็บิดา หลินเฟิงวาดกระบี่เพลิงมรรคาเก้าครั้งด้วยความเร็วปานสายฟ้า ตัดผ่านโซ่ตรวนสะกดิญญาเก้าอัปสรที่ปักตรึงร่างของบิดาจนขาดสะบั้นลงพร้อมกัน
*เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!*
ร่างของหลินเทียนห่าวร่วงหล่นลงมา หลินเฟิงรีบพุ่งเข้าไปประคองร่างของบิดาเอาไว้ช้า ๆ พร้อมทั้งส่งผ่านพลังิญญาสายอบอุ่นจากกระบี่เพลิงมรรคาเข้าสู่จุดตันเถียนของบิดาเพื่อปกป้องและฟื้นฟูเส้นชีพจรที่เสียหาย
"ท่านพ่อ... ลูกมารับท่านกลับบ้านแล้วขอรับ" หลินเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาเื้ัหน้ากากเหล็กเต็มไปด้วยความตื้นตัน
หลินเทียนห่าวมองดูดลูกชาย น้ำตาของวีรบุรุษผู้เคยนำทัพนับแสนไหลพรากอาบแก้ม "เฟิงเอ๋อร์... เ้า... เ้าเติบโตขึ้นจนพ่อตามไม่ทันแล้วจริง ๆ... มู่หรงซู่ซู่... นางปลอดภัยดีใช่หรือไม่?"
"ท่านแม่ปลอดภัยดีขอรับ ยามนี้ลี้ภัยอยู่ในที่ปลอดภัยเพื่อรอท่านกลับไปพบหน้า" หลินเฟิงพยักหน้าให้บิดาวางใจ ก่อนจะพยุงร่างของบิดาให้นั่งพักบนแท่นศิลาที่ปลอดภัย
จากนั้น เด็กหนุ่มหันกลับมาจับจ้องมู่หรงชางที่ยามนี้เหลือแขนเพียงข้างเดียว กำลังพยายามคลานหนีไปยังประตูทางออกคุก์ หลินเฟิงก้าวเท้าตามไปช้า ๆ เสียงฝีเท้าของเขาราวกับเสียงมัจจุราชที่กำลังนับถอยหลังอายุไขของผู้าุโสาม
"มู่หรงชาง... ตอนที่พวกเ้าลอบสังหารท่านตา ตอนที่พวกเ้าจับท่านพ่อของข้ามาทรมานสิบหกปี... เคยคิดถึงวันนี้รึไม่?" หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ ปลายกระบี่ลากไปกับพื้นศิลาจนเกิดประกายไฟสีทอง
"หลินเฟิง! อย่าฆ่าข้า! อัครมเหสีจะไม่ปล่อยแกไว้แน่! ยามนี้กองทัพองครักษ์เสื้อแพรและยอดฝีมือระดับนภานับสิบคนกำลังล้อมคุก์แห่งนี้ไว้หมดแล้ว แกไม่มีวันรอดชีวิตออกไปได้!" มู่หรงชางขู่ตะคอกด้วยความสิ้นหวัง
"งั้นรึ? เช่นนั้นเ้าก็จงลงไปรอพวกมันในนรกก่อนเถอะ!"
หลินเฟิงสะบัดกระบี่แทงทะลวงผ่านตัดขั้วหัวใจของมู่หรงชางอย่างเด็ดขาด เพลิงมรรคาพุ่งทะลักเข้าเผาทำลายจิติญญาและร่างของผู้าุโสามตระกูลมู่หรงสายรองจนกลายเป็เถ้าถ่านสลายหายไปในอากาศ ไม่เหลือแม้แต่เศษซากกระดูก!
ผู้าุโสาม ยอดฝีมือระดับนภาขั้นสูงสุด... ดับสูญอย่างอนาถ!
หลินเฟิงหันกลับไปมองทางเดินทอดยาวขึ้นสู่เบื้องบน แววตาสีทองสลักลึกทอประกายเหี้ยมเกรียมเด็ดเดี่ยว รังสีฆ่าฟันะเิพุ่งออกจากร่างจนชั้นหินรอบตัวสั่นะเื พญาัคลั่งได้ปลดปล่อยบิดาสำเร็จแล้ว และยามนี้... ถึงเวลาที่เขาจะพังทลายคุก์แห่งนี้ และย้อมนครหลวงตี้ตูให้กลายเป็ทะเลเื
ด้วยชีวิตของศัตรูทุกคนที่บังอาจขวางทาง!